INDHAMMA: ถ้าเวลาก้าวหน้า คนก็ถูกกิน ถ้าคนก้าวหน้า เวลาก็ถูกกิน ใครฟังเข้าใจ คนนั้นเป็นผู้มีปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเวลาก้าวหน้า คนก็ถูกกิน 

นี้ก็พอจะเห็นได้ไม่ยากนัก ว่าวันคืนมันล่วงไปๆ 

คนมันก็แก่ชราลงๆๆ และใกล้ความตายเข้าไปทุกที 

จนถึงความตายในที่สุด นี้เรียกว่า เวลามันก้าวหน้า คนก็ถูกกิน 

แต่ทีนี้ถ้าคนเกิดก้าวหน้าขึ้นมาบ้าง 

คือคนได้รู้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ซึ่งเป็นหัวใจของพระศาสนาโดยแท้จริง 

คือเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน

เราเขาที่จะยึดมั่นแล้ว เวลาก็ทำอะไรบุคคลนั้นไม่ได้ 

เพราะบุคคลนั้นพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย 

อย่างนี้เรียกว่า บุคคลนั้นกินเวลา เวลาเป็นฝ่ายที่ถูกกิน 

ถ้าคนไม่รู้ธรรมะ เวลาก็กินคน ถ้าคนรู้ธรรมะ คนก็กินเวลา 

การที่เวลากินคนนั้นไม่เป็นของสนุกเลย หมายความว่า

มีความทุกข์ร้อนนานาประการเกี่ยวกับการที่เวลามันล่วงไปๆ 

เดี๋ยวนี้คนเป็นอันมากก็ร้อนใจอยู่ด้วยเรื่องเกี่ยวกับเวลา คือยังทำอะไรไม่เสร็จ 

ยังทำอะไรไม่ได้ตามที่ตัวต้องการ ยังหิวยังกระหายอยู่เสมอ อย่างนี้เรียกว่าคนลำบากเดือดร้อน

เพราะถูกเวลากิน เพราะว่าเขาไม่เป็นผู้รู้ธรรม ไม่รู้จักปล่อยวางสิ่งทั้งปวง 

อย่าให้มารบกวนจิตใจ ถ้าเราพิจารณาดูอีกทางหนึ่ง ก็จะเห็นได้ว่า

คนที่ไม่รู้ธรรมะนั้นย่อมเดินถอยหลัง เพราะถูกเวลากิน ไม่มีการก้าวหน้า คนโง่ คนพาล 

คนเขลาชนิดนี้ย่อมไม่มีสงกรานต์กับใครเลย เพราะว่าเขาไม่ก้าวหน้า แต่กลับถอยหลังไปเสียอีก 

ถ้าบุคคลผู้ใดรู้ธรรม บุคคลนั้นก้าวหน้าเรื่อยไป บุคคลนี้มีสงกรานต์ คือมีการก้าวหน้า 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ไม่ใช่แต่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องการอาหาร จิตใจก็ต้องการด้วยเช่นกัน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ผู้คนทั่วไปมักเข้าใจว่าการกินอาหารเป็นเรื่องของร่างกายเท่านั้น 

แต่ความจริงแล้วมันมีผลต่อจิตใจด้วยผลในทางจิตใจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรากินอะไรเท่านั้น 

เรากินอย่างไรก็มีความสำคัญเช่นกัน คนที่กินไปคุยไปหรือปากก็เคี้ยว ใจก็ครุ่นคิดกังวล 

นอกจากอาหารจะย่อยยาก แล้ว ใจก็เครียดง่าย พาลจะเป็นโรคกระเพาะ

ยิ่งกว่านั้นพฤติกรรมการกินแบบนี้ยังบ่มเพาะนิสัยฟุ้งซ่าน แซ่ส่าย มีสมาธิได้ยาก ในทางกลับกัน 

ถ้ากินอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้น จิตใจก็พลอยได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วย 

อย่าลืมว่าไม่ใช่แต่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องการอาหาร จิตใจก็ต้องการด้วยเช่นกัน

 อาหารของจิตใจคืออะไร ? 

 อย่างแรกได้แก่ ความสงบ

 การกินอาหารเป็นโอกาสหนึ่งที่จิตใจควรได้พักผ่อน

 หลังจากถูกใช้ไปกับการงานต่าง ๆ มากมาย 

 ถ้าเราลองกินโดยไม่พูดคุยกับใครดูบ้าง 

 และไม่ต้องหาเรื่องมาคิดให้วุ่นวาย 

 ให้ใจได้รับรู้อยู่กับการกิน สัมผัสรับรสต่าง ๆ

 อย่างแจ่มชัด แม้จะฟุ้งซ่านไปบ้าง ก็ดึงจิตกลับมาที่การกิน

 การกระทำอย่างนี้เรียกว่า กินอย่างมีสติ

ผลที่ตามมาคือ ความสงบจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น สมาธิจะได้รับการพัฒนา 

สติและสมาธิดังกล่าวนี้แหละที่เราสามารถเอาไปใช้เวลาทำงานทำการต่าง ๆ ได้ 

ไม่ใช่แต่ในเวลาอาหารเท่านั้น...

