พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น
ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ
ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม
|
“อริยสัจ”นั้น เป็นวิธีพูดหรือวิธีแสดง “กฎธรรมชาติ” ในแง่ที่มาเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ซึ่งมนุษย์จะนำมาใช้ประโยชน์ ในการดำเนินชีวิต หรือแก้ปัญหาชีวิตของตน พระพุทธเจ้าตรัสวางไว้ในรูปที่ใช้การได้ เรียกว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แต่ตัวความจริงในกฎธรรมชาติ ก็คือ “อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาท” และ สภาวะที่เป็นจุดหมาย คือ “นิพพาน” …. ส่วนอีกหลักหนึ่ง คือ “สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย” สับ-เพ, ธัม-มา, นา-ลัง, อะ-ภิ-นิ-เว-สา-ยะ แปลว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น คือเราไม่อาจจะยึดมั่นถือมั่นไว้ได้ |
อันนี้ก็เป็นการสรุปหัวใจของการปฏิบัติ ที่โยงไปหาตัวความจริงของธรรมชาติ หรือสภาวธรรม ว่า..
สิ่งทั้งหลายหรือปรากฏการณ์ทั้งหลายทั้งปวง หรือสิ่งที่แวดล้อมชีวิตของเรา
หรืออะไรก็ตามที่เราเกี่ยวข้องนี้ มันไม่ได้อยู่ใต้อำนาจความปรารถนาของเรา
แต่มันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ เป็นไปตามเหตุปัจจัย หรือมีอยู่ดำรงอยู่ตามสภาวะของมัน เพราะฉะนั้น
เราจึงไม่สามารถยึดมั่นถือมั่นมันได้ เราจะต้องวางใจปฏิบัติต่อมันให้ถูก ….
หลักนี้ เป็นการโยงธรรมดา ธรรมชาติ หรือ ความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลาย มาสู่ท่าทีปฏิบัติของมนุษย์
ต่อสิ่งเหล่านั้น ซึ่งรวมสาระสำคัญว่า..เราต้องรู้ทันว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่เป็นไปตามใจปรารถนาของเรา
มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของมัน เราจะไปยึดมั่นถือมั่นตามใจของเราไม่ได้ แต่ต้องปฏิบัติด้วยปัญญา
คือด้วยความรู้เท่าทันและให้ตรงตามเหตุปัจจัย …. เพราะฉะนั้น หลักนี้ก็เป็นแง่มุมหนึ่งของการประมวล
วิธีปฏิบัติทั้งหมดต่อสิ่งทั้งหลาย ซึ่งก็เป็นพุทธพจน์เหมือนกัน …. เรื่องมีอยู่ว่า
พระสาวก(พระมหาโมคคัลลานะ) ทูลถามพระพุทธองค์ว่า..“สังขิตเตนะ” ด้วยวิธีการอย่างย่นย่อ
ทำอย่างไรภิกษุจะเป็นผู้หลุดพ้นแล้วโดยความสิ้นไปแห่งตัณหา หมายความว่า..โดยย่อ
ทำอย่างไรภิกษุจะเป็นผู้บรรลุนิพพาน พระพุทธเจ้าก็ตรัสพุทธพจน์นี้ขึ้นมาว่า
ภิกษุได้สดับหลักการที่ว่า “สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย” (องฺ. สตฺตก. ๒๒/๕๘/๙๐)
แปลว่า ธรรมทั้งปวงไม่อาจจะยึดมั่นถือมั่นได้ เพราะเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เมื่อรู้เข้าใจความจริงของมัน ก็จะไม่ยึดติดถือมั่นสิ่งใดในโลก จึงไม่ร่านรนเร่าร้อน ก็จะสงบเย็นนิพพาน .
รู้ว่าธรรมทั้งปวงไม่อาจยึดมั่นได้ ก็คือ
รู้สภาวะของมันที่เป็น “ทุกข์”
ความยึดมั่นที่จะต้องละนั้น คือ “สมุทัย”
ปัญญาที่ทำให้ละความยึดมั่นนั้นเสียได้ก็เป็น “มรรค”
เมื่อละความยึดมั่นได้ ก็สงบเย็น นิพพาน คือ “นิโรธ”
หลักนี้ นับว่าเป็น...“จุดยอดของการปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลาย” ในขั้นที่ถึงปัญญาเลย” .
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )
ที่มา : จากธรรมนิพนธ์ “แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา”
# ท. ส. ปัญญาวุฑโฒ - รวบรวม. # ...
ที่มา : เพจพุทธธรรม พุทธทาสภิกขุ
โดย ท. ส. ปัญญา วุฑโฒ
ขอบคุณจากเพจ kanlayanatam
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

