INDHAMMA:ไม่รู้แจ้งในทุกข์จึงมีความอยาก เมื่อมีความอยากก็มีความทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

นี่ถ้าเราเห็นความจริงอย่างที่พระพุทธเจ้าเห็น อย่างที่พระอรหันต์ท่านเห็น

กายนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ จิตนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ

นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรตั้งอยู่

นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรดับไป

ความยึดถือในกายในใจก็จะไม่มี ความอยากให้กายเป็นสุขก็จะไม่เกิดขึ้น

       เพราะกายกับใจ จะเป็นสุขไปไม่ได้เพราะมันเป็นตัวทุกข์ ความอยากให้กายให้ใจพ้นทุกข์ 

ก็จะไม่เกิดขึ้นเพราะมันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นตัวทุกข์ ยังไงมันก็ทุกข์ ไม่ทุกข์มากก็ทุกข์น้อย

เท่านั้นเอง

 

ถ้าเห็นความจริงอย่างนี้นี่ ความดิ้นรนของจิตก็จะไม่เกิดขึ้น

ความอยาก ความยึด (ความยึดถือ – ผู้ถอด) ความดิ้นรน ก็จะไม่เกิดขึ้น

ความอยากก็คือตัณหา

ความยึดก็คืออุปาทาน

ความดิ้นรนของจิต เรียกว่าภพ

 

 เมื่อมีผัสสะ การกระทบอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ

ทำให้เกิดความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ เกิดเวทนา พอมีเวทนา

ขึ้นมาก็เกิดความอยาก มีความสุขก็อยากให้มันอยู่

ความสุขหายไปก็อยากให้มันกลับมา

มีความทุกข์ก็อยากให้มันหายไป

ความทุกข์หายไปแล้วก็ไม่อยากให้มันมาอีก

มันจะมีความอยากอย่างนี้เกิดขึ้น

เวทนาจึงเป็นปัจจัยให้เกิดความอยาก

พอมีความอยากก็เลยทำให้เกิดความยึดถือ

มีความยึดถือก็จะมีความดิ้นรนของจิต

นี่ก็คือการสร้างภพ แล้วจะไปหยิบฉวยเอารูปนามขันธ์ ๕ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นมาครอบครอง

ไว้ เรียกว่าไปหยิบเอาตัวทุกข์นั้นมาครอบครองไว้ การได้มาซึ่งตาหูจมูกลิ้นกายใจขันธ์ ๕

เรียกว่าชาติ คือความเกิด มีความเกิดเมื่อไหร่ก็มีความทุกข์ ทุกที เพราะตัวรูปตัวนามนั้น

ในความเป็นจริง เป็นตัวทุกข์

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 


 
 

INDHAMMA: เราชอบธรรมบทใด เราก็นำธรรมบทนั้น... เข้ามาบังคับกำกับจิตใจของเรา ด้วยความมีสติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

คำว่าสมาธิ ท่านแปลว่า... 

ความสงบของใจ ความมั่นคงของใจ คือใจ 

ธรรมดาวอกแวก คลอนแคลน คิดนั้น...คิดนี้...

คิดตั้งแต่ขณะที่ตื่นเช้าขึ้นมาจนยันค่ำ ไม่มี..เวลาหยุดหย่อน

ถ้าเป็นเครื่องยนต์ ก็เรียกว่า เปิดเครื่องเปิดได้ 

แต่เวลาดับเครื่องดับไม่ลง วุ่นตลอดเวลา 

ก็มีความหลับเท่านั้น เป็นเวลาที่ ดับเครื่องแห่งความวุ่นวาย

ของเรา ถ้ามนุษย์เรา ไม่มี การหลับนอนเลย 

มนุษย์นี้ตายก่อนใคร เร็วที่สุด แต่นี้มีการหลับนอน 

เป็นเครื่องระงับ ดับความวุ่นวายนี้ แล้วก็สงบตัว ในขณะนั้น


ทีนี้ เราไม่ต้องการจะสงบด้วยวิธีนั้น... ให้พยายามภาวนา เอ้า จะเอาธรรมบทใด ก็ตาม 

เช่นพุทโธ ธัมโม สังโฆ เราชอบธรรมบทใด หรืออานาปานสติ กำหนดลมหายใจเข้า-ออก 

เราชอบธรรมบทใด เราก็นำธรรมบทนั้น... เข้ามาบังคับกำกับจิตใจของเรา ด้วยความมีสติ พุทโธๆ 

ให้มีสติ...ไม่ต้องคิดอ่านไตร่ตรองยุ่งเหยิงวุ่นวายกับสิ่งใด เพราะเราเคยคิดมาแล้วตั้งแต่วันเกิด 

ไม่เห็นเกิดผล เกิดประโยชน์ อะไร นอกจากเกิดโทษแก่เราโดยถ่ายเดียวเท่านั้น 

เวลานี้...เราต้องการจะให้จิตสงบจากงานวุ่นวายทั้งหลาย เข้ามาสู่...ความเย็นใจ เข้ามาสู่ตัวของตัว 

แล้วเป็นตัวของตัวขึ้นมา ในความรู้ที่เด่นชัดนั้น... ด้วยบทธรรม คือการภาวนา เช่นพุทโธๆ ให้ระลึกพุทโธๆ

 อยู่ในขณะนั้น... มีสติความรู้สึกตัวอยู่กับคำว่าพุทโธนั้น จิตของเราจะค่อยสงบตัวเข้ามาๆ 

จนกระทั่งเข้ามาถึงความรู้แท้แล้วสงบแน่วแน่ อย่างน้อยสงบแน่วแน่ เป็นอันเดียว รู้เด่นอยู่...อันเดียว 

ไม่มี...อะไรเข้ามาเจือปน เพราะจิตไม่ออกไปคิดไปปรุงหาเรื่องเหล่านั้น เรื่องเหล่านั้น... ก็ไม่มี...