ชีวิตนั้นไม่ได้แยกเป็นส่วน ๆ เวลากินอาหาร เราจึงไม่พึงบำรุงเลี้ยงแต่ร่างกายเท่านั้น 

หากเราควรบำรุงเลี้ยงจิตใจด้วย 

โดยกินอย่างมีสติและสมาธิ ขณะเดียวกันก็ บ่มเพาะปัญญาให้เกิดขึ้นแก่จิตใจ ด้วยการเตือนตนให้

เห็นคุณค่าที่แท้จริงของอาหาร ไม่หลงปล่อยใจไปกับคุณค่าเทียม 

พร้อมกันนั้นก็ให้ตระหนักว่าเราเป็นหนี้บุญคุณสรรพชีวิต จึงควรใช้ชีวิตให้มีความหมาย

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ส่องกระจกดูเงาของตัวเอง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"เรามักเห็นคนอื่นอย่างชัดเจนว่าเป็นอะไรต่ออะไร

แต่เรากลับไม่เห็นตัวเราเอง ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร

ก็เพราะว่าคนเราชอบส่งจิตออกนอก ชอบเพ่ง

ความสนใจไปยังสิ่งนอกตัวจนลืมมองตัวเอง

ถ้ามองตัวเอง ก็จะมองหน้าตาตัวเองในกระจก

เป็นอย่างไร อันนี้เราทำบ่อย

อย่างที่เคยมีการทำวิจัยว่าฝรั่งจะส่องกระจกวันละ

ประมาณ 30 ครั้ง หรือเฉลี่ยทุกครึ่งชั่วโมงในเวลา

ที่ตื่น แต่นั่นไม่ใช่การมองตนอย่างแท้จริง

ที่น่าสังเกตก็คือ เวลาเครียด เวลาโมโห เรามักไม่ค่อยส่องกระจกเท่าไร ถ้าส่องกระจก

เราก็จะเห็นว่า เรากำลังเครียด เรากำลังหงุดหงิด เรามักจะส่องกระจกเวลาที่อารมณ์ดี

หรือรู้สึกว่าเรามีภาพลักษณ์ที่ดี หรือส่องเพื่อประดับหน้าตา แต่เวลาโกรธ เวลาเสียใจ

เศร้า เรามักไม่ค่อยส่องกระจก ถ้าหันมาส่องกระจกเวลามีอารมณ์บูดบ้าง อาจจะรู้ตัว

และหลุดจากอารมณ์นั้นได้เร็วขึ้น  จะได้ไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ ลืมตัว

หรือเผลอทำอย่างคนอื่น..."

พระไพศาล วิสาโล 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:คนไทยหรือเปล่า...ถ้าเป็นคนไทย...ต้องเป็นไทนะ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราคนไทยหรือเปล่า...

 

"ถ้าเป็นคนไทยต้องเป็น"ไท"นะ 

หรือว่ายังเป็นทาสอยู่

ที่ผ่านมา เราอาจจะยังไม่เป็นไท 

เราอาจเป็นทาสสุรา 

บุหรี่ facebook, I Phone, I Pad, กระเป๋าหลุย อยู่ก็ได้

ประกาศอิสรภาพได้ภาพได้แล้ว....

เขาประกาศเลิกทาสตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว

ผ่านมาตั้ง 200 ปีแล้ว...

น่าจะเป็นไทเสียที...."

พระอาจารย์นวลจันทร์

กิตติปัญโญ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ถ้ามันจะเจ็บ...แล้วมันจะจบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้ามันจะเจ็บ...แล้วมันจะจบ ต้องเจ็บเท่าไร ก็ยอม แต่ถ้าค่อยๆเจ็บ แล้วค่อยๆทรมาน

ต่อไปอีกนานแสนนาน...(ฉันไม่ยอม)

 ความเสียใจทุกข์โศกเพียงใด

ก็หาอาจทำให้เปลี่ยนแปลงไปได้ไม่

นอกจากจะกลับสมหวังขึ้น ในความผิดหวังนั้นไม่ได้แล้ว

ถ้าปล่อยใจ ให้ทุกข์โศกมากเกินไป

ยังจะเป็นทางให้ความไม่สมหวังในเรื่องอื่นเกิดตามมาอีก

ได้มากมายเพราะความทุกข์จักทำให้กำลังใจอ่อน

สติปัญญาไม่แจ่มใส คิดอะไรก็จะเป็นไปอย่างมืดมน

จะแก้ไขอะไรก็ไม่ถูก จะหาทางดำเนินใหม่ก็ยากจะพบ

สมเด็จพระญาณสังฆราชเจ้า

กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

INDHAMMA:ฝึกคิด...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์สอนให้เราฝึกคิด

เฉพาะในเวลาที่ควรคิดและคิดเฉพาะในทางที่เอื้อ

ต่อการบรรลุเป้าหมาย

เมื่อเรากำลังพิจารณาว่าจะทำอะไรสักอย่าง 

ต้องคิดแน่นอน

แต่ความคิดในกรณีนั้น ต้องเน้นทางลบมากกว่า

เช่นเงินพอหรือเปล่า เวลาพอหรือเปล่า

บุคลากรพร้อมหรือเปล่า ตัวเราพร้อมหรือเปล่า

มีทางเลือกอย่างอื่นที่ดีกว่าไหม

มันถูกต้องตามหลักศีลธรรมหรือไม่ เป็นต้น

 

