แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัจธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัจธรรม แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:พัฒนาคนจะนำไปสู่การรู้แจ้งสัจธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


การพัฒนาคนจะนำไปสู่การรู้แจ้งสัจธรรม 

และความเข้าใจทั่วตลอดถึงความสัมพันธ์อิงอาศัยกันและกัน

ของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง 

ทั้งชีวิตของเรา ทั้งสังคม 

และสิ่งแวดล้อมรอบตัว 

เมื่อปัญญารู้แจ้งสอดคล้องกับสัจธรรมแล้ว 

ก็จะเกิดความหลุดพ้นเป็นอิสระ 



และเมื่อนั้น สภาวะแห่งความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นไปตามเหตุปัจจัยของสิ่งทั้งหลาย 

อันเป็นสามัญลักษณะของสังขารทั้งปวงในโลกนี้ ก็จะไม่สามารถก่อให้เกิดความเครียด 

ความกดดันวุ่นวายใจ และความทุกข์แก่เราได้อีกต่อไป 

นี่ก็คือ การรู้แจ้งถึงสภาวะที่เป็นจริงของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง 

และด้วยการตระหนักรู้ถึงความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง 

เราก็จะประสานประโยชน์ของทุกฝ่าย คือทั้งบุคคล สังคมและระบบนิเวศ 

ให้กลมกลืนและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ป.อ.ปยุตฺโต

https://www.watnyanaves.net/th/book-reading/443/1

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ภาษาความในใจ...เรื่องที่มิอาจให้ใครรู้และช่วยเราได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

มนุษย์ทุกคนมีความในใจ มีเรื่องภายในใจที่มีลับเฉพาะ

เริ่มแต่ลับเฉพาะกลุ่ม ลับเฉพาะเพื่อน ลับเฉพาะประเทศ ลับเฉพาะสามี ภรรยา ลับเฉพาะสองคน

ลับเฉพาะตัวเราคนเดียว เป็นเรื่องที่คนอื่นมิอาจล่วงรู้ได้ บางเรื่องนั้นเป็นผลประโยชน์

บางเรื่องเป็นอารมณ์ บางเรื่องเป็นพฤติกรรมส่วนตัว ส่วนมากความในใจของคนมักจะมีคนอยากรู้

อยากเห็น อยากล่วงรู้ความลับ อยากเอาออกมาตีแผ่ บางทีเมื่อเจ้าตัวได้ตายไปแล้ว

ความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป จะมีคนนำออกมาตีแผ่ เผยแพร่ให้สังคมรู้ ส่วนมาก

มักเป็นเรื่องไม่ดี แม้เป็นเรื่องที่ไม่ดี คนก็ยังสนใจอยากจะรู้

ความลับที่เป็นในใจระหว่างบุคคล ท่านว่าเป็นสนิมใจ

คิดถึงทีไร อาจทำให้เราสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยิ้มบ้าง ร้องไห้บ้าง แต่เมื่อทำลงไปแล้ว 

ก็ต้องปิดไว้ให้ตายไปกับตัว ลองถามใจท่านเองว่า 

ท่านมีเรื่องราวที่เป็นความลับในใจมากน้อยเพียงไร  

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ทุกคนมีความลับในใจ มีเรื่องที่อยากพูด แต่พูดไม่ได้ 

มีเรื่องเฉพาะระหว่างคนสองคนหรือเรื่องเฉพาะลับส่วนตัว รู้ได้คนเดียว

ข้าพเจ้าเห็นว่า ความสุขหรือความทุกข์ของมุนษย์มักอยู่ที่เรื่องความในใจนี่เอง มิใช่เรื่องอื่น

ถ้าเป็นเรื่องการงาน การเงิน สังคม ก็ยังพอเขี่ยอารมณ์นั้นออกจากใจได้ 

ให้กาลเวลาช่วยเยียวยาบ้าง

แต่บางเรื่องมันเป็นเรื่องที่ปรึกษากับใครไม่ได้ เราจำเป็นต้องล้างสนิมใจด้วยตัวเราเอง

ในบางศาสนา อาจจะมีพิธีล้างบาป ก็คือ ล้างสนิมในใจเรานี่เอง ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่

ที่ล้างบาปแล้วหมดไป อาจเป็นไปได้ที่ล้างความรู้สึกออกไป คือให้คนซึ่งมีสมมุติตน 

เป็นตัวแทนเบื้องบนมารับรู้ ให้ระบายความในใจนั้นออกมาจนหมด พอสบายใจแล้วก็หยุด 

ก็เป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆที่สามารถทำให้คนสบายใจได้ในระดับหนึ่ง



