แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจริญสติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจริญสติ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ควบคุมความคิด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

วิธีจะควบคุมความคิด 

เราก็ต้องมีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งผูกใจเอาไว้ 

อารมณ์ที่เราใช้กันส่วนใหญ่ก็คือการบริกรรมพุทโธๆ 

ถ้าเราไม่ถนัดกับการบริกรรมพุทโธ 

เราจะใช้ร่างกายเป็นอารมณ์ผูกใจไว้ก็ได้ 

เราก็ต้องเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของร่างกายตลอดเวลา 

เฝ้าดูร่างกายเป็นเหมือนนักโทษ 

ไม่ให้ห่างไม่ให้คลาดจากสายตาเราไป 

ต้องเฝ้าดูตลอดเวลา ทุกขณะทุกเวลานาที

ร่างกายอยู่ตรงไหน ใจก็ต้องเฝ้าดูอยู่ ร่างกายกำลังยืน ใจก็ต้องเฝ้าดูว่า ร่างกายกำลังยืนอยู่ 

กำลังเดินก็ต้องเฝ้าดู กำลังทำอะไรต่างๆ ก็ต้องเฝ้าดูการกระทำของร่างกาย ไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ 

ถ้าเฝ้าดูร่างกายตลอดเวลา ใจก็จะนิ่งใจก็จะว่าง เวลานั่งสมาธิก็ดูลมหายใจเข้าออก 

เฝ้าดูลมหายใจเข้าออกต่อแล้วใจก็จะเข้าสู่ความสงบเป็นสมาธิได้ 

ถ้าใช้การบริกรรมพุทโธตั้งแต่ตื่นจนหลับ ไม่ว่าเราจะทำภารกิจอะไร เราก็บริกรรมพุทโธๆ ไปอย่างเดียว 

ไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ นอกจากความคิดที่จะต้องใช้กับภารกิจการงานในขณะนั้น 

เช่น เรากำลังทำงานที่ต้องใช้ความคิด ตอนนั้นเราก็หยุดบริกรรมพุทโธไปก่อน 

เราก็ใช้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องการทำงานไป แต่ถ้าเราทำอะไรที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความคิด 

เราก็ใช้พุทโธไป เช่น เวลาเราอาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหารนี้ เราส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ความคิด 

เราก็ใช้พุทโธๆ ไป อย่าปล่อยให้ใจไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนนั้นคนนี้ สิ่งนั้นสิ่งนี้ 

ถ้าใจไม่คิดอะไรก็หยุดบริกรรมก็ได้ ถ้าใจรู้เฉยๆ รู้อยู่กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น รู้อยู่กับร่างกาย 

รู้ว่าร่างกายกำลังทำอะไรอยู่ แล้วไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ตอนนั้นไม่ต้องบริกรรมพุทโธก็ได้ 

จะเฝ้าดูร่างกายไปอย่างเดียวก็ได้ แล้วพอมีเวลาว่างก็ต้องนั่งสมาธิ ถ้าเป็นนักบวชแล้วก็จะไม่มีภารกิจ 

ไม่มีงานมาก ภารกิจก็มีเฉพาะตอนบิณฑบาต ตอนฉันแล้วก็ตอนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ 

พอเสร็จแล้วหลังจากนั้นก็จะมีเวลาว่างไว้สำหรับการเดินจงกรมนั่งสมาธิ ทำสลับกันไป 

เดินจนเมื่อย เมื่อยแล้วก็มานั่ง นั่งจนเมื่อยแล้วก็ออกไปเดินสลับกันไป 

เวลาเดินก็เจริญสติ เวลานั่งก็ทำสมาธิก็เจริญสติต่อแล้วจนจิตรวมลงเข้าสู่ความสงบเป็นสมาธิ 