เมื่อเราพิจารณาให้รอบคอบแล้ว จึงตัดสินว่าจะทำหรือไม่ทำ

แล้วหลังจากนั้นการคิดในทางบวกจึงจะดี

 

ทำอะไรที่เป็นบุญเป็นกุศลแล้ว

ชาวพุทธเราไม่ลืมอุทิศส่วนกุศล นี่เรียกว่าคิดทางหาร

 

ทำอะไรที่เป็นบุญเป็นกุศลแล้ว

คิดหาทางขยายผลให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง คือคิดทางคูณ

พระพุทธเจ้าจึงสอนความคิดในทางบวกบ้าง ทางลบบ้าง ทางหารบ้าง ทางคูณบ้าง

และที่สำคัญที่สุดพระองค์สอนวิชาอยู่เหนือความคิดทั้งปวงในเวลาอันสมควร

พระอาจารย์ชยสาโร

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน 

 #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

 #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

INDHAMMA:เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็ยิ่งจำเป็นต้องเอาสติมาใช้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การเจริญสติเป็นวิธีการที่ต่างจากสมาธิ 

สมาธิเป็นการให้จิตจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อรู้สึกเบื่อก็เอาจิตไปจดจ่ออยู่กับเสียงเพลง เสียงนก ต้นไม้

หรือการวาดรูป ทำให้ลืมความเบื่อไปได้ นี่เป็นงานของสมาธิ ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนอารมณ์ไปจดจ่อ

สิ่งอื่นแทน แต่สติเป็นอีกวิธีการหนึ่ง คือดูหรือเห็นเฉยๆ ไม่เข้าไปเป็น แค่เห็นอารมณ์เกิดขึ้น

และเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นกับมัน ไม่ปรุงแต่งต่อเติมมัน มันก็ดับไป เหมือนไฟที่ไม่มีเชื้อ 

ไม่มีฟืนก็ดับมอดไปเอง ทุกข์อยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะใจไปยึดมันเอาไว้ 

เป็นเพราะใจปรุงแต่งต่อเติม มันถึงอยู่ต่อเนื่องเป็นชั่วโมง เป็นวัน บางทีก็เป็นอาทิตย์ 

และที่ใจไปยึดมันก็เพราะไม่รู้ตัว เหมือนกับคนที่แบกหินทั้งๆที่เหนื่อยเป็นทุกข์ ก็ยังแบกเอาไว้ 

นั่นเป็นเพราะไม่รู้ตัว ทำนองเดียวกับคนที่เจอไฟไหม้บ้าน เห็นอะไรใกล้ตัวก็ขนออกไปก่อน 

บางทีแบกตู้เซฟ แบกโอ่งน้ำซึ่งหนักมาก แต่ยังแบกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านอย่างสบาย 

ตอนนั้นไม่รู้สึกหรอกว่าหนักเพราะความกลัวมันครอบงำใจจนกระทั่งลืมตัว แต่ยิ่งวิ่งก็ยิ่งเหนื่อย 

ครั้นหนีมายังที่ปลอดภัยหายกลัวแล้วจึงรู้สึกว่าหนัก 

พอรู้ตัวว่าแบกตู้เซฟหรือโอ่งน้ำเท่านั้นก็วางมันลงทันที

ความยึดมั่นถือมั่นเกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ยึดแล้วทุกข์ 

ทั้งๆ ที่แบกแล้วทุกข์ก็ยังยึดเอาไว้ แต่พอรู้ตัวเมื่อไรก็วางเอง

ไม่ต้องมีใครสั่ง ถึงที่สุดแล้ว นอกจากความแก่ ความเจ็บป่วย 

และความพลัดพรากแล้ว ความตายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

ที่เราทุกคนต้องเจอ เมื่อหนีความตายไม่พ้นก็ต้อง

พร้อมเผชิญหน้ากับมัน ยอมรับความตายว่า เป็นธรรมดาของชีวิต 

แม้จะมีความกลัวเกิดขึ้นก็ให้รู้ว่ากลัว มีสติเห็นความกลัว

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็ยิ่งจำเป็นต้องเอาสติ

มาใช้ เพื่อให้เราเผชิญหน้ากับความตายได้ด้วยใจสงบ

 เพื่อทำให้ใจนี้เป็นกุศล ไม่หม่นหมอง ไม่ตื่นตระหนก 

สติมีความสำคัญมากสำหรับการรับมือกับความกระสับกระส่าย รวมทั้งความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับกาย 

อะไรเกิดขึ้นก็มีสติดูมันไป สติจะช่วยรักษาใจให้เป็นปกติ สามารถปล่อยวางสิ่งต่างๆได้ 

ไม่อย่างนั้นจะไปสุคติได้ยาก วิชาสุดท้ายที่ต้องใช้เมื่อเราจะตายคือการเจริญสติ 

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ความสุขอยู่ที่ใจ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ

โดย พระไพศาล วิสาโล 

สนพ. อมรินทร์ธรรมะ

#ความสุขอยู่ที่ใจหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ #amarindhamma #อมรินทร์ธรรมะ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน

 #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น 

#เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

 

INDHAMMA:มารู้มาเห็นโลก ตามความเป็นจริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมะ คือ ของจริงของแท้เป็นแก่นของโลก