ในพระพุทธศาสนา ท่านสอนให้ละชั่ว

ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ความชั่วที่ยังไม่ทำ

พอหยุดยั้งไว้ได้ แต่ความชั่วที่ทำไปแล้ว

จะทำอย่างไรให้ใจผ่องใส นี่คือจุดสำคัญ

ที่จะทำให้เราเข้าถึงสภาวะของจิต

ท่านสอนเราว่า ให้พิจารณาทุกอย่าง

เริ่มตั้งแต่ตัวตนของเราทุกอณูของชีวิต

ผลิตผลมาจากดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ

และทุกอย่างในชีวิต ล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ คิดดูให้ดี มีเพียงเท่านี้จริงๆ



เพื่อสลายอารมณ์ในใจของเราให้หมดไป ทำใจให้ผ่องใสและผ่อนคลาย บางเบา 

ไม่ไปเพิ่มกำลังกิเลสของตัวไหนอีกต่อไป ใจก็จะสงบเย็น เห็นทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ว่างเปล่า

นี่คือวิธีชำระความในใจด้วยตัวเราเอง โดยไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ทำพิธีอะไรให้สิ้นเปลือง

ทุกเรื่องนั้น เกิดที่ใจ ต้องกลับมาชำระและแก้ที่ใจ ...

พระราชญาณกวี(ปิยโสภณ)

จะดูแล ปลอบใจให้เธอ ลืมความหลัง...ใจฉันรอเธอไม่ห่าง...

 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ปัญญาสูงสุด คือ จิตเห็นจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"ปัญญาสูงสุด คือ จิตเห็นจิต 

พอเรารู้จิตชัดแล้ว หมดสัญญา ไม่ต้อง รู้...อะไรอีก 

ให้รู้จิต เห็นจิต ไม่ใช่ ของต่ำๆ เป็นอริยมรรค

สำหรับตัดสมุทัย ทั้งหมด . 

ดั่งที่พูด ว่า... จิต ส่งออกนอก เป็นตัวสมุทัย 

ผลของสมุทัย เป็นตัวทุกข์ 

จิตเห็นจิต เป็นตัวมรรค 

ผลของมรรค เป็นตัวนิโรธ เหตุของนิโรธ คือ ตัวอริยมรรคนี้เอง 

เหตุของทุกข์ ก็คือ สมุทัย ผลของสมุทัยเป็นตัวทุกข์ . 

จิตดูจิต ก็คือ... รู้...และก็ตั้งสติให้อยู่ในนั้น

ระลึกรู้ อยู่...ในนั้น คือจิตกับสตินี้เอง จิตกับรู้...เป็นของสิ่งเดียวกัน ไม่แตกต่างกันเลย 

การแตกต่างทั้งหลาย เกิดจากการคิดผิดๆ ย่อมนำไปสู่การก่อสร้างกรรมทั้งปวงทุกชนิด

ไม่มีหยุด เนื่องจากเราเข้าใจผิด 

ถ้าจิตเห็นจิตแล้ว... อะไรๆ มันขาดหมด มันตัดขาดกิเลสตัณหาอะไรหมด 

จิต ตรงนั้น... ไม่มีปรุงแต่ง 

สัจธรรม ก็คือ...จิต." 

หลวงปู่ดุลย์ อตุโล เพจ วัดพระธาตุขุนบง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

Dhamma together:สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเหตุทั้งหลาย ล้วนอยู่ในสภาพเดียวกันคือ...เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป...และไม่เที่ยง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"..สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเหตุทั้งหลาย

ล้วนอยู่ในสภาพเดียวกัน คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

และไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตนทั้งสิ้น

ใครยึดถือมากก็ยุ่งมาก ใครยึดถือน้อยก็ยุ่งน้อย

ใครไม่ยึดถือเลยก็ไม่ยุ่งเลย

สำคัญอยู่ที่ตั้งแนวความคิดและการพิจารณา

ให้เห็น ให้เข้าใจโดยถูกต้อง.."