เวลาจิตรวมเป็นสมาธิแล้วจิตก็จะไม่ทำอะไรความคิดต่างๆ ก็จะหายไป 

ตอนนั้นจะเป็นอุเบกขาสักแต่ว่ารู้ ใจเป็นกลางใจเฉยๆ 

ใจไม่หิวไม่อยากไม่มีความต้องการอะไรทั้งหลาย พอออกจากสมาธิมา 

ถ้าเกิดความอยากตอนนั้นก็ต้องใช้ปัญญาคอยระงับ คอยสอนใจให้หยุดความอยาก 

ไม่ให้ไปทำตามความอยาก ให้เห็นว่าสิ่งที่อยากได้นั้นเป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข เพราะว่าไม่เที่ยง 

เพราะว่าไม่ใช่อยู่ภายใต้คำสั่งของเรา เราไม่สามารถสั่งเขา ให้เขาให้ความสุขกับเราได้เสมอไป 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เจริญสติ ทำให้มาก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

สตินี้...เป็นธรรมเป็นสภาวธรรมอันหนึ่ง 

ซึ่งให้ธรรมอันอื่นๆ ทั้งหลายเกิดขึ้น โดยพร้อมเพรียง 

สตินี้ ก็คือชีวิต... ถ้าขาดสติเมื่อใด ก็เหมือนตาย 

ถ้าขาดสติเมื่อใด ก็เป็นคนประเภท 

ในระหว่างขาดสตินั้น... พูดไม่มีความหมาย 

การกระทำไม่มีความหมาย 

ธรรมคือ สติ นี้คือ... ความระลึกได้ในลักษณะใด ก็ตาม 

สติเป็นเหตุ ให้สัมปชัญญะเกิดขึ้นมาได้ 

เป็นเหตุให้ปัญญา เกิดขึ้นมาได้ 

ทุกสิ่งสารพัดธรรมทั้งหลาย ถ้าหากว่า... ขาดสติ...



ธรรมทั้งหลายนั้น...ไม่สมบูรณ์ อันนี้ คือการควบคุม การยืน การเดิน การนั่ง การนอน 

ไม่ใช่เพียงขณะนั่งสมาธิ เท่านั้น แม้เมื่อเราออกจากสมาธิไปแล้ว... สติ ก็ยังเป็นสิ่งประจำใจอยู่เสมอ 

มีความรู้อยู่เสมอ เป็นของที่มีอยู่เสมอ ทำอะไร ก็ต้องระมัดระวัง 

เมื่อระมัดระวังทางจิตใจ ความอาย มันก็เกิดขึ้นมา การพูด การกระทำอันใดที่ไม่ถูกต้อง เราก็อายขึ้น 

อายขึ้น เมื่อความอายกำลังกล้าขึ้นมา... ความสังวร ก็มากขึ้นด้วย 

เมื่อความสังวรมากขึ้น ความประมาทก็ไม่มี นี่ถึงแม้ว่า...เราจะไม่ได้นั่งสมาธิอยู่ตรงนี้ เราจะไปไหน ก็ตาม 

อันนี้ มันอยู่ในจิต ของตัวเอง มันไม่ได้หนีไปไหน 

นี่ท่านว่าเจริญสติ ทำให้มาก เจริญให้มาก อันนี้ เป็นธรรมะคุ้มครองรักษากิจการ ที่เราทำอยู่ หรือทำมาแล้ว

หรือกำลังจะกระทำ อยู่...ในปัจจุบัน นี้เป็นธรรมะ...ที่มีคุณประโยชน์มาก ให้เรารู้ตัวอยู่...ทุกเมื่อ 

ความเห็นผิดชอบ มันก็มีทุกเมื่อ เมื่อความเห็นผิดชอบมีอยู่ เกิดขึ้นอยู่...ทุกเมื่อ ความละอายก็เกิดขึ้น 

จะไม่ทำสิ่งที่ผิด หรือสิ่งที่ไม่ดี เรียกว่า...ปัญญาเกิดขึ้นแล้ว เมื่อรวบยอดเข้ามา มันจะมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา

 คือการสังวรสำรวมที่มีอยู่... ในกิจการของตนนั้น ก็เรียกว่า...ศีล ศีลสังวร 

ความตั้งใจมั่น อยู่...ในความสังวรสำรวมในข้อวัตรของเรานั้น... ก็เรียกว่า มันเป็นสมาธิ... 

