แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA: การพิจารณาร่างกาย ต้องพิจารณาบ่อยๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระพุทธองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

ร่างกายเรานี้มี ๓๒ อาการ 

มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็นกระดูก 

และไม่เฉพาะร่างกายของเรา 

ร่างกายของคนทุกคนก็เหมือนกัน ถ้าเรานึกถึงอาการ ๓๒ นี้

มันจะทำให้เราตัดความหลงใหลในร่างกายของเรา 

และของคนอื่นได้ บางทีเราหลงใหล

ในความสวยงามของร่างกายเรา 

เพราะเราเห็นเพียงแต่ภายนอกเห็นแต่หนัง 

เห็นแต่ผมเท่านั้นเอง


แต่ถ้าเราเห็นว่าข้างในร่างกายเรา มีทั้งกระดูก มีทั้งลำไส้ มีทั้งหัวใจ มีทั้งตับนี้ 

เราก็บอกว่าเอ๊ะเราก็ไม่ได้สวยงามอะไรนักหนา ทำไมต้องมาบ้าเสริมความงามกับไอ้แค่ผิวหนังนี้ เท่านั้นเอง 

พอดีผิวหนังมีสิวเม็ดเดียวก็ทุกข์แล้ว แต่ไม่รู้ว่า ที่ข้างในนี้มีตับ มีไต มีลำไส้กลับไม่ทุกข์กับมันเลย 

แต่ถ้าเราดูบ่อยๆ แล้วมันจะมองว่า โอ้ย ร่างกายของมนุษย์เรานี้ไม่มีอะไรที่น่ารักเลย น่าดูเลย 

ไม่รู้จะเสียเวลาไปเสริมความงามกับมันทำไม แล้วจะไม่ไปหลงรักใคร จะไม่อยากมีใครมาเป็นแฟน 

เราจะอยู่คนเดียวได้ แล้วจะรู้ว่า ตัวร่างกายนี้ไม่มีตัวเรา 

เพราะเราสามารถที่จะเอามาแยกแยะดู ถามมันทีละชิ้นดูเลยว่า 

ผมนี้เป็นเราหรือเปล่า เวลาตัดผมไปแล้วโกนผมไปแล้วเราหายไปกับผมหรือเปล่า 

เวลาตัดเล็บไปแล้วเราหายไปกับเล็บหรือเปล่า มันไม่มีหรอก อาการ ๓๒ นี้มันก็เป็นเพียงอาการเท่านั้น 

มันไม่มีตัวเราอยู่ในอาการเหล่านั้น มันก็จะทำให้เราเกิดปัญญาขึ้นมาว่า 

อ๋อร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวเรา เราก็จะได้ไม่ไปทุกข์กับมัน ปล่อยวางมันได้ 

ตอนนี้เราคิดว่าเป็นเราหมดใช่ไหม ผมก็เป็นเราฟันก็เป็นเราใช่ไหม ผมหงอกเส้นเดียวก็ทุกข์ขึ้นมาแล้ว 

นี่คือเรื่องของการพิจารณาร่างกาย ที่ให้พิจารณาต้องพิจารณาบ่อยๆ จนไม่ลืม 

แต่ทุกครั้งที่เรามองเห็นร่างกาย เรามองเห็นอาการ ๓๒ ไหม ไม่เห็นใช่ไหม 

เห็นแค่ ๕ อาการเห็นแค่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เท่านั้นเอง ขน ผม เล็บ ฟัน หนัง ยุ่งกับไอ้ ๕ อาการนี้ 

ทำเล็บ ทำผม ทำฟัน ทำหนัง อยู่อย่างนี้ ส่วนอื่นไม่ค่อยเห็นเลย 

แล้วก็หลงใหลคลั่งไคล้ไปกับ ๕ อาการนี้กัน แต่ถ้าดูทั้ง ๓๒ อาการแล้วมันก็จะ โอ้ย 

มันก็ไม่มีอะไรน่าดูนะร่างกาย. 

สนทนาธรรมะบนเขา วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ควบคุมความคิด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

วิธีจะควบคุมความคิด 

เราก็ต้องมีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งผูกใจเอาไว้ 

อารมณ์ที่เราใช้กันส่วนใหญ่ก็คือการบริกรรมพุทโธๆ 

ถ้าเราไม่ถนัดกับการบริกรรมพุทโธ 

เราจะใช้ร่างกายเป็นอารมณ์ผูกใจไว้ก็ได้ 

เราก็ต้องเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของร่างกายตลอดเวลา 

เฝ้าดูร่างกายเป็นเหมือนนักโทษ 

ไม่ให้ห่างไม่ให้คลาดจากสายตาเราไป 

ต้องเฝ้าดูตลอดเวลา ทุกขณะทุกเวลานาที

ร่างกายอยู่ตรงไหน ใจก็ต้องเฝ้าดูอยู่ ร่างกายกำลังยืน ใจก็ต้องเฝ้าดูว่า ร่างกายกำลังยืนอยู่ 

กำลังเดินก็ต้องเฝ้าดู กำลังทำอะไรต่างๆ ก็ต้องเฝ้าดูการกระทำของร่างกาย ไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ 

ถ้าเฝ้าดูร่างกายตลอดเวลา ใจก็จะนิ่งใจก็จะว่าง เวลานั่งสมาธิก็ดูลมหายใจเข้าออก 

เฝ้าดูลมหายใจเข้าออกต่อแล้วใจก็จะเข้าสู่ความสงบเป็นสมาธิได้ 

ถ้าใช้การบริกรรมพุทโธตั้งแต่ตื่นจนหลับ ไม่ว่าเราจะทำภารกิจอะไร เราก็บริกรรมพุทโธๆ ไปอย่างเดียว 

ไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ นอกจากความคิดที่จะต้องใช้กับภารกิจการงานในขณะนั้น 

เช่น เรากำลังทำงานที่ต้องใช้ความคิด ตอนนั้นเราก็หยุดบริกรรมพุทโธไปก่อน 

เราก็ใช้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องการทำงานไป แต่ถ้าเราทำอะไรที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความคิด 