แปลว่า ของเป็นอยู่ทรงอยู่สภาพตามเป็นจริงเป็นอย่างไร

ก็ต้องเป็นอย่างนั้น คือ ทุกสิ่ง 

ทุกคนจะต้องเป็นเหมือนกันหมดไม่มีเว้น 

ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาแสดงคือ

สภาพของจริงสภาพของแท้ไม่แปรผัน

สภาพเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

ธรรมะ คือ ความเกิด แก่ เจ็บไข้ แล ตาย 

(ธรรมะมีอยู่ในกาย)

เห็นธรรมะ คือเห็นจริงตามของที่มันเป็นเอง มันเป็นอยู่อย่างไร เข้าใจว่ามันเป็นอยู่อย่างนั้น

ธรรมะต้องอาศัยอยู่กับโลก ไม่มีโลก ธรรมะก็อยู่ไม่ได้ ผู้เห็นธรรมรู้ธรรม ก็คือ มารู้มาเห็นโลก

ตามความเป็นจริง ธรรมะทั้งหลายเกิดปรากฏขึ้นที่ใจ รู้เฉพาะใจของตนเป็นปัตจัตตัง

ธรรมะทั้งปวงมีอยู่ในตัวเรา ในตัวเรามีครบหมดแล้ว อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 

ศีล เป็นส่วนหนึ่งของธรรมะหมายถึงการงดเว้นจากการทำชั่วเป็นข้อๆ 

เป็นรั้วกั้น ไม่ให้ออกไปทำชั่ว กายใจของคนเรานี้ เป็นตู้พระธรรม 

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:สติปัฏฐานเบื้องต้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ตามปกติแล้วคนเราแม้มีสติ แต่เรามักใช้สติไปรู้สิ่งอื่น เช่น 

มีสติกับการทำงาน ขับรถ ทานอาหาร

อาบน้ำ อ่าน เขียนหนังสือ นี่คือสตินอกตัว เป็นการมีสติแบบธรรมดา เพราะไม่ได้ใช้สติทวนเข้าหาตัวเอง

จึงไม่ค่อยรู้กาย รู้ใจอย่างแจ่มแจ้ง และยังไม่รู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ แต่สติปัฏฐานนั้น หมายเอาสติ

ที่เกิดกับตัวเราเองเท่านั้น คือเกิดกับกาย เวทนา จิต และธรรม เป็นสติที่เกิดภายในตัว ในกาย

เป็นสติภายในตัวของเราเอง

 ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องมาฝึกสติปัฏฐาน 

เพื่อเพียรให้สติเกิดขึ้นที่ตัวเราเอง 

จะเป็นที่ลมหายใจ ก็ได้ ที่ท้องพอง ท้องยุบก็ได้

ที่การเดินก็ได้ พลอกมือ คว่ำมือ หันซ้าย แลขวา 

ก้ม เงย คู้ เหยียด กระพริบตา ลืมตา อ้าปาก 

กลืนน้ำลาย หรือจะมีสติ

กับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเรานั้นได้ทั้งหมด

นับเป็นสติปัฏฐานกาย ทั้งนั้น 

ส่วนเวทนา จิต ธรรม คือการมีสติอยู่กับใจ กับความรู้สึก นึกคิด อารมณ์ และสภาวะต่างๆ 

ที่เกิดขึ้นกับใจของเรา นั่นเอง ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ ชอบ โกรธ เครียด เบื่อ เซ็ง กลัว ฯลฯ ได้ทั้งนั้น

 ขอเพียรที่จะระลึกรู้ตามสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่าสม่ำเสมอ 

เชื่อได้ว่าเป็นสติปัฏฐานแล้ว การเจริญสติปัฏฐานนั้น เน้นให้อยู่กับกายและใจ

ด้วยการฝึกระลึกรู้เท่าทันกายและใจของตนเอง ให้คุ้นเคยและชำนาญเข้าไว้ ต่อไป

สติย่อมเกิดขึ้นได้เองอัตโนมัติ...

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

ศึกษาธรรม เกี่ยวกับสติเบื้องต้นได้ที่นี่

http://www.oknation.net/blog/pierra/2009/03/14/entry-1 

INDHAMMA:ช่วยกันทำให้ธรรมะกลับมา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมะเป็นเรื่องของธรรมชาติอย่างนี้ ขอให้กำหนดจดจำให้ดีว่า ถือตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว 

ธรรมะมี 4 ความหมาย ธรรมะ คือ ตัวธรรมชาติ จะเป็นวัตถุ ร่างกาย จิตใจ 

ธรรมะ คือ ตัวธรรมชาติ และธรรมะคือ ตัวกฎของธรรมชาติ

ธรรมะคือ ตัวกฎของธรรมชาติ 

และธรรมะคือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ 

และธรรมะคือ ผลที่เกิดจากหน้าที่ ธรรมะจงกลับมา 

เรารู้เรื่องธรรมะ เราปฏิบัติธรรมะ 

เราทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ 

แล้วเรารับประโยชน์ เป็นความผาสุข เป็นสันติภาพ 

สันติสุข ทั้งบุคคลและสังคม 

ธรรมะกลับมาเป็นอย่างนี้ ขอให้ธรรมะกลับมา


เค้าจะว่าบ้าว่าบอ ก็ตามใจ อาตมาไม่ทำอย่างอื่นแล้ว จะทำอย่างเดียวว่า

ให้ธรรมะกลับมา ให้ธรรมะกลับมาสู่มวลมนุษย์ 

ให้มีธรรมะอยู่ที่ กาย วาจา ใจ ของมนุษย์ ...