ความรอบรู้ทั้งหลาย ในกิจการที่เรามีอยู่นั้น ก็เรียกว่า...ปัญญา 

พูดง่ายๆ ก็คือจะมีศีล จะมีสมาธิ จะมีปัญญา ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี 

เมื่อมันกล้าขึ้นมา... มันก็คือมรรค นี่แหละหนทาง ทางอื่น...ไม่มี.

หลวงปู่ชา สุภัทโท

วัดหนองป่าพง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:“สร้างสรณะทางใจ”

 พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเรามีเวลาว่างพอ  เราก็ควรจะเอาเวลาว่างนั้น

มาสร้างสรณะ สร้างที่พึ่งทางใจดีกว่า คือสร้างความสงบ 

สร้างความสุขทางใจดีกว่า

เอาเวลานั้นไปสร้างความสุขทางร่างกาย 

สร้างความสุขจากการทำตามความอยากต่างๆ 

เพราะเป็นความสุขเพียงเล็กน้อย 

แล้วก็มีความทุกข์แถมมามากกว่าหลายเท่าด้วยกัน 

นี่คือสิ่งที่เราควรที่จะพิจารณาอยู่เรื่อยๆ 

เวลาที่เรากำลังทำอะไรกันอยู่ขอให้เราถามว่า 

เรากำลังทำเพื่อให้เกิดความสุขทางใจ 

หรือว่าเรากำลังทำเพื่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ 

ถ้าเป็นการทำเพื่อให้เกิดความทุกข์ทางใจ เราก็ควรจะหยุดเสีย ก็คือถ้าเราทำตามความอยากทางตา 

หู จมูก ลิ้น กาย ทางรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทางลาภ ยศ สรรเสริญนี้ 

เป็นการกระทำเพื่อความอยาก ไม่ได้ทำเพื่อจิตใจ ไม่ได้ทำให้จิตใจสงบ 

การกระทำที่จะทำให้จิตใจสงบนี้ ต้องเกิดจากการทำทาน เกิดจากการรักษาศีล 

เกิดจากการภาวนา เกิดจากการเจริญสติ เกิดจากการนั่งสมาธิ 

เกิดจากการพิจารณาทางปัญญาเพื่อระงับดับความอยากต่างๆ. 

ธรรมะบนเขา กัณฑ์ที่ ๑๓ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ 

“สร้างสรณะทางใจ” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

ควบคุมความคิด  

INDHAMMA: การส่งสัญญาณแห่งการตื่น

 พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ทุกๆวันเณรน้อยจะมาเคาะระฆัง เณรน้อยเคาะระฆังทุกวัน ระฆังส่งเสียงดังกังวานไปไกล แต่แล้ววันหนึ่ง

ระฆังเกิดเบื่อขึ้นมา จึงบอกให้เณรน้อยหยุดเคาะระฆัง เมื่อเณรน้อยหยุดระฆัง ก็ไม่เกิดเสียงดังกังวาน...

ไก่ที่เคยขันขับขานก็เงียบหงอย ผู้คนที่เคยเบิกบานก็เงียบเหงา ดอกไม้ที่เคยแบ่งบานก็เหี่ยวเฉา

ระฆังเองก็เศร้าสร้อยจนตัวเองรู้สึกได้ จึงขอให้เณรน้อยกลับมาเคาะระฆัง ทุกสิ่งที่เคยเงียบเหงา

ก็กลับเบิกบานอีกครั้ง

ความหมายของการเคาะระฆังคือ การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

แม้ดูเหมือนว่าหน้าที่ที่ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เกี่ยวข้องส่งผลกับใครหรือสิ่งใด

