แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความระลึกรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความระลึกรู้ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:สงบจากภายนอก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 


คำว่า...สงบในที่นี้! สงบจากอารมณ์ภายนอก

 มาสังเกตดูอยู่... ในปฏิกิริยา 

ซึ่งแสดงออกทางกาย วาจา และจิตใจของเรา 

มารู้อยู่ในส่วนภายใน อันนี้ ก็เรียกว่า...“เป็นผู้ตั้งสติไว้” 

สติ คือความระลึกรู้... เป็นธรรมะชนิดหนึ่ง 

เป็นคู่ของใจ ประเภทรู้เหมือนกัน แต่ใจมันรู้ไปข้างหน้า 

มันไม่รู้ถอย หลัง ถ้าไม่มี...กำหนดจดจ่อไว้ 

อุปมาเหมือนกับเรือ เรือไม่มีคนพาย ก็ไปตามเรื่องของมัน

 แต่ก็ไปได้เหมือนกัน ขวางลำไปตามเรื่อง

เรือใหญ่ ก็มีหางเสือ ถ้าหางเสือ ไม่ทำงาน มันก็ไปตามเรื่อง ขวางหน้าขวางหลังไปหละ

ลักษณะมีสติ คือ...

 หางเสือทำงาน ไม้พายก็ทำงานตามหน้าที่ ทำให้เรือไปตามเป้าหมาย ที่เราต้องการ นี่! ฉันใด 

การตั้งสติ... กำหนดกับจิต ก็คล้ายๆ ทำนองเดียวกัน ฉันนั้น." 

จากหนังสือหลวงปู่ศรี มหาวีโร

พระผู้มากล้นตัวด้วยบุญบารมี


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความเพียร(ไม่ประมาท)เป็นกิจที่ต้องทำในวันนี้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าต่างจากทรัพย์สินเงินทองตรงที่ว่า 

ทรัพย์สินที่สูญหายหรือหมดไปยังพอหาใหม่ทดแทนได้ 

แต่เวลาล่วงเลยไปไม่อาจนำกลับคืนมา 

ดังคำประพันธ์ที่ว่า 

เวลาและวารี มิได้มีที่คอยใคร 

เรือเมล์และรถไฟ ก็ต้องไปตามเวลา 

โอ้เอ้และอืดอาด มักจะพลาดปรารถนา 

พลาดแล้วจะโศกา 

อนิจจาเราช้าเอง



ผู้ที่ปล่อยเวลาล่วงเลยผ่านไปโดยไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ ถือว่าตกอยู่ในความประมาท 

เพราะไม่ปฏิบัติตามพระพุทโธวาทที่สอนให้พิจารณาเนืองๆ ว่า 

กถมฺภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติปตนฺติ

แปลความว่า

วันคืนล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่

บุคคลผู้ประมาทคือผู้มีชีวิตอยู่โดยปราศจากสติ

คำว่า สติ หมายถึง ความระลึกรู้ก่อนทำก่อนพูดและก่อนคิด หรือขณะทำ ขณะพูด และขณะคิด 

ผู้ประมาทปราศจากสติแม้มีชีวิตก็เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ 

พระพุทธองค์จึงเปรียบเทียบชีวิตของเขาว่าเหมือนคนที่ตายแล้ว 

ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า เย ปมตฺตา ยถา มตา แปลความว่า ผู้ประมาทเหมือนคนตายแล้ว 

ลักษณะการแสดงออกของผู้ประมาทมี ๒ ประการ คือ ไม่ระแวงสิ่งที่ควรระแวงและไม่ระวังภัยที่ควรระวัง 

อันตรงกันข้ามกับผู้ไม่ประมาทที่จะมีลักษณะคือ 

๑. สงฺเกยฺย สงฺกิตพฺพานิ ระแวงสิ่งที่ควรระแวง

๒. รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ ระวังภัยที่ยังมาไม่ถึง

กล่าวง่ายๆ ก็คือ คนไม่ประมาทจะเป็นคนรู้เท่าทันเหตุการณ์ รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้ 

ดังนั้น บุคคลผู้ไม่ประมาทย่อมรีบขวนขวายทำกิจการให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็วพลัน 

ไม่มีการผัดวันประกันพรุ่ง

รำลึกถึงพระพุทโธวาทที่ว่า 

อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

(อัด - เช - วะ - กิด - จะ - มา - ตับ - ปัง - โก - ชัน - ยา - มะ - ระ - นัง - สุ - เว)

แปลความว่า

ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้ ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะตายหรือไม่

พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙, ศ.,ดร.) 

ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค ๒, 

เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

https://www.watprayoon.com/main.php?url=about1&code=content138&id=149

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language