INDHAMMA:ธรรมะกับความงามที่แท้จริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรามาพิจารณาดูความหมายของคำสี่คำนี้กันดีกว่า

เพื่อจะได้รู้จักตายายของตัวเองดีขึ้น ลองพิจารณาข้อความข้างล่างนี้

งามนั้นอยู่ที่ผี

ดีนั้นอยู่ที่ละ

พระนั้นอยู่ที่จริง

นิพพานนั้นอยู่ที่ตายเสียก่อนตาย

ท่านทั้งหลายลองคิดว่าปู่ย่าตายาย พูดผิดหรือพูดถูก พูดไปอย่างไม่รู้หรือว่าพูดอย่างรู้ แล้วเป็นคำที่มี

ใจความกว้างขวาง ครอบงำคำสอนทั้งหมดได้หรือไม่  ข้อที่ตายายว่างามอยู่ที่ผีนั้นหมายความว่า

ลูกหลานสมัยนี้มันงามอยู่ที่แต่งเนื้อแต่งตัว เอาสิ่งต่างๆ มาลูบไล้ฉาบทา 

ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเนื้อหนังให้มีความงามแล้วก็หลงใหลกันว่างาม 

ส่วนตายายนั้นบอกว่างามอยู่ที่ซากผี 

ให้ลองไปคิดดูว่าของใครจะถูกของใครจะจริงกว่ากัน 

 ไอ้เรื่องงามอยู่ที่การประดับตกแต่งนี้มันมีความหมายอย่างไร 

ทุกคนก็พอจะมองเห็นได้ว่า มันตกเป็นบ่าวเป็นทาส 

เป็นขี้ข้าของกิเลสตัณหา มันจึงจะเห็นว่างามอยู่ที่ประดับตกแต่ง

ถ้าจิตใจไม่เป็นทาส เป็นบ่าวของกิเลสตัณหาแล้ว 

มันจะไม่มัวเหน็ดมัวเหนื่อยอยู่ด้วยการประดับตกแต่ง

จะไม่สิ้นไม่เปลืองอยู่ด้วยการประดับตกแต่ง เพราะมันเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น 

มันเป็นเรื่องมายา หลอกตนเองด้วย หลอกคนอื่นด้วยให้เห็นว่างาม 

ก็เลยหยุดกัน ไม่ไปหลงงามที่เรื่องมายาอย่างนั้น

ทีนี้มาดูว่างามที่ซากผีนั้นมันงามอย่างไร ข้อนี้มันจะเห็นได้แต่คนที่มีจิตใจสูง 

สูงกว่าที่จะไปคิดไปเห็นไปคิดผิดๆ... 

ถ้ามีสติปัญญาถูกต้องอยู่กับเนื้อกับตัว มองดูที่ซากผีแล้ว ก็จะเห็นอะไรต่างๆ มากมายที่เป็น

ประโยชน์ ที่เป็นเครื่องเกื้อกูล ไม่ให้โง่ ไม่ให้หลง แต่กลับจะชักจูงไปในทางที่จะประพฤติถูก 

ประพฤติดี และประพฤติอย่างสูงคือปล่อยวาง 

ประพฤติไปในทางที่จะกำจัดความโลภ ความโกรธ 

ความหลงเสีย

อย่างถ้าจะมองดูที่โครงกระดูกที่แขวนอยู่ข้างหน้าเรา

นี้ใครจะมองเห็นว่างามบ้าง 

เว้นไว้เสียแต่คนบางคนจะมองเห็นว่า 

มันแสดงให้เห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

และช่วยให้จิตใจสงบเย็นลงไปทันที 

มันเป็นมิตรสหายแก่เรา 

มันแสดงสิ่งที่มีประโยชน์แก่เรา 

หรือว่ามันแสดงของจริงอยู่ที่นั่น 

แสดงความจริงอยู่ที่นั่น คือที่ซากผีนั่นแสดงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อยู่เต็มตัว 

แสดงความจริงบางอย่างบางประการ อยู่เต็มตัว ยิ่งมองยิ่งเห็น ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกว่างดงาม 

คือทำให้ว่าง จากของสกปรกคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลงนั่นเอง

ของสกปรกอย่างยิ่งนั้นคือกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ  ความหลง   

ถ้าเป็นคนรักที่จะเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รักที่จะมีจิตใจสงบแล้ว เห็นซากผีย่อมจับตาและจับใจ

ยิ่งกว่าคนที่ประดับตกแต่งสวยสดงดงามตามภาษามายาหลอกลวง ซึ่งไม่ใช่ของจริง

เดี๋ยวนี้มาเห็นของจริงที่ซากผีจึงเห็นว่างามแล้วก็พอใจที่จะดู...

พุทธทาสภิกขุ ในหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

ของดีมีอยู่กับตัว ของดีมีอยู่กับตัวเราทุกคน ก็พากันปฏิบัติเอา ทำเอา 

 เมื่อเวลาตายแล้วจึงวุ่นวายหานิมนต์พระมากุสลามาติกา ไม่ใช่เกาถูกที่คัน 

ต้องรีบแก้เสียบัดนี้ คือ เร่งทำความดีแต่บัดนี้ จะได้หายห่วง อะไร ๆ ที่เป็นสมบัติของโลก 

 มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริงไม่มีใครเหลียวแล สมบัติในโลกเราแสวงหามา 

หามาทุจริตก็เป็นไฟเผา เผาตัวทำให้ฉิบหายได้จริง ๆ 

 ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและความโง่เขลาของผู้แสวงหาแต่ละราย 

 ท่านผู้พ้นทุกข์ไป ด้วยความอุตส่าห์สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา 

 ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทองเครื่องหวงแหน เป็นคนร่ำรวย สวยงามเฉพาะสมัย จึงพากันรัก พากันห่วง 

จนไม่รู้จักเป็น รู้จักตาย สำคัญตนว่าจะไม่ตายและพากันประมาทจนลืมตัว 

 เพลิดเพลินตักตวงเอาแต่สิ่งไม่เป็นท่าใส่ตนแทบหาบไม่ไหว อย่าสำคัญว่าตนเอง 

เก่งกาจสามารถฉลาดรู้กว่าเขาเลย ถึงกับสร้างความมืดมิดปิดตาทับถมตัวเอง จนไม่มีวันสร่างซา 

 เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์ ถ้าไม่เตรียมทราบไว้เสียแต่บัดนี้ ซึ่งอยู่ในฐานะอันควร

คำพูดที่สั่งสอนคนให้ละชั่ว ทำความดี จัดเป็นหยาบคายอยู่แล้ว 

 โลกเราก็จะถึงคราวหมดสิ้นศาสนา 

เพราะไม่มีผู้ยอมรับความจริง 

 การทำบาปหยาบคายมีมาประจำแทบทุกคน 

 ทั้งให้ผลเป็นทุกข์ ตนยังไม่อาจรู้ได้ และตำหนิมันบ้าง 

 พอมีทางคิดแก้ไข แต่กลับตำหนิคำสั่งสอนหยาบคาย 

ก็นับเป็นโรคที่หมดหวัง

"...คนหิว อยู่เป็นปกติสุขไม่ได้ จึงวิ่งหาโน่นหานี่ เจออะไรก็คว้าติดมือมา โดยไม่สำนึกว่าผิดหรือถูก

ครั้นแล้วสิ่งที่คว้ามา ก็มาเผาตัวเองให้ร้อนยิ่งกว่าไฟ

คนที่หลง จึงต้องแสวงหา ถ้าไม่หลงก็ไม่ต้องหา จะหาไปให้ลำบากทำไม

อะไรๆ ก็มีอยู่กับตัวเองอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว จะตื่นเงาตะครุบเงาไปทำไม เพราะรู้แล้วว่า เงาไม่ใช่ตัวจริง

เมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึดมาเป็นธรรมคำสอน จะเป็นคนมีขอบเขตมีเหตุผล ไม่ทำตามความอยาก 

 เมื่อพยายามฝ่าฝืนให้เป็นไปตามทางของนักปราชญ์ได้จะประสบผล คือความสุขในปัจจุบันทันตา 

แม้จะมิได้เป็นเจ้าของเงินล้าน แต่มีทางได้รับความสุขจากสมบัติและความประพฤติดีของตน 

 คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย ไม่จำต้องเที่ยวแสวงหาทรัพย์มากมาย 

 หรือเที่ยวกอบโกยเงินเป็นล้านๆ มาเป็นเครื่องบำรุงจึงมีความสุข ผู้มีสมบัติพอประมาณในทางที่ชอบ 

 มีความสุขมากกว่าผู้ได้มาในทางมิชอบเสียอีก เพราะนั่นไม่ใช่สมบัติของตนอย่างแท้จริง 

ทั้งๆ ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ แต่กฎความจริง คือ กรรมสาปแช่งไม่เห็นด้วยและให้ผลเป็นทุกข์ไม่สิ้นสุด 

 นักปราชญ์ท่านจึงกลัวกันหนักหนา แต่คนโง่อย่างพวกเราผู้ชอบสุกเอาเผากิน และชอบเห็นแก่ตัว 

 ไม่มีวันอิ่มพอ ไม่ประสบผล คือ ความสุขดังใจหมาย

ตัวจริงคือ สัจจะทั้งสี่ที่มีอยู่ภายในใจ อย่างสมบูรณ์แล้ว..."