เราก็ใช้พุทโธไป เช่น เวลาเราอาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหารนี้ เราส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ความคิด 

เราก็ใช้พุทโธๆ ไป อย่าปล่อยให้ใจไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนนั้นคนนี้ สิ่งนั้นสิ่งนี้ 

ถ้าใจไม่คิดอะไรก็หยุดบริกรรมก็ได้ ถ้าใจรู้เฉยๆ รู้อยู่กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น รู้อยู่กับร่างกาย 

รู้ว่าร่างกายกำลังทำอะไรอยู่ แล้วไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ตอนนั้นไม่ต้องบริกรรมพุทโธก็ได้ 

จะเฝ้าดูร่างกายไปอย่างเดียวก็ได้ แล้วพอมีเวลาว่างก็ต้องนั่งสมาธิ ถ้าเป็นนักบวชแล้วก็จะไม่มีภารกิจ 

ไม่มีงานมาก ภารกิจก็มีเฉพาะตอนบิณฑบาต ตอนฉันแล้วก็ตอนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ 

พอเสร็จแล้วหลังจากนั้นก็จะมีเวลาว่างไว้สำหรับการเดินจงกรมนั่งสมาธิ ทำสลับกันไป 

เดินจนเมื่อย เมื่อยแล้วก็มานั่ง นั่งจนเมื่อยแล้วก็ออกไปเดินสลับกันไป 

เวลาเดินก็เจริญสติ เวลานั่งก็ทำสมาธิก็เจริญสติต่อแล้วจนจิตรวมลงเข้าสู่ความสงบเป็นสมาธิ 

เวลาจิตรวมเป็นสมาธิแล้วจิตก็จะไม่ทำอะไรความคิดต่างๆ ก็จะหายไป 

ตอนนั้นจะเป็นอุเบกขาสักแต่ว่ารู้ ใจเป็นกลางใจเฉยๆ 

ใจไม่หิวไม่อยากไม่มีความต้องการอะไรทั้งหลาย พอออกจากสมาธิมา 

ถ้าเกิดความอยากตอนนั้นก็ต้องใช้ปัญญาคอยระงับ คอยสอนใจให้หยุดความอยาก 

ไม่ให้ไปทำตามความอยาก ให้เห็นว่าสิ่งที่อยากได้นั้นเป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข เพราะว่าไม่เที่ยง 

เพราะว่าไม่ใช่อยู่ภายใต้คำสั่งของเรา เราไม่สามารถสั่งเขา ให้เขาให้ความสุขกับเราได้เสมอไป 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ถ้าต้องการจะยกระดับจิต ก็ต้องบังคับตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การปฏิบัติเพื่อยกระดับจิตนี้ ต้องบังคับถึง

จะก้าวขึ้นไปได้ ถ้าอยู่อย่างสบายๆ 

จะติดอยู่กับสภาพเดิม เคยกินอยู่อย่างไร

ก็จะกินอยู่อย่างนั้น จะไม่ได้พัฒนา เพราะไม่เจริญสติ 

นั่งสมาธิ เดินจงกรม ถ้าต้องการจะยกระดับจิต

ก็ต้องบังคับตน ถ้าเป็นฆราวาสรักษาศีล ๕ รักษาศีล ๘

บังคับตนไม่ให้กินข้าวหลังเที่ยงวัน

ไปแล้ว ไม่ให้ดูหนังฟังเพลง โทรทัศน์ไม่ต้องดู 

วิทยุไม่ต้องฟัง เอาเวลานั้นมานั่งสมาธิ เดินจงกรม 

ฟังเทศน์ฟังธรรม จิตใจจะได้เจริญเติบโต


ถ้าเป็นต้นไม้ ถ้าไม่คอยใส่ปุ๋ยรดน้ำจะโตได้อย่างไร จิตใจก็จะเป็นอยู่เหมือนเดิมถ้าไม่ได้ปฏิบัติมากขึ้น 

ต้องดูว่าตอนนี้รักษาศีลได้กี่ข้อ ปฏิบัติธรรมวันละกี่ชั่วโมง ตัดกิเลสตัดรูปเสียงกลิ่นรสได้มากขึ้น

หรือยังเหมือนเดิม ถ้ายังดูหนังฟังเพลง ยังไปเที่ยว ยังทำอะไรเหมือนเดิมอยู่ ก็จะไม่ก้าวหน้า 

ต้องตัดเรื่องบันเทิงตัดความสุขทางกามารมณ์ให้น้อยลงไป 

แล้วก็เพิ่มการปฏิบัติธรรมเพื่อความสุขสงบของใจให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเจริญสติ นั่งสมาธิ เดินจงกรม

 เจริญปัญญา ด้วยการพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าไม่บังคับตัวเราให้ปฏิบัติธรรม 

ปล่อยให้เป็นไปตามอารมณ์ ก็จะเป็นเหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ จะลอยไปตามกระแสน้ำ อยากจะนั่งก็นั่ง 

ไม่อยากจะนั่งก็ไม่นั่ง ก็จะขึ้นๆลงๆ อยู่ที่เดิม ถ้ากำหนดไว้ว่าจะนั่งสมาธิกี่ชั่วโมง เดินจงกรมกี่ชั่วโมง 

ลดเวลาดูทีวีลงไปกี่ชั่วโมง ลดการหาความสุขจากการดื่มการรับประทาน จิตใจก็จะก้าวหน้า 

ดื่มและรับประทานตามเวลา นอกเวลาจะดื่มแต่น้ำเปล่า ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีรส 

ก็จะเป็นการส่งเสริมกิเลสตัณหา เป็นนิวรณ์คือกามฉันทะ เป็นอุปสรรคต่อการทำจิตใจให้สงบ 

ต้องศึกษาให้รู้ว่าอะไรส่งเสริมให้จิตใจก้าวหน้า อะไรถ่วงไม่ให้ก้าวหน้า ถ้าไม่รู้ก็จะปฏิบัติผิดๆถูกๆ 

จะไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร หรือไม่ก้าวหน้าเลย ถ้าไม่รู้ก็ต้องศึกษาจากผู้รู้ ฟังเทศน์ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์ 

วิธีที่ท่านปฏิบัตินี้ เป็นตัวอย่างที่เราควรนำเอามาใช้ อาจจะต้องดัดแปลงบ้าง เพราะจริตไม่เหมือนกัน 

เช่นอาจจะไม่ถูกกับการอดอาหาร เวลาอดอาหารแทนที่จิตจะสงบกลับฟุ้งซ่าน 

เพราะสติไม่มีกำลังที่จะควบคุมความคิด ไม่ให้คิดถึงเรื่องอาหารได้ การอดอาหารก็จะไม่เกิดประโยชน์ 

หรืออาจจะไม่ถูกกับการถือ ๓ อิริยาบถคือเดินยืนนั่ง ไม่นอน พอไม่นอนก็จะสะลึมสะลือไม่มีกำลังปฏิบัติ 

ก็ต้องดูจริตว่าเหมาะกับอุบายใด นั่งมากหรือเดินมาก สถานที่แบบไหนถึงจะเหมาะ บางคนชอบในป่า 

บางคนชอบที่โล่ง ต้องพิจารณาความสัปปายะ ไม่เช่นนั้นแล้วจะปฏิบัติแบบลุ่มๆดอนๆ 

จะไม่ได้บรรลุผล ต้องรู้ว่าอะไรส่งเสริมเป็นสัปปายะ ต้องรู้ว่าอะไรไม่เป็นสัปปายะ 

แต่อย่าไปว่าไม่สัปปายะทุกอย่าง ไอ้นี่ก็ไม่สัปปายะ ไอ้นั้นก็ไม่สัปปายะ ถ้าจะสัปปายะก็ต้องอิ่มหมีพีมัน 

ต้องได้เที่ยวได้ดื่มได้กินตลอดเวลา ถ้าอย่างนี้ก็จะปฏิบัติธรรมไม่ได้ หวังได้อย่างมากก็แค่สวรรค์ 

ทำบุญให้ทานรักษาศีลไป ส่วนเรื่องสมาธิเรื่องปัญญานี้ให้เป็นเรื่องของคนอื่นไป 

เรายังพอใจกับการเวียนว่ายตายเกิด กับการเป็นมนุษย์เป็นเทพ 

จุลธรรมนำใจ ๒๓,กัณฑ์ที่ ๔๑๘ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA:“สร้างสรณะทางใจ”

 พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเรามีเวลาว่างพอ  เราก็ควรจะเอาเวลาว่างนั้น

มาสร้างสรณะ สร้างที่พึ่งทางใจดีกว่า คือสร้างความสงบ 

สร้างความสุขทางใจดีกว่า

เอาเวลานั้นไปสร้างความสุขทางร่างกาย 

สร้างความสุขจากการทำตามความอยากต่างๆ 

เพราะเป็นความสุขเพียงเล็กน้อย 

แล้วก็มีความทุกข์แถมมามากกว่าหลายเท่าด้วยกัน 

นี่คือสิ่งที่เราควรที่จะพิจารณาอยู่เรื่อยๆ 

เวลาที่เรากำลังทำอะไรกันอยู่ขอให้เราถามว่า 

เรากำลังทำเพื่อให้เกิดความสุขทางใจ 

หรือว่าเรากำลังทำเพื่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ 

ถ้าเป็นการทำเพื่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ เราก็ควรจะหยุดเสีย ก็คือถ้าเราทำตามความอยากทางตา 

หู จมูก ลิ้น กาย ทางรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทางลาภ ยศ สรรเสริญนี้ 

เป็นการกระทำเพื่อความอยาก ไม่ได้ทำเพื่อจิตใจ ไม่ได้ทำให้จิตใจสงบ 

การกระทำที่จะทำให้จิตใจสงบนี้ ต้องเกิดจากการทำทาน เกิดจากการรักษาศีล 

เกิดจากการภาวนา เกิดจากการเจริญสติ เกิดจากการนั่งสมาธิ 

เกิดจากการพิจารณาทางปัญญาเพื่อระงับดับความอยากต่างๆ. 

ธรรมะบนเขา กัณฑ์ที่ ๑๓ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 

“สร้างสรณะทางใจ” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

ควบคุมความคิด  

INDHAMMA:ความสุขทางใจ สั่งได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความสุขทางใจ 

สั่งได้ด้วยสติ สั่งได้ด้วยสมาธิ สั่งได้ด้วยปัญญา 

สั่งด้วยปัญญาก็คือให้เราหยุดความอยากได้ความสุข

จากสิ่งต่างๆ ทั้งหลาย พอเราหยุดอยากได้ 

ความสุขแล้วความสงบก็จะหวนกลับคืนมา 

ถ้าเราหยุดความอยากไม่ได้ 

ความสุขที่ได้จากความสงบก็จะจางหายไป 

ก็จะทำให้เราอยากเพิ่มมากขึ้น  


พออยากได้สิ่งนี้แล้ว พอได้มาแล้วก็อยากจะได้สิ่งอื่นต่อไป ถ้าเราไม่หยุดมันก็จะพาเราอยากไปเรื่อยๆ 

จนทำให้เราเกิดความเครียด เกิดความทุกข์ เกิดความฟุ้งซ่านขึ้นมา เพราะว่าเวลาอยากได้อะไรมากๆ

แล้วไม่สามารถได้ตามความอยากเวลานั้น ก็จะทุกข์มาก ก็จะเครียดมาก 

ดังนั้น เราไม่ควรปล่อยให้ใจเราไปถึงขีดนั้นจุดนั้น ควรที่คอยสกัดความอยากอยู่เรื่อยๆ 

ควรจะทำใจให้สงบอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นนักบวช 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ธรรมะนี้แหละ ที่จะทำให้คนเรา ตื่นจากความไม่ดี ไปสู่ความดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“ธรรมะนี้แหละ 

ที่จะทำให้คนเรา 

ตื่นจากความไม่ดี

ไปสู่ความดี 

ทำให้เราสุขให้เราเจริญ 

ทำให้ทุกข์น้อยลง 

ไม่มีอย่างอื่น” 

#คติธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:“ สร้างสติ “

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้านั่งสมาธิมาเป็นปีๆแล้วยังไม่เคยสงบเลย 

ก็ควรพิจารณาเรื่องสติ 

ว่ามีสติควบคุมบังคับ ให้จิตอยู่กับงานที่กำหนดให้ทำหรือไม่ 

ถ้าดูลมแล้วยังคิดเรื่องอื่นอยู่ ก็แสดงว่าสติมีกำลังไม่มากพอ 

ถ้าบริกรรมพุทโธแล้วยังไปคิดเรื่องอื่น ก็ต้องสวดมนต์ไปก่อน 

หรือฟังเทศน์ฟังธรรมไปก่อน เพื่อสร้างสติขึ้นมา 

เพราะกิเลสไม่ชอบอยู่กับสิ่งที่จำเจจะเบื่อเร็ว 

ถ้ามีอะไรให้ได้พิจารณาตาม เช่นการฟังเทศน์ ฟังธรรม

ฟังแล้วก็เกิดความสนใจขึ้นมา ก็จะเกาะติดอยู่กับการฟัง 

จะสร้างสติขึ้นมา เป็นการฝึกภาวนาแบบง่ายๆ

เวลาเริ่มต้นภาวนาจิตจะหยาบ จะฟุ้งซ่าน จะให้อยู่กับลม หรืออยู่กับพุทโธ จะอยู่ไม่ได้

 ก็ให้ฟังเทศน์ฟังธรรมไปก่อน ฟังไปจนรู้สึกเย็นสบายก็หยุดฟัง แล้วกลับมาดูลม หรือบริกรรมพุทโธๆ 

ดูว่าจะแวบไปที่อื่นหรือไม่ ถ้าสงบตัวลงแล้วจะไม่ไป จะอยู่กับพุทโธ อยู่กับลมหายใจเข้าออก 

ในที่สุดก็จะสงบได้ ถ้าไม่ฟังเทศน์ฟังธรรมจะสวดมนต์ไปก็ได้ สวดพระสูตรที่เราจำได้ จะเป็นคำแปลก็ได้ 

จะเป็นคำบาลีก็ได้ จะเป็นคำอังกฤษก็ได้ ได้ทั้งนั้น จะเป็นการกล่อมจิตให้หายฟุ้งซ่าน ให้ละเอียดลง 

ให้สงบตัวลง ถึงแม้จะไม่สงบนิ่ง แต่จะทำให้การแกว่งหรือการหมุนของจิตช้าลงเบาลงไป ก็จะอยู่กับลมได้ 

ไม่นานก็จะนิ่งจะสงบ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่สติเป็นหลัก สติเป็น ก.ไก่ ข.ไข่ ของการภาวนา ของการปฏิบัติ 

ข้ามขั้นไม่ได้ จะข้ามสติไปไม่ได้ ยกเว้นว่ามีสติแล้ว พอนั่ง ๕ นาทีก็รวมลง

นักปฏิบัติบางท่านเป็นอย่างนั้น บางท่านพุทโธๆไปไม่นานจิตก็รวมลง 

อย่างครูบาอาจารย์บางท่าน พอเริ่มนั่งก็รวมลงได้ เพราะมีสติ ได้พัฒนาสติมาอย่างต่อเนื่อง 

พอเอามาใช้กับงานภาวนาทำจิตใจให้สงบ จิตก็สงบลงทันที.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี 

จุลธรรมนำใจ ๑๘ กัณฑ์ที่ ๔๐๔ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๒

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

#จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ใช้สติปัญญาสอนใจเรา ให้ยอมรับความจริงของชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 หน้าที่ของเราก็อยู่ตรงที่การยอมรับความจริง 

ชีวิตเป็นอย่างไร ก็อยู่กับมันไป 

วิธีที่จะทำให้สบายใจขึ้น 

ก็ให้คิดถึงคนที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าเรา 

เรายังไม่ได้สูญเสียอวัยวะ ไม่ได้เสียตาเสียแขนเสียขา 

ไม่มีโรคภัยเจ็บไข้ได้ป่วย เพียงแต่ไม่เจริญก้าวหน้าเท่านั้นเอง 

ถ้าคิดอย่างนี้แล้ว ก็จะรับความจริงได้ 

นี่เป็นการเจริญมรรค คือใช้สติปัญญาสอนใจเรา 

ให้ยอมรับความจริงของชีวิต 

ตอนนี้เราเป็นอย่างไร ก็ยอมรับ ถูกกลั่นแกล้งเบียดเบียน ขัดขวางไม่ให้ได้เจริญก้าวหน้า 

ก็ยอมรับ ก็จะอยู่ได้อย่างปกติ จะไม่เดือดร้อน จะไม่ทุกข์ ไม่ต้องสร้างเวรสร้างกรรม 

ไม่ต้องสะเดาะเคราะห์ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้างนอก แต่อยู่ข้างในใจ 

เวลาเราไม่สบายใจไม่สุขใจ ก็เพราะความอยากของเรา เราอยากจะให้เป็นอย่างอื่น 

ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้ ถ้ายอมรับมัน เราก็จะอยู่กับมันได้ ความไม่สบายใจความทุกข์ทรมานใจก็จะหายไป

ไม่ต้องไปทำอะไรให้เหนื่อยยาก ถ้าอยากจะทำ ก็ให้ทำบุญจะดีกว่า ทำบุญเพื่อสร้างเหตุที่ดี 

สำหรับสิ่งที่ดีที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า เพราะวิบากกรรมที่เรากำลังรับอยู่นี้มันก็ไม่เที่ยง 

เดี๋ยวมันก็หมด เมื่อมันหมดแล้ว ถ้าเราสร้างเหตุที่ดีไว้รอรับ ผลของเหตุที่ดีที่เราสร้างไว้ก็จะรอเราอยู่ 

ถ้าไม่สร้างไว้ก็จะไม่มีอะไรรอเราอยู่ เราก็จะเป็นเหมือนเดิม เราเป็นอย่างไร ก็จะเป็นอย่างนั้นต่อไป 