แต่ในความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น

เช่นเดียวกับระฆังใบน้อยนี้

เราต้องตระหนักรู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

ของการเคาะระฆังก่อนว่า ทำไปเพื่ออะไร 

วัตถุประสงค์ของการเคาะระฆังที่แท้จริงคือ

การส่งสัญญาณแห่งการตื่น 

ระฆังเป็นสัญญาณเตือนแห่งการเจริญสติ 

เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เราต้องกลับมาเจริญสติ 

อย่างน้อยคือกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ตามดูตามรู้ลมหายใจ 

เราก็กลายเป็นคนที่มีสติ 


พระเมธีวชิโรดม

หนังสือระฆังเบิกบาน

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ชาววัดอยู่วัดเจริญสติเอามรรคผลนิพพาน  ชาวบ้านอยู่บ้านเจริญสติแล้วได้อะไร? 

คำตอบที่ฟังง่าย คือ ในช่วงที่ชีวิตเป็นขาขึ้น 

การเจริญสติช่วยให้เป็นสุขจริง ในช่วงที่ชีวิตเป็นขาลง 

การเจริญสติช่วยให้ไม่ต้องเป็นทุกข์มากนัก #ช่วงชีวิตขาขึ้น 

พอทำสมาธิแล้วสมองเข้าที่ สมองจะสั่งร่างกายทุกส่วน 

ให้อยู่ในภาวะสมดุลตามไปด้วย เกิดการสะสมพลังใหม่ 

เกิดการรีชาร์จ ในแบบที่ทำให้ทุกองคาพยพของร่างกาย 

มีความปลอดโปร่ง มีการหลั่งสารดีๆออกมา 

ส่วนสภาวะของจิตที่เป็นกุศลมากๆนั้น 

ก็จะทำให้ความคิดฟุ้งซ่านหายไปหมด หัวโล่ง อกว่าง 

ใจเบา มีแต่ความตื่นเต็มในความเป็นกุศลจิต 

#ช่วงชีวิตขาลง ในขณะที่การมีความสุขแบบโลกๆ อันเกิดจากการดีใจ จิตจะมีอาการ ‘ขอกอด’ 

สิ่งที่ได้มา ไว้อย่างแน่นเหนียว ถ้าจะต้องสูญเสียไป จะรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลาย ท้องฟ้ามืดมน 

ความสุขที่เป็นแบบโลกๆ จึงเป็นสุขที่พร้อมจะทำให้เกิดความทุกข์ สวิงกันไปมาสองข้างนี้ 

เมื่อเจริญสติ แล้วเห็นใจเกิดอาการยึด อยากครอบครอง ไม่อยากสูญเสียไป 

ก็จะเกิดมุมมองอีกแบบหนึ่งว่า การยึดมั่นถือมั่นที่เหนียวแน่นนั้น เป็นอาการหลงผิด พอพิจารณาว่า 

ความหลงผิดนั้น เป็นแค่อาการปรุงแต่งของจิตชั่วคราว จะเกิดความรู้สึก ‘เบา’ คลายจากอาการยึดขึ้นมา

ถ้าหากรู้หลัก ของการคลายความยึดมั่นได้จริง ก็จะคลายความยึดมั่นกับทุกสิ่งในชีวิต 

ต้นเหตุของความทุกข์ก็จะหายไป การไม่มีทุกข์นั่นแหละ คือ ความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุด! 

ดังตฤณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที






 


INDHAMMA:เราควรเรียนธรรมะเรื่องใดเป็นหลัก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องทางโลก เรามีอะไรให้ทำเยอะแยะ  เช่นเรียนแต่งหน้า นั่งสมาธิ ดำน้ำ ปลูกปะการัง ทำอาหาร

นวดสปา ปลูกป่า ดำนา ดูดิสนีย์ออนไอซ์ แรลลี่ ตีกอล์ฟ ล่องเรือ ส่องสัตว์ ชอปปิ้ง ดูงิ้ว ดูละคร