ความมั่งมีศรีสุขจะไม่บังเกิดแก่ผู้ทุจริต สร้างกรรมชั่วมีมากเท่าไรย่อมหมดไป 

พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่สร้างบาปกรรมไว้ ผลกรรมนั้นย่อมตกอยู่กับลูกหลานรุ่นหลังให้มีอันเป็นไป 

 ผู้ทุจริตเบียดเบียน รังแกผู้อื่น จะหาความสุขความเจริญไม่ได้เลย

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ทรู ปลูกปัญญา


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:“ความล้มเหลว” คือ “นั่งร้านของความสำเร็จ”

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

ความผิดพลาด หรือความล้มเหลว 

จะเป็นสิ่งที่เลวร้ายหรือจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ก็ได้ทั้งนั้น 

สิ่งสำคัญย่อมขึ้นอยู่กับมุมที่เรามอง 

ถ้าเรามองความผิดพลาดล้มเหลว ว่าเป็นปัญหา เป็นอุปสรรค

เป็นความบกพร่อง เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ 

ความผิดพลาดล้มเหลว ก็จะกลายเป็นสิ่งเลวร้ายในชีวิตทันที

แต่ถ้าเรามองในมุมกลับกัน โดยมองเสียใหม่ว่า 

ความผิดพลาดทำให้เราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น 

ความล้มเหลว ทำให้เราไม่ประมาท


หรือหากมองแบบคมคาย ลึกซึ้งว่า **“ความล้มเหลว คือ นั่งร้านของความสำเร็จ”**

เพราะทุกครั้งที่เราล้มเหลว เรามักจะฉลาดขึ้น เติบโตขึ้น กล้าแกร่งมากขึ้น 

หากใครมองได้อย่างนี้ ทุกครั้งที่ผิดพลาด ทุกคราที่ล้มเหลว ก็มีแต่ได้ไม่มีเสีย 

และด้วยมุมมองเชิงสร้างสรรค์เช่นนี้ ความผิดพลาดหรือความล้มเหลว ก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัวอีกต่อไป 

หากแต่มันคือส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ชีวิตของเราได้รับการเติมเต็มต่างหาก 

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ขันติเป็นเรื่องที่สำคัญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

มีพระรูปหนึ่ง ท่านมาเรียนกับหลวงพ่อหกเดือน ท่านนั่งสมาธิทั้งวันเลย นั่งจนเหนื่อย เอนตัวลงนอน

คล้ายๆ พระอานนท์ พอเอนตัวลงนอน จิตก็รวมลงมาเลย

ดังนั้นเราไม่รู้นะว่ามรรคผลจะเกิดขึ้นตอนไหน อย่าไปทิ้งโอกาสด้วยการปล่อยใจให้เลื่อนลอยไป

มันต้องอดทนนะต้องลงทุนตามรู้ตามดูเรื่อยๆ เราไม่รู้เลยนาทีใดคือนาทีที่จะแตกหักกับเรา

ดูจิตจนมันเคยชินที่จะดู ดูของมันเองอัตโนมัติ ดูอัตโนมัติแล้วถึงเวลาของมันเองที่จะสุกงอม

มันจะเป็นไปเอง สุกงอมไปเอง

พอเข้าใจธรรมะแล้ว อเนจอนาถที่สุดเลยอนาถตัวเองนะ เหมือนสัตว์เลื้อยคลาน

คลานกระดืบๆ ๆ เหมือนเราขึ้นมาอยู่บนยอดเขานะหันไปดูพรรคพวกเหมือนทากอยู่ก้นเหวอย่างนี้

เรียกให้ขึ้นมาเหอะๆ มันก็ขึ้นเหมือนกัน แต่มันขึ้นๆ ลงๆส่วนมากขยันอยู่พักเดียวแล้วก็เลิก

ขยันอยู่พักเดียวแล้วก็เลิก ไม่เอาจริง มัวแต่เดินวกไปวกมา ให้มันเด็ดเดี่ยวเข้ามา

หลวงพ่อเลยเรียกร้องแต่เรื่องอดทน เห็นไหมทนไว้นะๆ คำว่าอดทนนี่สำคัญมากเลย

จนกระทั่งถึงนาทีก่อนที่จะเกิดโคตรภูญาณ วินาทีก่อนที่จะเกิดโคตรภูญาณ

องค์ธรรมสำคัญคือขันตินี่เอง มันอดทนต่อการไปรู้สภาวธรรมทั้งหลาย

อดทนทั้งที่สภาวะนั้นคืออะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้นสิ่งนั้นก็ดับไป

อดทนถึงขนาดว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ได้ จะอยู่หรือจะตายก็ได้ อดทน

จิตถึงจะวางสภาวะทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ได้ ดังนั้นอึดๆ ไว้นะ

หลวงพ่อเป็นคนที่อดทนในการฝึกตัวเอง อดทนอดกลั้น

ตอนจะบวชเนี่ย หลวงพ่ออ้วนน้ำหนักเยอะถึงกินน้อยก็อ้วนนะ เป็นกรรมพ้นธ์

มีญาติบางคนเคยขับเบนซ์แล้วขับไม่ได้ เพราะเข้ารถไม่ได้

ต้องไปนั่งปิ๊กอัพข้างหลังอยู่คนเดียว สายพันธ์มันเป็นอย่างนั้น น้ำหนักเราเยอะนะ

ตอนจะบวชต้องนั่งคุกเข่าประมาณสี่สิบห้านาที

ไม่ใช่ง่ายนะ ถ้าน้ำหนักเยอะๆ แล้วคุกเข่าเนี่ยมันแทบจะพังพาบเลย แล้วเป็นคนที่ไม่จำด้วย

บทสวดขานนาคต้องยาวหน่อย ก็ต้องอดทนมากเลยในการฝึก สวดวันละวรรค

ซ้อมล่วงหน้าเป็นปีเลย วันละวรรคเดียว ได้สองสามวันหายไปอีกแล้ว

ซ้อมทุกวันๆ จนแม่นเปรี๊ยะเลยนะ เวลาจะใช้งานจริงนี่ แม่นเปรี๊ยะเลย

นั่งคุกเข่าไม่ได้นะ ซ้อมนั่งคุกเข่า เอาแล้ววันนี้ นั่งได้สี่สิบห้านาที ภูมิใจตัวเอง

พรุ่งนี้พยายามนั่งให้ได้ห้าสิบนาที เขยิบๆ ๆ อย่างนี้นะ อดทน

มันเป็นนิสัยที่อดทนนั่นแหละ ตอนเล่นกระบี่กระบอง คนอื่นเขารำไปหลายสิบท่าแล้ว

หลวงพ่อฝึกอยู่ท่าเดียว ฝึกอยู่นั่นแหละพวกรำเก่งๆ สู้เราไม่ได้ เราไม่มีกระบวนท่า

มีแต่ท่าเบสิกป้องกันตัวเองไว้เท่านั้นเอง ต้องอดทนนะ อดทน

ตอนหลวงพ่อเด็กๆ นะ โดนพ่อฝึกให้อดทน ตอนนั้นมีคนจีนหาบของเล่นมาขายหน้าบ้าน

มีรถไฟอยู่สองคันนะ หัวรถจักรกับหางมัน ทำด้วยพลาสติกนะ อันละบาท ไปบอกพ่อให้ซื้อให้

พ่อบอกว่า เดี๋ยว อดทนไว้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะซื้อให้ เราก็คิดว่ามันจะขายคนอื่นไปหรือเปล่า