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

dhamma together:คืนสู่ธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ชีวิตอันผาสุกย่อมมีได้ ด้วยการธำรงความสัมพันธ์

เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

การกลับสู่ธรรมชาติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ

คุณภาพชีวิต แต่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า

จะต้องไปสู่สถานหลีกเร้น 


การคืนสู่ธรรมชาติที่แท้และมีความหมายยิ่งกว่านั้นคือ

การกลับสู่ธรรมชาติภายในตัวเราเอง กลับไปเพื่อการค้นหาและรู้ซึ้งถึงตัวเรา เข้าใจตนตามที่เป็นจริง

และรู้จักธรรมชาติของจิตใจเรา อะไรที่ทำจิตเราให้เหนื่อยอ่อน ยังใจให้แจ่มใส ทุกข์ สุขภายในเกิดขึ้นมา

ได้อย่างไร และทำไมเราจึงหัวปักหัวปำไปกับมันได้อย่างไม่รู้เนื้อ รู้ตัว ฯลฯ การหมั่นพินิจตน

และการฝึกฝนใจอย่างต่อเนื่อง จะนำเราเข้าสู่ธรรมชาติของตัวเราลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ 

และยังความผาสุกสงบแก่จิตใจ เป็นความแจ่มกระจ่าง การคืนสู่ธรรมชาติโดยนัยนี้ 

มิต้องเริ่มต้นที่ภูหลวง ตะรุเตา หรือเขาใหญ่

แต่สามารถเริ่มต้นที่จิตใจของเรา ตรงนี้และเดี๋ยวนี้ได้ทันที

พระไพศาล วิสาโล

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำดีแล้วต้องได้ดีแน่นอนเสมอไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 "ทำดีไม่ได้ดี ไม่มีอยู่ในความจริง

มีอยู่แต่ในความเข้าใจผิดของคนทั้งหลายเท่านั้น

ทำดีแล้วต้องได้ดีแน่นอนเสมอไป ที่มีเหตุการณ์ต่างๆ

นานาปรากฏขึ้น เหมือนทำดีไม่ได้ดีนั้น เป็นเพียงการปรากฏ

ของความสลับซับซ้อนแห่งการให้ผลของกรรมเท่านั้น

เพราะกรรมนั้น ไม่ได้ให้ผลทันตาทันใจเสมอไป

แต่ถ้าเป็นเรื่องภายในใจแล้วกรรมให้ผลทันทีที่ทำแน่นอน

เพียงแต่ว่า บางทีผู้ทำไม่สังเกตด้วยความประณีตเพียงพอ

 จึงไม่รู้ไม่เห็น ขอให้สังเกตใจตนให้ดี แล้วจะเห็นว่าทันทีที่ทำกรรมดี

ผลจะปรากฏขึ้นในใจเป็นผลดีทันทีทีเดียว"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความคิดความเชื่อไม่สามารถทำให้สัจธรรม

คือความจริงเปลี่ยนไปได้ สัจธรรมมีอยู่อย่างไร

ต้องเป็นอยู่อย่างนั้น ไม่เปลี่ยนไปตามความคิดความเชื่อ

เช่น สัจธรรมมีอยู่ว่า การกระทำทุกอย่างมีผล ทำดีต้องได้ดี

ทำชั่วต้องได้ชั่ว แม้ผู้มีโมหะจะคิดไปอีกอย่างหนึ่งดังกล่าว

แล้วข้างต้น คือ การกระทำทุกอย่างแล้วก็เป็นอันแล้วกันไป

หรือทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว สัจธรรมก็จะไม่เปลี่ยนแปลง

จักเป็นความจริงแท้อยู่เสมอไป

 เรื่องผลของกรรมหรือการกระทำ

ท่านสอนวิธีไว้ดังนี้ คือ ท่านให้แยกผลของการกระทำแต่ละอย่างออกเป็น ๒ ฝ่าย

คือผลของกรรมฝ่าย ๑ และผลของกิริยาฝ่าย ๑ ผลฝ่ายกิริยาจะปรากฏทันที

เช่น คนลักขโมยของเขา ผลฝ่ายกิริยาจะทำให้ได้ของมาทันที แต่ผลฝ่ายกรรมเกี่ยวแก่กาละจะเห็น

ชัดต้องรอ เช่น คนลักขโมยเขานั่นแหละได้รับผลฝ่ายกิริยาคือได้ข้าวของไปทันทีแล้ว แต่ผลฝ่าย

กรรมเมื่อรอถึงเวลาก็จะได้รับ เช่นรอพอได้คิดก็จะต้องทรมานใจ เพราะกลัวถูกจับ รอต่อไป พอถูก

จับได้ก็จะต้องได้รับโทษเช่นนี้เป็นต้น การฝึกแยกผลของการกระทำเช่นนี้ จะเห็นชัดเจนทั้งผลของ

กิริยาและผลของกรรม เมื่อสามารถเห็นผลทั้งสองชัดเจน โมหะก็จะเบาบางลง จะทำสิ่งใดก็รู้จัก