เวที ดูคอนเสิร์ต ดินเนอร์ ทำขนม จัดดอกไม้ เที่ยวตลาดน้ำ เรียนถ่ายรูป ดูกายกรรม ชมเมืองเก่า

เข้าสัมมนา ทัวร์ธรรมะ เรียนเต้น แล้วก็ร้องเพลง....เยอะไปหมด

เรื่องทางธรรมก็มีให้ทำมากมาย 

นั่งสมาธิ เจริญสติ สวดมนต์ เดินทางสายกลาง ถือศีล กินเจ จำวัด คัดบาลี  เข้าพรรษา สรงน้ำพระ

ทำบุญ สร้างอุโบสถ ทำสังฆทาน ใส่บาตร ไม่ทำบาป บวชพระ รับพร ไหว้พระ 9 วัด

ฟังโอวาทปาฏิโมกข์ เข้าป่า ปลงผม.....เยอะอีกเหมือนกัน

แล้วเราควรเรียนธรรมะเรื่องใดเป็นหลัก????

ดูคำตอบกันเลยครับ....

 "ธรรมะที่พระพุทธเจ้าจำแนกแจกธรรมไว้ดังกล่าว มีมากกว่า 84000 พระธรรมขันธ์

(เยอะมากกกกกก) มันอาจจะเกินวิสัยผู้ใดที่จะเรียนรู้ทัวถึงได้

แม้เราจะไม่สามารถเรียนธรรมทั้งหมดที่ทรงสอนไว้ แต่เราสามารถเข้าใจทั่วถึงหลักธรรมที่ทรงสอน

ด้วยการเข้าใจอริยสัจจ์เพียงเรื่องเดียว เนื่องจากทรงสรุปว่า

ธรรมทั้งปวงที่ทรงแสดงไว้สามารถรวมได้ในอริยสัจจ์

เหมือนรอยเท้าสัตว์เล็กๆ สามารถรวมไว้ในรอยเท้าของสัตว์ใหญ่ได้

 เรามาพิจารณาด้วยกัน เราจะพบ

สิ่งที่เป็นตัวร่วมรวมกับสิ่งที่เป็นข้อปฏิบัติหลักทุกข้อ 

ถ้าเราพิจารณาแต่ตัวร่วมก่อน

(ดึงตัวร่วมออกมา เหมือนคณิตศาสตร์เลย)  

ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจอริยสัจจ์ที่ว่านี้ 

ในความเข้าใจที่ถูกต้อง

ตัวร่วมนั้นคือ การเจริญสติที่ถูกต้อง 

ถ้ามีสติที่ถูกต้อง ก็คือ

การปฏิบัติธรรมทั้งปวงในทางพุทธศาสนา

แต่เมื่อหลงเผลอ ขาดสติไป

ก็คือไม่ได้ปฏิบัติธรรมอันใดเลยในพระพุทธศาสนา

แม้ขณะนั้นจะกำหนดลมหายใจ หรือบริกรรม

พุทโธก็ตาม......" 

มาดูตัวอย่างกัน

เช่น เรา จะไม่ทำบาปทั้งปวง ทั้งกาย วาจา ใจ

"การจะทำบาปนั้น มันเริ่มที่ใจเรา เช่น เราจะไปจี้ ไปปล้นเขา วางแผนสารพัด ก่อนลงมือทำ

ถ้าเราจะไม่ทำบาป เราจะต้องมีสติ เฝ้ารู้อยู่ที่ใจตน (ก็คือเจริญสตินี่แหละ)

สำรวม ระวังใจที่จะไม่ทำบาปทั้งปวง  มันจะคิดดี คิดชั่ว มันก็อยู่ที่ใจเราเอง  

ถ้าเราระวังใจที่จะไม่ทำบาปทั้งปวงได้ สิ่งที่ได้จากการไม่ทำบาปทั้งปวง นอกจากการเจริญสติ

และถึงพร้อมด้วยกุศล ยังทำให้จิตใจเราผ่องแผ้วด้วย......"