ต้องอดทน ถูกฝึกให้อดทน วันนี้ไปดักมันตั้งแต่เที่ยงๆ นะ เดี๋ยวมันผ่านไป

พอมาก็ไปเรียกพ่อมาซื้อให้ พ่อบอกว่าวันนี้ซื้อให้คันเดียวก่อนจะได้อดทน

เราก็นึกว่าจะซื้อหัวมัน กลับไปซื้อหางมาให้เราเพราะจะได้อดทน

เพราะหัวมันน่าเล่นกว่า อีกวันร้องไห้เลยนะ เพราะว่ามันขายไปแล้ว

ตลกมากเลย มันจริงๆ มีแต่หางนะ เอาเชือกผูกลากๆ ไป ไปเจอเด็กอีกคนมันลากหัวมา

แหม ต่างคนต่างลากของตัวเองเข้าบ้าน

คนโบราณนะ ฝึกลูกฝึกหลานของตัวเองขนาดนี้ อดทน ต้องรอได้ ใจต้องถึงๆ นะ

การภาวนาต้องใจถึง

หลวงพ่อไปหาหลวงปู่เหรียญก่อนท่านมรณภาพไม่กี่วันท่านนอนอยู่บนเตียงแบบเตียงโรงพยาบาล

ไปถึงนะกราบท่าน ท่านก็สอนธรรมะนะว่าต้องอดทนนะ ต้องสู้นะ ต้องต่อสู้

จะข้ามภพข้ามชาติไม่ใช่ข้ามง่ายๆ ต้องสู้ แล้วท่านก็เล่าว่าท่านเองสู้มาแสนสาหัสเลย

ท่านเกิดธรรมปีติที่ท่านต่อสู้มา น้ำตาคลอเลยนะ ท่านเกิดธรรมปีติ ไม่ใช่พระร้องไห้นะ

จิตใจท่านคึกคักห้าวหาญ นอนจนลุกไม่ขึ้นแล้วนะ ยังสอนลูกหลานว่าต้องสู้ตายนะต้องสู้

หลวงปู่สู้ตายมาตลอดนะ ท่านสอนอย่างนี้ ดูครูบาอาจารย์แต่ละรูปๆ ท่านสู้ตายทั้งนั้น

หลวงพ่อยังไม่เคยเจอนะ ประเภทตื่นมาไปฉันข้าวแล้วก็บรรลุพระอรหันต์ไปแล้ว

มีแต่สู้ตายทั้งนั้นแหละ ต้องอดทนอดกลั้นนะ

เวลาเราพบปัญหาในชีวิตนี่ ทนๆ ไว้

ปัญหาไม่ว่าร้ายแรงแค่ไหนนะ ถึงวันหนึ่งก็ต้องผ่านไป 

ท่องไว้นะ ขันติเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ขันติ นี่เรื่องสำคัญมากเลย 

อดทนต่อความยากลำบากทางกาย 

ความยากลำบากทางจิตใจ ฉะนั้นเวลาเราพบปัญหาในชีวิตนี่

ทนๆ ไว้ ปัญหาไม่ว่าร้ายแรงแค่ไหนนะ ถึงวันหนึ่งก็ต้องผ่านไป

ท่องไว้นะ เวลาเราเผชิญกับความทุกข์แสนสาหัส 

ท่องไว้นะว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ท่องไว้แล้วสู้ตาย 

สู้ด้วยสติด้วยปัญญา ไม่ยากนะ แต่ว่าใจต้องถึง



วันนี้หลวงพ่อพูดเรื่องใจถึงมากหน่อย เพราะพวกเรารู้หลักอยู่แล้ว รู้หลักแล้ว เราต้องตามรู้ตามดูเรื่อยๆ 

อย่าท้อถอย ดูไปถึงช่วงหนึ่งมันขี้เกียจขี้คร้าน มันท้อแท้ มันเป็นไปได้ทุกคนแหละ แต่ท้อแล้วก็ต้องดู 

ไม่ใช่ท้อแล้วเลิกนะ ดังนั้นถ้าภาวนาเป็นแล้วเนี่ย ต้องอดทน

ส่วนพวกที่ภาวนาไม่เป็น อย่าเพิ่งอดทนนะ มาเรียนให้รู้เรื่องก่อน

เดี๋ยวมันตะบี้ตะบันไปทำอะไรก็ไม่รู้นะมันจะหลงทางไปไกล

แต่ถ้าฝึกจนสติเราเกิดแล้ว รู้กายรู้ใจได้พอเรารู้สึกตัวได้แล้วก็ต้องอดทน

แล้วทนดูเหมือนคนทอผ้า คิดดูด้ายทีละเส้นๆ เล็กนิดเดียวเนี่ย

กลายเป็นผืนผ้าขึ้นมาได้ด้วยความอดทนนะ ทนทำเข้าไป ซ้ำแล้วซ้ำอีกๆ อยู่นั่นแหละ

เหมือนคนทอผ้าสมัยโบราณนะไม่ใช่เหมือนสาวฉันทนาสมัยนี้นะ

ถึงเวลาก็ไปกินส้มตำใส่ปู มีความสุข ฟังเพลง ฟังวิทยุ

ถ้าทำเหตุ ผลจะต้องมี ผลที่ได้ต้องตรงกับเหตุและต้องสมควรกับเหตุด้วย

เราอดทน เราพากเพียรสู้ด้วยสติด้วยปัญญา

สังเกตตัวเองมากเข้าๆ นะ มันซักฟอกลงมาในจิตในใจมากเข้าๆ

สติปัญญาค้นคว้าลงในจิตในใจเรา จนไม่มีอณูใดที่กิเลสจะแฝงอยู่ได้

กิเลสสุดท้ายเลยคืออวิชชา อวิชชาคือความไม่รู้อริยสัจ

ถ้าตราบใดยังไม่รู้แจ้งอริยสัจนะ ยังข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

กราบพระพุทธเจ้า กราบหลวงปู่เหรียญ ด้วยความเคารพอย่างสูง

กราบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ด้วยความเคารพอย่างสูง

_/|\_ _/|\_ _/|\_

Cr.หนังสือประมวลธรรมเทศนา หน้าที่ ๖๒๒-๖๒๕

[๒๓ มกราคม ๒๕๕๐ (๒) : นาที ๒๐]


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

"เวลาเราพบปัญหาในชีวิตนี่ ทนๆ ไว้
ปัญหาไม่ว่าร้ายแรงแค่ไหนนะ ถึงวันหนึ่งก็ต้องผ่านไป ท่องไว้นะ"
................................................................................
#ขันติเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

มีพระรูปหนึ่ง ท่านมาเรียนกับหลวงพ่อหกเดือน
ท่านนั่งสมาธิทั้งวันเลย นั่งจนเหนื่อย เอนตัวลงนอน
คล้ายๆ พระอานนท์
พอเอนตัวลงนอน จิตก็รวมลงมาเลย
ดังนั้นเราไม่รู้นะว่ามรรคผลจะเกิดขึ้นตอนไหน
อย่าไปทิ้งโอกาสด้วยการปล่อยใจให้เลื่อนลอยไป
มันต้องอดทนนะ
ต้องลงทุนตามรู้ตามดูเรื่อยๆ
เราไม่รู้เลยนาทีใดคือนาทีที่จะแตกหักกับเรา
ดูจิตจนมันเคยชินที่จะดู ดูของมันเองอัตโนมัติ
ดูอัตโนมัติแล้วถึงเวลาของมันเองที่จะสุกงอม
มันจะเป็นไปเอง สุกงอมไปเอง

พอเข้าใจธรรมะแล้ว อเนจอนาถที่สุดเลย
อนาถตัวเองนะ เหมือนสัตว์เลื้อยคลาน
คลานกระดืบๆ ๆ เหมือนเราขึ้นมาอยู่บนยอดเขานะ
หันไปดูพรรคพวกเหมือนทากอยู่ก้นเหวอย่างนี้
เรียกให้ขึ้นมาเหอะๆ มันก็ขึ้นเหมือนกัน
แต่มันขึ้นๆ ลงๆ
ส่วนมากขยันอยู่พักเดียวแล้วก็เลิก
ขยันอยู่พักเดียวแล้วก็เลิก ไม่เอาจริง
มัวแต่เดินวกไปวกมา ให้มันเด็ดเดี่ยวเข้ามา
หลวงพ่อเลยเรียกร้องแต่เรื่องอดทน เห็นไหม
ทนไว้นะๆ คำว่าอดทนนี่สำคัญมากเลย
จนกระทั่งถึงนาทีก่อนที่จะเกิดโคตรภูญาณ
วินาทีก่อนที่จะเกิดโคตรภูญาณ
องค์ธรรมสำคัญคือขันตินี่เอง
มันอดทนต่อการไปรู้สภาวธรรมทั้งหลาย
อดทนทั้งที่สภาวะนั้นคืออะไรก็ไม่รู้
รู้แต่ว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้นสิ่งนั้นก็ดับไป
อดทนถึงขนาดว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ได้
จะอยู่หรือจะตายก็ได้ อดทน
จิตถึงจะวางสภาวะทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ได้
ดังนั้นอึดๆ ไว้นะ
หลวงพ่อเป็นคนที่อดทนในการฝึกตัวเอง
อดทนอดกลั้น

