INDHAMMA:การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความประจวบพอดีกันของเหตุการณ์ทั้ง ๓ ในวันวิสาขบูชา 

มีความสำคัญและความน่าอัศจรรย์ 

โดยทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจ และความเลื่อมใสศรัทธา 

แล้วกระทำอามิสบูชาต่อพระรัตนตรัย 

แต่ความหมายอันลึกซึ้งที่ประสานกันของเหตุการณ์ทั้งสามนั้น

มีความสำคัญและความน่าอัศจรรย์ 

โดยเป็นอนุสติเตือนใจให้เราระลึกถึงหลักธรรม

แล้วกระทำปฏิบัติบูชา

การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เกิดขึ้นตรงกันในวันเดียว 

ความหมายของเหตุการณ์ทั้งสามนั้นก็เกี่ยวพันประสานกันเป็นอันเดียว 

การประสูติ ของพระองค์ มีความหมายเตือนให้เราระลึกว่า 

คนทุกคนแม้จะเริ่มต้นชีวิตโดยความเป็นมนุษย์มีกำเนิดไม่แตกต่างกัน 

แต่ต่อจากจุดเริ่มต้นนั้นแล้ว มนุษย์ก็แสดงความเป็นสัตว์ประเสริฐออกมา 

ด้วยความเป็นผู้สามารถที่จะฝึกฝนอบรม บุคคลผู้มีจุดหมายอันสูงส่ง 

มุ่งบำเพ็ญความดีงามปรับปรุงตนอยู่ตลอดเวลา อาศัยความเพียรและสติปัญญาฝึกฝนตน

ให้บรรลุความเป็นมนุษย์ผู้เยี่ยมยอดได้ กลายเป็นศาสดาที่เคารพบูชาของปวงเทพและหมู่มนุษย์ 

นำประโยชน์สุขมาให้ไม่เฉพาะแต่ตนเองผู้เดียว แต่เกื้อกูลแก่ชาวโลกทั้งหมดด้วย

พระพุทธเจ้าทรงเป็นตัวอย่างแสดงประจักษ์พยานของภาวะเช่นนี้ 

ทุกคนจึงควรมีกำลังใจเพียรพยายามใช้สติปัญญาพิจารณา 

บำเพ็ญความดีงาม ฝึกฝนปรับปรุงตนให้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐยิ่งขึ้นอยู่เสมอ 

การตรัสรู้ เป็นเครื่องเตือนให้ระลึกว่า สิ่งสำคัญที่เป็นผลสำเร็จ และเป็นจุดมุ่งหมาย

แห่งความเพียรพยายามและการใช้สติปัญญาของพระพุทธเจ้า

ซึ่งทำให้พระชนมชีพของพระองค์กลายเป็นสิ่งมีคุณค่าอย่างสูงสุดนั้น 

หาใช่การได้มาซึ่งสิ่งสำหรับปรนเปรอบำรุงบำเรอความสุขส่วนตนไม่ 

แต่เป็นการเข้าถึงความดีงามอย่างสูงสุดที่ทำให้พระชนมชีพของพระองค์เต็มเปี่ยมสมบูรณ์ 

พร้อมทั้งเผื่อแผ่ขยายความเต็มเปี่ยมสมบูรณ์นั้นออกไปให้แก่ชีวิตอื่นๆ ด้วย 

เรียกว่านำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่โลก การเข้าถึงความดีงามนี้เอง ที่ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะผู้เป็นมนุษย์ 

กลายเป็นพระพุทธเจ้า ทำให้มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก 

ความดีงามที่ว่านี้ คือสิ่งที่เรียกว่า “ธรรม” หรือ “พระธรรม” 

การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทำให้ธรรมปรากฏขึ้นในโลก ธรรมปรากฏขึ้นแล้ว ก็กระจายความดีงามออกไป 

ด้วยคำสอนที่สาดแสงสว่างส่องทางแห่งการดำเนินชีวิตที่ดีงาม 

นำไปสู่ประโยชน์สุขและความอยู่ร่วมกันอย่างสงบร่มเย็น นอกจากนี้ การตรัสรู้ยังสอนเราด้วยว่า 

การบรรลุผลสำเร็จที่ดีงามนั้น มิใช่จะกระทำได้ง่าย 

พระพุทธเจ้า กว่าจะตรัสรู้ได้ ต้องทรงบำเพ็ญเพียรพยายาม 

ใช้สติปัญญาแสวงหาค้นคว้าทดลองด้วยความเด็ดเดี่ยวและอดทน 

จนบางคราวแทบจะสิ้นพระชนมชีพตลอดเวลายาวนานถึง ๖ ปี ครั้นตรัสรู้แล้ว 

เมื่อทรงนำธรรมอันเป็นหลักแห่งความจริงความดีงามนั้น ไปสั่งสอนผู้อื่น 

ก็ต้องทรงเสียสละลำบากพระกาย เสด็จเที่ยวไปทุกถิ่น แม้ที่แสนจะกันดารและฝ่าภยันตราย 

บุคคลที่จะทำความดีงาม บำเพ็ญประโยชน์สุขแก่หมู่ชน ก็ควรดำเนินตามพุทธปฏิปทา 

โดยการเพียรพยายามด้วยความเสียสละ อดทน ไม่ยอมท้อถอย 

การปรินิพพาน มีความหมายที่เป็นอนุสติ ให้ระลึกว่า พระชนมชีพของพระพุทธเจ้า ในฐานะที่เป็นชีวิตมนุษย์ 

เมื่อถึงคราวสิ้นสุด ก็ดับสิ้นไปตามกาลเวลา แต่พระธรรมที่ได้ทรงค้นพบ เปิดเผยไว้ 

ทำให้ปรากฏในโลกแล้ว เป็นหลักแห่งความจริงและความดีงามอันอมตะ ไม่เคลื่อนคลาดแตกดับ 

เป็นสิ่งไม่ตาย ยังคงส่องทางแห่งปัญญาเพื่อบรรลุประโยชน์สุขแก่หมู่มนุษย์สืบต่อไป 

และทั้งพระพุทธเจ้ายังได้ทรงตั้งคณะสงฆ์ไว้ทำหน้าที่รักษาสืบทอดส่งต่อประทีปแห่งธรรมแทนพระองค์