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

INDHAMMA:ความรู้สึกต้องชดใช้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

หนี้เงินเพื่อน หนีง่าย หนี้แค้นศัตรู หนียาก 

หนี้กรรมตัวเอง ไม่มีทางหนีเลย

ความรู้สึกต้องชดใช้ เกิดขึ้นเมื่อเราก่อหนี้ 

ความรู้สึกว่าต้องหนี เกิดขึ้นเมื่อเราเห็นว่าตัวเอง 

ไม่มีปัญญาชดใช้แน่ๆ 

ความรู้สึกว่าต้องฆ่าตัวตายเกิดขึ้นเมื่อไม่เห็นทางหนีอื่น 

ดีกว่าทางเลือกสุดท้ายแล้ว หนี้ จึงเป็นสิ่งรบกวนจิตใจได้ 

ในระดับอยากจบชีวิต

หนี้ ในใจคนส่วนใหญ่มีแต่เรื่องเงิน ในใจคนรองลงมาเป็นเรื่องบุญคุณ แต่ในใจคนหยิบมือเดียว

ที่รู้ว่ายังมีหนี้บาปเป็นเงาตามตัวอยู่ และในใจคนส่วนส่วนน้อยเท่าน้อย ที่ระแคะระคายว่า 

หนี้สำคัญสูงสุดเหนือหนี้อื่นใด คือ หนี้ความไม่รู้ หนี้อวิชชา หนี้อันเกิดจากการไม่อาจเห็นว่ากายใจนี้ 

เป็นแค่เหยื่อล่อให้ยึด ตราบใดยังยึดเหยื่อ ฮุบเหยื่อ ตราบนั้นยังต้องเป็นทุกข์ ในทางใดทางหนึ่งร่ำไป 

วิธีปลดหนี้เงิน คือ หาเงินมาใช้ 

วิธีปลดหนี้บาป คือ ให้ทาน อภัยคน เลิกคิดเบียดเบียนใครต่อ 

วิธีปลดหนี้อวิชชา คือ เจริญสติ แบบที่สติเจริญขึ้นเห็นกายใจไม่เที่ยง 

ไม่เคยเป็นตัวเดิมนับแต่ลมหายใจเข้าออก ไม่เคยมีใครคนหนึ่ง ที่มีตัวตนอยู่จริง 

ตั้งแต่ก่อนกายใจนี้เกิดมา และหลังกายใจนี้ตายไป!

ดังตฤณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ทำใจให้ได้เมื่อมีทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จงอย่าหวั่นไหว

จงทำใจให้ได้เมื่อมีทุกข์ 

คนที่ทำใจได้เพราะมีสติควบคุมใจได้ 

ถ้าผู้ใดเจริญสติวิปัสสนากรรมฐาน จิตมั่นคง

ต้องช่วยตัวเองได้ ทำใจได้ จะไม่เสียใจ ไม่น้อยใจต่อบุคคลใด

คนทำใจได้นั่นแหละ จะได้รับผลดี มีสติเป็นอาวุธของตนตลอดไป 

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:วางใจให้เป็น...สบายทุกวินาที

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

 "ถ้าวางใจให้เป็น มันสบายใจทุกวินาทีเลย

เพราะว่าการเจริญสติ ตัวสติมันเบาอยู่แล้ว

มันเบาโปร่งโล่ง แล้วยิ่งปฏิบัติเหมือนกับว่า

ทำเล่นๆ ทำด้วยใจสบายๆ 

จะรู้สึกเลยว่า

เราได้รับความสุข..."