จิตทรงตัวไว้ด้วยความสงบ เพียงเราเห็นความสงบของใจเวลานั้น... 

เราก็เห็นคุณค่าแห่งธรรม ที่เราอบรม เห็นคุณ ค่าแห่งความสงบของใจ ในขณะเดียวกัน 

ก็เห็นโทษแห่งความวุ่นวาย ที่ก่อกวนจิตใจอยู่เสมอตลอดมา เพราะไม่มีการภาวนาสงบใจบ้างเลย 

นี่ละท่านเรียกว่า...จิตเป็นสมาธิ คือมีความสงบเย็นภายในใจ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เจริญสติ ทำให้มาก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

สตินี้...เป็นธรรมเป็นสภาวธรรมอันหนึ่ง 

ซึ่งให้ธรรมอันอื่นๆ ทั้งหลายเกิดขึ้น โดยพร้อมเพรียง 

สตินี้ ก็คือชีวิต... ถ้าขาดสติเมื่อใด ก็เหมือนตาย 

ถ้าขาดสติเมื่อใด ก็เป็นคนประเภท 

ในระหว่างขาดสตินั้น... พูดไม่มีความหมาย 

การกระทำไม่มีความหมาย 

ธรรมคือ สติ นี้คือ... ความระลึกได้ในลักษณะใด ก็ตาม 

สติเป็นเหตุ ให้สัมปชัญญะเกิดขึ้นมาได้ 

เป็นเหตุให้ปัญญา เกิดขึ้นมาได้ 

ทุกสิ่งสารพัดธรรมทั้งหลาย ถ้าหากว่า... ขาดสติ...



ธรรมทั้งหลายนั้น...ไม่สมบูรณ์ อันนี้ คือการควบคุม การยืน การเดิน การนั่ง การนอน 

ไม่ใช่เพียงขณะนั่งสมาธิ เท่านั้น แม้เมื่อเราออกจากสมาธิไปแล้ว... สติ ก็ยังเป็นสิ่งประจำใจอยู่เสมอ 

มีความรู้อยู่เสมอ เป็นของที่มีอยู่เสมอ ทำอะไร ก็ต้องระมัดระวัง 

เมื่อระมัดระวังทางจิตใจ ความอาย มันก็เกิดขึ้นมา การพูด การกระทำอันใดที่ไม่ถูกต้อง เราก็อายขึ้น 

อายขึ้น เมื่อความอายกำลังกล้าขึ้นมา... ความสังวร ก็มากขึ้นด้วย 

เมื่อความสังวรมากขึ้น ความประมาทก็ไม่มี นี่ถึงแม้ว่า...เราจะไม่ได้นั่งสมาธิอยู่ตรงนี้ เราจะไปไหน ก็ตาม 

อันนี้ มันอยู่ในจิต ของตัวเอง มันไม่ได้หนีไปไหน 

นี่ท่านว่าเจริญสติ ทำให้มาก เจริญให้มาก อันนี้ เป็นธรรมะคุ้มครองรักษากิจการ ที่เราทำอยู่ หรือทำมาแล้ว

หรือกำลังจะกระทำ อยู่...ในปัจจุบัน นี้เป็นธรรมะ...ที่มีคุณประโยชน์มาก ให้เรารู้ตัวอยู่...ทุกเมื่อ 

ความเห็นผิดชอบ มันก็มีทุกเมื่อ เมื่อความเห็นผิดชอบมีอยู่ เกิดขึ้นอยู่...ทุกเมื่อ ความละอายก็เกิดขึ้น 

จะไม่ทำสิ่งที่ผิด หรือสิ่งที่ไม่ดี เรียกว่า...ปัญญาเกิดขึ้นแล้ว เมื่อรวบยอดเข้ามา มันจะมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา

 คือการสังวรสำรวมที่มีอยู่... ในกิจการของตนนั้น ก็เรียกว่า...ศีล ศีลสังวร 

ความตั้งใจมั่น อยู่...ในความสังวรสำรวมในข้อวัตรของเรานั้น... ก็เรียกว่า มันเป็นสมาธิ... 

ความรอบรู้ทั้งหลาย ในกิจการที่เรามีอยู่นั้น ก็เรียกว่า...ปัญญา 

พูดง่ายๆ ก็คือจะมีศีล จะมีสมาธิ จะมีปัญญา ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี 

เมื่อมันกล้าขึ้นมา... มันก็คือมรรค นี่แหละหนทาง ทางอื่น...ไม่มี.

หลวงปู่ชา สุภัทโท

วัดหนองป่าพง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความเพียร(ไม่ประมาท)เป็นกิจที่ต้องทำในวันนี้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าต่างจากทรัพย์สินเงินทองตรงที่ว่า 

ทรัพย์สินที่สูญหายหรือหมดไปยังพอหาใหม่ทดแทนได้ 

แต่เวลาล่วงเลยไปไม่อาจนำกลับคืนมา 

ดังคำประพันธ์ที่ว่า 

เวลาและวารี มิได้มีที่คอยใคร 

เรือเมล์และรถไฟ ก็ต้องไปตามเวลา 

โอ้เอ้และอืดอาด มักจะพลาดปรารถนา 

พลาดแล้วจะโศกา 

อนิจจาเราช้าเอง



ผู้ที่ปล่อยเวลาล่วงเลยผ่านไปโดยไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ ถือว่าตกอยู่ในความประมาท 

เพราะไม่ปฏิบัติตามพระพุทโธวาทที่สอนให้พิจารณาเนืองๆ ว่า 

กถมฺภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติปตนฺติ

แปลความว่า

วันคืนล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่

บุคคลผู้ประมาทคือผู้มีชีวิตอยู่โดยปราศจากสติ

คำว่า สติ หมายถึง ความระลึกรู้ก่อนทำก่อนพูดและก่อนคิด หรือขณะทำ ขณะพูด และขณะคิด 

ผู้ประมาทปราศจากสติแม้มีชีวิตก็เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ 

