INDHAMMA:คนและสัตว์ทั้งหมดในโลกนี้ เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


การตัดความโกรธ 

พระพุทธเจ้าท่านให้ทรง "พรหมวิหาร ๔" 

พอตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าคิดว่าตั้งแต่เช้าจนกว่าจะหลับ 

เราจะไม่มีจิตคิดเป็นศัตรูกับใคร 

ถึงแม้ว่าเขาจะคิดเป็นศัตรูกับเราก็ตาม เราจะไม่คิดตามนั้น 

เราจะถือว่าคนและสัตว์ทั้งหมดในโลกนี้ 

เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเรา แต่ทว่าใจเราเป็นยังงั้น 

บังเอิญเขาเลว เราก็ต้องวางอุเบกขาพ่วงท้าย เฉย! 

ไม่คบหาสมาคม แต่ไม่ได้โกรธนะ ใช่ไหม

#การดับความโกรธ

ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เขาจะตายไหม ตาย! ไม่มีใครมันอยู่ค้ำฟ้าหรอก แล้วจะไปนั่งฆ่ามันให้มันเมื่อยมือทำไม 

ใช่ไหม มันไม่อยากทำให้ดีก็เป็นความเลวของมัน มันทำให้เราโกรธ 

แต่เราไม่โกรธ แล้วความโกรธมันเป็นของเลว แต่ใหม่ๆ ก็อดโกรธไม่ได้นะ

เพราะฉะนั้นเราก็นิ่งเสีย บอกมันจะเลวก็เลวไปคนเดียว มันมาด่า เหวยๆ ๆ เราก็อดใจ มันโกรธเราก็อดใจ 

ช่างมันเถอะ! ทีนี้ถ้ามันเก่งจริงมันต้องด่าไม่เลิก ถ้ามันเลิกเมื่อไหร่ มันแพ้เราเมื่อนั้น ใช่ไหม อีตอนนี้ใหม่ๆ 

ก็ฝืนยากหน่อย แต่ฝืนบ่อยๆ น่ะ อารมณ์มันจะชิน

จากหนังสือ หลวงพ่อเล่าให้ฟัง เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๒๐ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:อิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

 ผู้หลงอยู่ก็เหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นผู้ฝันไปทั้งที่กำลังตื่นอยู่

เมื่อประสบโลกธรรม ธรรมสำหรับโลกอันเป็นอิฏฐารมณ์

อารมณ์ที่น่าปรารถนา เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

ก็ตื่นเต้น ยินดี

เมื่อประสบอนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา เช่น

เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ ก็ยินร้าย ฟุบแฟบ เสียใจ

เพราะรู้สึกว่าเป็นการได้การเสียจริงๆ เมื่อได้ก็ดีใจ เสียก็

เสียใจนี้ เป็นธรรมดาของสามัญชน

 แต่เมื่อพูดถึงในกระแสธรรมก็เรียกว่าเป็นความหลง นอกจากนี้ยังมีความสำคัญผิด 

เชื่อผิดต่างๆ ในเรื่องทั้งหลายซึ่งเป็นตัวความหลงอย่างชัดแจ้งอีกมาก 

ทุกคน เมื่อพิจารณาดูเหตุการณ์ที่ตนเอง

ประสบอยู่ก็ย่อมรู้ว่าได้เคยมีความเห็น 

ความเข้าใจ และความเชื่อผิดมาแล้วหลายสิ่งหลายอย่าง

ขณะไม่รู้ก็ย่อมเห็นว่าจริง ครั้นรู้แล้วจึงจะเปลี่ยนความเห็นได้ว่าไม่จริงเป็นความสำคัญผิด

เชื่อผิดของตัวเอง

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ตัวตนที่เราควรรู้จัก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


ตัวกู..ตัวตนที่ควรรู้จัก

“ถ้าเรามีสติ 

 ความรู้สึกตัวจะไม่ปล่อยให้ตัวกูเข้ามามีปฏิกิริยา

กับคำตำหนิหรือคำชม 

แต่ถ้าเราไม่มีสติเมื่อไหร่ ความรู้สึกตัวหายไปเมื่อไหร่ 

ตัวกูก็จะขึ้นมาอาละวาดทันที มันว่ากูๆๆ 

หรือไม่ก็เอาแต่เรียกร้องคนอื่นว่า 

ทำไมเขาไม่เข้าใจฉัน ทำไมเขาว่าฉัน

แต่ตัวกูมันจะไม่เคยถามหรือทักท้วงเลยว่า “แล้วตัวฉันล่ะ” เข้าใจเขาหรือเปล่า มันจะไม่ยอมมองแบบนั้นเลย