ท่านพุทธทาส

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:จงมีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือให้พึ่งธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ไม่มีอะไรช่วยเราได้นอกจากตัวเราต้องช่วยตัวเอง

การช่วยตัวเองก็ต้องเอาธรรมะมาช่วย

เอาหลักธรรมนั่นแหละมาปฏิบัติ...

มีพระพุทธภาษิตบทหนึ่งที่เราได้ยินกันมากเหลือเกินว่า 

อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ 

ตนเป็นที่พึ่งของตน 

พระพุทธภาษิตบทนี้สำคัญมากที่สุด ว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน แต่ที่เราได้ยินนั้นมันครึ่งเดียว 

ยังไม่เต็มบาท ห้าสิบสตางค์เท่านั้น ที่เต็มนั้นต้องมีแถมท้ายอีกหน่อยหนึ่งชั้นแรกว่า 

ตนเป็นที่พึ่งของตน ต่อไปข้างท้ายว่า ธรรมะนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตน 

ท่านสอนให้พึ่งธรรมะนั่นแหละเรียกว่า พึ่งตนเอง หรือในพุทธภาษิตที่บอกว่า 

เธอทั้งหลายจงทำตนให้เป็นที่พึ่งของตน 

อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง แล้วก็แถมท้ายว่า 

จงมีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง 

คือให้พึ่งธรรม 

ธรรมะก็คือหลักการสำหรับนำมาปฏิบัติ 

ผู้ใดต้องการที่จะพึ่งตนเองช่วยตนเอง 

ให้รอดพ้นจากความตกต่ำ ไม่ว่าในกรณีใดๆ 

ก็ต้องประพฤติธรรม

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:อันสังขารธรรมทั้งหลายล้วนแต่เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สมาธิจึงเปรียบเหมือนกับหินลับมีด 

ส่วนวิปัสสนานั้น เหมือนกับมีดที่ได้ลับกับหินคมดีแล้ว 

ย่อมมีอำนาจถากถางตัดฟันบรรดากิเลสทั้งหลายให้ขาด

และพังลงได้ อันสังขารธรรม 

ทั้งหลายนั้นล้วนแต่เป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ไม่ใช่ตัว 

ไม่ใช่ตน ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ตัวเราของเราแต่อย่างใด 

ทุกสรรพสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นแค่ดิน น้ำ ลม และไฟ 

มาประชุมรวมกันชั่วคราวตามเหตุตามปัจจัยเท่านั้น 

ในเมื่อจิตได้เห็นความเป็นจริงเช่นนี้แล้วจิตก็จะละคลายจากอุปาทาน คือ ความยึดมั่นถือมั่น 

โดยคลายกำหนัดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุขทั้งหลาย ความโลภ ความโกรธ 

และความหลงก็เบาบางลงไปตามลำดับปัญญาญาณจนหมดสิ้นจากกิเลสทั้งมวล 

บรรลุซึ่งพระอรหัตผล ฉะนั้น การที่จะเจริญวิปัสสนาภาวนาได้ 

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพยายามทำสมาธิให้ได้เสียก่อน หากทำสมาธิยังไม่ได้ 

ก็ไม่มีทางที่จะเกิดวิปัสสนาขึ้น 

สมาธิจึงเป็นเพียงบันไดขั้นต้นที่จะก้าวไปสู่การเจริญวิปัสสนาปัญญาเท่านั้น 

ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า "ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นานถึง ๑๐๐ ปี และไม่เสื่อม 

ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงที่ว่า สรรพสิ่งทั้งหลายอันเนื่องมาจากการปรุงแต่ง 

ล้วนแล้วแต่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็ตาม" ดังนี้

พระนิพนธ์  สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม





INDHAMMA:ผู้ใดต้องการที่จะพึ่งตนเองช่วยตนเอง ให้รอดพ้นจากความตกต่ำ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ต้องประพฤติธรรม


พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อเราประพฤติธรรมก็ชื่อว่ามีธรรมะเป็นที่พึ่ง 

มีธรรมเป็นแพเป็นเรือสำหรับข้ามฟากของชีวิต 

ทะเลชีวิตก็คือความทุกข์นั่นเอง 

สังสารวัฏก็คือความทุกข์ความเดือดร้อน 

ที่มันสลับฉากกันอยู่ในจิตใจของเรา 

ทำให้มืดบอดเร่าร้อนวุ่นวายกันอยู่ตลอดเวลา 

เรียกว่า เป็นสังสารวัฏ คือเวียนอยู่เรื่อยไป 

เวียนไปเวียนมาอยู่ในเรื่องนั้นไม่รู้จักจบสิ้น วนไปวนมา 

หากเราต้องการจะตัดสังสารวัฏ ต้องตัดด้วยการประพฤติธรรม

ถ้าเราไม่ประพฤติธรรมก็ตัดไม่ได้ ที่นี้เราประพฤติธรรมเมื่อใดมันก็ค่อยตัดรอนสิ่งนั้นเรื่อยๆ ไป 