ต่อๆ มาอีกด้วย แม้ว่าพระพุทธเจ้าจะทรงหยุดเลิกพุทธกิจ ก็ได้ทรงหยุดเลิก

ในเมื่อมีอมตธรรมสำหรับอำนวยอมตประโยชน์สืบต่อมา 

การปรินิพพานเป็นการดับสนิทในเมื่อกิจสำเร็จ การดำเนินให้เข้าถึงอมตธรรมและบรรลุอมตประโยชน์

เป็นหน้าที่ของเราทั้งหลาย ทั้งที่จะต่างคนต่างทำ และร่วมกันช่วยกันทำต่อไป

พระพรหมคุณภรณ์ ป.อ.ปยุตฺโต

https://www.watnyanaves.net/th/book-reading/340/1

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เริ่มต้นแบ่งเวลาทำความดีในวันพระ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 เดือนหนึ่งมีสามสิบวัน แบ่งให้โยมเสียยี่สิบหกวัน

แบ่งให้พระสี่วัน คือข้างขึ้นข้างแรม วันพระแปดค่ำ สิบสี่ค่ำ

สิบห้าค่ำนี่ ยี่สิบหกวันเป็นวันของคนท่านแบ่งให้

พระท่านเอาสี่วัน ในระยะเดือนหนึ่งนั้นให้พยายามพากัน

เข้าวัดพัก ให้พากันมีศีลบริสุทธิ์ให้ดีในสี่วันนี้

สามสิบวันให้ท่านสี่วัน เราเอายี่สิบหกวัน ขนาดนี้ก็ยังไม่พอ

ก็ยังมาขโมยเอาวันพระไปใช้อีก

สี่วันนี้ให้หยุดทำบาปถ้าให้มากกว่านี้ก็จะไม่เอากัน แต่บรรดาชาวบ้านเราทั้งหลายก็คงทำบาปบ้าง

เป็นธรรมดาก็เห็นใจเหมือนกัน แต่ว่าท่านขอสี่วันให้หยุดทำบาปเสีย

ในเดือนหนึ่งให้หาโอกาสพัก สองเดือนก็จะได้แปดวัน

ปีหนึ่งก็จะได้หลายวันอยู่ อันนี้เรามันเอาเป็นวันคนเสียหมด แล้วทำอย่างไรเราจึงจะเจริญงอกงามไปได้

ทำอย่างไรจิตเราจึงจะผ่องใสรู้เรื่องอะไรต่างๆ ถ้าไม่ค่อยทำเอาแบ่งเอา มันก็ไม่ได้ พยายามละมันออก

พยายามตัดมันออกๆ ไม่ถึงกับว่าทำให้ดีเหมือนพระหรอก ขอแต่ว่าอย่างดีให้มีศีล ทำกายเราให้มันดี

ทำใจเราให้มันดีของสำคัญ ส่วนสำคัญที่อยู่ในมนุษย์ก็มีอยู่เท่านี้

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)

วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

INDHAMMA: พิจารณาร่างกายอันนี้ให้ชำนิชำนาญด้วยโยนิโสมนสิการ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"อุบายแห่งวิปัสสนา"

ธรรมชาติของดีทั้งหลาย ย่อมเกิดมาแต่ของไม่ดี มีอุปมาดัง ดอกบัวปทุมชาติอันสวย ๆ งาม ๆ 

ก็เกิดขึ้นมาจากโคลนตม อันเป็นของสกปรกปฏิกูล น่าเกลียด แต่ว่าดอกบัวนั้น เมื่อขึ้นพ้นโคลนตมแล้ว 

ย่อมเป็นสิ่งที่สะอาด เป็นที่ทัดทรง ของพระราชาอุปราชอำมาตย์ และเสนาบดีเป็นต้นและดอกบัวนั้น 

ก็มิได้กลับคืนไปยังโคลนตมอีกเลย 

ข้อนี้เปรียบเหมือนพระโยคาวจรเจ้า ผู้ประพฤติพากเพียรประโยคพยายาม ย่อมพิจารณาซึ่ง 

สิ่งสกปรกน่าเกลียด จิตจึงพ้นสิ่งสกปรกน่าเกลียดได้ สิ่งสกปรกน่าเกลียดนั้น ก็คือตัวเรานี้เอง

ร่างกายนี้เป็นที่ประชุมแห่งของโสโครก คือ อุจจาระ ปัสสาวะ 

(มูตร คูถ ทั้งปวง)สิ่งที่ออกจากผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น 

ก็เรียกว่าขี้ทั้งหมด เช่น ขี้หัวขี้เล็บ ขี้ฟัน ขี้ไคล เป็นต้น 

เมื่อสิ่งเหล่านี้ร่วงหล่นลงสู่อาหาร มี แกง กับ เป็นต้น

ก็รังเกียจต้องเททิ้งกินไม่ได้ และร่างกายนี้ ต้องชำระอยู่เสมอ 

จึงพอเป็นของดูได้ ถ้าหากไม่ชำระขัดสี ก็จะมีกลิ่นเหม็นสาบ 

เข้าใกล้ใครก็ไม่ได้ ของทั้งปวงมีผ้าแพร เครื่องใช้ต่าง ๆ 

เมื่ออยู่นอกกายของเรา ก็เป็นของสะอาดน่าดู 

แต่เมื่อมาถึงกายนี้แล้ว ก็เป็นของสกปรกไป 

เมื่อปล่อยไว้นาน ๆ เข้าไม่ซักฟอก ก็จะเข้าใกล้ใครไม่ได้เลย 

เพราะเหม็นสาบ ดังนี้

จึงได้ความว่าร่างกายของเรานี้เป็นเรืองมูตร เรือนคูถ เป็นอสุภะของไม่งามปฏิกูลน่าเกลียด 

เมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นปานนี้ เมื่อชีวิตหาไม่แล้ว ยิ่งจะสกปรกหาอะไรเปรียบเทียบมิได้เลย 

เพราะฉะนั้นพระโยคาวจรเจ้าทั้งหลายจึงมาพิจารณาร่างกายอันนี้ ให้ชำนิชำนาญด้วยโยนิโสมนสิการ 

ตั้งแต่ต้นมาทีเดียว คือขณะเมื่อยังเห็นไม่ทันชัดเจน ก็พิจารณาส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งกาย 

อันเป็นที่สบายแก่จริต จนกระทั่งปรากฏเป็นอุคคหนิมิต คือปรากฏส่วนแห่งร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง 

แล้วก็กำหนดส่วนนั้น ให้มากเจริญให้มาก ทำให้มาก การเจริญทำให้มากนั้น พึงทราบอย่างนี้

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

  

INDHAMMA:กินอยู่พอดี...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...  

"ใครชอบคำว่ากินดีอยู่ดี ระวังนะไปศึกษา

สอบสวนเสียดีๆ ว่ากินดีอยู่ดีนั้นมันต้องอยู่ตรงกลาง

เดี๋ยวนี้กิเลสมันไม่ยอมอยู่ตรงกลาง

มันจะปีนขึ้นไปเรื่อย ไปหาที่ที่เกินอยู่เรื่อยไป

ฉะนั้นเปลี่ยนคำใหม่ เปลี่ยนคำใหม่เสียดีกว่า

ให้เป็นคำว่ากินอยู่พอดี

กินอยู่พอดี ท่านทั้งหลายจงถือหลักให้ถูกต้องว่า

กินอยู่พอดี อย่าใช้คำว่ากินดีอยู่ดี กิเลสมันจะได้โอกาส

และมันก็จะกินไม่มีขอบเขต ดี ดี ดี ดี เรื่อยไป

อย่าไปบูชากินดีอยู่ดี จะตกนรกไม่ทันรู้..."

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: 4 วิธี ฝึกปฏิบัติให้เป็น "นายเทคโนโลยี"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การที่คนสมัยนี้เข้าถึงธรรมะได้ยากขึ้น ทำให้เขาโหยหาธรรมะมากกว่าเดิม เพราะชีวิตเครียดมากขึ้น 

สมัยนี้เรามีความพรั่งพร้อมทางวัตถุ ได้เสพได้บริโภคเต็มที่ ก็เลยรู้สึกอิ่มตัวเร็ว 

สมัยก่อนวัตถุสิ่งเสพไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนอย่างตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอิ่มตัวเหมือนคนสมัยนี้ พออิ่มตัวเร็ว 

ก็เลยรู้สึกว่าวัตถุไม่ใช่คำตอบ ไม่ได้ให้ความสุขอย่างแท้จริง เกิดความเบื่อหน่าย 

จึงหันไปแสวงหาสิ่งอื่นที่เชื่อว่าจะทำให้มีความสุขมากกว่านี้ 

ในภาวะนี้ เราจะตกอยู่บนทางแพร่ง

ทางหนึ่งก็คิดว่าเราต้องมีเงินให้มากกว่านี้ มีวัตถุให้มากกว่านี้ เราถึงจะมีความสุข 

เหมือนคนติดยาเสพติด ต้องใช้ยามากขึ้น หรือยาแรงขึ้น ถึงจะเพลิดเพลินเหมือนเก่า 

เหมือนนักการเมือง เสพติดในอำนาจก็ต้องแสวงหาอำนาจมากขึ้น 

หรือตำแหน่งสูงขึ้น คนที่ติดเทคโนโลยีก็เช่นกัน พอมีแล้วก็ยังไม่พอใจ 

อยากได้สินค้ารุ่นใหม่ขึ้น แพงขึ้น ดีขึ้น

อีกทางหนึ่ง คือการหันหลังให้กับสิ่งเหล่านั้น แล้วมาหาธรรมะ 

เหมือนกับชาวตะวันตกที่มีความเจริญทางวัตถุสูงมาก 

เสพสุขกันเต็มที่ทั้ง ตา หู จมูก สิ้น กาย แล้วก็รู้สึกอิ่มตัว 

เบื่อหน่ายวัตถุ จึงหันเข้าหาธรรมะ 

ในอเมริกา ยุโรป คนจึงสนใจพุทธศาสนา

หรือทำสมาธิภาวนามากขึ้น 

ถึงแม้จะไม่ได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมหรือเจริญสติ

ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ที่ถูกรายล้อมไปด้วยเทคโนโลยี 

เราก็สามารถมีชีวิตสงบเย็นได้ โดยใช้หลักการดังต่อไปนี้ 

1. ความพอดีและความสันโดษ คือใช้เทคโนโลยีหรือเสพวัตถุแต่พอดี ทั้งในแง่เวลาและปริมาณ 

คือถ้าเราใช้เทคโนโลยีแต่พอดี เราก็มีเวลามากขึ้นในการทำสิ่งอื่นที่มีความสำคัญ 

ดังนั้นจึงควรกำหนดเวลาให้ตัวเอง ว่าวันหนึ่งจะใช้เวลากับเฟซบุคนานเท่าไร เล่นเกมนานเท่าไร 

จะแชทนานเท่าไร ดูทีวีนานเท่าไร ถ้าไม่กำหนด ไม่มีวินัย ความพอดีก็เกิดขึ้นได้ยาก 

 2. มีสติ สติช่วยให้เราไม่หลงเพลินกับการเสพเทคโนโลยี รู้จักหยุดเมื่อถึงเวลา 

ถ้าไม่มีสติ ก็จะหลงจนเพลิน จนเสียงานเสียการ บางคนดูละครเกาหลีตั้งแต่หัวค่ำยันสว่าง 