พระพุทธองค์จึงเปรียบเทียบชีวิตของเขาว่าเหมือนคนที่ตายแล้ว 

ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า เย ปมตฺตา ยถา มตา แปลความว่า ผู้ประมาทเหมือนคนตายแล้ว 

ลักษณะการแสดงออกของผู้ประมาทมี ๒ ประการ คือ ไม่ระแวงสิ่งที่ควรระแวงและไม่ระวังภัยที่ควรระวัง 

อันตรงกันข้ามกับผู้ไม่ประมาทที่จะมีลักษณะคือ 

. สงฺเกยฺย สงฺกิตพฺพานิ ระแวงสิ่งที่ควรระแวง

๒. รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ ระวังภัยที่ยังมาไม่ถึง

กล่าวง่ายๆ ก็คือ คนไม่ประมาทจะเป็นคนรู้เท่าทันเหตุการณ์ รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้ 

ดังนั้น บุคคลผู้ไม่ประมาทย่อมรีบขวนขวายทำกิจการให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็วพลัน 

ไม่มีการผัดวันประกันพรุ่ง

รำลึกถึงพระพุทโธวาทที่ว่า 

อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

(อัด - เช - วะ - กิด - จะ - มา - ตับ - ปัง - โก - ชัน - ยา - มะ - ระ - นัง - สุ - เว)

แปลความว่า

ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้ ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะตายหรือไม่

พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙, ศ.,ดร.) 

ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค ๒, 

เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

https://www.watprayoon.com/main.php?url=about1&code=content138&id=149

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ทบทวนธรรมให้ดวงตาเห็นธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เดี่ยวนี้เราเห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่ในด้านเดียวเสมอไป 

ไม่เห็นทั้งสองด้าน จึงไม่เรียกว่ามี "ดวงตาเห็นธรรม" 

 แม้คำบาลีจะกล่าวแต่เพียงว่า 

สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา 

ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เห็นแต่สิ่งนั้น 

จะต้องเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วย 

คือสิ่งที่ไม่ได้มีการเกิดเป็นธรรมดา 

 และไม่ได้มีความดับเป็นธรรมดา 

นั่นแหละคือการเห็นนิพพานหรือการดับทุกข์

ผู้ใดเห็นธรรมในลักษณะที่เรียกว่าเห็นสิ่งที่มีการเกิดดับเป็นธรรมดาแล้ว 

หมายความว่า 

เขาย่อมเห็นสิ่งที่มิได้มีการเกิดดับเป็นธรรมดาด้วยเสมอไป ขอให้มีความเข้าใจอย่างนี้ 

ถ้าไปมัวเข้าใจแต่เพียงว่าเห็นแต่มันเกิดดับๆ อย่างเดียวแล้ว ก็เป็นการที่เห็นเพียงครึ่งเดียว 

การเห็นเพียงครึ่งเดียวชนิดนี้ไม่เรียกว่ามี ดวงตาเห็นธรรม 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ศรัทธากับกฎแห่งกรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ศรัทธากับกฎแห่งกรรม

ตามคำสอนในพระพุทธศาสนา ชาวพุทธควรมีศรัทธา ๔ อย่าง คือ

๑. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือ เชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จริง 

เป็นผู้ประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ จริงๆ

๒. กัมมสัทธา เชื่อเรื่องกรรม คือ เชื่อว่ากรรมมีจริง หลักกรรมที่เราทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วมีจริง

๓. วิปากสัทธา เชื่อเรื่องผลของกรรม คือ เชื่อว่ากรรมที่บุคคลทำไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมให้ผลเสมอ 

จึงจะเปลี่ยนกิจกรรมความเปลี่ยนแปลงของชีวิตไปในทางที่เชื่อถือ และถูกต้องได้

๔. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน 

คือ เชื่อว่าผลที่เราได้รับเป็นผลแห่งการกระทำของเราเอง

ซึ่งอาจจะเป็นกรรมที่ทำในปัจจุบันหรืออดีตชาติ หรือจะทำในภาพใด

จะเห็นได้ว่า ความเชื่อหรือศรัทธา ๔ อย่างนั้น เป็นความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับกรรมถึง ๓ ประการ

Cr.หนังสือเรื่อง กฎแห่งกรรมและวิธีใช้หนี้พ่อแม่

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:สัจธรรมที่ช่วยให้พ้นทุกข์นั้น ล้วนอยู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“เปลี่ยนทุกข์เป็นธรรม” 

ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น 

แต่เมื่อความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก 

ความล้มเหลวบังเกิดขึ้น ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเศร้าโศก เสียใจ 

อาลัยอาวรณ์ ขุ่นเคือง ท้อแท้ หรือจมอยู่กับความตกต่ำย่ำแย่

เสมอไป เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเป็นอุปกรณ์สอนธรรม 

ฝึกใจเราให้เข้มแข็ง เตือนให้ไม่ประมาทกับชีวิต 

อีกทั้งยังเปิดใจให้เห็นสัจธรรมได้ด้วย 

ความทุกข์ไม่เพียงผลักดันให้เราเข้าหาธรรม 

หากยังแสดงธรรมให้เราเห็น เพราะทุกข์ก็คือธรรมนั้นเอง

สัจธรรมที่ช่วยให้พ้นทุกข์นั้นล้วนอยู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าทุกข์ 

แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเจอทุกข์แล้วมักปล่อยใจให้เป็นทุกข์ จึงถูกทุกข์กระทำย่ำยี 