ตอนจะบวชเนี่ย หลวงพ่ออ้วนน้ำหนักเยอะ
ถึงกินน้อยก็อ้วนนะ เป็นกรรมพ้นธ์
มีญาติบางคนเคยขับเบนซ์แล้วขับไม่ได้
เพราะเข้ารถไม่ได้
ต้องไปนั่งปิ๊กอัพข้างหลังอยู่คนเดียว
สายพันธ์มันเป็นอย่างนั้น น้ำหนักเราเยอะนะ
ตอนจะบวชต้องนั่งคุกเข่าประมาณสี่สิบห้านาที
ไม่ใช่ง่ายนะ ถ้าน้ำหนักเยอะๆ แล้วคุกเข่าเนี่ย
มันแทบจะพังพาบเลย แล้วเป็นคนที่ไม่จำด้วย
บทสวดขานนาคต้องยาวหน่อย
ก็ต้องอดทนมากเลยในการฝึก สวดวันละวรรค
ซ้อมล่วงหน้าเป็นปีเลย วันละวรรคเดียว
ได้สองสามวันหายไปอีกแล้ว
ซ้อมทุกวันๆ จนแม่นเปรี๊ยะเลยนะ
เวลาจะใช้งานจริงนี่ แม่นเปรี๊ยะเลย
นั่งคุกเข่าไม่ได้นะ ซ้อมนั่งคุกเข่า
เอาแล้ววันนี้ นั่งได้สี่สิบห้านาที ภูมิใจตัวเอง
พรุ่งนี้พยายามนั่งให้ได้ห้าสิบนาที
เขยิบๆ ๆ อย่างนี้นะ อดทน
มันเป็นนิสัยที่อดทนนั่นแหละ
ตอนเล่นกระบี่กระบอง
คนอื่นเขารำไปหลายสิบท่าแล้ว
หลวงพ่อฝึกอยู่ท่าเดียว ฝึกอยู่นั่นแหละ
พวกรำเก่งๆ สู้เราไม่ได้ เราไม่มีกระบวนท่า
มีแต่ท่าเบสิกป้องกันตัวเองไว้เท่านั้นเอง
ต้องอดทนนะ อดทน

ตอนหลวงพ่อเด็กๆ นะ โดนพ่อฝึกให้อดทน
ตอนนั้นมีคนจีนหาบของเล่นมาขายหน้าบ้าน
มีรถไฟอยู่สองคันนะ หัวรถจักรกับหางมัน
ทำด้วยพลาสติกนะ อันละบาท ไปบอกพ่อให้ซื้อให้
พ่อบอกว่า เดี๋ยว อดทนไว้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะซื้อให้
เราก็คิดว่ามันจะขายคนอื่นไปหรือเปล่า
ต้องอดทน ถูกฝึกให้อดทน
วันนี้ไปดักมันตั้งแต่เที่ยงๆ นะ เดี๋ยวมันผ่านไป
พอมาก็ไปเรียกพ่อมาซื้อให้
พ่อบอกว่าวันนี้ซื้อให้คันเดียวก่อนจะได้อดทน
เราก็นึกว่าจะซื้อหัวมัน
กลับไปซื้อหางมาให้เราเพราะจะได้อดทน
เพราะหัวมันน่าเล่นกว่า
อีกวันร้องไห้เลยนะ เพราะว่ามันขายไปแล้ว
ตลกมากเลย มันจริงๆ มีแต่หางนะ
เอาเชือกผูกลากๆ ไป ไปเจอเด็กอีกคนมันลากหัวมา
แหม ต่างคนต่างลากของตัวเองเข้าบ้าน

คนโบราณนะ ฝึกลูกฝึกหลานของตัวเองขนาดนี้
อดทน ต้องรอได้ ใจต้องถึงๆ นะ
การภาวนาต้องใจถึง
หลวงพ่อไปหาหลวงปู่เหรียญก่อนท่านมรณภาพไม่กี่วัน
ท่านนอนอยู่บนเตียงแบบเตียงโรงพยาบาล ไขได้
ไปถึงนะกราบท่าน ท่านก็สอนธรรมะนะ
ว่าต้องอดทนนะ ต้องสู้นะ ต้องต่อสู้
จะข้ามภพข้ามชาติไม่ใช่ข้ามง่ายๆ ต้องสู้
แล้วท่านก็เล่าว่าท่านเองสู้มาแสนสาหัสเลย
ท่านเกิดธรรมปีติที่ท่านต่อสู้มา น้ำตาคลอเลยนะ
ท่านเกิดธรรมปีติ ไม่ใช่พระร้องไห้นะ
จิตใจท่านคึกคักห้าวหาญ นอนจนลุกไม่ขึ้นแล้วนะ
ยังสอนลูกหลานว่าต้องสู้ตายนะต้องสู้
หลวงปู่สู้ตายมาตลอดนะ ท่านสอนอย่างนี้
ดูครูบาอาจารย์แต่ละรูปๆ ท่านสู้ตายทั้งนั้น
หลวงพ่อยังไม่เคยเจอนะ
ประเภทตื่นมาไปฉันข้าวแล้วก็บรรลุพระอรหันต์ไปแล้ว
มีแต่สู้ตายทั้งนั้นแหละ ต้องอดทนอดกลั้นนะ

ขันติ นี่เรื่องสำคัญมากเลย
อดทนต่อความยากลำบากทางกาย
ความยากลำบากทางจิตใจ
ฉะนั้นเวลาเราพบปัญหาในชีวิตนี่ ทนๆ ไว้
ปัญหาไม่ว่าร้ายแรงแค่ไหนนะ
ถึงวันหนึ่งก็ต้องผ่านไป ท่องไว้นะ
เวลาเราเผชิญกับความทุกข์แสนสาหัส
ท่องไว้นะว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ท่องไว้แล้วสู้ตาย สู้ด้วยสติด้วยปัญญา
ไม่ยากนะ แต่ว่าใจต้องถึงๆ

วันนี้หลวงพ่อพูดเรื่องใจถึงมากหน่อย
เพราะพวกเรารู้หลักอยู่แล้ว
รู้หลักแล้ว เราต้องตามรู้ตามดูเรื่อยๆ
อย่าท้อถอย
ดูไปถึงช่วงหนึ่งมันขี้เกียจขี้คร้าน มันท้อแท้
มันเป็นไปได้ทุกคนแหละ
แต่ท้อแล้วก็ต้องดู ไม่ใช่ท้อแล้วเลิกนะ
ดังนั้นถ้าภาวนาเป็นแล้วเนี่ย ต้องอดทน

ส่วนพวกที่ภาวนาไม่เป็น อย่าเพิ่งอดทนนะ
มาเรียนให้รู้เรื่องก่อน
เดี๋ยวมันตะบี้ตะบันไปทำอะไรก็ไม่รู้นะ
มันจะหลงทางไปไกล
แต่ถ้าฝึกจนสติเราเกิดแล้ว รู้กายรู้ใจได้
พอเรารู้สึกตัวได้แล้วก็ต้องอดทน
แล้วทนดูเหมือนคนทอผ้า
คิดดูด้ายทีละเส้นๆ เล็กนิดเดียวเนี่ย
กลายเป็นผืนผ้าขึ้นมาได้ด้วยความอดทนนะ
ทนทำเข้าไป ซ้ำแล้วซ้ำอีกๆ อยู่นั่นแหละ
เหมือนคนทอผ้าสมัยโบราณนะ
ไม่ใช่เหมือนสาวฉันทนาสมัยนี้นะ
ถึงเวลาก็ไปกินส้มตำใส่ปู มีความสุข ฟังเพลง ฟังวิทยุ

ถ้าทำเหตุ ผลจะต้องมี
ผลที่ได้ต้องตรงกับเหตุและต้องสมควรกับเหตุด้วย
เราอดทน เราพากเพียรสู้ด้วยสติด้วยปัญญา
สังเกตตัวเองมากเข้าๆ นะ
มันซักฟอกลงมาในจิตในใจมากเข้าๆ
สติปัญญาค้นคว้าลงในจิตในใจเรา
จนไม่มีอณูใดที่กิเลสจะแฝงอยู่ได้
กิเลสสุดท้ายเลยคืออวิชชา
อวิชชาคือความไม่รู้อริยสัจ
ถ้าตราบใดยังไม่รู้แจ้งอริยสัจนะ
ยังข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣
กราบพระพุทธเจ้า กราบหลวงปู่เหรียญ
ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
กราบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
_/|\_ _/|\_ _/|\_