แล้วก็มาบ่นว่าทำอย่างไรดี ติดละครเกาหลีจนไม่มีเวลาทำงาน 

 3. ต้องรู้คุณและรู้โทษ ของทุกสิ่งมีทั้งคุณและโทษ ใช้ให้มันเป็นคุณมากกว่าโทษ 

 4. แยกแยะระหว่างคุณค่าแท้กับคุณค่าเทียม ใช้หรือบริโภคสิ่งต่าง ๆ โดยมุ่งคุณค่าแท้มากกว่าคุณค่าเทียม 


ถ้าทำเช่นนี้ได้ เราจะเป็นนายเทคโนโลยี ไม่ใช่ปล่อยให้เทคโนโลยีมาเป็นนายเรา 

เราจะมีเวลาว่างมากขึ้น รวมทั้งมีเวลาสำหรับการศึกษาหาความรู้ ดูแลครอบครัว อ่านหนังสือ 

พัฒนาตัวเอง ออกกำลังกาย และถ้ามีเวลาเหลืออีกก็ออกไปช่วยเหลือผู้อื่น บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม 

พระไพศาล วิสาโล

Visalo.org

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA:ธรรมเจริญ ณ ที่ใด กิเลสย่อมเสื่อมและดับสูญไป ณ ที่นั้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ไม่มีที่อื่นเป็นที่เกิดและดับของกิเลสทั้งมวล 

โปรดทราบอย่างถึงใจว่า 

ธรรมเจริญ ณ ที่ใด 

กิเลสย่อมเสื่อมและดับสูญไป ณ ที่นั้น 

คำว่า “ที่ใด” นั้นปฏิบัติทั้งหลายพึงทราบว่า 

คือที่ใจดวงเดียวนี่เท่านั้น 

ฉะนั้น จงพากันห้ำหั่นฟันฝ่าฆ่ากิเลส

ด้วยความกล้าหาญในสมรภูมิ คือ ใจ 

โดยอาศัยสถานที่เหมาะสมเป็นเครื่องหนุนกำลัง 

เพื่อชัยชนะเอาตัวรอดเป็นยอดคนด้วยประโยชน์แห่งความเพียรของตน 

อย่าหันเหเรรวนว่ากิเลสกองทุกข์จะมีอยู่ที่อื่นใด นอกจากมีอยู่ในใจดวงเดียวเท่านั้น 

หลวงปู่ขาว อนาลโย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:“สร้างสรณะทางใจ”

 พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเรามีเวลาว่างพอ  เราก็ควรจะเอาเวลาว่างนั้น

มาสร้างสรณะ สร้างที่พึ่งทางใจดีกว่า คือสร้างความสงบ 

สร้างความสุขทางใจดีกว่า

เอาเวลานั้นไปสร้างความสุขทางร่างกาย 

สร้างความสุขจากการทำตามความอยากต่างๆ 

เพราะเป็นความสุขเพียงเล็กน้อย 

แล้วก็มีความทุกข์แถมมามากกว่าหลายเท่าด้วยกัน 

นี่คือสิ่งที่เราควรที่จะพิจารณาอยู่เรื่อยๆ 

เวลาที่เรากำลังทำอะไรกันอยู่ขอให้เราถามว่า 

เรากำลังทำเพื่อให้เกิดความสุขทางใจ 

หรือว่าเรากำลังทำเพื่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ 

ถ้าเป็นการทำเพื่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ เราก็ควรจะหยุดเสีย ก็คือถ้าเราทำตามความอยากทางตา 

หู จมูก ลิ้น กาย ทางรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทางลาภ ยศ สรรเสริญนี้ 

เป็นการกระทำเพื่อความอยาก ไม่ได้ทำเพื่อจิตใจ ไม่ได้ทำให้จิตใจสงบ 

การกระทำที่จะทำให้จิตใจสงบนี้ ต้องเกิดจากการทำทาน เกิดจากการรักษาศีล 

เกิดจากการภาวนา เกิดจากการเจริญสติ เกิดจากการนั่งสมาธิ 

เกิดจากการพิจารณาทางปัญญาเพื่อระงับดับความอยากต่างๆ. 

ธรรมะบนเขา กัณฑ์ที่ ๑๓ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 

“สร้างสรณะทางใจ” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

ควบคุมความคิด  

INDHAMMA:คุณสมบัติ ๗ ประการของผู้มีปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในวาระหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงแสดงคุณสมบัติ ๗ ประการของผู้มีปัญญา ดังนี้

๑. ธัมมัญญุตา รู้จักเหตุ รู้หลักการแห่งเหตุผล 

รู้จักวิเคราะห์เหตุและปัจจัยที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จตามมุ่งหมาย 

๒. อัตถัญญุตา รู้จักผล รู้จักอรรถ รู้ความหมาย รู้วัตถุประสงค์ 

รู้เป้าหมาย และรู้จักผลที่สืบเนื่องจากการกระทำ 

 ๓. อัตตัญญุตา รู้จักตน รู้สถานภาพและหน้าที่ 

รู้กำลังความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบัน รู้ข้อดีข้อด้อยของตน 

๔. มัตตัญญุตา รู้จักประมาณ รู้จักความพอดีทั้งในด้านการกระทำ

ทางกายวาจา ในการบริโภคและใช้จ่าย

๕. กาลัญญุตา รู้จักกาล รู้กาละเทศะและพูดหรือทำอะไร 

ให้สอดคล้องกับกาละเทศะนั้น ตรงต่อเวลานัดหมาย

และกำหนดเสร็จงาน 

๖. ปริสัญญุตา รู้จักชุมชน รู้จักกลุ่มบุคคล 

รู้จักที่ประชุมและรู้จักชุมชน รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

ให้เหมาะสม 

๗. ปุคคลปโรปรัญญุตา รู้จักบุคคล รู้อัธยาศัย ความสามารถ

คุณธรรมและข้อบกพร่องของแต่ละบุคคล 

รู้ว่าควรจะคบหาสมาคมกับใคร

และรู้วิธีปฏิบัติต่อบุคคลนั้นๆ อย่างดีที่สุด

ธรรมะคำสอน 

โดย พระอาจารย์ชยสาโร 

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA:ตั้งใจฟังไว้ก่อน ...(พระสอนไว้)