ยับยั้งไม่ทำที่เป็นการไม่ดี ผลที่ได้รับก็ย่อมเป็นความสุขสงบตามควรแก่การกระทำ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ดูของจริง คือตัวสัจธรรมแท้ๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ดูของจริง

การปฏิบัติทำไมมันถึงยาก

ทุกอย่างมันก็ต้องข้ามไอ้สิ่งที่มันยากไปก่อนมันถึงจะง่าย

ความเป็นจริง ตัวทุกข์นี่ คือตัวสัจธรรมแท้ๆ

แต่เราอ้อมมันเสียไม่อยากจะทุกข์ หรืออีกอย่างหนึ่งคนแก่ๆ

นี่ก็ไม่อยากดู อยากจะดูคนหนุ่มๆนี่ เป็นเสียอย่างนั้น

ทุกข์นี่ไม่อยากจะดู ไม่อยากจะดูทุกข์ มันก็ไม่รู้จักทุกข์

ตลอดกี่ภพกี่ชาติไม่รู้จักทุกข์

จากหนังสือความผิดในความถูก  

มรดกธรรมเล่มที่ ๑๓ หน้าที่ ๑๒

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
 #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:“ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 “ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”

ความหมายที่แท้จริงก็คือ

เมื่อมีปัญญาเข้าใจความจริง

ปัญญานั้นก็จะรักษาใจไม่ให้ทุกข์

ถึงแม้จะสูญเสียทรัพย์สมบัติแต่ใจไม่ทุกข์

ถึงแม้ร่างกายเจ็บป่วย แต่ใจไม่ทุกข์ นี้คืออานิสงส์

สำคัญที่สุดของของธรรมะที่เกิดจากการปฏิบัติ

ในความหมายที่สองคือมีปัญญาจนเห็นความจริง

เมื่อเห็นความจริงของชีวิตและโลก ก็ไม่ยึดติดถือมั่น พร้อมยอมรับความแปรเปลี่ยนได้ ตระหนักดี

ว่าชีวิตเหมือนกระแสน้ำ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มาแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่สามารถที่จะยึดให้มันอยู่นิ่ง

หรือให้เป็นของเราตามใจเราได้ อันนี้คือสิ่งที่เราควรทำความเข้าใจถ้าเรามั่นใจในอานุภาพแห่ง

ธรรม โดยเฉพาะในความหมายที่สอง คือการเห็นแจ้งในสัจธรรม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ทำให้

ทุกข์ได้ แต่หากยังไม่เข้าใจตรงนี้ แม้จะทำบุญให้ทานรักษาศีลมากมายเพียงใด ก็หลีกหนีความ

ทุกข์ใจไม่พ้น เพราะต้องเจอความแปรเปลี่ยน ความพลัดพรากสูญเสียเป็นธรรมดา

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ใบไม้ร่วงเพียงใบเดียว หากพินิจด้วยใจสงบ ก็สามารถ เข้าถึงสัจธรรม จนปล่อยวางความทุกข์ได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ต้นไม้ตลอดจนธรรมชาติทั้งปวงยังสามารถให้อะไรแก่จิตใจของเราได้มากมาย ขอเพียงแต่เรา

เปิดใจรับฟังกระแสเสียงจากเขาเท่านั้น ท่านอาจารย์พุทธทาสมักแนะนำให้ผู้ไปเยือนสวนโมกข์

หัดฟังเสียงต้นไม้พูดและฟังก้อนหินสอนธรรมบ้าง เมื่อมีคนสงสัยว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตรู้ธรรม

ได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้เรียนหนังสือ หลวงปู่มั่นตอบว่า

“ธรรมะมีอยู่ทุกหย่อมหญ้าสำหรับผู้มีปัญญา”

ปัญญาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวุฒิการศึกษาหรือปริญญา แต่หมายถึงการรู้จักพินิจพิจารณา เมื่อมอง

ให้เป็น นกกระเต็นกลางสระก็สอนเราให้รู้จักคอยและใฝ่สันโดษได้ เพราะเขาสามารถเกาะนิ่งบน

ก้านบัวได้เป็นชั่วโมงกลางแดดกล้าโดยไม่อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด และไม่ว่าจะได้ปลาตัวเล็ก

หรือใหญ่ เขาก็พอใจทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาเขาก็บินอพยพไปที่อื่น โดยไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรนอกจาก

ปีกสองข้างเท่านั้น

  แม้แต่ใบไม้ร่วงเพียงใบเดียว หากพินิจด้วยใจสงบ ก็สามารถ

เข้าถึงสัจธรรม จนปล่อยวางความทุกข์ได้ ปัญหาก็คือทุกวันนี้

เราวุ่นกับสารพัดเรื่อง จนไม่มีเวลาอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ เราคิด