นี่คือการเห็นธรรม ต้องเห็นในใจเรานี้ เห็นอริยสัจ ๔ เห็นทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค ว่าอยู่ภายในใจของเรา 

ถ้าเห็นอย่างนี้แล้ว จะไม่ต้องไปทำพิธีกรรมต่างๆให้เสียเวลา ทำใจเท่านั้นเอง 

ถ้ารู้จักทำใจแล้วก็จะหมดปัญหา ต่อให้เกิดปัญหามากน้อยเพียงไร จะทำใจได้เสมอ 

จะคิดว่าดีแล้วที่ไม่เลวกว่านี้ ถ้าเขาไม่ชอบเรา ก็คิดว่าเขายังไม่ด่าเรา ถ้าเขาด่าเรา ก็คิดว่าเขายังไม่ตีเรา 

ถ้าเขาตีเรา ก็คิดว่าเขายังไม่ฆ่าเรา คิดอย่างนี้แล้วก็จะสบายใจ จะดับทุกข์ภายในใจได้ 

ไม่ต้องไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์กรรมต่างๆ นี่คือการมีดวงตาเห็นธรรม จะเห็นอย่างนี้ 

เมื่อเห็นแล้วก็จะไม่สงสัยในเรื่องของกฎแห่งกรรม จะตั้งมั่นอยู่ในการทำแต่ความดีอย่างเดียว 

ถึงแม้จะตกทุกข์ได้ยากขนาดไหน ก็จะไม่ทำผิดศีลผิดธรรม เพื่อจะยกฐานะของตนให้ดีขึ้น 

ถ้ามีคนมาเสนอให้เราได้เงินเพิ่มมากขึ้น แต่ทำผิดศีล เราก็จะไม่ทำ เพราะรู้ว่าไม่ได้เป็นการพัฒนา 

ไม่ได้เป็นการสร้างเหตุที่ดี สร้างความสุข แต่เป็นการสร้างเหตุที่ไม่ดี 

สร้างความทุกข์จะต้องตามมาต่อไป 

กำลังใจ ๕๐ กัณฑ์ที่ ๔๑๓ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ยอมรับความจริงของสถานภาพของชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราเป็นวิบากของเรา” 

การที่จะดับความทุกข์ภายในใจได้ ต้องยอมรับความจริงว่า 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรานี้ เป็นวิบากของเรา 

ไม่ว่าจะดีหรือจะชั่ว เป็นเรื่องของบาปของบุญที่เราได้ทำมา 

ที่เราต้องรับ ถ้ารับได้ใจก็จะไม่ทุกข์ 

เพราะไม่ได้อยากให้เป็นอย่างอื่น

จะอยู่ได้อย่างปกติ ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นหรือลง ขึ้นก็อยู่ได้ ลงก็อยู่ได้ 

เพราะไม่ได้ยึดติด ยอมรับความจริงของสถานภาพของชีวิต 

ถ้าสูญเสียเงินทองไป ก็อยู่กับมันได้ 

ถ้าพิกลพิการแขนขาดขาขาด ก็อยู่กับมันได้ 

เพราะยอมรับความจริง

ไม่มีความอยากที่จะกลับไปอยู่ในสถานภาพเดิม ถ้าไม่มีความอยากเกิดขึ้นภายในใจ 

ก็จะไม่มีความทุกข์วุ่นวายใจ จะอยู่กับเหตุการณ์ต่างๆได้ ไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ให้เสียเวลา 

เพราะการสะเดาะเคราะห์เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้ เช่นเมื่อวานนี้ มีคนบอกว่าจะเปลี่ยนนามสกุล 

เพราะชีวิตตอนนี้ตกต่ำ เปลี่ยนไปก็เท่านั้นแหละ ไม่เปลี่ยนก็เท่ากัน ไม่ได้อยู่ที่นามสกุล 

แต่อยู่ที่บุญกรรมที่ได้ทำมา 

กำลังใจ ๕๐ กัณฑ์ที่ ๔๑๓ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ยินดีในธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“อย่าไปโทษใครเวลาที่เราทุกข์”

เวลาเราเดือดร้อน ต้องโทษตัวเราเอง 

ที่ไม่หาที่พึ่ง ที่ไม่รีบสร้างที่พึ่ง 

พอมีเรื่องอะไรมากระทบก็ทุกข์วุ่นวายกัน 

ถ้าได้สร้างสติ สร้างสมาธิ สร้างปัญญาแล้ว 

ไม่ว่าอะไรจะมากระทบกับใจ จะไม่เป็นปัญหาเลย 

ขันธ์ ๕ จะเป็นอย่างไร ก็ไม่เป็นปัญหา 

ร่างกายจะแก่จะเจ็บจะตายอย่างไร ก็ไม่เป็นปัญหา 

เวทนาจะเป็นชนิดไหน ก็ไม่เป็นปัญหา 

เรื่องราวต่างๆของคนนั้นคนนี้ ก็จะไม่เป็นปัญหา ต้องตัดลาภ ยศ สรรเสริญ สุขให้ได้ 

อย่าไปอยากรวย อยากมีตำแหน่งสูงๆ อยากให้ผู้อื่นสรรเสริญยกย่องเยินยอ 

อย่าหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย แต่ให้อยากทำบุญให้ทาน อยากรักษาศีล 

อยากหาที่สงบสงัดวิเวกอยู่คนเดียว ให้ยินดีในสิ่งที่ควรยินดี คือยินดีในธรรม 

ไม่มีอะไรน่ายินดียิ่งกว่ารสแห่งธรรม ไม่มีอะไรจะชนะรสแห่งธรรม 

การยินดีในรสแห่งธรรมนี้เป็นการยินดีที่เลิศที่สุด 

อย่าไปยินดีกับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ให้ยินดีกับความสงบของใจ 