อันที่จริง ทุกข์นั้นหากเราดูมันด้วยสติ พิจารณาด้วยปัญญา 

ก็สามารถเห็นธรรมที่ช่วยให้จิตเป็นอิสระจากทุกข์ได้ 

เพราะกุญแจที่ไขไปสู่ความพ้นทุกข์ก็อยู่ในทุกข์นั้นเอง 

ทุกข์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับความพ้นทุกข์ ปราศจากโคลนตม 

ดอกบัวอันงดงามย่อมมิอาจเกิดขึ้นได้ฉันใด ปราศจากความทุกข์ 

ปัญญาหรือความรู้แจ้งก็มิอาจเกิดขึ้นได้ฉันนั้น 

ดังนั้นเมื่อประสบทุกข์จึงไม่ควรตีโพยตีพาย 

หรือปล่อยใจให้จมอยู่ในความทุกข์ แทนที่จะเป็นผู้ทุกข์ พึงถอยออกมาเห็นทุกข์ 

ทุกข์จะกลายเป็นธรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ความกตัญญูกตเวที

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 


ความกตัญญูกตเวทีมีคุณมาก 

อาจเป็นเครื่องป้องกันความเสื่อมทรามความชั่วร้าย 

ความไม่สวัสดีนานาประการได้จริง 

และนอกจากจะเป็นเครื่องป้องกันแล้ว

ยังเป็นเครื่องส่งเสริม ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง 

ความดีงาม ความสวัสดีทุกประการได้ด้วย 


ลองพิจารณาให้เห็น ความจริง ซึ่งไม่น่าจะยากจนเกินวิสัยของคนทั่วไป 

ผู้มีกตัญญูกตเวทีนั้น จะคิดจะพูดจะทำอะไรมีความกตัญญูกตเวทีคุ้มครองรักษา 

เพราะผู้มีความกตัญญูกตเวทีย่อมมุ่งดีต่อผู้มีพระคุณเต็มเปี่ยม จะไม่คิดไม่พูดไม่ทำอะไรก็ตามที่ไม่ดี 

เพราะจะเป็นการกระทบกระเทือนเป็นโทษถึงผู้มีพระคุณ 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ตั้งสติ ที่นี่ เดี๋ยวนี้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


อยู่ที่ไหนในโลก 

ในความรู้สึกเราก็อยู่ที่นี่

อยู่เวลาไหนในโลก 

ในความรู้สึกเราก็อยู่เดี๋ยวนี้

เดินทางไปไหน 

คอยตั้งสติที่ความรู้สึกว่า ที่นี่ เดี๋ยวนี้

จะไม่เหงา ไม่งง ไม่หลง

จะมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็นที่พึ่ง

ชยสาโรภิกขุ 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ และ ตนต้องเป็นที่พึ่งของตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

สำหรับศาสนาพุทธของเรานั้น

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ชัดเจน 

บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว ได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม

จะเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตนี้ 

มันอยู่ที่หลักกรรม จากการกระทำนั้นแน่นอนที่สุด 

ขอเจริญพรอย่างนั้นนี่แหละ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนมาก

พระพุทธศาสนาสอนว่า “บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว 

ได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม 

คือการกระทำของตนเองทั้งสิ้น”


หากเราไม่ดำเนินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ แม้จะสวดมนต์หรือวิงวอนขอร้องพระเจ้า 

หรือไปบนกับผี ไปดีกับพระ ที่โยมไปหาผีเข้าทรงมาอ้อนวอนให้ผีช่วย เสียใจด้วยนะ ต้องช่วยตัวเองสิ 

อตฺตา หิ อฺตตโน นาโถ แปลว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน นี่กลับไปให้ผีช่วย ผีช่วยได้หรือ 

ไปวัดนี่ถือดอกไม้ธูปเทียน เอาไปให้พระช่วย แต่เสียใจด้วย ตนต้องเป็นที่พึ่งของตน

๑. ตนต้องช่วยตนเองได้

๒. ตนต้องพึ่งตนเองได้

๓. ต้องสอนตัวเองได้

ถ้าสามหลักนี้ไม่มีกับโยมคนใด คนนั้นจะเป็นที่พึ่งไม่ได้ พระท่านจะช่วยเราได้อย่างไร 

พระพุทธองค์ก็ไม่อาจจะช่วย ให้เราพบความดีและความสุขได้

Cr.หนังสือเรื่อง กฎแห่งกรรมและวิธีใช้หนี้พ่อแม่

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...แค่คำเดียว

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การพูดความจริงนั้น ใช้ปิยวาจาก็ได้

ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดที่แข็งกร้าว ในเมื่อจะพูด

ก็ควรหวังให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และหาก

หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจถูกต้องว่าเราต้องการบอก

อะไรแก่เขา ก็ควรคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิด

ของเขาด้วย วิธีการพูดรวมทั้งการตั้งจิต

ให้ถูกต้อง ระหว่างพูดจึงมีความสำคัญ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า การพูดที่ดีนั้น นอกจาก

1 พูดความจริงแล้ว

2 ควรเป็นประโยชน์

3 ถูกเวลา

4 ใช้ปิยวาจา

5 มีเมตตากรุณา

หาไม่แล้วจะเกิดโทษทั้งต่อผู้พูดและผู้ฟัง

การพูดอ่อนหวาน แต่ไม่เป็นความจริง ย่อมไม่ดีแน่ แต่การพูดจาอ่อนหวานที่ดีก็มี

โดยเฉพาะการพูดที่มีคุณสมบัติทั้ง ๕ ประการดังที่กล่าวมา

พระไพศาล วิสาโล

ให้คำอวยพร แทนความหวังดี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ปล่อยวาง…อยู่กับธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

"ปล่อยวาง อยู่...กับธรรมชาติ 

มันเกิด เราก็รู้ 

มันดับ เราก็รู้ 

มันสุข เราก็รู้ 

มันทุกข์ เราก็รู้ 

รู้แล้ว...ไม่ใช่ว่า เราจะเป็นเจ้าของสุขนะ 

หรือ เมื่อทุกข์เกิดขึ้นมา เราก็ไม่เป็นเจ้าของทุกข์ เหมือนกัน

เมื่อ... ไม่เป็นเจ้าของ...สุข ไม่เป็นเจ้าของ...ทุกข์ 

มันก็มีแต่การเกิด-ดับ อยู่...เท่านั้น 

ก็ปล่อย...ไปตามธรรมชาติ ของมัน อย่างนั้นแหละ 

เพราะมัน ไม่มี...อะไร."

