พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
|
คำว่าสมาธิ ท่านแปลว่า... ความสงบของใจ ความมั่นคงของใจ คือใจ ธรรมดาวอกแวก คลอนแคลน คิดนั้น...คิดนี้... คิดตั้งแต่ขณะที่ตื่นเช้าขึ้นมาจนยันค่ำ ไม่มี..เวลาหยุดหย่อน ถ้าเป็นเครื่องยนต์ ก็เรียกว่า เปิดเครื่องเปิดได้ แต่เวลาดับเครื่องดับไม่ลง วุ่นตลอดเวลา ก็มีความหลับเท่านั้น เป็นเวลาที่ ดับเครื่องแห่งความวุ่นวาย ของเรา ถ้ามนุษย์เรา ไม่มี การหลับนอนเลย มนุษย์นี้ตายก่อนใคร เร็วที่สุด แต่นี้มีการหลับนอน เป็นเครื่องระงับ ดับความวุ่นวายนี้ แล้วก็สงบตัว ในขณะนั้น |
ทีนี้ เราไม่ต้องการจะสงบด้วยวิธีนั้น... ให้พยายามภาวนา เอ้า จะเอาธรรมบทใด ก็ตาม
เช่นพุทโธ ธัมโม สังโฆ เราชอบธรรมบทใด หรืออานาปานสติ กำหนดลมหายใจเข้า-ออก
เราชอบธรรมบทใด เราก็นำธรรมบทนั้น... เข้ามาบังคับกำกับจิตใจของเรา ด้วยความมีสติ พุทโธๆ
ให้มีสติ...ไม่ต้องคิดอ่านไตร่ตรองยุ่งเหยิงวุ่นวายกับสิ่งใด เพราะเราเคยคิดมาแล้วตั้งแต่วันเกิด
ไม่เห็นเกิดผล เกิดประโยชน์ อะไร นอกจากเกิดโทษแก่เราโดยถ่ายเดียวเท่านั้น
เวลานี้...เราต้องการจะให้จิตสงบจากงานวุ่นวายทั้งหลาย เข้ามาสู่...ความเย็นใจ เข้ามาสู่ตัวของตัว
แล้วเป็นตัวของตัวขึ้นมา ในความรู้ที่เด่นชัดนั้น... ด้วยบทธรรม คือการภาวนา เช่นพุทโธๆ ให้ระลึกพุทโธๆ
อยู่ในขณะนั้น... มีสติความรู้สึกตัวอยู่กับคำว่าพุทโธนั้น จิตของเราจะค่อยสงบตัวเข้ามาๆ
จนกระทั่งเข้ามาถึงความรู้แท้แล้วสงบแน่วแน่ อย่างน้อยสงบแน่วแน่ เป็นอันเดียว รู้เด่นอยู่...อันเดียว
ไม่มี...อะไรเข้ามาเจือปน เพราะจิตไม่ออกไปคิดไปปรุงหาเรื่องเหล่านั้น เรื่องเหล่านั้น... ก็ไม่มี...
จิตทรงตัวไว้ด้วยความสงบ เพียงเราเห็นความสงบของใจเวลานั้น...
เราก็เห็นคุณค่าแห่งธรรม ที่เราอบรม เห็นคุณ ค่าแห่งความสงบของใจ ในขณะเดียวกัน
ก็เห็นโทษแห่งความวุ่นวาย ที่ก่อกวนจิตใจอยู่เสมอตลอดมา เพราะไม่มีการภาวนาสงบใจบ้างเลย
นี่ละท่านเรียกว่า...จิตเป็นสมาธิ คือมีความสงบเย็นภายในใจ
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