Cr.หนังสือประมวลธรรมเทศนา หน้าที่ ๖๒๒-๖๒๕
[๒๓ มกราคม ๒๕๕๐ (๒) : นาที ๒๐]



INDHAMMA: เรื่องของการปฏิบัติธรรม และการปฏิบัติเอง แม้จะมีแสงริบหรี่ก็ต้องทำ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


การปฏิบัตินั้นมีวิธีต่าง ๆ แล้วก็โดยมากวิธีต่าง ๆ 

นั้นบรรยายกันมาต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ ต้องทรมาน 

ต้องเหนื่อย ต้องเสียเวลามาก ไม่สามารถจะปลีกตัวออกมาปฏิบัติ

 ความจริงปฏิบัติพระพุทธศาสนา ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

นั้นไม่ใช่ของยาก แต่ละคนทำได้ทั้งนั้น แต่ว่าต้องมี…“ความตั้งใจ 

เมื่อเราอยากที่ปฏิบัติ มีความอยากขึ้นมา 

อยากและก็เห็นว่าศาสนานี้เป็นที่มีประโยชน์ย่อมเป็นการ “เปิดไฟ”

แม้จะริบหรี่ก็เป็นความสว่างให้เห็น “อยาก” เกิดขึ้นฉันใด 

เราก็เริ่มสนใจก็เริ่มทำได้แล้วฉันนั้น

เสมือนหนึ่งเราเข้าไปอยู่ในห้องมืด หรือถ้าที่มืดสนิท ไม่ทราบสวิตช์ไฟอยู่ที่ไหน 

เรามีไฟฉายหรือไม้ขีดไฟในห้อง ในตัวก็เปิดไฟฉายอันริบหรี่นั้น ไปหาสวิตช์ไฟ 

ก็สามารถจะเปิดไฟในห้องนั้นได้ฉันนั้น เราจะไม่สามารถจะพบนอกจากบังเอิญ โดยบังเอิญ 

โดยมากแล้วก็ต้องทำเอง แม้จะด้วยไฟริบหรี่ เรามีอยู่กับตัวเรา (คือการสนใจเบื้องต้น) 

ก็สามารถไปเปิดไฟได้ ท่านเรียกว่า เรามีความร่าเริงใจ ความสบายใจ พอใจในการปฏิบัติ 

มีความพอใจในการค้นคว้า เป็นปัจจัยสำคัญของการปฏิบัติพุทธศาสนา คือ เรียกว่ามี “ฉันทะ” 

ซึ่งต้องอาศัยความมี “วิริยะ” พากเพียร ขยัน คู่กับ “ขันติ” คือความอดทน ท้ายสุดที่สำคัญคือ “วิมังสา” 

มีการเอาใจใส่ติดตามอยู่ตลอดเวลา ติดตามดูไปถึงไหน ไม่ควรเผลอ ไม่ฟุ้งซ่าน จนบรรลุผลสำเร็จ.

พระราชดำรัสในโอกาสที่คณะผู้แทนพุทธสมาคมทั่วประเทศเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท 

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2523 

ว่าด้วยเรื่องของการปฏิบัติธรรม และการปฏิบัติเอง แม้จะมีแสงริบหรี่ก็ต้องทำ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ธัมมิกสังคมนิยม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

สังคมคือทุกคนทุกชีวิตในจักรวาลนี้เรียกว่าสังคม 

ถ้ามีประโยชน์แก่สังคมอย่างนี้ได้ มันก็วิเศษ 

มันจะได้อยู่เป็นผาสุกกันทั่วทั้งจักรวาล 

แต่เขายืมเอาคำว่าสังคมนิยมไปใช้สำหรับพวกคอมมิวนิสต์

หรือฝ่ายซ้ายเสียแล้ว เราก็จะต้องเพิ่มเติมลักษณะเฉพาะขึ้นมาว่า

ต้องเป็นธัมมิกสังคมนิยม คือสังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรมะ

คือความถูกต้อง ความถูกต้องคือไม่เกิดโทษอันตรายแก่ฝ่ายใด

 แต่เกิดประโยชน์สุขแก่ทุกฝ่าย 


ถ้าเรารักกันได้หรือไม่เห็นแก่ตน มันก็เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย คือว่าพวกคนจนก็รักคนมั่งมีได้ 

คนมั่งมีก็รักคนจนได้ นายทุนก็รักกรรมกรได้ กรรมกรก็รักนายทุนได้ เศรษฐีรักขอทาน 

ขอทานรักเศรษฐี กระทั่งว่าแมวรักหนูได้ หนูรักแมวได้ มันต้องถึงขนาดนั้น 

เป็นเจตนารมณ์ของธัมมิกสังคมนิยม ซึ่งอาตมาก็ได้พยายามเปิดเผยความคิดข้อนี้ 

ก็ได้รับความสนใจจากหลายทิศทาง กำลังเอาไปวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในที่ต่างๆ 

โดยหวังว่าจะเกิดสังคมนิยมใหม่ชื่อว่า ธัมมิกสังคมนิยม มุ่งหมายให้ทุกคนลดความมีตัวตน 

หรือไม่เห็นแก่ตนจนรักผู้อื่นได้ รักสิ่งที่มีชีวิตได้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปถึงความสุขของมนุษย์ทุกคน 

ของสัตว์เดรัจฉานทุกตัว ของต้นไม้ทุกต้น ถ้ามันมีวิญญาณแห่งสังคมนิยมโดยแท้จริงแล้ว 

มันก็จะเกิดผลอย่างนี้ขึ้นมา นี่ขอมุ่งหมายให้เป็นข้อแรกว่าทุกศาสนามีวิญญาณแห่งสังคมนิยม 

แต่เพื่อให้เป็นคำที่ใช้ได้แน่นอนชัดเจนยิ่งขึ้นต่างหากจากคำว่าสังคมนิยม

ที่มีความหมายเสียไปหมดแล้วนั่น มาเป็นคำใหม่ว่าธัมมิกสังคมนิยม ขอให้ถือเป็นหลักว่าทุกศาสนาเลย 

มีหัวใจหรือวิญญาณเป็นธัมมิกสังคมนิยม ขอให้พิจารณาดูให้ดีที่สุดในความจริงข้อนี้ 

พุทธทาสภิกขุ

https://main.bia.or.th/242210-2/


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

สังคมคือทุกคนทุกชีวิตในจักรวาลนี้เรียกว่าสังคม ถ้ามีประโยชน์แก่สังคมอย่างนี้ได้ มันก็วิเศษ มันจะได้อยู่เป็นผาสุกกันทั่วทั้งจักรวาล แต่เขายืมเอาคำว่าสังคมนิยมไปใช้สำหรับพวกคอมมิวนิสต์หรือฝ่ายซ้ายเสียแล้ว เราก็จะต้องเพิ่มเติมลักษณะเฉพาะขึ้นมาว่าต้องเป็นธัมมิกสังคมนิยม คือสังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรมะคือความถูกต้อง ความถูกต้องคือไม่เกิดโทษอันตรายแก่ฝ่ายใด แต่เกิดประโยชน์สุขแก่ทุกฝ่าย ถ้าเรารักกันได้หรือไม่เห็นแก่ตน มันก็เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย คือว่าพวกคนจนก็รักคนมั่งมีได้ คนมั่งมีก็รักคนจนได้ นายทุนก็รักกรรมกรได้ กรรมกรก็รักนายทุนได้ เศรษฐีรักขอทาน ขอทานรักเศรษฐี กระทั่งว่าแมวรักหนูได้ หนูรักแมวได้ มันต้องถึงขนาดนั้น เป็นเจตนารมณ์ของธัมมิกสังคมนิยม ซึ่งอาตมาก็ได้พยายามเปิดเผยความคิดข้อนี้ ก็ได้รับความสนใจจากหลายทิศทาง กำลังเอาไปวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในที่ต่างๆ โดยหวังว่าจะเกิดสังคมนิยมใหม่ชื่อว่าธัมมิกสังคมนิยม มุ่งหมายให้ทุกคนลดความมีตัวตน หรือไม่เห็นแก่ตนจนรักผู้อื่นได้ รักสิ่งที่มีชีวิตได้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปถึงความสุขของมนุษย์ทุกคน ของสัตว์เดรัจฉานทุกตัว ของต้นไม้ทุกต้น ถ้ามันมีวิญญาณแห่งสังคมนิยมโดยแท้จริงแล้ว มันก็จะเกิดผลอย่างนี้ขึ้นมา นี่ขอมุ่งหมายให้เป็นข้อแรกว่าทุกศาสนามีวิญญาณแห่งสังคมนิยม แต่เพื่อให้เป็นคำที่ใช้ได้แน่นอนชัดเจนยิ่งขึ้นต่างหากจากคำว่าสังคมนิยมที่มีความหมายเสียไปหมดแล้วนั่นมาเป็นคำใหม่ว่าธัมมิกสังคมนิยม ขอให้ถือเป็นหลักว่าทุกศาสนาเลย มีหัวใจหรือวิญญาณเป็นธัมมิกสังคมนิยม ขอให้พิจารณาดูให้ดีที่สุดในความจริงข้อนี้ พุทธทาสภิกขุ