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:กรรมเก่า ที่ตั้งแห่งกรรมใหม่ ทั้งปวง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

อะไรคือกรรมเก่า ไม่มีอธิบายอื่น 

จะอธิบายอย่างมองเห็น เช่นพระพุทธาธิบายที่ตรัสไว้ ความว่า

"กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ มนะ (ใจเป็นประธาน)

กล่าวคือร่างกายที่ประกอบด้วยอายตนะทั้งหลายนี้แหละ

เป็นตัวกรรมเก่า เป็นกรรมเก่าที่ทุกๆ คน มองเห็น 

นอกจากนี้ ยังเป็นวัตถุที่ตั้งแห่งกรรมใหม่ ทั้งปวงอีกด้วย 

เพราะกรรมที่ทำขึ้นในปัจจุบัน จะเป็นกายกรรม วจีกรรม 

มโนกรรมก็ตาม ก็อาศัย กรรมเก่านี่แหละเป็นเครื่องมือกระทำ

ทั้งกรรมเก่านี้ ยังเป็นชนวนให้เกิดเจตนาที่ทำกรรมใหม่ๆ ทั้งหลาย ด้วย เพราะตา หู เป็นต้น

มิใช่ว่าจะมียอดเฉยๆ ต้องดู ต้องฟัง แล้วก็ก่อกิเลส เช่น ราคะ (ความติดความยินดี) โทสะ (ความขัดเคือง)

โมหะ (ความหลงใหล) ให้เกิดขึ้น ขณะที่ร่างกายเจริญในวัยหนุ่มสาว ซึ่ง กล่าวได้ว่า 

กรรมเก่ากำลังเติบโตเป็นหนุ่มสาว ตา หู ผัสสะเป็นต้น ก็ยิ่งเป็นสื่อแห่งราคะ โทสะ 

และเป็นสื่อแห่งกรรมต่างๆ ตามอำนาจของจิตใจ ที่กำลังละเลิงหลง จึงจำต้องมีการควบคุมปกครอง 

จะปล่อยเสียหาได้ไม่ 

ถ้าตนเองควบคุมตนเองได้ ก็เป็นวิเศษ ที่สุด 

แต่ถ้าควบคุมตนเองไม่ได้ ก็ต้องมีผู้ใหญ่ เช่น มารดาบิดาและผู้ใหญ่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ควบคุมให้อยู่ในระเบียบวินัยที่ดีงาม ให้เกิดความสำนึกว่า “เรานี้เกิดมาเพื่อทำความดี

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

ความเข้าใจเรื่องชีวิต หน้า๕๕-๕๖

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...กับเพลง...กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การกลับก็ไม่ได้ แต่จะไปก็ไปไม่ถึง ซึ่งหมายถึง จะเลิกรักก็ไม่ได้ 

ครั้นจะรักต่อไปก็ไม่มีทางเป็นไปได้เช่นกัน 

ขอให้คุณลองถามตัวเองว่า

ถ้าคุณมีความรักชนิดที่ต้องการครอบครองเป็น เจ้าของเขา

คุณจะทุกข์เพียงใดถ้าทำไม่ได้ดังใจปรารถนา

ในขณะที่ถ้าคุณมีความสุขที่จะรัก โดยมีขอบเขตและรู้หน้าที่ว่า 

ทำได้แค่ไหน แล้วคุณรู้สึกสบายอย่างไร 

และในขณะที่คุณรู้สึกว่า กลับไม่ได้ เดินต่อไปก็ไม่มีวันถึงนั้น

คุณจะต้องตระหนักถึงคำสองคำคือ

๑....สติ ความรักต้องอยู่บนรากฐานของความมีสติ 

รักอย่างมีปัญญา เพราะจะทำให้ผู้รักมีความสุข เป็นอิสระ 

ไม่มีจิตใจคับแคบที่เฝ้าแต่จะผูกมัดเขาให้เป็นของเรา

๒..คุณธรรม คุณต้องอยู่กับคุณธรรม ซึ่งคุณธรรมที่ว่านี้ก็คือ 

มีความสุขที่ได้รักก็เพียงพอแล้ว

กลับก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ถึงอย่างคนมีกิเลสตัณหานั้น 

รังแต่จะนำมาซึ่งความเหงา ความว้าเหว่

ความรู้สึกไร้ค่า แต่สำหรับคนที่มีความสุขที่ได้รัก จะบอกว่า ....

การได้คือการไปไม่ถึงก็ไม่ใช่ 

การไม่ได้คือการไปไม่ถึงก็ไม่ใช่อีก

ทว่าเราถึงแล้วด้วยความถูกต้อง 

และมีความสุขที่ได้รักแล้ว 

เราไม่คิดจะไขว่คว้าเอาคนที่มีเจ้าของมาเป็นของเรา

เพียงเท่านี้ กลับก็ไม่ต้องกลับ แถมยังถึงโดยไม่ต้องไปให้ถึงด้วย


 ความรักจะเป็นความงดงามของชีวิต

หากใช้ความรักเป็น หรือ รักเป็น 

แต่ถ้าใช้อารมณ์ เป็นใหญ่เสียแล้ว ความทุกข์ก็จะถามหา

และก็หาเราเจอเสียทุกครั้งไป 

ทุกข์โทษที่เกิดจากการถูกพรากของรัก 

และการมีจิตพิศวาสของรักของคนอื่น 

มีให้เห็นซ้ำซากและมากมาย ทำไมจึงไม่ใช้บทเรียนเหล่านี้

มาทำให้คุณเห็นทุกข์แล้วไม่เป็นทุกข์ 

 หรืออีกนัยหนึ่ง ทุกข์มีไว้ให้เห็น ทุกข์ไม่มีไว้ให้เป็น กันล่ะ ความรักเป็นเรื่องดีค่ะ 