ไม่หยุด จนจิตไม่ว่างพอที่จะได้ยินกระแสเสียงจากธรรมชาติ

แต่ไม่ต้องรอให้ชีวิตหายวุ่นหรือจิตว่างเต็มที่ เพียงแค่มีเวลาให้

ตนเองได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ และผ่อนคลาย แล้วเรา

จะพบว่าแม้ต้นไม้ที่ไร้ดอกก็สามารถมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่จิตใจของ

เราได้มากมาย

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:จงใจกว้าง และ เมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวาง แค่นี้ ก็สุข

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

หลวงพ่อรูปหนึ่ง ปลูกกล้วยไม้ กระถางหนึ่งด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้ ก็แข็งแรง สวยงาม

ยิ่งนัก... วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออก ไปธุระหลายวัน เลยฝาก เณรน้อย ให้ช่วยดูแล เณรน้อย

ก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี กล้วยไม้ ก็ยิ่ง งอกงามด้วยดี.. วันหนึ่ง เณรน้อย ต้องออกไปธุระ

ก่อนออกไป ได้เอากระถางไปวาง ตากแดดริมหน้าต่าง หลังจากนั้น เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด

พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย ต้นกล้วยไม้หักเละ เณรน้อย กลับมาเห็น ตกใจ และ

เสียใจมาก และ ยังกลัวถูก หลวงพ่อตำหนิด้วย... ไม่กี่วัน หลวงพ่อ กลับมา เณรน้อย ก็บอกเล่า

ตามจริง เตรียมตัว เตรียมใจรับการถูกดุด่า แต่หลวงพ่อ กลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้ เณรน้อย

ประหลาดใจ เป็นอย่างมาก เพราะ หลวงพ่อ รัก กล้วยไม้ กระถางนี้มาก... หลวงพ่อ เพียงยิ้ม ๆ

แล้วกล่าวว่า “ ข้า ปลูก กล้วยไม้ ไม่ได้ เพื่อไว้โกรธนะ ”

 

คำง่าย ๆ กลับกลายเป็น สัจธรรมปลดปล่อยวาง...

คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน..

คนเรารักกัน ก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน.

สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องโทษใคร

หรือ เสียใจ...

ตอนมี ต้องใส่ใจ

ตอนเสียไป ให้ปลดปลง

ใจ ไม่ติดค้างใคร ก็พอแล้ว...

ถ้าคุณแค้น ชีวิต ก็เต็มไป ด้วย ความแค้น ...

ถ้าคุณ นึกขอบคุณ ที่ใด ๆ ก็เต็มไปด้วย เรื่องที่น่าขอบคุณ...

ถ้าคุณ เติบกล้า การงาน ก็จะก้าวหน้า ...

ไม่ใช่ โลกนี้ เลือกคุณ แต่คุณ เป็นคนเลือก โลกใบนี้ ...

ฉะนั้น... จงอย่าโกรธลูก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน และทุกสรรพสิ่งในโลก

จงใจกว้าง เมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวาง แค่นี้ ก็สุข

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สัจธรรมปลดปล่อยวาง…

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



หลวงพ่อรูปหนึ่ง ปลูกกล้วยไม้ กระถางหนึ่งด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้ ก็แข็งแรง สวยงามยิ่งนัก…

วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออกไปธุระหลายวัน เลยฝากเณรน้อย ให้ช่วยดูแลเณรน้อย ก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี

กล้วยไม้ ก็ยิ่ง งอกงามด้วยดี วันหนึ่ง เณรน้อย ต้องออกไปธุระ ก่อนออกไปได้เอากระถางไปวาง

ตากแดดริมหน้าต่าง... หลังจากนั้น เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย

ต้นกล้วยไม้หักเละเณรน้อย กลับมาเห็น ตกใจ และ เสียใจมาก และ ยังกลัวถูก หลวงพ่อตำหนิด้วย…

ไม่กี่วัน หลวงพ่อ กลับมา เณรน้อย ก็บอกเล่าตามจริง เตรียมตัว เตรียมใจรับการถูกดุด่า

แต่หลวงพ่อ กลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้ เณรน้อยประหลาดใจ เป็นอย่างมากเพราะ

หลวงพ่อ รักกล้วยไม้ กระถางนี้มาก…หลวงพ่อ เพียงยิ้ม ๆ แล้วกล่าวว่า

“ ข้า ปลูก กล้วยไม้ ไม่ได้ เพื่อไว้โกรธนะ ”

คำง่าย ๆ กลับกลายเป็นสัจธรรมปลดปล่อยวาง…


 


คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน.. 