จนกระทั่งว่าตัดได้หมดมันไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป จิตใจก็ถึงที่สุดคือหลุดพ้นจากความทุกข์เด็ดขาด 

นี่คือวิธีการของพระพุทธเจ้าสอนให้เราพึ่งตัวเองช่วยตัวเอง 

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ความหมายของคำว่าเพื่อน...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เพื่อนในความหมายที่สูงสุดนั้น ไม่ใช่เพื่อนกิน 

เพื่อนเล่นเพื่อนสุข เพื่อนทุกข์ 

แต่ว่าเป็น เพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย

มองเห็นปัญหาอันลึกซึ้งของทุกคนว่า

มีความเกิด ความแก่ มีความเจ็บ มีความตาย

เป็นปัญหาอย่างเดียวกันหมด

ทุกคนมีปัญหาอย่างเดียวกันหมด

เหมือนว่าเป็นหัวอกเดียวกัน มีปัญหาอย่างเดียวกันหมด

โอ้...เป็นเพื่อน เป็นมิตร เกิด แก่ เจ็บ ตาย 

มันก็เบียดเบียนกันไม่ได้ โกงกันไม่ได้ 

มันก็เอาเปรียบกันไม่ได้

เดี๋ยวนี้ที่มันเอาเปรียบ เอาเปรียบกันไม่หยุดหย่อน คดโกงกัน ไม่หยุดหย่อน เพราะมันไม่มี

ความเป็นมิตร ชนิดนี้มันมีแต่ตัวกู ของกูจะได้นั่น จะได้นี่ กูจะเอานั่น กูจะเอานี่ 

มันเป็นมิตรแต่กับตัวมันเองนะ มันก็คดโกง มันก็ทุจริต มันก็คอรัปชั่น 

ไม่ว่าเป็นบรรพชิต หรือว่าเป็นฆราวาส เหมือนกัน

ถ้ากิเลสนี้มันเกิดขึ้นแล้ว มันก็ทุจริตทั้งนั้น มันก็สูญเสียความถูกต้องของความเป็นมนุษย์

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ยิ่งรีบ..ยิ่งไม่ว่าง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“คนสมัยนี้มีเครื่องทุ่นแรงทุ่นเวลามากมาย เพื่อทำอะไร

ให้เร็วๆ ให้เสร็จเร็วๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีเวลาว่างเลย

ไม่มีเวลาแม้แต่จะพักผ่อน หรือมีเวลาให้แก่พ่อแม่

ลูกหลาน ตรงกันข้ามกับชาวบ้าน

ชาวบ้านไม่ค่อยมีเครื่องทุ่นแรงทุ่นเวลา จะทำอะไร

แต่ละอย่าง ใช้เวลามาก ไม่ว่า การเดินทาง

การหุงหาอาหาร การตักน้ำ แต่ทำไมเขามีเวลาว่างเยอะ

ลองสังเกตก็จะเห็นว่า เขามีเวลา นอนเล่น กลับถึงบ้าน เขามีเวลา อยู่กับลูกกับหลาน

ส่วนคนเมือง กลับไม่มีเวลาว่างทั้งๆ ที่รีบทุกอย่าง

แปลกไหม ? ยิ่งรีบ กลับไม่มีเวลาว่าง ส่วนคนไม่รีบ กลับมีเวลาว่าง”  

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:สิ่งที่พัฒนาชีวิตของเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

งานนี้แหละเป็นสิ่งที่พัฒนาชีวิตของเรา 

พัฒนาให้เรามีความสามารถ ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญ 

มีความเก่งกาจในทางใดทางหนึ่ง 

แม้ในด้านการฝึกฝนทางจิตใจหรือในทางคุณธรรม 

งานก็เป็นเครื่องมือฝึกฝนคน ทำให้เรามีความขยัน มีความอดทน 

ทำให้มีระเบียบวินัย ทำให้รู้จักสัมพันธ์กับเพื่อนพ้องผู้ร่วมงาน 

สิ่งเหล่านี้ล้วนอาศัยงานเป็นเครื่องฝึก ถ้าคนรู้จักทำงานเป็น 

จะสามารถใช้งานเป็นเครื่องมือในการฝึกฝนพัฒนาตนเองได้มากมาย

เพราะฉะนั้น ในแง่หนึ่ง นักทำงานจะมองว่า งานเป็นสิ่งที่ช่วยฝึกฝนพัฒนาตัวของเขา 

อย่างที่ว่าทำให้ศักยภาพของเขาถึงความสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ก็เป็นความหมายของงานในแง่ต่าง ๆ 

ซึ่งกล่าวได้มากมายหลายนัย นอกจากนี้ ก็อาจมีผู้ที่มองความหมายของงานในแง่อื่นอีก 

แต่ในแง่หลัก ๆ แล้วก็จะเป็นอย่างนี้

ศาสตราจารย์พิเศษ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์เคยตรัสคำอวยพรที่มีความหมายมากประโยคหนึ่งว่า 

ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ 

คนเราต้องการชีวิตที่ราบรื่นสม่ำเสมอ

เมื่อชีวิตไม่ราบรื่นก็มักจะท้อแท้ซึมเศร้าหมดกำลังใจ 

แต่ไม่ว่าชีวิตใครๆ ก็ไม่เคยราบรื่นถึงขนาดนั้น 

แม้แต่พระซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสงบ 

ก็ใช่ว่าชีวิตท่านจะราบรื่นเสียทีเดียว 

พระพุทธองค์จึงทรงให้พร 

ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ 

สิ่งที่เราเจอในชีวิตมีทั้งขึ้นทั้งลง

 

มีโลกธรรม มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ มีได้ มีเสีย เป็นต้น เรื่องนี้เราแก้ไม่ได้ มันเป็นเรื่องของโลก 

แต่เราสามารถรักษาจิตใจของเราให้สม่ำเสมอได้ด้วยการรู้เท่าทัน

ชยสาโรภิกขุ


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:กรรมทุกอย่างให้ผลแน่ ไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

กรรมทุกอย่างให้ผลแน่ ไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา 

การส่งผลของกรรมดีและกรรมไม่ดีนั้น ข้ามภพข้ามชาติได้ 

กรรมในอดีตชาติส่งผลมาทันในปัจจุบันชาติก็มี 

ไปส่งถึงในอนาคตชาติก็มี 

แล้วแต่ผู้ทำกรรมจะสามารถหนีได้ไกลเท่าไร 

หรือหนีได้นานเท่าไร 

ก็คือแล้วแต่ว่าในปัจจุบันชาติผู้ทำกรรมแล้ว

ในอดีตชาติ จะสามารถทำจิตใจ 

ทำบุญทำกุศล หรือทำความดีได้มากเพียงไหน 

เป็นกรรมที่ใหญ่ยิ่งหนักหนา กว่ากรรมไม่ดีหรือไม่

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA: ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

โอกาสที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์มี 5 ประการ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี 

การสวดมนต์มีประโยชน์มากเพราะการสวดมนต์ เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี 

ขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษ อย่างไร 

พระธรรมคำสอน ของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้า มีคุณเช่นไร 

การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ ความเข้าใจ 

ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ นั่นคือ จะทำให้ท่านเจริญในธรรม จนสำเร็จ เป็นพระอรหันต์ 

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏใน พระธรรมคำสอน ที่กล่าวไว้ว่า 

โอกาสที่จะ บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ 

• เมื่อฟังธรรม 

• เมื่อแสดงธรรม 

• เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์ 

• เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น 

• เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ

การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็น

เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล 

พระพุทธเจ้าทรง ประกาศพระพุทธศาสนา

บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย 

ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้า 

เป็น 2 เวลา นั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า 

เพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม 

การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เศร้าหมองให้หมดไป 

เพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน 

การสวดมนต์นับเป็นการ ดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ 

กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ 

ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา 

ในการผิดพลาดหากมี และกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่า เป็นการสร้างกุศล 

ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว

 อาตมาภาพ ขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าหากบุคคลใด ได้สวดมนต์เช้าและเย็นไม่ขาดแล้ว 

บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่ แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน การสวดมนต์นี้ ควรสวดมนต์ให้มีเสียงดับพอสมควร 

ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่จิตตน และประโยชน์แก่จิตอื่น 

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตตน คือ เสียงในการสวดมนต์ จะกลบเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนจิต 

ก็จะทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้น ๆ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้สวด 

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดมนต์ จะพลอย ได้เกิดความรู้เกิดปัญญา 

มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้สวดก็เกิดกุศลไปด้วยโดยการให้ทานโดยทางเสียง 

เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์ มีอยู่จำนวนมาก ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างมากมาย 

เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อมรอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น ภัยอันตรายต่าง ๆ ที่ไหน

ก็ไม่สามารถกล้ำกลายผู้สวดมนต์ได้ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้ที่สวดมนต์ 

ย่อมมีเกราะแห่งพรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครอง ภัยอันตราย ได้อย่างดีเยี่ยม 

ดูก่อน..ท่านเจ้าพระยาและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้ การสวดมนต์เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ 

พระธรรมคุณ พระสังฆคุณเมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี 

และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายใด ๆ ก็ดีจะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั้นแล..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม








INDHAMMA: ระลึกให้หยั่งเข้าไปให้มันถึงจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องสมาธินี่สำคัญมากทีเดียว เรื่องปัญญานั้นมันเกิดจากสมาธิ 

ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถจะทำสมาธิให้บังเกิดได้ ปัญญามันก็เกิดไม่ได้ 

ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาที่เกิดจากสมาธิ ปัญญาที่เกิดจากสมาธินี้เป็นปัญญาที่รู้แจ้งในธาตุสี่ 

ขันธ์ห้า ในนาม ในรูป ไม่ปรารถนารู้อย่างอื่น ในการปฏิบัติสมาธิแรกๆ อย่าไปสงสัยคลางแคลงใจว่า เอ๊ะ !! 

ทำไมเราจึงปฏิบัติไปไม่ได้ ทำไมใจจึงไม่สงบ ? กำหนดลมหายใจก็กำหนดแล้ว มันก็ยังไม่สงบอย่างนี้ 

อย่าไปสงสัย ให้นึกว่าเราทำยังไม่พอก็แล้วกันแหละ เราทำยังไม่มากพอ 

คือว่าเรายังกำหนดลมหายใจเข้าหายใจออกนี้ ยังไม่พอ เราจะต้องทำอีก.. 