ถ้าคุณจะมีรักทั้งที แล้วอยากให้รักนั้นมีความสุข ก็ ....รักให้ดี อย่าดีแต่รัก 

เพราะรักจะดี เริ่มที่ตัวเรา ฝากบอกถึงคนที่มีความรัก

และกำลังจะมีความรักทุกคน

เรามาชวนกันไปให้ถึงความรักที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นทุกวันกันเถอะ....

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:มีความฉลาดในจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 


เมื่อแยกจิตและเวทนาออกได้ ก็มีความฉลาดในจิต 

"เรื่องเวทนานี้...เราหนีมันไปไหนไม่ได้ 

 เราต้องรู้เวทนา ก็สักแต่ว่า...เวทนา สุข ก็สักแต่ว่าสุข 

 ทุกข์ ก็สักแต่ว่าทุกข์ มันเป็นของสักว่า เท่านั้นแหละ 

แล้วเราไปยึดมั่นถือมั่น มันทำไม? ถ้าจิตฉลาดแล้ว 

เพียงคิดเท่านี้... มันก็แยกเวทนา ออกไปจากจิตได้ 

เวทนานี้... สักว่าเวทนา มันเห็นสักว่าเท่านั้น 

ทุกข์ มันก็สักว่าทุกข์ สุข มันก็สักว่าสุข 

มันก็แยกกันเท่านั้นแหละ

แล้วมันมีอยู่ไหม? มี...แต่มันอยู่นอกใจ มันมี...ด้วยความไปยึดมั่น ถือมั่น 

ไม่ได้ไปให้ความสำคัญมั่นหมาย กับมัน มีแล้วมันคล้ายๆกับว่า ไม่มี...เท่านั้นเองแหละ" 

พระโพธิญาณเถระ

(หลวงปู่ชา สุภัทโท)

วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ผลแห่งความดี...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

สมัยหนึ่งพระองคุลิมาล ซึ่งเพิ่งบวชใหม่ ได้สนทนาธรรมกับพระนันทิยะ พระนันทิยะได้เล่าให้ฟังว่า

พระพุทธองค์ได้สอนอะไรแก่ท่านบ้าง ตอนหนึ่งมีความว่า

“เมื่อผู้ใดสรรเสริญเยินยอหรือบูชาเราด้วยลาภสักการะ

จงนึกว่าลาภสักการะหรือชื่อเสียงนั้นเป็นผลแห่งความดี

หรือเป็นเพราะผู้อื่นสำคัญว่าเราดี”

แล้วท่านกล่าวต่อไปว่า

“ผลแห่งความดีนั้นย่อมเป็นพิษแก่ผู้ที่ไม่พิจารณา

แล้วหลงใหลยึดอยู่ในสิ่งนั้น จนกลายเป็นประมาทมัวเมา”

เวลาทำความดีแล้วมีคนยกย่อง มีลาภสักการะ

เกิดขึ้นคนส่วนใหญ่มักเผลอคิดไปว่า

เป็นเพราะเรา หรือเป็นเพราะกู 

พุทธภาษิตดังกล่าวเตือนให้เราตระหนักว่า

ลาภสักการะนั้นเกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเพราะเรา

แต่เป็นเพราะความดีที่เราทำต่างหาก 

ความดีที่ทำนั้นเรียกว่าธรรมะ 

ข้อนี้เป็นสิ่งที่เราต้องแยกให้ดี 

หาไม่จะเกิดความหลงตัวว่าเป็นเพราะเรา สุดท้ายก็ทำให้ลืมตน

พระไพศาล วิสาโล

http://www.visalo.org/article/jitvivat255711.html 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ประชันความอดทน...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือหนาว

ก็จะไม่บ่น ถ้าเราทำจิตใจให้สงบ

แม้แต่ไฟก็ยังเย็น น้ำแข็งก็ยังอุ่น

ใช่ไหมครับ นี่แหละก็เรียกได้ว่า

เป็นการฝึกตนด้วยเหมือนกัน..  "

(อากาศร้อนๆ สวมเสื้อผ้าหนาๆ 

เหมือนหน้าหนาว

แล้วบอกว่า หนาวๆๆๆๆ

เป็นการควบคุมจิตใจ ไม่ให้หวั่นไหว..

เรื่องแค่นี้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่ๆจริงไหม) 

อิคคิวซัง 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ให้ดวงตาเห็น"อมตะธรรม"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สิ่งใดมีเหตุเป็นแดนเกิด 

สิ่งนั้นก็ดับไปเพราะการดับแห่งเหตุ เพราะมีคำพูดว่า 

สิ่งใดมีเหตุเป็นแดนเกิด สิ่งนั้นดับไปเพราะเหตุ ก็ดับเหตุ 

มันก็ต้องหมายความว่า มีบางสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากเหตุ 

เมื่อไม่ได้เกิดจากเหตุก็คือไม่มีเหตุ เพราะฉะนั้นมันไม่ต้องดับ 

ไม่ต้องดับไปเพราะการดับแห่งเหตุ 

นี่แหละคือสิ่งที่เราจะต้องรู้จะต้องเข้าใจ 

จะต้องมีดวงตาเห็นและเข้าถึงให้ได้

หลังจากที่ได้มองเห็นสิ่งที่มี เหตุเป็นแดนเกิด และดับไปเพราะเหตุ นั่นคือความทุกข์ 

และก็เห็นสิ่งที่ดับทุกข์ ก็คือสิ่งที่ไม่ต้องเป็นไปตามเหตุ ถ้าจิตใจเป็นไปตามเหตุ ก็เป็นจิตใจที่เป็นทุกข์ 