คนเรารักกัน ก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน.

สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องโทษใคร

หรือ เสียใจ…ตอนมี ต้องใส่ใจ 

ตอนเสียไป ให้ปลดปลงไม่ติดค้างใครก็พอแล้ว…

ถ้าคุณแค้น ชีวิต ก็เต็มไปด้วย ความแค้น …

ถ้าคุณ นึกขอบคุณ ที่ใด ๆ ก็เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าขอบคุณ… 

ถ้าคุณ เติบกล้า การงาน ก็จะก้าวหน้า …

ไม่ใช่ โลกนี้ เลือกคุณ แต่คุณ เป็นคนเลือก โลกใบนี้ …ฉะนั้น… จงอย่าโกรธลูก พ่อแม่ พี่น้อง 

เพื่อนร่วมงาน และทุกสรรพสิ่งในโลก จงใจกว้าง และ เมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวาง แค่นี้ ก็สุข" 😊

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:ความอยากหายทุกข์ ไม่ได้ช่วยให้ทุกข์หายไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เหตุถูก ผลถูก เหตุผิด ผลผิด

ยิ่งอยาก ยิ่งทุกข์ ยิ่งไม่อยาก ยิ่งไม่ทุกข์

ตราบใดยังมี ความกระวนกระวาย เต็มไปด้วยอาการ

อยากหายทุกข์ ตราบนั้นคุณได้ชื่อว่ายัง สร้างเหตุแห่ง

ทุกข์เพิ่มไม่ใช่ ลดเหตุแห่งทุกข์ลง

ความอยากเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์นี่คือสัจธรรมขั้นมูลฐาน

ที่เหมือนน่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ แต่แท้จริงแล้ว

เข้าถึงยากเป็นที่สุด!

เริ่มต้น สิ่งที่นักเจริญสติต้องรู้ และหมั่นท่องให้ขึ้นใจ คือ

ความอยากหายทุกข์ ไม่ได้ช่วยให้ทุกข์หายไป แต่กลับจะเพิ่มทุกข์ให้ปรากฏมากขึ้น!

#ดังตฤณ #ใจใหม่

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความรู้สึกทุกอย่าง...เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...ดับไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ความรักเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความเกลียดเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความกลัวเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความรู้สึกอะไรๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นแก่จิตนั้น 

เดี๋ยวมันก็ดับไปๆ

เพราะว่าพื้นฐานของชีวิต คือความว่าง...

ความว่างคือ ว่างจากความโง่ ว่างจากความอยาก

ว่างจากความโกรธ ว่างจากความเกลียด

ว่างจากความรัก ว่างจากทุกๆสิ่ง ที่เกิดขึ้นในภพนี้

ท่านพุทธทาส

ลองมาสร้างความรู้สึกตัว สู่การรู้แจ้ง จากภาพข้างล่างนี้ด้วยกัน...


#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เรื่องของความโลภกับความรวย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ความโลภกับความรวย ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน 

เราอาจจะคิดว่าไม่โลภก็ไม่รวย ไม่โลภก็ไม่เจริญก้าวหน้า

ต้องโลภจึงรวย ต้องโลภจึงพัฒนาชีวิตได้ เราอาจคิดว่า

ที่เราเห็นใครเขาร่ำรวยก็เพราะเขามีความโลภ

เพราะโลภกับลาภเป็นคำเดียวกัน

การได้ลาภเป็นสิ่งปรารถนาของมนุษย์

คนส่วนใหญ่คิดว่าการได้คือจุดสูงสุดของชีวิต แต่ความจริง

การให้ต่างหากที่สูงส่งกว่า รวยโดยไม่ต้องโลภก็ได้

ความโลภไม่เคยทำให้ใครรวย


พระท่านสอนว่า ความยินดีในทรัพย์สินของตนเป็นสุดยอดของความรวย 

ความโลภคือการยินดีในทรัพย์สินของคนอื่น พยายามนำมาเป็นของตนเอง พูดอย่างนี้อาจจะขัดแย้งกับ

การทำธุรกิจ เพราะธุรกิจต้องแย่งส่วนแบ่งการตลาดมาให้ได้ ใครแย่งได้มาก

คนนั้นก็จะครอบครองไว้มาก กลายเป็นเจ้าของผลประโยชน์ 

ในความเป็นจริง การครอบครองยังมิใช่เป้าหมายของการเป็นมนุษย์ 

การแบ่งปันต่างหากคือสันติสุข

เราจะโลภได้มามากเพียงใดก็ตาม หากเรายังไม่เคยแบ่งปันให้ใคร คิดหรือว่าจะหาความสุขได้ 