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 เราผู้ฟังธรรมก็ฟังธรรมไปเถิด

ธรรมนั้นจะเป็นของชอบใจเราหรือไม่ชอบใจ

เราก็ควรฟัง

คนที่ฟังธรรมอย่างนี้ได้ประโยชน์เพราะว่า

ความจริงที่พระท่านเทศน์ให้ฟัง

หรือครูบาอาจารย์ท่านสอนให้ฟังนั้น เราจะเชื่อก็ไม่ได้

ไม่เชื่อก็ไม่ได้ เราต้องอยู่ที่ครึ่งๆ กลางๆ นี้

ไม่ได้ประมาทว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ เราก็ฟังของเราไป

แล้วเอาไปพิจารณาให้มันเกิดเหตุผล

ในทางที่ชอบขึ้นมา

พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ในวัดคือสนามซ้อม...นอกวัดคือสนามจริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การฝึกจิตใจให้เกิดปัญญาและเข้าใจ 

ความจริงของชีวิตและโลกนั้น ต้องอาศัยการฝึกฝน 

ทำให้เราต้องมาเจริญสติ มาทำกรรมฐาน 

ไม่ได้ทำกรรมฐานเพื่อให้ใจเกิดความสงบชั่วคราวเท่านั้น 

เพราะความสงบเวลาอยู่ในวัด เป็นเพียงความสงบชั่วคราว

ที่ต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมมาช่วย 

หลายคนสงบใจได้เวลาอยู่วัด เพราะไม่มีใครมาวุ่นวายกับเรา 

ไม่มีงานการรัดตัวรัดใจให้ยุ่งเหยิง แต่ความจริงก็คือ 

เราไม่สามารถอยู่วัดได้จนตลอดชีวิต

ดังนั้น เราจะพึ่งความสงบจากสิ่งแวดล้อมไม่ได้ เพราะมันเป็นเพียงความสงบชั่วคราว 

 เราต้องอาศัยความสงบที่เกิดจากภายใน คือ จากใจเราเอง ซึ่งต้องมีธรรมะเป็นเครื่องรักษา 

 ธรรมที่มีอุปการะมาก คือ สติและสัมปชัญญะ 

 ถ้าเรามีสติและสัมปชัญญะ คือ ความระลึกได้และรู้ตัว แม้มีเรื่องกระทบเข้ามาถึงตัว 

มันก็ไม่กระเทือนถึงใจ การเก็บตัวหรือปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไรนั้น 

เป็นเรื่องที่ ทำได้ยากหรือให้ผลได้แค่ชั่วคราว...เปรียบเหมือน เอาหินมาทับหญ้า 

หญ้าไม่งอกก็จริง แต่พอยกหินออก หญ้าก็งอก เป็นเรื่องที่ ทำได้ยากหรือให้ผลได้แค่ชั่วคราว...

เปรียบเหมือน เอาหินมาทับหญ้า หญ้าไม่งอกก็จริง แต่พอยกหินออก หญ้าก็งอก 

 การปฏิบัตินอกวัดเป็นเรื่องสำคัญ 

การปฏิบัติในวัดเปรียบเหมือนการฝึกซ้อม แต่นอกวัดคือ การลงสนามจริง คือ 

โลกภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามใจของเรา เต็มไปด้วยความวุ่นวายยุ่งเหยิง 

มีทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ บางคนกลัวการลงสนามก็เลยเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในกุฏิ 

พยายามหลีกเลี่ยงงานการ คิดว่า การทำงานเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรม จะทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน 

หรือทำให้มีเวลาปฏิบัติน้อยลง อันนี้เป็นการเข้าใจผิด การทำงานคือการปฏิบัติธรรมอีกแบบหนึ่ง 

ที่ต้องอาศัยความระแวด ระวังมากขึ้น และเป็นการนำธรรมะไปใช้กับชีวิตจริง 

เช่น เราเรียนหนังสืออยู่ในห้อง แต่ไม่ เอาไปใช้กับชีวิตจริงก็ไม่เกิดประโยชน์ เราท่องสูตรคูณได้ในห้อง 

แต่พอไปซื้อของ กลับใช้ เครื่องคิดเลขแทน อย่างนี้จะมีประโยชน์อะไร ตอนเรียนในห้องเรียน 

บรรยากาศต้องสงบเงียบ จะได้เรียนรู้ไว แต่ในตลาดหรือบนท้องถนน เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก 

แต่คนที่คล่องสูตรคูณได้ ก็สามารถคำนวณราคาได้ไม่ยาก....." 

 พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เหตุเกิดขึ้นก็แก้ทุกข์ได้ทันท่วงที ชนะด้วยปัญญาของเรา

 พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ทำกรรมฐานให้ทำเหมือนระฆัง

ระฆังเอามันมาตั้งมันก็เฉย ดูเหมือนเสียงมันไม่มีนะ

สงบเสียง เมื่อเหตุเกิดมากระทบขึ้น เสียงก็เกิดขึ้นมา

ถ้าเอาตั้งไว้เฉยๆมันไม่มีเสียง นักปฏิบัติก็เหมือนกัน

ต้องเป็นคนมักน้อยอย่างนั้น มื่อมีปัญหาเกิดขึ้น

เหตุเกิดขึ้นก็แก้ทุกข์ได้ทันท่วงที ชนะด้วยปัญญาของเรา

ถ้าระฆังอยู่ธรรมดาก็เฉยอย่างนี้เหมือนไม่มีเสียง

ให้ทำอย่างนี้เมื่อถูกปัญหา เมื่ออะไรมากระทบ

ตา หู จมูก ลิ้น เดี๋ยวก็มีเสียงระฆังขึ้นมา มีปัญญา

ปุ๊ปขึ้นมาเหมือนกัน มื่อแก้ปัญหาแล้วก็หยุดตัวไป

เหมือนระฆัง เมื่อหยุดตีแล้วก็หมดเสียง ตั้งไว้เฉยๆ

หลวงปู่ชา สุภัทโท 

จากหนังสือ ความผิดในความถูก 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ปฏิบัติธรรม...ปฏิบัติจริงๆ...ปฏิบัติอย่างสบาย...สบาย...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การปฏิบัตินี้ เราต้องเรียนด้วยตัวของเราเอง