ถ้าเป็นจิตใจที่เข้าถึงธรรมะที่อยู่เหนือเหตุ จิตใจนั้นก็ไม่เป็นทุกข์ นั่นคือเข้าถึงนิพพาน 

สิ่งที่เรียกว่านิพพานนั้นอยู่เหนือเหตุ ไม่มีเหตุ แต่เป็นธรรมชาติอันสูงสุดอย่างหนึ่ง 

มีอยู่ในฐานะเป็นของตรงกันข้ามจากสิ่งทั้งหลายที่มีเหตุ สิ่งทั้งหลายมีเหตุ

นิพพานอย่างเดียวไม่มีเหตุ สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะเหตุ นิพพานอย่างเดียวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุ 

สิ่งทั้งหลายดับไป เพราะดับแห่งเหตุ แต่นิพพานก็มิได้ดับไปเพราะดับแห่งเหตุ เพราะว่าไม่มีเหตุ 

ดังนั้น จึงเป็นของอนันตกาล คือเป็นของถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เกิดดับ เป็นของนิรันดร ซึ่งใน

พุทธศาสนาเรียกว่า “อมตะธรรม” คือสิ่งที่ไม่รู้จักตาย ถ้าเรามองเห็นสิ่งที่รู้จักตาย ต้องหมายความว่า

เรามองเห็นสิ่งที่ไม่รู้จักตายด้วย การเห็นแต่เรื่องรู้จักตาย หรือมีเหตุดับแห่งเหตุอย่างเดียวอย่างนี้ 

ยังไม่เรียกว่าเห็น ต้องเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วย จึงจะเห็นทั้งสองสิ่งอย่างถูกต้อง ถ้าเห็นทุกข์ก็ต้องเห็น

ความดับทุกข์ด้วยจึงจะเรียกว่าเห็นทุกข์ เพราะเหตุที่เห็นแต่ความทุกข์มันก็ไม่เห็นความดับทุกข์ 

ต้องเห็นความทุกข์ถึงขนาดลึกซึ้ง จนเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามคือความดับทุกข์ด้วย จึงจะได้ชื่อว่าเห็นทุกข์

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ขอให้ลงมือทำทันที รับรองว่าต้องสำเร็จ ส่วนจะช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่ความเพียรของผู้ปฏิบัติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ความสำเร็จนั้น 

มิใช่อยู่ที่การสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้ามาประทานให้ 

หากแต่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง 

ถ้าตั้งใจทำตามแบบแล้ว 

ทุกอย่างต้องสำเร็จ ไม่ใช่จะสำเร็จ 

เพราะพุทธท่านวางแบบเอาไว้แล้ว 

ครูบาอาจารย์ทุกองค์มีพระพุทธเจ้าเป็นที่สุด

ก็ได้ทำตามแบบ เป็นตัวอย่างให้เราดู 

อัฐิท่านก็กลายเป็นพระธาตุกันหมด 

เมื่อได้ไตร่ตรองพิจารณาให้รอบคอบแล้ว ขอให้ลงมือทำทันที ข้ารับรองว่าต้องสำเร็จ 

ส่วนจะช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่ความเพียรของผู้ปฏิบัติ การฝึกฝนและขัดเกลาตนเอง ครูอาจารย์ดี ๆ 

แม้จะมีอยู่มาก แต่สำคัญที่ตัวแกต้องปฏิบัติให้จริง สอนตัวเองให้มากนั่นแหละจึงจะดี 

ตราบใดก็ตามที่แกยังไม่เห็นความดีในตัว ก็ยังไม่นับว่าแกรู้จักข้า 

แต่ถ้าเมื่อใดแกเริ่มเห็นความดีในตัวเองแล้ว เมื่อนั้น...ข้าจึงว่าแกเริ่มรู้จักข้าดีขึ้นแล้ว 

ถึงอย่างไรก็ขออย่าได้ละทิ้งการปฏิบัติ ได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติ ก็เหมือนนักมวย ขึ้นเวทีแล้วต้องชก 

อย่ามัวแต่ตั้งท่าเงอะๆ งะ ๆ 

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

หมั่นทำเข้าไว้ 

ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต 

ธรรมะอยู่ฟากตาย 

ของดีนั้นอยู่ที่ตัวเรา 

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง นี่แหละของดี


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ชีวิตเป็นการประชุมเข้าของส่วนประกอบต่างๆ หน่วยรวมของส่วนประกอบเหล่านี้ก็..ไม่ใช่“ตัวตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

. ในพระไตรปิฎก “วชิราสูตร” วชิราภิกษุณี กล่าวกับมารผู้มีบาปว่า... . 

“มารเอ๋ย ทิฏฐิของเจ้าเชื่อว่าอะไรเป็นสัตว์ กองแห่งสังขารล้วนๆนี้ บัณฑิตจะเรียกว่า “สัตว์” ไม่ได้เลย . 

เมื่อ “ขันธ์” ทั้งหลายมีอยู่ การสมมติว่า “สัตว์” ก็มีได้ 

เหมือนคำว่า “รถ” มีได้ เพราะประกอบ “ส่วนต่างๆ” เข้าด้วยกัน . 

อนึ่ง ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้น ดำรงอยู่และแปรผันไป 

นอกจากทุกข์ ไม่มีสิ่งอื่นเกิดขึ้น นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรอื่นดับไป." 