ต่อให้เรามีทรัพย์สินล้นแผ่นดิน คิดหรือว่าจะมีโอกาสใช้สอย 

มีคฤหาสน์สวยงามทุกมุมโลก คิดหรือว่าจะมีเวลาไปนอนเอนกาย 

มนุษย์ทุกชีวิตมีความโลภเป็นพื้นฐาน มีความอยากเป็นตัวขับเคลื่อน 

ยิ่งถ้าไม่ได้ฝึกหัดขัดเกลาตั้งแต่เล็กในการเป็นผู้ให้ เป็นการช่วยเหลือเกื้อกุลคนอื่น 

ยิ่งจะทำให้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว 

เพียงลมหายใจยังรวยริน เพราะไม่มีเวลาให้ แล้วจะโลภครอบครองให้มากไปทำไม 

บางทีเรานึกไปว่า ใจที่เป็นสุขทุกวันนี้ ก็เพราะมีอารมณ์ดีๆให้ระลึก 

อารมณ์ที่ว่านี้มักไม่เกี่ยวข้องกับกำไร ส่วนมากจะค่อนไปทางขาดทุน แต่เป็นบุญของชีวิต 

พระราชญาณกวี

(ท่านปิยโสภณ)



#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ส่วนหนึ่งของที่สุด...ของชีวิตเรา...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ตัวเราเอง 

ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอวดดี 

การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ การหลอกลวง 

สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ ความอิจฉาริษยา 

ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ การยอมแพ้ตัวเอง 

สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ การหลอกตัวเอง 

สิ่งที่น่าสังเวชในชีวิตของเรา ก็คือ ความถดถอยของตัวเอง 

สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ ความอุตสาหะ วิริยะ

ความล้มละลายที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง 

ทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ สุขภาพที่สมบูรณ์ 

หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ หนี้บุญคุณ 

ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ 

การให้อภัยและความเมตตากรุณา 

ข้อบกพร่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ 

การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล 

สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุดในชีวิตของเรา ก็คือ การให้ทาน 



หลวงพ่อปัญญานันทะภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:มองให้เป็น จะเห็นประโยชน์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


มองให้เป็น จะเห็นประโยชน์ หากมองให้เป็น ก็ย่อม

เห็นประโยชน์จากคำต่อว่าด่าทอเสมอ เล็ก วิริยะพันธุ์

อดีตเจ้าของเมืองโบราณกล่าวว่า “วันไหนไม่ถูกตำหนิ

วันนั้นเป็นอัปมงคล” คำตำหนินั้นช่วยทำให้เห็นข้อ

บกพร่องของตนหรืองานที่ทำ อีกทั้งยังช่วยลดตะตัวตน

ได้เป็นอย่างดี จำเป็นมากสำหรับผู้ที่ได้รับการชื่นชม

เป็นประจำจนหลงตัวลืมตน นึกว่าเป็นเทวดา เก่งทุกอย่าง

คำตำหนิช่วยเตือนให้ตนกลับมาตระหนักว่าตนเป็นมนุษย์

ที่ย่อมมีผิดมีพลาด จริงอยู่คำต่อว่าด่าทอนั้นรุนแรงยิ่งกว่า

คำตำหนิติเตียน อาจไม่มีสาระอะไรเลยก็ได้


แต่อย่างน้อยก็ทำให้เห็นนิสัยองผู้ต่อว่าด่าทอนั้น นิสัยใจคอที่แท้จริงของใครสักคน จะเห็นได้

ชัดก็จากคำด่าของเขามากกว่าคำชมของเขา ถึงที่สุดแล้ว คำตำหนิติเตียน คำต่อว่าด่าทอนั้น

ตอกย้ำให้เราเห็นสัจธรรมของโลกว่า สรรเสริญกับนินทาเป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะดีหรือเก่งแค่

ไหน ก็หนีคำนินทาไม่พ้น นี้คือหนึ่งใน “โลกธรรม”ที่ต้องประสบ ถ้าไม่รู้จักความจริงข้อนี้

หลงยึดติดถือมั่นแต่คำสรรเสริญ ก็จะเป็นทุกข์ เมื่อเจอคำนินทาหรือต่อว่าด่าทอ แต่หาก