เราต้องสอนตัวเราเอง

เราต้องเห็นด้วยตัวของเราเอง

เราต้องรู้ด้วยตัวของเราเอง

เราต้องเข้าใจด้วยตัวของเราเอง

เราต้องทำด้วยตัวของเราเอง

ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องสนใจในบุคคลอื่น

เพียงปฏิบัติการเคลื่อนไหวนี้ให้มาก ทำเฉยๆไม่รีบร้อน

ไม่ลังเลสงสัยไม่คาดคิดล่วงหน้า

และทำโดยไม่คาดหวังผล

 

ให้ง่ายๆและเพียงแต่เคลื่อนไหว เคลื่อนไหวทีละครั้งและรู้

เมื่อเธอไม่รู้ ปล่อยมันไป เมื่อเธอรู้ ปล่อยมันไป

บางครั้งเธอรู้ บางครั้งเธอไม่รู้ มันเป็นเช่นนั้น

แต่ให้รู้ เมื่อร่างกายเคลื่อนไหว

รู้มัน เมื่อจิตใจเคลื่อนไหว รู้มัน

การปฏิบัตินี้เป็นการปฏิบัติตลอด24 ชั่วโมง

ดังนั้นให้ผ่อนคลายและให้เป็นธรรมชาติ

เป็นปกติธรรมดา จงตั้งใจปฏิบัติจริงๆ

และปฏิบัติอย่างสบายๆ ถ้าเธอปฏิบัติอย่างถูกต้อง

 

การปฏิบัติอย่างนานที่สุดไม่เกิน 3 ปี อย่างกลาง 1 ปี และอย่างเร็วที่สุด 1วัน ถึง 90 วัน

เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงผลของการปฏิบัตินี้ ความทุกข์ ไม่มีจริงๆ

หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:5 นาที ฟังเสียงเรียกของการกลับคืนมาของสติ..และปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

5 นาที ฟังเสียงเรียกของการกลับคืนมาของสติ..และปัญญา

This 5 minute mindfulness bell meditation is wonderful for whenever you want to clear your mind,

relax and then get on with your day.


เสียงระฆัง เป็นดั่งเสียงแห่งพระพุทธองค์

เรียกเรากลับมามีสติ ดึงใจกลับสู่กายของเรา

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงระฆัง ทุกคนจะหยุดพูดคุยกัน

หยุดการเคลื่อนไหว และหยุดทุกสิ่งที่เรากำลังทำ

รวมทั้งความคิดในหัวสมอง และกลับมาตามลมหายใจ

เข้า-ออก ผ่อนคลายร่างกาย

ฟังสิ ฟังสิ เสียงระฆังอันประเสริฐ

นำฉันกลับมาสู่บ้านที่แท้จริง

หลวงปู่ ติช นัท ฮันห์

(Thich Nhat Hanh)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: การส่งสัญญาณแห่งการตื่น

 พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ทุกๆวันเณรน้อยจะมาเคาะระฆัง เณรน้อยเคาะระฆังทุกวัน ระฆังส่งเสียงดังกังวานไปไกล แต่แล้ววันหนึ่ง

ระฆังเกิดเบื่อขึ้นมา จึงบอกให้เณรน้อยหยุดเคาะระฆัง เมื่อเณรน้อยหยุดระฆัง ก็ไม่เกิดเสียงดังกังวาน...

ไก่ที่เคยขันขับขานก็เงียบหงอย ผู้คนที่เคยเบิกบานก็เงียบเหงา ดอกไม้ที่เคยแบ่งบานก็เหี่ยวเฉา

ระฆังเองก็เศร้าสร้อยจนตัวเองรู้สึกได้ จึงขอให้เณรน้อยกลับมาเคาะระฆัง ทุกสิ่งที่เคยเงียบเหงา

ก็กลับเบิกบานอีกครั้ง

ความหมายของการเคาะระฆังคือ การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

แม้ดูเหมือนว่าหน้าที่ที่ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เกี่ยวข้องส่งผลกับใครหรือสิ่งใด

แต่ในความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น

เช่นเดียวกับระฆังใบน้อยนี้

เราต้องตระหนักรู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

ของการเคาะระฆังก่อนว่า ทำไปเพื่ออะไร 

วัตถุประสงค์ของการเคาะระฆังที่แท้จริงคือ

การส่งสัญญาณแห่งการตื่น 

ระฆังเป็นสัญญาณเตือนแห่งการเจริญสติ 

เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เราต้องกลับมาเจริญสติ 

อย่างน้อยคือกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ตามดูตามรู้ลมหายใจ 

เราก็กลายเป็นคนที่มีสติ 


พระเมธีวชิโรดม

หนังสือระฆังเบิกบาน

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:บังคับบัญชาให้ปัญญาทำงาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงสั่งสอนไว้ 

พูดถึงเรื่องปัญญา 

ปัญญามีหลายขั้นหลายตอนมีหลายภูมิ ปัญญาขั้นหยาบๆ 

เราต้องได้ใช้ความพินิจพิจารณาบังคับบัญชาให้ปัญญาทำงาน 

เพราะปัญญายังไม่เห็นคุณค่าแห่งงานของตน 

จึงต้องได้ใช้การบังคับบัญชาให้พิจารณา 

จนกระทั่งปัญญานี้ได้เข้าใจตามที่สติบังคับตามที่ตนบังคับนั้นแล้ว 

ปัญญาก็จะมีความขยันหมั่นเพียรมีแก่ใจไปเอง

เมื่อปัญญาได้ทราบโดยลำดับ 

ปัญญาจะมีความขยันหมั่นเพียร มีความอุตส่าห์พยายาม 

มีความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่เป็นจริงทั้งหลาย ซึ่งยิ่งไปกว่านี้ ละเอียดไปกว่านี้โดยลำดับลำดา 