กำลังใจ ๔๕, กัณฑ์ที่ ๓๙๗ 

วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 

วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:รู้ทันกายเวทนาจิตและธรรม แล้วก็ปล่อยวาง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จิตก็มีการเปลี่ยนแปลง บางเวลาก็ผ่องใส บางเวลาก็เศร้าโศก หงอยเหงา 

บางเวลาก็โลภ บางเวลาก็โกรธ ให้รู้ตามความจริง 

ให้สักแต่ว่ารู้ รู้ว่าไม่เที่ยง เดี๋ยวก็ผ่านไป ไม่ต้องไปทำอะไร 

เช่นวันนี้หงุดหงิด ไม่ต้องไปแก้ ด้วยการไปซื้อสุรามาดื่ม ไปหาอะไรมาฟังมารับประทาน 

มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไป อารมณ์เศร้าหมอง ไม่สบายใจ เดี๋ยวก็หายไปเอง 

ถ้าไม่ไปยุ่งกับมัน ถ้าไปยุ่งกับมัน ก็จะไปแก้ในทางที่ผิดในทางสมุทัย 

เช่นไปช้อปปิ้งจะได้สบายใจ ก็จะสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่ เพราะต้องใช้เงิน เวลาเงินไม่พอใช้ 

ก็จะเดือดร้อนวุ่นวายใจขึ้นมาอีก ให้มีสติรู้ว่าเป็นไตรลักษณ์แล้วปล่อยวาง 

ตอนนี้อารมณ์ไม่ดีก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ผ่านไป 

ตอนนี้อารมณ์ดีก็รู้ว่าต้องผ่านไปเช่นกัน เดี๋ยวอารมณ์ไม่ดีก็จะกลับมาแทนที่ 

ถ้าปล่อยวางแล้ว อารมณ์เหล่านี้ก็จะหายไป 

เพราะเกิดจากความอยาก ที่เราปรุงแต่งขึ้นมา ให้เกิดอารมณ์ต่างๆเหล่านี้ 

เวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ดังใจ ก็จะหงุดหงิด 

ควรฝึกใจให้สักแต่ว่ารู้ 

รู้ทันกายเวทนาจิตและธรรม แล้วก็ปล่อยวาง 

รู้ว่าธรรมว่าฝ่ายไหนกำลังแสดงตัวอยู่ 

ทุกข์และสมุทัยกำลังแสดงตัวอยู่ 

หรือนิโรธและมรรคกำลังแสดงตัวอยู่ 

ให้รู้อย่างนี้ ถ้าสมุทัยแสดงตัว 

ก็ต้องเจริญมรรคให้มาก 

เอามรรคเข้ามาดับ 

มรรคกับสมุทัยจะเป็นคู่ต่อสู้กัน ในใจของพวกเรา


ส่วนใหญ่สมุทัยจะมีกำลังมากกว่ามรรค เพราะพวกเราไม่ค่อยเจริญมรรค 

ไม่เจริญทานศีลภาวนากัน มรรคก็เลยมีกำลังน้อย ไม่สามารถต่อต้านสมุทัยได้ 

จึงมีความทุกข์ความวุ่นวายใจ ต่างๆอยู่ตลอดเวลา นี่คือการดูธรรม ดูธรรมดูอย่างนี้ … 

#พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:สิ่งต่างๆทั้งหลาย ตกอยู่ใต้กฎอนิจจังทั้งสิ้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“อนิจจัง”

“อนิจจัง คือ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  

สิ่งต่างๆทั้งหลาย ตกอยู่ใต้กฎอนิจจังทั้งสิ้น

คือ เสื่อมไปเรื่อยๆ ทีละเล็กทีละน้อย 

จนในที่สุดไม่สามารถรวมตัว อยู่ในสภาวะเดิมได้ 

เช่นร่างกาย เมื่อตายไป จะแยก คืนสู่  ดิน น้ำ ลม ไฟ  

นี่คือลักษณะของอนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน 

เราจึงต้องพิจารณาดูอยู่เรื่อยๆ”

#ธรรมพ้นทุกข์

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 
 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 
 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ภาวนาให้เป็นนิสัย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“ภาวนาให้เป็นนิสัย” 

“มีวินัยทำไปเรื่อยๆ ก็จะติดเป็นนิสัยไป 

จะทำแบบไม่หยุดไม่หย่อน 

ถึงแม้จะช้าบ้างเร็วบ้าง ได้บ้างไม่ได้บ้าง 

เพราะมีความตั้งใจที่แน่วแน่ 

ที่จะทำอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง 

ทำให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ  รับรองได้ว่า

ไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นมรรคผลนิพพานได้ 

ความพยายามอยู่ที่ไหน 

ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น”

#ธรรมพ้นทุกข์ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:เริ่มต้นสงบสุข...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


มีความสงบก่อนก่อนจะคิดในทางปัญญาได้ 

ก็ต้องมีความสงบก่อน 

เพราะถ้าไม่สงบ 

ใจมันจะหิวกับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ 

แต่ถ้าใจ มีความสงบมีสมาธิแล้ว มันไม่หิวมัน 

จะสามารถทำาการบ้าน คือเจริญวิปัสสนา 

ได้เจริญปัญญาได้ 


พอถึงเวลาที่จะต้องเข้าห้องสอบ ก็จะทำข้อสอบได้อย่าง ง่ายดาย ถ้าไม่ได้ทำการบ้านไว้ก่อน 

เวลาเข้าห้องสอบก็ตอ้งสอบตก เท่านั้น” 

 #ธรรมพ้นทุกข์ พระจุลนายก 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำบุญเป็นประจำ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

👼"บุญต้องทำอยู่ในโลกของมนุษย์" 

ช่วงนี้เป็นช่วงเช็งเม้ง เป็นธรรมเนียมของชาวจีนที่จะไปเคารพศพของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว 