 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

Dhamma together:อยู่กับลมหายใจอย่างไร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สิ่งที่ต้องถามตัวเอง คือตกลงกับตัวเองว่า 

จะอยู่กับลมหายใจอย่างไร

เบื้องต้นว่าจะเริ่มทีเดียวนี่ 

จิตใจพร้อมไหมที่จะอยู่กับลมหายใจ 

ณ จุดใดจุดหนึ่งในกาย เช่น ที่ปลายจมูก 

ถ้าเราเคยเจริญอานาปานสติมานานแล้ว 

จิตใจพร้อม เราก็ตรงไปที่จุดที่เราชอบกำหนด

ซึ่งแล้วแต่แต่ละคนว่าจะอยู่ที่ปลายจมูก 

หรือจะอยู่ที่คอ จะอยู่ที่หน้าอก อยู่ที่ท้อง

 แต่จะเป็นที่ทำงานของเรา เป็นที่เจริญสติของเรา แต่ถ้าเรารู้สึกว่าจิตใจยังไม่ค่อยพร้อม 

ยังมีความคิดอยู่มาก  มีเรื่องวิตกกังวลอยู่ในใจหรือว่าง่วงเหงาหาวนอน 

การตั้งสติที่ปลายจมูกจะละเอียดเกินไปเพราะจิตยังไม่พร้อม 

เราฝึกสติด้วยการรับรู้ต่อลมหายใจในทุกส่วนของกาย ในศีรษะ ใบหน้า คอ ไหล่ แขน มือ 

ลำตัว ก้น ขา หัวเข่า น่อง เท้า นิ้วเท้า รู้สึกลมหายใจสดชื่น หายใจเข้า รู้สึกลมหายใจเข้า 

เหมือนเรานำชีวิตมาสู่ร่างของเราพร้อมกับลมหายใจ เพราะลมหายใจคือชีวิตนั่นเอง…

พระอาจารย์ชยสาโร

นำสมาธิภาวนา ในการปฏิบัติธรรมบ้านบุญวันอาทิตย์

วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ ณ บ้านบุญ ปากช่อง นครราชสีมา

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:สตินี้ก็คือชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สิ่งที่รักษาสมาธินี้ไว้ได้ คือสติ สตินี้เป็นธรรมเป็นสภาวธรรม

อันหนึ่ง ซึ่งให้ธรรมอันอื่นๆ ทั้งหลายเกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียง

สตินี้ก็คือชีวิต ถ้าขาดสติเมื่อใดก็เหมือนตาย ถ้าขาดสติเมื่อใด

ก็เป็นคนประเภท ในระหว่างขาดสตินั้น พูดไม่มีความหมาย

การกระทำไม่มีความหมาย ธรรมคือสตินี้คือความระลึกได้ใน

ลักษณะใดก็ตาม สติเป็นเหตุให้สัมปชัญญะเกิดขึ้นมาได้

เป็นเหตุให้ปัญญาเกิดขึ้นมาได้ ทุกสิ่งสารพัด

ธรรมทั้งหลายถ้าหากว่าขาดสติ ธรรมทั้งหลายนั้นไม่สมบูรณ์

อันนี้คือการควบคุม การยืน การเดิน การนั่ง การนอน 

ไม่ใช่เพียงขณะนั่งสมาธิเท่านั้น แม้เมื่อเราออกจากสมาธิไปแล้ว สติก็ยังเป็นสิ่งประจำใจอยู่เสมอ

มีความรู้อยู่เสมอ เป็นของที่มีอยู่เสมอ ทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง เมื่อระมัดระวังทางจิตใจ ความอาย

มันก็เกิดขึ้นมา การพูด การกระทำอันใดที่ไม่ถูกต้อง เราก็อายขึ้น อายขึ้น เมื่อความอายกำลังกล้า

ขึ้นมา ความสังวรก็มากขึ้นด้วย เมื่อความสังวรมากขึ้น ความประมาทก็ไม่มี

   นี่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้นั่งสมาธิอยู่ตรงนี้ เราจะไปไหนก็ตาม อันนี้มันอยู่ในจิตของตัวเอง มันไม่ได้

หนีไปไหน นี่ท่านว่าเจริญสติ ทำให้มาก เจริญให้มาก อันนี้เป็นธรรมะคุ้มครองรักษากิจการที่เรา