INDHAMMA:เข้าถึงธรรม...เข้าถึงเพลง...เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในบางสถานการณ์ เราอาจไม่มีกำลังหรือ

ความสามารถที่จะช่วยเหลือใครได้มาก

โดยเฉพาะในยามที่ผู้คนกำลังทะเลาะวิวาท

ตื่นตระหนก หรือร่ำไห้คร่ำครวญ

แต่ถ้าหากเราเพียงรักษาใจให้นิ่งสงบ

มีสติ เท่านี้ก็สามารถช่วยเตือนใจผู้คน

ให้กลับมามีสติ หายวุ่นวายใจ 

ความสงบเย็นของเราสามารถแผ่กระจาย และชโลมใจของผู้คนรอบข้างให้หายรุ่มร้อนได้

บางครั้งแค่ความสงบนิ่ง ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้น ของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

หรืออย่างน้อยก็ทำให้ปัญหา ไม่เลวร้ายไปกว่านั้น

พระไพศาล วิสาโล

ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก รู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป

ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ที่ฉันไม่เคยพบเจอ ....

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ทำความรู้จักกับเบญจขันธ์...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

[ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม]

<————————————————————————————————————————>


พุทธธรรมมองเห็นสิ่งทั้งหลายในรูปของส่วนประกอบต่าง ๆที่ มาประชุมกันเข้า ตัวตนแท้ ๆ 

ของสิ่งทั้งหลายไม่มี เมื่อแยกส่วนต่าง ๆ ที่มาประกอบกันเข้านั้นออกไปให้หมดก็จะไม่พบตัวตนของสิ่ง

นั้นเหลืออยู่ ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ยกขึ้นอ้างกันบ่อย ๆ คือ "รถ" เมื่อนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วย

กันตามแบบที่กำหนด ก็บัญญัติเรียกว่า "รถ" แต่ถ้าแยกส่วนประกอบทั้งหมดออกจากกัน ก็จะหาตัวตน

ของรถไม่ได้ มีแต่ส่วนประกอบทั้งหลายซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันจำเพาะแต่ละอย่างอยู่แล้ว คือ ตัวตนของ

รถมิได้มีอยู่ต่างหากจากส่วนปะกอบเหล่านั้น มีแต่เพียงคำบัญญัติว่า "รถ" สำหรับสภาพที่มารวมตัวกัน

เข้าของส่วนประกอบเหล่านั้น แม้ส่วนประกอบแต่ละอย่าง ๆ นั้นเองก็ปรากฏขึ้นโดยการรวมกันเข้าของ

ส่วนประกอบย่อย ๆ ต่อ ๆ ไปอีก และหาตัวตนที่แท้ไม่พบเช่นเดียวกัน เมื่อจะพูดว่า สิ่งทั้งหลายมีอยู่ 

ก็ต้องเข้าใจในความหมายว่า มีอยู่ในฐานะมีส่วนประกอบต่าง ๆ มาประชุมเข้าด้วยกันเมื่อมองเห็นสภาพ

ของสิ่งทั้งหลายในรูปของกรประชุมส่วนประกอบนี้


พุทธธรรมจึงต้องแสดงต่อไปว่า ส่วนประกอบต่าง ๆ 

 เหล่านั้นเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง 

อย่างน้อยก็พอเป็นตัวอย่าง และโดยที่พุทธธรรม

มีความเกี่ยวข้องเป็น พิเศษกับเรื่องชีวิต 

โดยเฉพาะในด้านจิตใจ การแสดงส่วนประกอบต่าง ๆ 

จึงต้องครอบคลุมทั้งวัตถุและ จิตใจ 

หรือทั้งรูปธรรมและนามธรรม และมักแยกแยะเป็นพิเศษ

ในด้านจิตใจการแสดงส่วนประกอบต่างๆ นั้น 

ย่อมทำได้หลายแบบ 

สุดแต่วัตถุประสงค์จำเพาะของการแสดงแบบนั้น ๆ 

 แต่ในที่นี้ จะแสดงแบบขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นแบบที่นิยม

ในพระสูตรโดยวิธิแบ่งแบบขันธ์ ๕ พุทธธรรมแยกแยะชีวิต

พร้อมทั้งองคาพยพทั้งหมดที่บัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ฯลฯ

ออกเป็นส่วนประกอบต่างๆ 5 ประเภท 

หรือ 5 หมวด เรียกทางธรรมว่า เบญจขันธ์ (Five Aggregates) คือ

1.รูป (Corporeality) ได้แก่ส่วนประกอบฝ่ายธรรมรูปทั้งหมด ร่างกายและพฤติกรรมทั้งหมดของ

ร่างกาย หรือ สสารและพลังงานฝ่ายวัตถุ พร้อมทั้งคุณสมบัติและพฤติการณ์ต่างๆของสสาร พลังงาน

เหล่านั้น

2. เวทนา (Feeling , Sensation) ได้แก่ความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือ เฉยๆ ซึ่งเกิดจากผัสสะ ทางประสาท

ทั้ง 5 และทางใจ

3. สัญญา(Perception) ได้แก่ ความกำหนดได้หรือหมายรู้ คือกำหนดรู้ทางอาการเครื่องหมายลักษณะ

ต่างๆ อันเป็นเหตุให้จำอารมณ์(object)นั้นๆได้

4. สังขาร (Mental Formations , Volitional Activities) ได้แก่องค์ประกอบหรือคุณสมบัติต่างๆ

ของจิต ที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่ว หรือเป็นกลางๆ โดยมีเจตนาเป้นตัวนำ พูดง่ายๆว่า ความนึกคิดดีชั่ว

ต่างๆ เช่น ศรัทธา สติ หิริโอตัปปะ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ปัญญา โมหะ โทสะ โลภะ มานะ ทิฏฐิ

อิสสา มัจฉริยะ เป็นต้น เรียกรวมอย่างง่ายๆว่า เครื่องปรุงของจิต เครื่องปรุงของความคิด

หรือเครื่องปรุงของกรรม

5.วิญญาณ (Consciousness) ได้แก่ความรู้แจ้งทางอารมณ์ทางประสาททั้ง 5 และทางใจ คือ การเห็น

การได้ยิน การได้กลิ่น การรู้รส การรู้สัมผัสทางกายและการรู้อารมณ์ทางใจ...

พระพรหมคุณาภรณ์

(ป.อ.ปยุตฺโต)

หนังสือแผนที่ชีวิต 

http://www.baanjomyut.com/pratripidok/09.html 

ประโยชน์จากการศึกษาเรื่องขันธ์ ๕ เพื่อให้เข้าใจเรื่องของกายและใจว่าที่เชื่อและยึดว่าเป็นเรา

เป็นกายใจเราอันเดียวกันนั้น ที่แท้เป็นขันธ์ทั้งห้า มาประชุมรวมกัน

(เพราะมีเหตุปัจจัยให้มาประชุมรวมตัวกัน) ของรูปธรรมกับนามธรรม มิใช่สัตว์ตัวตนเราเขา

มิใช่กายใจอันเดียวกันไปหมด อย่างที่เคยเข้าใจกัน เมื่อเข้าใจความจริงของขันธ์ ๕ ก็จะเริ่มรู้เท่าทัน

ความจริงเกี่ยวกับตัวตนของตน เริ่มเข้าใจความเกี่ยวข้องของแต่ละกองขันธ์

เข้าใจเหตุปัจจัยระหว่างกันและกันของขันธ์ทั้ง ๕

เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับทุกข์ กฏแห่งธรรมชาติ (กฏไตรลักษณ์)

เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับกิเลส ตัณหา อุปาทาน ฯลฯ 

ซึ่งเมื่อเกิดความเข้าใจและรู้แจ้งก็จะเกิดความเบื่อหน่าย

ละคลายในมายาทั้งหลายเหล่านี้ เข้าใจว่าเป็นเพียงกองรูป กองเวทนา กองสัญญา กองสังขาร