ก็เลยเอาอาหารไปให้กับคนที่ล่วงลับไปแล้ว แต่คนที่ล่วงลับไปแล้วนี้เขาไม่มีร่างกาย 

แล้วอาหารนี้เป็นอาหารสำหรับร่างกายของเขา 

แต่ร่างกายของเขาตอนนี้อยู่ในหลุมศพที่ถูกฝังอยู่ในหลุม..กินไม่ได้ 

ถ้าอยากจะให้คนตายนี้มีของกิน ก็ต้องให้บุญ บุญนี้เป็นอาหารของคนตาย 

เพราะคนตายนี้ตายไปครึ่งเดียว ตายไปแค่ร่างกาย แต่กายทิพย์คือใจนี้ไม่ได้ตาย 

กายทิพย์นี้ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย กายทิพย์นี้ยังต้องการอาหารอยู่ 

อาหารของกายทิพย์ก็คือบุญ

ถ้าเราอยากจะให้คนที่ตายไปแล้วเขามีอาหาร

รับประทาน เราก็เอาอาหารที่เราไปไหว้ที่ศพ

นี่แหละ  เอาไปทำบุญทำทาน 

ถ้าเรากินอาหารที่เราเอาไปไปไหว้ศพ 

ศพคนตายก็ไม่ได้อะไร ได้แต่คนเป็น 

คนเป็นที่ไปไหว้นั่นแหละที่เอาอาหารไปให้คนตาย 

คนตายไม่ได้กิน คนเป็นก็เลยกินแทนคนตาย 

ถ้าอยากจะให้คนตายมีอาหารกินก็ต้องทำบุญ 

บุญนี้เป็นอาหารของกายทิพย์

แต่คนที่ตายไปนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องมารอรับอาหารรอรับบุญจากคนเป็น 

ขึ้นอยู่กับว่าตอนที่มีชีวิตอยู่นั้นได้ทำบุญหรือเปล่า 

ถ้าได้ #ทำบุญเป็นประจำ ก็จะมีบุญติดตัวไปมาก ก็จะเป็น #เศรษฐีบุญ 

ถ้าเป็นเศรษฐีบุญก็ไม่ต้องมารอรับบุญจากผู้อื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ 

แต่ถ้าขณะที่มีชีวิตอยู่นี้ ทำบุญน้อยหรือไม่ค่อยทำเลย มีเงินก็ไปเที่ยวกัน 

ไปซื้อของเล่นของฟุ่มเฟือยกัน แทนที่จะเอาไปทำบุญกัน แล้วก็ไม่รักษาศีล ทำบาปกัน 

ถ้าตายไปก็จะเป็นขอทาน ขอทานบุญทางจิตวิญญาณ เพราะไม่มีบุญติดตัวไป 

นี่พวกนี้แหละที่จะต้องมารอรับส่วนบุญ เพราะเขาไม่มีอาหารกิน เขาจะรู้สึกหิว 

แล้วเขาไม่สามารถหาอาหารเองได้ เพราะในโลกทิพย์ไม่มีที่ทำบุญ… 

จะทำบุญนี้จะต้องทำอยู่ในโลกของมนุษย์ 

สนทนาธรรมบนเขา วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ถ้าเธอได้ถึงพระธรรม เท่ากับเธอได้ถึงเรา...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

พระพุทธเจ้าสอนว่า พระธรรมคำสอนเป็นตัวแทนของเรา

ถ้าเธอได้ถึงพระธรรม เท่ากับเธอได้ถึงเรา เธอจะไม่ได้อยู่โดย

ปราศจากครูบาอาจารย์ ฉะนั้น เราต้องยึดถือ พระพุทธ พระ

ธรรม พระสงฆ์ เป็นครูเป็นอาจารย์

ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเป็นที่พึ่งของเราได้นอกจาก พระพุทธ

พระธรรม พระสงฆ์ ที่จะสอนให้เราดับความทุกข์ทางใจของเรา

นี้ให้หมดไปได้ ถ้าอยากจะพ้นทุกข์ต้องเข้าหา พระพุทธ พระ

ธรรม พระสงฆ์ เท่านั้น ผู้อื่นไม่สามารถสอนให้พ้นทุกข์ได้

เพราะผู้สอนเองก็ยังไม่พ้นทุกข์ แล้วจะสอนให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ได้

อย่างไร นี่คือความประเสริฐ ความล่ำค่าของพระรัตนตรัย

ดังนั้น ขอให้เราเข้าหา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วเราจะได้ของที่มีคุณล้ำค่าเป็นคุณแก่

ชีวิตเรา ก็คือ ทำให้เราพ้นทุกข์กัน เรามาเอาอริยทรัพย์กันดีกว่า มาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกัน ด้วยการ

ศึกษาจาก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อ่านหนังสือ อ่านคำสอนจากพระพุทธเจ้า อ่านหนังสือ

จากพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วนำไปปฏิบัติ รับรองได้ว่า ทุกข์ต่างๆที่มีอยู่ในใจนี้

จะหายไปหมดเลย

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ธรรมะบนเขา

ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน วัดญาณ

สังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เชื่อในเรื่องของความดีทั้งหลาย ว่าเป็นเหตุที่จะพาให้ไปสู่ความสุขความเจริญอย่างแท้จริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เวลาเกิดความท้อแท้ก็ให้นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 

นึกถึงพระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ที่เป็นคนธรรมดา

เหมือนเรามาก่อน ท่านก็ตะเกียกตะกายไปตามกำลังแห่งศรัทธา

เชื่อในเรื่องของความดีทั้งหลาย ว่าเป็นเหตุที่จะพาให้ไปสู่

ความสุขความเจริญอย่างแท้จริง ก็จะหยุดความท้อได้ 

อย่าเลิกปฏิบัติ ถ้าวันนี้ไม่อยากนั่งก็หยุดพักสักวันสองวัน 

พอมีกำลังจิตกำลังใจ ก็กลับมาเริ่มใหม่ ผลัดกันรุกผลัดกันรับ

บางทีกิเลสมาแรงเราก็รู้สึกท้อ แต่พอกิเลสเบาลง เราก็เป็นฝ่ายรุก

สลับกันไป พยายามเข้าหาครูบาอาจารย์ผู้รู้จริงเห็นจริง ฟังเทศน์

ฟังธรรมของท่านอยู่เรื่อยๆก็จะได้กำลังจิตกำลังใจ ถ้าได้สหธรรมิกที่ชอบปฏิบัติธรรม ก็จะช่วยดึงเราไป

ยกเว้นเวลาที่อยู่ในขั้นที่จะต้องปฏิบัติตามลำพัง แต่ก็ยังอยู่ห่างจากหมู่คณะไม่ได้ 

ถึงเวลาก็ไปมาหาสู่กัน ไปสนทนาธรรมกัน ไปปรึกษาหารือกัน จนกว่างานจะสำเร็จลุล่วงไป

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธรรมะของครูบาอาจารย์ฟังไปเถิด วันละกัณฑ์ก็ยังดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...