ตัวกูจะเรียกร้องอยู่ตลอดเวลา ให้คนอื่นเข้าฉัน หรือตัดเพ้อว่าคนอื่นเอาเปรียบฉัน ตัวกูจะเรียกร้องตลอดเวลา

เพราะว่ามันชอบเอาแต่ใจตัว มีนิสัยช่างบ่นและช่างตำหนิ มันจะคอยตำหนิอยู่เรื่อย 

เพราะยิ่งบ่นยิ่งตำหนิใครมากเท่าไหร่ ก็จะรู้สึกว่าตัวกูนี้เก่ง ตัวกูนี้จับผิดคนอื่นได้ 

เวลาตำหนิใครก็หมายความว่าเราดีกว่าเขา เราเก่งกว่าเขา เราฉลาด จับผิดได้ 

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ปรนเปรอตัวกูทั้งนั้น” 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม




INDHAMMA: ผู้ที่เข้าใจธรรมะ ก็เข้าใจตัวเอง ใครเข้าใจตัวเอง ก็เข้าใจธรรมะ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


ผู้ที่เข้าใจธรรมะ ก็เข้าใจตัวเอง ใครเข้าใจตัวเอง 

ก็เข้าใจธรรมะ ทุกวันนี้ 

ก็เหลือแต่เปลือกของธรรมะ เท่านั้น 

ความเป็นจริงแล้ว ธรรมะมีอยู่ทุกหน ทุกแห่ง 

ไม่จำเป็นที่จะต้องหนีไปไหน 

ถ้าจะหนี...ก็ให้หนีด้วยความฉลาด ด้วยปัญญา 

หนีด้วยความชำนิชำนาญ อย่า หนีด้วยความโง่

ถ้าเราต้องการความสงบ... ก็ให้สงบด้วยความฉลาด ด้วยปัญญาเท่านั้น ก็พอ

เมื่อใด ที่เราเห็นธรรมะ นั่นก็เป็น...สัมมาปฏิปทาแล้ว กิเลส ก็สักแต่ว่ากิเลส ใจ ก็สักแต่ว่าใจ

เมื่อใดที่เราทิ้งได้ ปล่อยวางได้ แยกได้

เมื่อนั้น...มันก็เป็นเพียงสิ่งสักว่า... เป็นเพียงอย่างนี้ อย่างนั้น...สำหรับเรา เท่านั้นเอง

เมื่อเราเห็นถูกต้องแล้ว... ก็จะมีแต่ความปลอดโปร่ง ความเป็นอิสระตลอดเวลา 

พระพุทธองค์ตรัสว่า... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ท่านอย่ายึดมั่นในธรรม 

ธรรมะ คืออะไร ? คือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มี อะไรที่ไม่ใช่ ธรรมะ ความรัก ความเกลียด ก็เป็นธรรมะ 

ความสุข ความทุกข์ ก็เป็นธรรมะ ความชอบ ความไม่ชอบ ก็เป็นธรรมะ 

ไม่ว่า... จะเป็นสิ่งเล็กน้อยแค่ไหน ก็...เป็นธรรมะ."

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA:ความหมายเป็นการอยากรวมเป็นตัวเดียวกันของของ ๒ สิ่ง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

“ความรัก” โดยภาษาบาลีก็เรียกว่า เปมะ 

ความรักในความหมายของธรรมชาติ คือ อาการที่อยากจะรวมกันเป็นสิ่งเดียวของของ ๒ สิ่งตามธรรมชาติ

ในนิทานที่พวกคริสต์เคยเล่าไว้ที่เป็นนิยายว่า...ตัวมนุษย์นี่ เมื่อก่อนนี้มันมีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ 

มีขาออกรอบตัว ๘ ขาในราวนั้น ๘ ซีก มันมีฤทธิ์มาก ฤทธิ์มากเหลือประมาณ

จนจะไปทำลายพระเจ้าในโลกของพระเจ้า เทพเจ้า 

แล้วเทพเจ้านั้นก็คิดตัดทอนกำลังของไอ้สัตว์ประหลาดนี้ 

โดยผ่ามันออกเป็น ๒ ตัว คือให้มันเป็นชายตัวหนึ่ง เป็นหญิงตัวหนึ่ง 

มันก็มีเพียง ๔ เงี่ยง ๒ ตัวที่เคยมี ๒ ตัวรวมกันเป็น ๘ เงี่ยง 

ทีเมื่อมันถูกผ่าออกเป็น ๒ ส่วน กำลังมันก็ลดลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ 