กองวิญญาณ ที่มาประชุมกันเพราะมีเหตุปัจจัย ฯลฯ ที่เป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้อยู่ในแต่ละขณะๆ

ก็เพราะมีเหตุปัจจัยนั่นเอง ไม่ได้มีตัวมีตนแต่อย่างใด

www.buddhabucha.net/the-5-aggregates/

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:“คนดี คนเก่ง”

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

การมาวัด มาทำบุญทำทาน รักษาศีล ฟังเทศน์ฟังธรรม

ปฏิบัติธรรม ลดละอบายมุขต่างๆ เช่นสุรายาเมา 

เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน 

เป็นการบำเพ็ญบุญกุศล เพื่อให้เกิดคุณงามความดี

ทำให้เราเป็นคนดี ที่มีคุณค่ามากกว่าคนเก่ง 

คนเก่งแม้จะสามารถหาเงินหาทองได้มาก 

มีชื่อมีเสียงมาก แต่ถ้าไม่ดีแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

เพราะคนเก่งถ้าไม่ดีก็จะเอาความเก่งไปข่มเหงรังแกผู้อื่น

เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยอำนาจของความโลภความอยาก


เพราะโดยธรรมชาติคนเราทุกคนอยากเด่นอยากดังอยากเก่งด้วยกันทั้งนั้น 

ถ้าเก่งแล้วก็อยากจะรักษาความเก่งความเด่นความดังของตนไว้ ไม่ต้องการให้ใครมาล้ำหน้าตน 

มีวิธีใดที่จะกำจัดคู่แข่งได้ ก็จะพยายามกำจัดทุกวิถีทาง เพื่อจะรักษาความเด่นความดังของตนไว้ 

แต่ถ้าเป็นคนดีแล้วจะไม่กังวลกับเรื่องความเด่นความดัง 

จะมุ่งไปที่ความสงบร่มเย็นเป็นสุขของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ของทุกๆคนที่อยู่ในสังคม 

ไม่คิดเอาแต่ตนเป็นที่ตั้ง เพราะอยู่ในโลกที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน 

เราอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่กับผู้อื่น ต้องพึ่งพาอาศัยกัน เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า จะขาดกันไม่ได้ 

ถ้าเราอยู่ด้วยความสุขด้วยความมั่งมี แต่คนรอบข้างอยู่ด้วยความยากลำบาก ก็จะอยู่ไม่ได้ 

เพราะจะต่อสู้กันระหว่างคนที่มีกับคนที่ไม่มี 

ถ้าเป็นคนดีเวลาร่ำรวยจะคิดถึงผู้ที่เดือดร้อนลำบากยากเย็น 

ปรารถนาที่จะช่วยเหลือให้ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากได้อยู่เป็นสุข ตามแต่ฐานะที่จะมีได้ 

เราจึงควรให้ความสำคัญกับความดีมากกว่าความเก่ง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ปล่อยวางเป็นเรื่องภายในใจ แต่หน้าที่การงานเราก็ต้องทำตามสมควรแก่เหตุปัจจัย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

คำสอนทั้งปวงในพุทธศาสนา 

ถึงที่สุดแล้วมุ่งไปสู่การปล่อยวาง เพราะปล่อยวางได้เมื่อไร 

ก็หมดทุกข์เมื่อนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการปล่อยวาง 

คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจไปว่า หมายถึงถึงอยู่เฉย ๆ 

งอมืองอเท้า นี่เป็นความเข้าใจผิด 

ปล่อยวางแบบพุทธหมายถึงปล่อยวางที่ใจ 

ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา 

หรือยึดมั่นให้มันเป็นไปตามใจเราก็จริง 

แต่ก็ต้องดูแลเอาใจใส่ด้วยความรับผิดชอบ


เช่น ร่างกายนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ใช่ตัวเราของเรา จึงควรปล่อยวาง 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูแล ร่างกายไม่ใช่ของเราก็จริง แต่เราต้องดูแลเอาใจใส่ 

เพราะเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยเราในการทำความดี เหมือนกับเรือที่จะพาเราข้ามฟาก เราก็ต้องดูแลเอาใจใส่ 

ถ้ารั่วก็ต้องอุด ถ้าเสียก็ต้องรู้จักซ่อมแซม เรารู้อยู่ว่าเมื่อถึงฝั่งแล้วเราจะไม่แบกเอาเรือไปด้วย 

แต่ในขณะที่ยังไม่ถึงฝั่งเราก็ต้องดูแล คอยซ่อมแซมเพื่อนำเราไปถึงจุดหมายให้ได้ 

เรามีหน้าที่ต้องซ่อมแซมดูแลเรือ ไม่ใช่ว่าเมื่อไม่ใช่เรือของเราก็เลยปล่อยวางไม่สนใจ 

ถ้าเช่นนั้นเราจะถึงจุดหมายได้อย่างไร 

มีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งหลวงพ่อชา สุภัทโท เดินไปตรวจตราตามกุฏิพระ เห็นพระรูปหนึ่งนั่งหลบฝน 

เนื่องจากหลังคารั่ว ฝนจึงหยดลงมา หลวงพ่อชาก็เลยถามว่า ทำไมไม่ซ่อมหลังคาล่ะ 

พระรูปนั้นบอกว่าผมปล่อยวางครับ หลวงพ่อชาก็เลยบอกว่า ปล่อยวางกับวางเฉยแบบงัวแบบควายนั้น

ไม่เหมือนกัน ผู้คนมักคิดว่าวางเฉยแบบงัวแบบควายเป็นการปล่อยวางแบบพุทธ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด

 ปล่อยวางเป็นเรื่องภายในใจ แต่หน้าที่การงานเราก็ต้องทำตามสมควรแก่เหตุปัจจัย 

โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นทั้งแก่ตัวเราเองและต่อผู้อื่นด้วย 

พระพรหมคุณาภรณ์ (ปยุตโต)ได้สรุปสั้นๆ ว่า ปล่อยวางนั้นเป็นเรื่องการทำ “จิต” ส่วนการทำงานต่าง ๆ 

ด้วยความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องการทำ “กิจ” ในเมื่อสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง แปรเปลี่ยนเป็นนิจ 

ในแง่จิตใจเราจึงควรปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นในสิ่งทั้งปวง แต่ขณะเดียวกันอะไรที่สมควรทำเราต้องรีบทำ 

ไม่เฉื่อยแฉะเฉื่อยเนือย เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมา การทำกิจนั้นบางทีท่านก็เรียกว่าความไม่ประมาท

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: เราต้องทำใจของเราให้เป็นธรรม ไม่ใช่เอาธรรมะมาตามใจเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


เมื่อเราปฏิบัติธรรม 

เราต้องทำใจของเราให้เป็นธรรม 

ไม่ใช่เอาธรรมะมาตามใจเรา ถ้าปฏิบัติอย่างนี้ 

ทุกข์ก็จะเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครสักคนหรอกที่จะพ้นทุกข์ไปได้ 

พอเริ่มปฏิบัติ ทุกข์ก็อยู่ตรงนั้นแล้ว 

หน้าที่ของผู้ปฏิบัติจะต้องมีสติสำรวม และสันโดษ 

สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราหยุด คือ

เลิกนิสัยความเคยชินที่เคยทำมาแต่เก่าก่อน 


ทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ไม่ฝึกฝนอบรมใจตนเองแล้ว มันก็จะคึกคะนอง 

วุ่นวายไปตามธรรมชาติของมัน

หลวงปู่ชา สุภัทโท

https://mgronline.com/dhamma/detail/9550000081363

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:มีความสุขด้วยตนเอง…

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


คนเรานี้พัฒนาได้ 

เมื่อพัฒนาแล้วเราก็สามารถมีความสุขด้วยตัวเองมากขึ้น

และข้อปฏิบัติในพระพุทธศาสนานี่ท่านสอนให้เราพัฒนา

โอกาสและความสามารถในการที่จะมีความสุขเพิ่มขึ้นด้วย

มนุษย์นั้นตอนแรกเราอยู่โดยพึ่งพาวัตถุมากหน่อย 

ความสุขของเราขึ้นต่อวัตถุมากหน่อย 

แต่เมื่อพัฒนาตนต่อไป ชีวิตของเราดีขึ้นประเสริฐขึ้น 

ชีวิตและความสุขของเราก็ขึ้นต่อวัตถุน้อยลง 

ซึ่งทวนกระแสตรงข้ามกับระบบปัจจุบัน

ในระบบปัจจุบัน โดยเฉพาะในระบบแข่งขัน ตอนแรกเราเกิดมาในโลกชีวิตขึ้นต่อวัตถุน้อย 

ความสุขขึ้นต่อวัตถุน้อย เรายังมีจิตใจที่มีความสุขด้วยตนเองได้ แต่ต่อมาอยู่นานเข้า 