“ธรรมะของครูบาอาจารย์ฟังไปเถิด 

สลับเปลี่ยนไป วันละกัณฑ์ก็ยังดี 

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก่อนจะไป ทำงาน ตื่นเช้าๆหน่อย 

ขึ้นมานั่งภาวนาแล้วก็ฟังธรรม 

หรือฟังธรรมแล้วก็ภาวนาก็ได้ 

จะได้น้ำมัน ได้กำลังใจ 

ให้เกิดฉันทะวิริยะที่จะปฏิบัติธรรม”







 พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ดีหรือชั่ว ไม่ได้อยู่ที่วันเดือนปี มันอยู่ที่การกระทำ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ปีชงมันไม่มีหรอก ชงกันขึ้นมาเอง สมมุติกันขึ้นมาเอง ปีนี้กับปีที่แล้วมันก็ปีเดียวกันนั่นแหละ

มีมืดกับมีแจ้ง มี ๓๖๕วันเหมือนกัน ดีหรือชั่ว ไม่ได้อยู่ที่วันเดือนปี มันอยู่ที่การกระทำ ความดี

ความชั่ว มันอยู่ที่การกระทำของเรา ถ้าเราทำความดีใว้ ต่อให้มันจะปีชงกี่ชง มันก็ไม่เกี่ยวกัน

ส่วนบาปกรรมที่ทำใว้ก็ไปล้างไปกลบมันไม่ได้ ทำบาปแล้วมันก็ต้องส่งผลไม่ช้าก็เร็ว



หันมาทำบุญละบาปชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ อันนี้เป็นเหตุ

ของความสุขความเจริญที่แท้จริง ของการกำจัดความชั่วร้าย

ต่างๆให้พ้นไปจากชีวิตเรา มันไม่ได้อยู่ที่ ปีชงหรือปีชาหรอก

จะชงชา หรือ ชงกาแฟ มันก็ไม่ได้มาเปลี่ยน

“กฏแห่งกรรม”ไปได้ ถ้าทำบาปก็จะได้ความทุกข์อยู่

ถ้าทำบุญก็จะได้ความสุขอยู่เหมือนเดิม ปีชงเป็นเรื่องสมมุติ

ที่มนุษย์คิดกันขึ้นมาเอง แล้วก็มาหลอกกันเท่านั้นเอง

ไม่มีสาระความเป็นจริงแต่อย่างใด

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะบนเขา ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี

Dhamma together:ความสุขชนิดหนึ่งที่ให้ความอิ่มความพอ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


พวกเราจึงถือว่าโชคดี ที่ได้มาเกิดในยุคที่มีพระพุทธศาสนา มีโอกาส

ที่จะตักตวงประโยชน์จากพระศาสนา คือการสิ้นสุดแห่งการเวียนว่าย

ตายเกิด ดังที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายได้ตักตวง ไม่ต้อง

ไปเวียนว่ายตายเกิด ที่เหมือนกับการเดินทางในทะเลทราย ไม่มี

ความสุขเลย มีแต่ความร้อนแห้งผาก ความหิวกระหาย นานๆจะได้ไป

เจอเกาะกลางทะเลทราย ที่มีบ่อน้ำมีต้นไม้อยู่นิดหน่อย ให้ได้พักผ่อน

หย่อนใจ ไม่นานก็ต้องออกเดินทางต่อไปอีก เพราะใจไม่มีความสุข

อยู่ที่ไหนก็ไม่พอใจ ต้องหาอะไรมาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ อยู่ที่นี่ก็อยากจะไป

ที่โน่น พอไปที่โน่นก็อยากจะกลับมาที่นี่ เพราะธรรมชาติของกิเลส

เป็นอย่างนี้


จะหลอกให้ไปหาสิ่งต่างๆอยู่เรื่อยๆ พอถึงเกาะนี้แล้วแทนที่จะพักไปนานๆ อยู่ได้เดี๋ยวเดียวก็เบื่อ ต้องหา

เกาะใหม่อีก ต้องไปลุยกลางทะเลทรายอีก จนกว่าจะไปถึงเกาะใหม่ แล้วก็ไปต่ออีก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วตายไป ก็ต้องไปเกิดเป็นอย่างอื่นอีก ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าตราบใดยังไม่ได้

กำจัดต้นเหตุที่พาให้ไปเกิด คือความโลภ ความโกรธความหลง ที่หลอกให้ไปหาความสุขภายนอก

เพราะความหลงคือการไม่เห็นความสุขที่แท้จริง ที่มีอยู่ในใจ ที่เกิดจากความสงบระงับของความโกรธ

ความโลภความหลง มันยากตรงนี้ ความหลงไม่เห็นโทษของตัวมันเอง จึงไม่ทำลายตัวมันเอง จะหลง

มากขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยการไปหาความสุขจากภายนอก ที่ไม่ใช่เป็นความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขที่มี

ความทุกข์เจือปนอยู่ด้วย เป็นความสุขที่ไม่ให้ความอิ่มความพอ ได้เท่าไหร่ก็ต้องหาใหม่อยู่เรื่อยๆ

มีความสุขชนิดหนึ่งที่ให้ความอิ่มความพอ ไม่มีความทุกข์เจือปน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ต้องมี

พระพุทธเจ้ามาชี้บอก ว่าอยู่ในใจเรานี้เอง.

กำลังใจ๓๖ กัณฑ์ที่ ๓๗๓

๒๓ กันยายน ๒๕๕๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Select your language