พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
|
ตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงสั่งสอนไว้ พูดถึงเรื่องปัญญา ปัญญามีหลายขั้นหลายตอนมีหลายภูมิ ปัญญาขั้นหยาบๆ เราต้องได้ใช้ความพินิจพิจารณาบังคับบัญชาให้ปัญญาทำงาน เพราะปัญญายังไม่เห็นคุณค่าแห่งงานของตน จึงต้องได้ใช้การบังคับบัญชาให้พิจารณา จนกระทั่งปัญญานี้ได้เข้าใจตามที่สติบังคับตามที่ตนบังคับนั้นแล้ว ปัญญาก็จะมีความขยันหมั่นเพียรมีแก่ใจไปเอง เมื่อปัญญาได้ทราบโดยลำดับ |
ปัญญาจะมีความขยันหมั่นเพียร มีความอุตส่าห์พยายาม
มีความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่เป็นจริงทั้งหลาย ซึ่งยิ่งไปกว่านี้ ละเอียดไปกว่านี้โดยลำดับลำดา
สุดท้ายก็กลายเป็นภาวนามยปัญญาขึ้นมา คำว่าปัญญานั้นท่านอธิบายไว้ ๓ ตอนว่าเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง
๑.สุตมยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นจากการได้ยินได้ฟัง
และเกิดขึ้นจากจินตามยปัญญาคือการใคร่ครวญพินิจพิจารณา
ใครที่ชอบใคร่ครวญผู้นั้นมักจะเกิดปัญญา นี่เป็นข้อที่ ๒
ข้อที่ ๓ คือภาวนามยปัญญา นี้ไม่ขึ้นอยู่กับอันใดทั้งสิ้น
แม้แต่สุตมยปัญญาและจินตามยปัญญาก็ไหลรวมเข้าสู่ภาวนามยปัญญาแห่งเดียว
เมื่อภาวนามยปัญญาได้เริ่มไหวตัว
คือเริ่มคิดค้นพินิจพิจารณาในสภาวธรรมทั้งหลายทั้งภายนอกภายใน ไม่มีขอบเขต
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
จากธรรมเทศนา “ธรรมไม่ลำเอียง”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ณ กรมประชาสัมพันธ์ กทม.
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