ความสุขในตัวเองหมดไป มีแต่ความสุขที่ไปฝากไว้กับวัตถุภายนอก ปราศจากวัตถุภายนอก

ไม่มีความสุข ดิ้นรนกระวนกระวายทุรนทุราย ดังจะเห็นได้จากชีวิตของคนยุคปัจจุบันนี้ 

ต้องขึ้นกับวัตถุภายนอก แม้แต่สิ่งเดียวกันในสมัยหนึ่งเป็นของง่ายๆ ก็อยู่ได้ ต่อมาดิ้นรนต้องให้สิ่งของนั้น

ฟุ่มเฟือยหรูหรามากขึ้นจึงมีความสุข ต่อมาต้องหรูหรายิ่งขึ้นไปอีก มีราคามากกว่านั้น สิ่งที่เคยหรูหราฟูฟ่า

ขนาดเดิมนั้นไม่ทำให้มีความสุขเสียแล้ว ถ้าต้องมีสิ่งเดิมนั้นก็กลับมีความทุกข์เสียด้วย 

ฉะนั้นชีวิตจึงต้องขึ้นกับวัตถุมากขึ้นๆ มีความกระสับกระส่าย กระวนกระวายมากขึ้นเมื่อขาดวัตถุ 

เมื่อเป็นอย่างนี้สันติภายนอกก็ไม่มี สันติภายในก็หมด เริ่มด้วยสันติภายในหมดก่อน 

แล้วพลอยให้สันติภายนอกขาดหายไปด้วย เพราะจะต้องแย่งชิงกันมากขึ้น 

เพราะฉะนั้นคนเรานี้จึงต้องพัฒนาในทางที่ว่า ยิ่งอยู่ไปในโลก 

ความสุขจะต้องเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเองมากขึ้น 

ความสุขของเราต้องขึ้นต่อวัตถุน้อยลง 

หนังสือ การศึกษาเพื่อสันติภาพ 

โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) 

พิมพ์ครั้งที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๘ หน้า ๓๕ – ๓๖

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA: เครื่องประพฤติเป็นอยู่ตลอดชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


ถ้าหากว่ารู้จักทำจิตให้ว่าง

ในนัยยะของพระพุทธเจ้าตามที่ได้ตรัสไว้

ในพระพุทธภาษิตบทนั้น 

เพราะเป็นคนที่มีจิตว่างจากตัวตนหรือของตนตลอดเวลา

แล้วก็เคลื่อนไหวกระทำสิ่งต่าง ๆ 

 ไปด้วยอำนาจของสติปัญญาที่ไม่มีความเห็นแก่ตัว

หรือตัวตนเข้าไปเจืออยู่เลย ปัญญานั้นก็เป็นจิตว่าง 


ถ้ามันไม่มีความเห็นแก่ตนหรือของตนเข้าไปเจือปน 

การทำการเคลื่อนไหวต่างๆ  ก็เป็นไปอย่างถูกต้องเหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านทำหรือพระอรหันต์ท่านทำ 

คนได้ยินได้ฟังพระคัมภีร์มาแล้วย่อมเข้าใจได้โดยง่าย เขาย่อมจะได้ยินได้ฟังว่าพระพุทธเจ้าท่านอยู่ 

มีลมหายใจอยู่ด้วยจิตว่าง คือท่านได้ตรัสว่า ตถาคตอยู่ด้วยสุญญตาวิหาร วิหารในที่นี้หมายถึงวิหารธรรม

วิหารธรรมแปลว่าเครื่องประพฤติเป็นอยู่ตลอดชีวิต 

สุญญตาแปลว่าความว่าง สุญญตาวิหาร ก็หมายความว่า ธรรมะเป็นเครื่องอยู่ คือความมีจิตว่าง

พุทธทาสภิกขุ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปญโญ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:กติกาชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 มนุษย์ส่วนใหญ่บางทีใช้ชีวิต โดยที่ไม่ยอมรับรู้กติกา 

พออกหักปุ๊บ ฆ่าตัวตายนี่เรียกว่าโง่ 

คุณต้องรู้นะว่า กติกาของการเป็นคนคืออะไร

มีสมหวัง มีผิดหวัง

มีขึ้นมีลง

มีสุข มีทุกข์

มีสรรเสริญ มีนินทา

ไม่ได้ มีเสีย

สิ่งเหล่านี้คือกติกาชีวิต...

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ดับทุกข์ภายในใจ ด้วยการศึกษาหาความจริงในกายตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


หลัก อริยสัจ ๔ เรียนรู้ได้จาก “ร่างกาย” นี้ 

“เราจะเรียนรู้หลักความจริงเหล่านี้ได้จากโรงเรียน 

คือ “ร่างกายเรา” นี้เท่านั้น ของใครก็ของมัน 

ต้องอาศัยร่างกายเป็นที่ค้นหาความจริง เป็นครูสอนความจริง

เพราะในร่างกายนี้มีลักษณะพร้อมทั้งเหตุและผล 

พอเพียงที่จะให้เราศึกษาหาความรู้ และทำความมั่นใจ

ให้แก่เราได้

พระองค์จึงตรัสไว้ว่า... “ แน่ะเธอ ! ในร่างกายที่ยาววาหนึ่งนี้นั่นเอง อันมีพร้อมทั้งสัญญาและใจ, 

ฉันได้บัญญัติโลก (คือความทุกข์), 

ได้บัญญัติโลกสมุทัย (คือเหตุให้เกิดทุกข์), 

ได้บัญญัติโลกนิโรธ (คือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์), 

และได้บัญญัตินิโรธคามินีปฏิปทา (คือการทำเพื่อให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์นั้น)ไว้.” . 

ในที่นี้ ตรัสเรียกสภาพธรรมดาอันเต็มไปด้วยทุกข์ว่า “ โลก ”, 

เรียกความอยากทะเยอทะยานของสัตว์โลกเพราะความยึดมั่นเข้าใจผิดว่า “เหตุให้เกิดโลก”, 

เรียกการดับความอยากเสีย แล้วอยู่อย่างสงบเป็นสุขใจเพราะไม่ยึดมั่น 

และเข้าใจถูกในสิ่งต่างๆว่าเป็น “ที่ดับของโลก”, 

และทรงเรียกมรรคมีองค์ ๘ ประการว่าเป็น “วิธีให้ถึงความดับของโลก” นั้น, 

อันเป็นสิ่งที่สัตว์ทุกคนควรกระทำเป็นหน้าที่ประจำชีวิตของตนๆตามนัยนี้เป็นหลักว่า 

หลักใหญ่ของพุทธศาสนาคือ การสอนให้ดับทุกข์ภายในใจ ด้วยการศึกษาหาความจริงในกายตน 

และหยั่งรู้ไปถึงสิ่งและบุคคลที่แวดล้อมตนอยู่ตามเป็นจริง ไม่ติดมั่นจนเกิดทุกข์ 

เพราะเห็นกฎแห่งอนัตตา แล้วมีใจปลอดโปร่งสบาย. การไม่ยึดมั่นว่าเป็น “ตัวตน” 

อันจะก่อให้เกิดการเห็นแก่ตนนั้น เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น หรือแก่โลกทั้งสิ้น : 

คือตนเองจะเป็นผู้มีความสุขสงบเยือกเย็นแสนจะเย็น ส่วนผู้อื่นนั้น นอกจากไม่ถูกผู้นั้นมาเบียดเบียนแล้ว 

ยังอาจประพฤติตามเขา จนได้รับความสุขอย่างเดียวกัน ไฟทุกข์ของโลกจะดับสนิท. 

หลักธรรมทั้งหลายแม้จะมีชื่อเรียกต่างๆกัน หมดนั้นรวมลงได้ในหลัก คือ ความดับทุกข์ ทั้งสิ้น. 

ความรู้ชนิดนี้ย่อมนำให้เกิดความเมตตาสงสารเพื่อนที่กำลังตกอยู่ในทะเลแห่งสังสารวัฏด้วยกัน

อย่างแรงกล้า เพราะฉะนั้น เป็นอันไม่ต้องกล่าวก็ได้ว่า เมตตา เป็นหลักอันสำคัญในพุทธศาสนานี้ด้วย 

อีกประการหนึ่ง.” 

พุทธทาสภิกขุ

ที่มา : จาก “ชุมนุมเรื่องสั้น” ของ พุทธทาสภิกขุ ## 

ท. ส. ปัญญาวุฑโฒ - รวบรวม. ##

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language