คือครึ่งหนึ่งก็ไม่เป็นที่หวาดกลัวแก่เทพเจ้า...ทีนี้สัตว์ ๒ ตัวนี้คือตัวหญิงกับตัวชายนี่ 

มันประสงค์จะกลับไปรวมเป็นตัวเดียวกันอย่างเดิมเพื่อมีฤทธิ์เดชที่จะทำลายพระเจ้าให้จนได้ 

แต่มันก็ไม่สำเร็จดังนั้นมันจึงพยายามอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ 

ไอ้ความพยายามที่จะกลับรวมเป็นตัวเดียวดังเดิมนี่คือสิ่งที่เรียกว่าความรัก mythology ของพวกกรีก 

มีอย่างนี้

เพราะสิ่งที่เรียกว่าความรักนั้นจะมีความหมายเป็นการอยากรวมเป็นตัวเดียวกันของของ ๒ สิ่ง

หรือมากกว่า ๒ สิ่งเสมอ ความรักอย่างเพศอย่างกามารมณ์ก็คือว่าอยากจะรวมกันของของ ๒ สิ่ง 

ความรักบริสุทธิ์ของบิดามารดากับลูกอย่างนี้ก็คืออยากจะรวมเป็นอันเดียวกันของของ ๒ สิ่ง 

ดังนั้นความรักจึงแสดงอาการคือโผเข้าหากัน กอดรัดกันเพื่ออยากจะรวมเป็นอันเดียวกัน 

นี่เป็นความหมาย ความรักที่มีความหมายว่าอยากรวมเป็นอันเดียวกันนั่น มันก็มี ๒ ชนิดอีกแหละ 

ความรักบริสุทธิ์ซึ่งเรามักจะเรียกว่าเมตตา แต่ก็เรียกว่าความรักก็ได้ ในภาษาธรรมดาใช้คำว่า “ความรัก”

แต่ถ้าว่าเราจะศึกษากันในทางของธรรมะ 

เราต้องแยกออกเป็น ๒ ชนิดนะ 

รักอย่างบริสุทธิ์อย่างเมตตานี่รักด้วยวิชชา 

สติปัญญาหรือความรู้ รักด้วยกามารมณ์นั่น มันเป็นกิเลส 

มันรักด้วยอวิชชา ให้จำกันง่าย ๆ ก็ว่า

ความรักบริสุทธิ์ทำไปด้วยวิชชา 

กลายเป็นธรรมะชั้นสูงเรียกว่าพรหมวิหาร 

พรหมวิหารคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ความรักบริสุทธิ์

โดยวิชชานี่เราเรียกว่าพรหมวิหารข้อ ๑ ใน ๔ ข้อ


ส่วนความรักด้วยกิเลสเป็นกามารมณ์นั้นไม่มีทางที่จะเป็นพรหมวิหาร มันทำไปด้วยอวิชชา 

ฉะนั้นมันเป็นกามารมณ์ของความโง่อย่างสูงสุดก็เป็นกามเทพ กามเทพหรือเทพเจ้าแห่งกามารมณ์ 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ชำระจิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...  

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


กิเลสแปลว่า เครื่องเศร้าหมอง" 

ตรัสว่า "เป็นอาคันุกะ คือสิ่งที่จรมาอาศัย" 

เหมือนอย่างแขกคือผู้ที่มาหา 

"ไม่ใช่เจ้าของบ้านและที่เรียกว่าเครื่องเศร้าหมอง" 

ก็เพราะมาทำให้จิตใจที่ผุดผ่องอยู่โดยธรรมชาติต้องเศร้าหมอง 

"เหมือนอย่างผงธุลีที่ปลิวมาทำน้ำที่ใสสะอาดให้สกปรก"

เมื่อกิเลสไม่ใช่เป็นเจ้าของบ้าน "คือไม่ใช่ธาตุแท้หรือเนื้อแท้ของจิต เป็นเพียงสิ่งที่จรมาอาศัย" 

แม้จะอาศัยอยู่นานสักเท่าไร มาถือสิทธิครอบครองอย่างไร ก็คงไม่สามารถละลายธาตุแท้ของจิตได้ "

ฉะนั้น จึงอาจขัดเกลาชำระจิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมองทั้งปวงได้"

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ความสบายของธรรมมิได้เกิดจาก สิ่งที่ตนคิดว่าสบาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


"เอาชนะความเกียจคร้านด้วยการต่อสู้

คำว่า ชนะนั้น...ชนะอะไร ? 