ตระหนักชัดในสัจธรรมดังกล่าว ก็จะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งเหล่านี้เลย หลวงพ่อทองรัตน์

กันตสีโล เป็นศิษย์คนสำคัญของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แม้ท่านจะไม่เป็นที่รู้จักมากนักนอก

แวดวงพระกรรมฐาน ท่านมีนิสัยโผงผาง กิริยาดูไม่เรียบร้อย แต่จิตใจท่านงดงาม มั่นคง และ

ลุ่มลึกในธรรมมาก คราวหนึ่งมีคนเขียนบัตรสนเท่ห์ใส่บาตรท่าน เมื่อท่านกลับถึงวัด ท่านก็ยื่น

กระดาษแผ่นนั้นให้พระเณรอ่าน พร้อมกับพูดว่า “ เอ้า ลูก อ่านอมฤตธรรมนี่ เทวดาเขาใส่

บาตรมา หาฟังยาก” ข้อความนั้นกล่าวหาท่านว่า เป็น “พระผีบ้า...ไม่สำรวม ไม่มีศีล ไม่มี

วินัย” พร้อมกับขู่ว่า “ให้รีบออกจากวัดไป ถ้าไม่ไปจะเอาลูกตะกั่วมาฝาก” ท่านได้ยินก็พนม

มือสาธุแล้วบอกให้ลูกศิษย์เก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้ใต้แท่นพระบูชา พร้อมกับสอนพระเณรว่า

“โลกธรรมแปดมันเป็นแบบนี้เอง แต่ก่อนได้ยินแต่ชื่อ....ของดีนะนี่ สาธุ....พ่อได้ฟังแล้ว

แก่นธรรม เพิ่งมาวันนี้เอง” คำต่อว่าด่าทอ มองให้ดีก็คือ “อมฤตธรรมจากเทวดา” หากเห็น

แก่นธรรมจากถ้อยคำเหล่านี้ได้ เราจะได้ประโยชน์อย่างมากจากมัน

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:จริยธรรมและสัจธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ธรรมในพุทธศาสนาแยกได้เป็นสองอย่างเท่านั้น

คือ จริยธรรมและสัจธรรม จริยธรรมคือความดีเป็น

สิ่งที่ต้องทำ ถ้าอยากมีความสุขก็ต้องทำ ต้องทำ

จึงจะมีชีวิตที่ผาสุกและเจริญงอกงามได้

ส่วนสัจธรรมคือความจริง เป็นสิ่งที่ต้องเห็นหรือ

เข้าถึง การปฏิบัติธรรมถ้ากล่าวอย่างย่อๆ ก็มีแค่

สองเท่านั้น คือทำความดี และเห็นความจริง

ทำความดีได้แก่ การให้ทาน การรักษาศีล

รวมทั้งการภาวนาที่ทำให้คุณภาพจิตเจริญงอกงาม

 


แต่เท่านั้นยังไม่พอ เราต้องฝึกจิตให้เห็นความจริงด้วย ความจริงนั้นมีมากมาย อาจจะเรียกว่า

ไม่น้อยกว่าดวงดาวที่อยู่บนฟากฟ้า หรือที่อยู่ในจักรวาลนี้ พระพุทธเจ้าเคยเปรียบความจริง

ทั้งหลายในโลกนี้ เหมือนกับใบไม้ในป่า คราวหนึ่งพระพุทธองค์ได้ประทับที่ป่าประดู่ลาย

และหยิบใบไม้มากำมือหนึ่ง ตรัสถามพระสาวกว่าใบไม้ในมือของพระองค์กับใบไม้ในป่า

อันไหนมีมากกว่ากัน พระสาวกก็ตอบว่าใบไม้ในป่ามีมาก ใบไม้ในกำมือพระองค์มีน้อย

พระพุทธองค์ก็ตรัสว่า ธรรมะที่พระองค์สอนก็เหมือนกับใบไม้ในกำมือ น้อยกว่าความจริง

ทั้งหลายในโลกและจักรวาลนี้ ความจริงมีมากมายนับประมาณไม่ได้ มหาศาลมาก

แต่ความจริงที่พระพุทธเจ้าเอามาสอนนี้มีเพียงน้อยนิด เช่น ความจริงเกี่ยวกับรูปนาม

ความจริงเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม ความจริงเกี่ยวกับเหตุแห่งทุกข์ คือปฏิจจสมุปบาท ความจริง

ที่เกี่ยวกับการดับทุกข์ คือปฏิจจสมุปบาทฝ่ายนิโรธวาร รวมทั้งความจริงเกี่ยวกับไตรลักษณ์

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language