สุดท้ายก็กลายเป็นภาวนามยปัญญาขึ้นมา คำว่าปัญญานั้นท่านอธิบายไว้ ๓ ตอนว่าเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง

๑.สุตมยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นจากการได้ยินได้ฟัง

และเกิดขึ้นจากจินตามยปัญญาคือการใคร่ครวญพินิจพิจารณา 

ใครที่ชอบใคร่ครวญผู้นั้นมักจะเกิดปัญญา นี่เป็นข้อที่ ๒ 

ข้อที่ ๓ คือภาวนามยปัญญา นี้ไม่ขึ้นอยู่กับอันใดทั้งสิ้น 

แม้แต่สุตมยปัญญาและจินตามยปัญญาก็ไหลรวมเข้าสู่ภาวนามยปัญญาแห่งเดียว 

เมื่อภาวนามยปัญญาได้เริ่มไหวตัว 

คือเริ่มคิดค้นพินิจพิจารณาในสภาวธรรมทั้งหลายทั้งภายนอกภายใน ไม่มีขอบเขต 

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) 

จากธรรมเทศนา “ธรรมไม่ลำเอียง”

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ณ กรมประชาสัมพันธ์ กทม.

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว คือแรงบีบคั้น ให้ตัดสินใจสะสมแต้มบวกหรือสะสมแต้มลบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

วิทยาศาสตร์ระดับ DNA เริ่มเห็นมากขึ้นเรื่อยๆว่า พวกเราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่า

จะเกิดมามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร มีแนวโน้มจะเกิดอุบัติเหตุถี่บ่อยแค่ไหน 

และกระทั่งมีสิทธิ์ตายดีหรือตายร้าย ด้วยโรคมะเร็งหรือโรคชราเมื่ออายุเท่าไร 

กรรมเก่ามีหน้าที่ ‘วางแผนไว้หมด’ ว่า ชาติถัดมา คุณจะต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้าง

สิ่งทีเรากำลังประสบ เหมาะสมแล้วกับ ‘กรรมที่ผ่านมา’ 

สิ่งที่เรากำลังพบ เหมาะสมแล้วกับ ‘กรรมที่กำลังทำ’ 

 กรรมเก่า บังคับให้เกิดอะไรขึ้นกับคุณก็ได้ 

กรรมใหม่ คือการโต้ตอบกับ ‘ผลของกรรมเก่า’ 

 #ยิ่งถูกบีบคั้นมากขึ้นเท่าใด 

#ใจจะยิ่งคิดถึงทางออกที่ถูกต้องน้อยลงเท่านั้น 

 เมื่อขึ้นต้นชีวิต ทุกคนก็เจอสิ่งบีบคั้นให้ต้องเอาตัวรอดกันแล้ว 

ทุกคนต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อความอยู่รอด 

และการอยู่รอดด้วยวิธีทำชั่วนั้นง่าย ส่วนการอยู่รอดด้วยการทำดีนั้นยาก 

เมื่อเสวยทุกข์จากกรรมชั่ว ก็ย่อมบีบคั้นให้อยากเป็นสุขขึ้นกว่าเดิม 

เมื่อเสวยสุขจากกรรมดี ก็ย่อมติดใจและอยากรักษาระดับความสุขให้ยั่งยืน 

แต่ละชาติจะมีเหตุการณ์น่าเจ็บใจ 

ที่กัดลึกเกินถ่ายถอน บีบคั้นให้ทำร้ายหรือกระทั่งทำลายเผ่าพันธุ์ศัตรู

 จนกว่าจะล้มหายตายจากไปจนสิ้น ยิ่งถูกบีบคั้นมากขึ้นเท่าใด 

ใจจะยิ่งคิดถึงทางออกที่ถูกต้องน้อยลงเท่านั้น 

ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว คือแรงบีบคั้น ให้ตัดสินใจสะสมแต้มบวกหรือสะสมแต้มลบ .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

#เลือกตอบโต้กับกรรมเก่าด้วยบุญหรือบาป คือกรรมใหม่ 

ในกรณีที่ ‘เลือกได้’ ซึ่งเกินกว่าครึ่ง มันมีการตัดสินใจว่า คุณจะเลือกเอา ‘บุญหรือบาป’ ไปโต้ตอบ 

มันขึ้นอยู่กับสิทธิ์ในการเลือกของคุณ 

ร้อยเรียงจากหลากบทความของคุณดังตฤณ


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม




INDHAMMA: นิพพานให้เปล่า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ที่เขานิมนต์พระไปสวดเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้านน่ะ ที่เรียกว่าเจริญพระพุทธมนต์เย็นตามบ้านน่ะ 

มีอยู่บ่อยๆ ทุกบ้าน พระไปสวดในคำสวดของพระนั้นจะมีอยู่ประโยคหนึ่งนี้ด้วยเสมอว่า 

ปฏิบัติอย่างนี้ได้รับพระนิพพานมาบริโภคอยู่เปล่าๆ คือท่านบอกว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า 

นิพพานน่ะให้เปล่า... ทุกคราวที่พระไปเจริญพระพุทธมนต์เย็น ทุกคราวจะบอกประโยคนี้ 

แค่คนผู้ฟังฟังไม่ถูก ถ้าฟังถูกก็จะเอามาคิดว่า ทำไมจึงว่า นิพพานให้เปล่า?