ก็ชนะความขี้เกียจ ด้วยความขยัน 

ชนะกิเลส ด้วยวิริยธรรมน่ะซี แล้วก็พ้นจากทุกข์ 

นี่แหละ ! การแก้ปัญหา

อย่าได้เอาความชนะความขี้เกียจด้วยความเกียจคร้าน

จะเป็นการเพิ่มกิเลสตัวขี้เกียจเข้าอีก ไม่อยากได้ยิน


เพราะความขี้เกียจอ่อนแอเคยมีเต็มหัวใจมาแล้วรบกันแทบไปแทบอยู่  

กว่าความเกียจคร้านจะหลุดลอยออกจากใจได้ 

ความสบายของธรรมมิได้เกิดจากสิ่งที่ตนคิดว่าสบาย ทั้งที่แบกหาบความเกียจคร้าน

จนจะยกไม่ขึ้น ความเกียจคร้านถ้าพาคนให้พ้นทุกข์ ต่างก็พ้นไปหมดนานแล้ว

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน


ไม่มีสัตว์ตัวใดตกค้างอยู่ในโลกขี้เกียจอันนี้"

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ขี้เกียจก็ช่าง ขยันก็ช่าง ให้ปฏิบัติมันไปเรื่อยๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


อย่าทอดทิ้งจิต แต่พอความสงบไม่เกิดก็เป็นทุกข์ 

ก็เลยลุกขึ้นวิ่งหนีเลยการปฏิบัติอย่างนี้ไม่เป็น “การพัฒนาจิต” 

แต่มันเป็น “การทอดทิ้งจิต” ไม่ควรปล่อยใจไปตามอารมณ์

ควรที่จะฝึกฝนอบรมตนเอง ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ขี้เกียจก็ช่าง ขยันก็ช่าง ให้ปฏิบัติมันไปเรื่อยๆ

ลองคิดดูซิ ทำอย่างนี้จะไม่ดีกว่าหรือ

การปล่อยใจตามอารมณ์นั้น

จะไม่มีวันถึงธรรมของพระพุทธเจ้า"

เมื่อเราปฏิบัติธรรม ไม่ว่าอารมณ์ใดจะเกิดขึ้นก็ช่างมัน แต่ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ปฏิบัติให้สม่ำเสมอ 

การตามใจตัวเองไม่ใช่แนวทางของพระพุทธเจ้า ถ้าเราปฏิบัติธรรมตามความคิดความเห็นของเรา 

เราจะไม่มีวันรู้แจ้งว่าอันใดผิด อันใดถูก จะไม่มีวันรู้จักใจของตัวเราเอง และไม่มีวันรู้จักตัวเอง 

ดังนั้น ถ้าปฏิบัติธรรมตามแนวทางของตนเองแล้วย่อมเป็นการเสียเวลามากที่สุด 

แต่การปฏิบัติตามแนวทางของ พระพุทธเจ้าแล้วย่อมเป็นหนทางตรงที่สุด

หลวงปู่ชา สุภัทโท

https://mgronline.com/dhamma/detail/9550000081363

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริง ในไตรลักษณ์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง ทำความเข้าใจ เพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

ให้เอาพุทโธ เป็นอารมณ์ของจิตไปก่อน 

เมื่อบริกรรมพุทโธ จนจิตเป็นสมาธิแล้ว... 

ให้วางพุทโธ แล้ว...กำหนดผู้รู้ คือจิต 

เมื่อพักอยู่ในความสงบพอควรแล้ว ให้ถอนจิตขึ้นมา 

กำหนดพิจารณากายเพียง ส่วนใดส่วนหนึ่งก่อน 

พิจารณาอยู่...จุดเดียว จนเกิดความชำนิชำนาญแล้ว 

จึงขยายต่อไป สู่ส่วนอื่น...จนทั่วทุกส่วน ของร่างกาย 

เบื้องบน ตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำ แต่ปลายผมลงมา 

พิจารณาให้รู้ ให้เข้าใจ หมดสงสัยทั้งกายตน กายผู้อื่น 

ทั้งหญิง ทั้งชาย พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริง ในไตรลักษณ์