ในเบื้องต้นเราก็รู้ไม่ได้ว่าจะไปถึงไหน เบื้องหลังมันก็ล่วงมาแล้ว 

ดังนั้น เราต้องกำหนดรู้เฉพาะปัจจุบันเท่านั้นเอง 

คือการทำสมาธินี่ สำคัญอยู่ที่สตินั้นแหละ 

ขอให้ได้พากันจำเอาไว้ให้ดี สติแปลว่าความระลึกได้ 

คือระลึกเข้าไปในจิตเลยทีเดียว 

ระลึกให้หยั่งเข้าไปให้มันถึงจิต 

อย่าให้มันระลึกเฉไปทางอื่น 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA: เวลานี้ เวลาสงบ เวลาเพ่ง เวลากำหนดรู้ ไม่ใช่เวลาคิด ให้มีสติเตือนจิตอย่างนี้เสมอไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อจิตนี้ปราศจากสติแล้วมันก็ว้าเหว่ เร่ร่อนหาอารมณ์อย่างอื่น 

คิดส่ายไปตามความชอบใจ มันเป็นอย่างนั้น 

แต่จิตนี้น่ะ ถ้าสติเป็นเครื่องสอนอยู่แล้ว ไม่ไปไหนเลย ไม่ไปไหนแล้ว 

ที่มันอยากคิดอะไรเมื่อจิตมันสงบ มันคลายจากอารมณ์ต่างๆ 

ออกไปแล้ว มันปลอดโปร่ง ถึงแม้ว่าจะไม่สว่างไสวเต็มที่ 

แต่มันก็มีเงาแห่งความสว่างปรากฏอยู่ในจิตนั้นเองแหละ 

จิตไม่เศร้าหมอง หมายความว่าอย่างนั้นแหละเบิกบาน 

ถ้าหากมันคลายอารมณ์ต่างๆ ออกไปแล้วนะ ลักษณะอาการของจิตนี้

จะเบิกบานผ่องแผ้ว ไม่มีกังวลใดๆ อิ่มอยู่ภายใน 

ไม่ปรารถนาอยากจะคิดไปไหนมาไหนแล้ว 

ทีนี้ถ้าจิตมันคลายอารมณ์เก่าออกไปได้ ก็ต้องอาศัยสตินั่นแหละเข้าไปควบคุมจิตไม่ให้คิดไปในอารมณ์ต่างๆ 

อันเมื่อจิตนี้ไม่มีโอกาสจะได้คิดไปในอารมณ์ต่างๆ แล้วมันก็คลายทิ้งไปหมด 

อารมณ์ที่เราเก็บเอาไว้มันเป็นอย่างนั้นเพราะว่ามันไม่มีที่ต่อ มันก็คลายออกไปเท่านั้นเอง 

ดังนั้นอย่าไปเข้าใจวิธีอื่นเลย พระพุทธเจ้าสอนให้กำหนดลมหายใจเข้าออกนี่ 

เพ่งกำหนดรู้แต่ลมหายใจเข้าออกนี่แหละ ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ มันจะค่อยเบาไปๆ หมดไปโดยลำดับ 

เพราะว่าจิตเราไม่ส่งเสริมมันแล้วนี่ จิตเรามาจ้องอยู่เฉพาะแต่ลมนี้ จิตนี้ไม่ส่งเสริมความคิดเสียแล้ว 

ทีนี้จะคิดดีคิดชั่วอย่างไรไม่เอา ในขณะนี้ปล่อยทิ้งไม่ใช่เวลาคิด เวลานี้ เวลาสงบ เวลาเพ่ง เวลากำหนดรู้ 

ไม่ใช่เวลาคิด ให้มีสติเตือนจิตอย่างนี้เสมอไป จิตนี้เมื่อถูกสติเตือนเข้าบ่อยๆ มันก็รู้ตัว 

รู้ตัวแล้วมันก็คลาย มันก็ปล่อยวางอารมณ์ ไม่ส่งเสริม ไม่คิดไม่ปรุงไปอีก มันสำคัญ 

เรื่องสมาธินี่สำคัญมากทีเดียว เรื่องปัญญานั้นมันเกิดจากสมาธิ 

ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถจะทำสมาธิให้บังเกิดได้ ปัญญามันก็เกิดไม่ได้ 

ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาที่เกิดจากสมาธิ ปัญญาที่เกิดจากสมาธินี้เป็นปัญญาที่รู้แจ้งในธาตุสี่ 

ขันธ์ห้า ในนาม ในรูป ไม่ปรารถนารู้อย่างอื่น ในการปฏิบัติสมาธิแรกๆ อย่าไปสงสัยคลางแคลงใจว่า เอ๊ะ !! 

ทำไมเราจึงปฏิบัติไปไม่ได้ ทำไมใจจึงไม่สงบ ? กำหนดลมหายใจก็กำหนดแล้ว มันก็ยังไม่สงบอย่างนี้ 

อย่าไปสงสัย ให้นึกว่าเราทำยังไม่พอก็แล้วกันแหละ เราทำยังไม่มากพอ 

คือว่าเรายังกำหนดลมหายใจเข้าหายใจออกนี้ ยังไม่พอ เราจะต้องทำอีก.. 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


Select your language