. วชิราสูตร พระไตรปิฎกภาษาไทย สงฺ. ส. ๑๕/๑๗๑/๒๒๘ 

“ พุทธธรรมมองเห็นสิ่งทั้งหลาย 

ในรูปของส่วนประกอบต่างๆ ที่มาประชุมกันเข้า 

“ตัวตนแท้ๆ” ของสิ่งทั้งหลายไม่มี 

เมื่อแยกส่วนต่างๆที่มาประกอบกันเข้านั้นออกไปให้หมด 

ก็จะไม่พบ “ตัวตน” ของสิ่งนั้นเหลืออยู่ …. ตัวอย่างง่ายๆ 

ที่ยกขึ้นอ้างกันบ่อยๆ คือ “รถ” เมื่อนำส่วนประกอบต่างๆ

มาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบที่กำหนด 

ก็บัญญัติเรียกกันว่า “รถ” 

แต่ถ้าแยกส่วนประกอบทั้งหมดออกจากกัน 

ก็จะหาตัวตนของรถไม่ได้

มีแต่ส่วนประกอบทั้งหลาย ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆกันจำเพาะแต่ละอย่างอยู่แล้ว คือ “ตัวตน”ของรถ 

มิได้มีอยู่ต่างหากจากส่วนประกอบเหล่านั้น มีแต่เพียงคำบัญญัติว่า “รถ” 

สำหรับสภาพที่มารวมตัวกันเข้าของส่วนประกอบเหล่านั้น . แม้ส่วนประกอบแต่ละอย่างๆนั้นเอง 

ก็ปรากฏขึ้นโดยการรวมกันเข้าของส่วนประกอบย่อยๆต่อๆไปอีก และหาตัวตนที่แท้ไม่พบเช่นเดียวกัน 

เมื่อจะพูดว่าสิ่งทั้งหลายมีอยู่ ก็ต้องเข้าใจในความหมายว่า มีอยู่ในภาวะของส่วนประกอบต่างๆ 

ที่มาประชุมเข้าด้วยกัน . …. เมื่อมองเห็นสภาพของสิ่งทั้งหลายในรูปของการประชุมส่วนประกอบเช่นนี้ 

พุทธธรรมจึงต้องแสดงต่อไปว่า ส่วนประกอบต่างๆเหล่านั้นเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง 

อย่างน้อยก็พอเป็นตัวอย่าง และโดยที่พุทธธรรมมีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับเรื่อง“ชีวิต” 

โดยเฉพาะในด้านจิตใจ การแสดงส่วนประกอบต่างๆ จึงต้องครอบคลุมทั้งวัตถุและจิตใจ 

หรือ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม และแยกแยะเป็นพิเศษในด้านจิตใจ…. . …. 

ตามปกติ มนุษย์มีความโน้มเอียงที่จะยึดถืออยู่เสมอว่า “ตัวตนที่แท้”ของตนมีอยู่ในรูปใดรูปหนึ่ง 

บ้างก็ยึดเอาจิตเป็นตัวตน บ้างก็ยึดว่ามีสิ่งที่เป็นตัวตนอยู่ต่างหากแฝงซ้อนอยู่ในจิตนั้น 

ซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นตัวการที่คอยควบคุมบังคับบัญชากายและใจนั้นอีกชั้นหนึ่ง . …. 

การแสดง “ขันธ์ ๕” นี้มุ่งให้เห็นว่า สิ่งที่เรียกว่า “สัตว์” “บุคคล” “ตัวตน” เป็นต้นนั้น 

เมื่อแยกออกไปแล้วก็จะพบแต่ส่วนประกอบ ๕ ส่วนเหล่านี้เท่านั้น 

ไม่มีสิ่งอื่นเหลืออยู่ที่จะมาเป็น “ตัวตน” 

ต่างหากได้ และแม้ขันธ์ ๕ เหล่านั้นแต่ละอย่าง ก็มีอยู่เพียงในรูปที่สัมพันธ์อิงอาศัยกัน ไม่เป็นอิสระ 

ไม่มีโดยตัวของมันเอง ดังนั้น ขันธ์ ๕ แต่ละอย่างนั้นก็ไม่ใช่ตัวตนอีกเช่นกัน . …. รวมความว่า 

หลัก “ ขันธ์ ๕” แสดงถึงความเป็น “อนัตตา” ให้เห็นว่า..ชีวิตเป็นการประชุมเข้าของส่วนประกอบต่างๆ 

หน่วยรวมของส่วนประกอบเหล่านี้ก็..ไม่ใช่“ตัวตน” ส่วนประกอบแต่ละอย่างนั้นเองก็ไม่ใช่ตัวตน 

และสิ่งที่เป็นตัวตนอยู่ต่างหากจากส่วนประกอบเหล่านี้ก็ไม่มี เมื่อมองเห็นเช่นนั้นแล้ว 

ก็จะถอนความยึดมั่นถือมั่นในเรื่อง “ตัวตน” ได้.” . 

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต ) ที่มา : จากหนังสือ “พุทธธรรม ฉบับเดิม” หน้า ๑๙,๒๔

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ความจำดีขึ้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อาการของการลืมนั้น คือ จำไม่ได้

ไม่ได้นึกถึงเรื่องที่เกิดในวันนั้น เวลานั้น

เกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมาก คนที่มีความจำสั้น คนที่ไม่เคย

ทบทวน คนเหล่านี้ มักจะบอกตัวเองว่า ความจำแย่

และมักพูดกับ คนอื่นว่า ขี้หลงขี้ลืม เรื่องนั้นเรื่องนี้

(คนทั่วไปก้ออาจจะเป็นในบางครั้งบางคราวด้วย)  

ซึ่งสิ่งที่ควรทำ คือ เลิกพูดกับตัวเองถึงความขี้หลงขี้ลืม

ของตนเองและเลิกเล่าให้คนอื่นฟัง สิ่งที่ควรทำ คือ

ต้องคิด ต้องพูดกับตัวเอง คือ

ความจำของเรากำลังดีขึ้นๆ....

 

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

#จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง  #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language