ทำอยู่ หรือทำมาแล้ว หรือกำลังจะกระทำอยู่ในปัจจุบัน นี้เป็นธรรมะที่มีคุณประโยชน์มาก ให้เรา

รู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ ความเห็นผิดชอบมันก็มีทุกเมื่อ เมื่อความเห็นผิดชอบมีอยู่ เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อ

ความละอายก็เกิดขึ้น จะไม่ทำสิ่งที่ผิดหรือสิ่งที่ไม่ดี เรียกว่าปัญญาเกิดขึ้นแล้วเมื่อรวบยอดเข้ามา

มันจะมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา คือการสังวรสำรวมที่มีอยู่ในกิจการของตนนั้น ก็เรียกว่าศีล ศีลสังวร

ความตั้งใจมั่น อยู่ในความสังวรสำรวมในข้อวัตรของเรานั้น ก็เรียกว่ามันเป็นสมาธิ ความรอบรู้

ทั้งหลายในกิจการที่เรามมีอยู่นั้น ก็เรียกว่าปัญญาพูดง่ายๆก็คือ จะมีศีล จะมีสมาธิ จะมีปัญญา

ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี เมื่อมันกล้าขึ้นมามันก็คือมรรค นี่แหละหนทาง ทางอื่นไม่มี

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhammatogether:เจริญสติปัญญาอารักขาจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


‘ทุกข์’ เป็น ‘ธรรมชาติ’

ที่ทุกคนต้องเรียนรู้

และถ้าเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ด้วยการเจริญสติปัญญาอารักขาจิต

เราจะพบว่า 

‘ทุกข์’ เป็นเพียง ‘ปรากฏการณ์’ ให้เราเห็น

แต่ไม่ได้มีไว้ให้เราเป็น

และไม่ได้มีไว้ให้เราคลุกคลี


การเรียนรู้เช่นนี้ยืนยันศักยภของการเป็นมนุษย์ที่จะอยู่เหนือ ‘ความทุกข์’ ได้ 

 แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มนุษย์ทุกคน....เป็นกันได้....

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 ธรรมชาติแห่งพุทธะในตัวคนแต่ละคน อาจเปรียบได้กับผลไม้

แต่ละผลหรือเมล็ดข้าวเปลือก ถ้าหากได้เอาลงเพาะในดิน

ที่ชุ่มเย็น มีเงื่อนไขต่างๆ พอเหมาะ ก็จะงอกขึ้นมาเป็นต้น

ให้ดอกออกผลได้เช่นกัน ส่วนจะช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับสภาพ

ของข้าวเมล็ดนั้นๆ เป็นเหตุปัจจัย

การตรัสรู้เหมือนดอกไม้อาศัยแสงตะวัน เมื่อตะวันส่องแสง

มายังพื้นโลก เมื่อความร้อนกับความเย็นกระทบกัน จึงเกิด

ความอบอุ่น ดอกไม้ก็เลยบานได้ตามต้องการ

 

พุทธะหรือโพธิจิตนี้ เมื่อได้รับการกระตุ้นระดับหนึ่ง จะตื่นขึ้น และผลิบาน จึงเรียกว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น

ผู้เบิกบาน ซึ่งมนุษย์ทุกคน ไปถึงได้ การเจริญสติ อันเป็นฐานของการเจริญสมาธิ เจริญปัญญา

จะทำให้ธาตุพุทธะในตัวเราแตกตัว และเบ่งบาน

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ใจมั่นคงด้วยการเจริญสติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




ใจที่มั่นคงด้วยการเจริญสติ

จะทำให้เรามีกำลัง

ของความบริสุทธิ์ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว

ในการที่จะเผชิญกับโลก

เมื่อเรียนรู้กับการเห็น

แล้วไม่ไปคลุกคลีกับสิ่งที่เห็น

สิ่งที่เห็นจะไม่ทำให้เราทุกข์

ชีวิตก็เป็นอิสระ


แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language