อย่า ให้จิตส่งออกภายนอกกาย เอากายนี้... เป็นเป้าหมาย ในการพิจารณา เอากายนี้ เป็นมรรค 

เอากายนี้ เป็นผล ถ้าผู้ปฏิบัติ ส่งจิตออกรู้ภายนอกจากกายนี้ เป็นการปฏิบัติที่ผิดทาง 

การเจริญภาวนา... โดยยึดเอาอายตนะภายใน ๖ อย่าง มาเป็นอารมณ์ เพื่อทำให้ใจสงบ 

การพิจารณาต้องน้อมนำเข้ามา สู่...ภายใน พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริง 

เมื่อรู้แจ้งเห็นจริงแล้ว ก็จะ...วางเอง 

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA: การพิจารณาร่างกาย ต้องพิจารณาบ่อยๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระพุทธองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

ร่างกายเรานี้มี ๓๒ อาการ 

มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็นกระดูก 

และไม่เฉพาะร่างกายของเรา 

ร่างกายของคนทุกคนก็เหมือนกัน ถ้าเรานึกถึงอาการ ๓๒ นี้

มันจะทำให้เราตัดความหลงใหลในร่างกายของเรา 

และของคนอื่นได้ บางทีเราหลงใหล

ในความสวยงามของร่างกายเรา 

เพราะเราเห็นเพียงแต่ภายนอกเห็นแต่หนัง 

เห็นแต่ผมเท่านั้นเอง


แต่ถ้าเราเห็นว่าข้างในร่างกายเรา มีทั้งกระดูก มีทั้งลำไส้ มีทั้งหัวใจ มีทั้งตับนี้ 

เราก็บอกว่าเอ๊ะเราก็ไม่ได้สวยงามอะไรนักหนา ทำไมต้องมาบ้าเสริมความงามกับไอ้แค่ผิวหนังนี้ เท่านั้นเอง 

พอดีผิวหนังมีสิวเม็ดเดียวก็ทุกข์แล้ว แต่ไม่รู้ว่า ที่ข้างในนี้มีตับ มีไต มีลำไส้กลับไม่ทุกข์กับมันเลย 

แต่ถ้าเราดูบ่อยๆ แล้วมันจะมองว่า โอ้ย ร่างกายของมนุษย์เรานี้ไม่มีอะไรที่น่ารักเลย น่าดูเลย 

ไม่รู้จะเสียเวลาไปเสริมความงามกับมันทำไม แล้วจะไม่ไปหลงรักใคร จะไม่อยากมีใครมาเป็นแฟน 

เราจะอยู่คนเดียวได้ แล้วจะรู้ว่า ตัวร่างกายนี้ไม่มีตัวเรา 

เพราะเราสามารถที่จะเอามาแยกแยะดู ถามมันทีละชิ้นดูเลยว่า 

ผมนี้เป็นเราหรือเปล่า เวลาตัดผมไปแล้วโกนผมไปแล้วเราหายไปกับผมหรือเปล่า 

เวลาตัดเล็บไปแล้วเราหายไปกับเล็บหรือเปล่า มันไม่มีหรอก อาการ ๓๒ นี้มันก็เป็นเพียงอาการเท่านั้น 

มันไม่มีตัวเราอยู่ในอาการเหล่านั้น มันก็จะทำให้เราเกิดปัญญาขึ้นมาว่า 

อ๋อร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวเรา เราก็จะได้ไม่ไปทุกข์กับมัน ปล่อยวางมันได้ 

ตอนนี้เราคิดว่าเป็นเราหมดใช่ไหม ผมก็เป็นเราฟันก็เป็นเราใช่ไหม ผมหงอกเส้นเดียวก็ทุกข์ขึ้นมาแล้ว 

นี่คือเรื่องของการพิจารณาร่างกาย ที่ให้พิจารณาต้องพิจารณาบ่อยๆ จนไม่ลืม 

แต่ทุกครั้งที่เรามองเห็นร่างกาย เรามองเห็นอาการ ๓๒ ไหม ไม่เห็นใช่ไหม 

เห็นแค่ ๕ อาการเห็นแค่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เท่านั้นเอง ขน ผม เล็บ ฟัน หนัง ยุ่งกับไอ้ ๕ อาการนี้ 

ทำเล็บ ทำผม ทำฟัน ทำหนัง อยู่อย่างนี้ ส่วนอื่นไม่ค่อยเห็นเลย 

แล้วก็หลงใหลคลั่งไคล้ไปกับ ๕ อาการนี้กัน แต่ถ้าดูทั้ง ๓๒ อาการแล้วมันก็จะ โอ้ย 

มันก็ไม่มีอะไรน่าดูนะร่างกาย. 