ก็เพราะว่าเป็นความสุขความพอใจ 

ที่เกิดขึ้นเมื่อทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง 

เป็นความเย็นใจอาบรดอยู่ในจิตใจ ให้จิตใจมันเย็นเป็นนิพพาน 

นี้เรียกว่าให้เปล่าไม่ต้องเสียเงินเลย ไม่ต้องลงทุนทำบุญเป็นเงิน

เป็นทองก็ได้ แต่ถ้าปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ก็จะได้นิพพานมาบริโภค

อยู่เปล่าๆ เหมือนกัน เป็นคำพูดที่ควรจะจำกันไว้สั้นๆ ว่า

ความสุขแท้จริงจะต้องได้เปล่าๆ 

ความสุขที่หลอกลวงจะต้องเสียเงิน จนเงินไม่พอใช้ 

นี่เรียกว่าผลของการทำงานอย่างถูกต้อง อย่างสนุกสนาน 

เมื่อเรารู้จัดสิ่งที่เรียกว่า หน้าที่การงาน หรือธรรมะ แล้วประพฤติปฎิบัติอยู่อย่างถูกต้องสนุกสนาน 

ก็เกิดผลอย่างนี้ คือได้ความสุขที่แท้จริงมาบริโภคอยู่ โดยไม่ต้องใช้เงินอะไรอีก 

สรุปความว่า เราต้องรู้ว่า การงานคืออะไร หน้าที่ของสิ่งมีชีวิตนั้นคืออะไร ธรรมะคืออะไร 

แล้วความพอใจคืออะไร ความสุขคืออะไร

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ธรรมกับจิตกลายเป็นอันเดียว

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อพิจารณาทางด้านปัญญา 

จะพิจารณาเรื่องอสุภะอสุภังในร่างกายของเรานี้ซึ่งเต็มไปด้วย

ของปฏิกูลโสโครก ย่อมเห็นอย่างชัดเจน

ตามความเป็นจริงนั้นหาที่ค้านไม่ได้ 

จะพิจารณาเรื่อง อนิจฺจํ ก็แปรอยู่ตลอดเวลา 

ทุกฺขํ ก็บีบบังคับอยู่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ 

อนตฺตา ก็หาสาระอันใดว่าเป็นตนของตน เป็นที่ไว้วางใจไม่ได้ 

สติปัญญาเมื่อหยั่งเข้าพิจารณาหลายครั้งหลายคนย่อมรู้แจ้งแทงทะลุไปโดยลำดับ 

แล้วเปิดเผยตัวเองออกเป็นระยะๆ จากนั้นก็สว่างกระจ่างแจ้งขึ้นมา ภายในขันธ์รู้รอบขอบชิดไปหมด 

ไม่ว่าขันธ์นอกขันธ์ใน ไม่ว่าสภาวธรรมอันใด ถ้าลงสติปัญญาได้หยั่งไปถึงไหนแล้ว 

ความสว่างกระจ่างแจ้งย่อมถนัดชัดเจนขึ้นมาโดยลำดับ นั่นแลเป็นบ่อแห่งความถอดถอนกิเลส 

หรือเป็นบ่อแห่งความคลายตัวของจิต ที่เคยยึดมั่นถือมั่นด้วยอำนาจของกิเลสที่ท่านเรียกว่าอุปาทาน 

นี่หลักของการภาวนาได้แนะนำให้พี่น้องทั้งหลายนำไปประพฤติปฏิบัติ 

ถ้าอยากจะเห็นความแปลกประหลาดและอัศจรรย์ของจิตกับธรรม

ที่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันระหว่างจิตกับธรรม จนกระทั่งถึงธรรมกับจิตกลายเป็นอันเดียว 

จะไม่พ้นจากงานจิตตภาวนาอันเป็นเรื่องสำคัญนี้ไปได้เลย 

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) 

จากธรรมเทศนา “ธรรมไม่ลำเอียง” 

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ณ กรมประชาสัมพันธ์ กทม.

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: จะสร้างปัญหาขึ้นมาทับถม หรือจะก้าวออกไปจากปัญหา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ชีวิตมันเปลี่ยนกันได้ ถ้าเราเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาซับซ้อน 

 ด้วยการมองปัญหาให้เป็น 

 มนุษย์จำนวนมากที่เจอปัญหาซับซ้อนแล้ว 

 เดินเข้าหาเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด 

 จะยิ่งสร้างปัญหาขึ้นมาทับถมตัวเอง 

 เพราะฉะนั้นลองถามตัวเองว่า 

 จะสร้างปัญหาขึ้นมาทับถม หรือจะก้าวออกไปจากปัญหา 

 ปัญหาที่แสนซับซ้อนอยู่ที่ใด ปัญญาที่แสนคมคายก็อยู่ที่นั่น

นอกจากปัญหาจะเป็นบทเรียนที่สร้างปัญญาได้อย่างวิเศษแล้ว 

ปัญหายังเป็นแบบฝึกหัดที่ช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต เพียงแต่เราอย่าหลบตาให้ความทุกข์ 

ต้องลืมตาให้ความทุกข์ แล้วเรียนรู้จากความทุกข์นั้นจนเกิดทักษะในการดำเนินชีวิต 

ที่นี่ก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA: เริ่มสู้ด้วยการจำกัดเวลาดูมือถือ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"วันนี้ไปเริ่มสู้ด้วยการจำกัดเวลาดูมือถือ 

ดูวันละครึ่งชั่วโมงพอ สู้ไหม ใครจะสู้ตัวนี้ยกมือ 

เอาจริงๆ อย่ามาหลอกกัน เสียสัจจะไม่ดี 

(เอ้า! มือหดไปหมดเลย)

ทำให้ได้ คือดูเท่าที่จำเป็น 

ถ้าเราหากินด้วยใช้มือถือหากิน 

ไลฟ์ขายของอะไรอย่างนี้ ไม่ว่ากันอย่างนั้น 

เป็นเรื่องทำมาหากิน 

แต่อยู่ๆ เที่ยวดูเพลินๆ ไปวันๆ หมดเวลา เสียเวลา ถ้าแค่นี้ฝ่าด่านนี้ไม่ได้ อย่าไปพูดถึงนิพพานเลย 

มือถือยังวางไม่ได้เลย แล้วจะไปวางขันธ์ได้อย่างไร" 

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

วัดสวนสันติธรรม 10 มกราคม 2569 

รับฟังเพิ่มเติได้ที่

https://www.youtube.com/live/k6VuLeMWFLw...

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


Select your language