สนทนาธรรมะบนเขา วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

เดี๋ยวนี้เรามีความเจริญก้าวหน้า ในทางที่จะกลบเกลื่อนความทุกข์กันมาก 

ซึ่งครั้งกระโน้นครั้งโบราณนั้นไม่ค่อยจะมี มีความทุกข์ก็ทุกข์กันขึ้นมาเลยโดยการเป็นอยู่ 

เดี๋ยวนี้มันมีไอ้เรื่องแก้ไขความทุกข์ หรือว่ากลบเกลื่อนความทุกข์ 

เรื่องเกี่ยวกับความทุกข์หรือความสุขนี้มีคำอยู่ ๒ คำ 

ที่จะต้องจำไว้เพื่อจะเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้ง่าย 

มีคำ ๒ คำ คือว่า กายิกะ กับ เจตสิกะ 

กายิกะ เป็นไปในทางกาย 

เจตสิกะ เป็นไปในทางจิต 

กายิกทุกข์ ทุกข์เป็นไปทางกาย 

เจตสิกทุกข์ ทุกข์เป็นไปในทางจิต 

ไอ้ความทุกข์ความเจ็บปวดอะไรที่เป็นไปในทางกายล้วนๆ 

ไม่เกี่ยวกับ จิตใจ ที่ยึดมั่น-ถือมั่นมันไม่ทุกข์กี่มากน้อย แต่ถ้ามันเป็นความทุกข์ที่เป็นไปในทางจิต 

คือ มียึดมั่น-ถือมั่น หรือ อุปทาน แล้ว มันมีความทุกข์มากลึกซึ้ง 

ทั้งที่ว่าบางทีทางกายก็ไม่ได้มีความเจ็บปวดอะไร มันก็สามารถจะมีความทุกข์ในทางจิตใจ 

เรารู้จักความทุกข์ว่ามันมีอยู่ ๒ อย่างๆนี้ ไอ้ความทุกข์ทางกายล้วน ๆ แม้เป็นพระอรหันต์แล้วก็ยังรู้สึก 

เพราะร่างกายของท่านก็ยังมีความรู้สึก เช่น มันเจ็บ มันไข้ หรือว่ามันเป็นหนอง เป็นแผลเป็น 

ที่มันเป็นอะไรที่มันรู้สึกเจ็บปวด เป็นความทุกข์ทางร่างกาย แต่ทุกข์นั้นไม่ได้ถูกยึดมั่นด้วยอุปทาน ว่า 

เป็นความทุกข์ของกู ความเจ็บของกู ความตายของกูอะไร มันก็เลยไม่มีความทุกข์ในส่วนนี้ - 

ในส่วนที่เป็นทางจิต ทีนี้คนปุถุชนรับเอาไว้ทั้ง ๒ ชนิด ร่างกายก็เจ็บปวดตามธรรมดาของร่างกาย

 แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือ ยึดมั่น-ถือมั่นในความเจ็บปวดหรือในอะไรๆที่เกี่ยวกับความเจ็บปวด 

กระทั่งว่าแม้ร่างกายไม่เป็นอะไรเลย จิตใจ มันก็เอาไป เอามาคิด มานึกให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาได้ 

เป็นความกลัว เป็นความวิตกกังวล เป็นเรื่องของไอ้ความยึดมั่น-ถือมั่นนานาชนิด 

แล้วก็ดูพวกเราในโลกเวลานี้ แล้วก็จะเห็นได้ว่า ที่เป็นความทุกข์ในส่วนร่างกายก็มีไปตามเดิม 

ตามธรรมชาติที่มันจะพึงมี เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างนั้นอย่างนี้ แต่แล้วความทุกข์ทางจิตนี้มันก็มีมาก

เพราะเรารู้จักยึดถือมาก พูดตรงๆก็ว่า ความไม่อยากตาย ความอยากจะอยู่สนุกสนาน-เอร็ดอร่อยกับ

สิ่งเหล่านี้มันมีมากกว่าในสมัยโน้น กว่าบุคคลในสมัยดึกดำบรรพ์ เมื่ออยากอยู่มาก-ก็กลัวตายมาก 

กลัวตายมาก-ก็มีความทุกข์มาก เพราะความอยาก-ความทุกข์นี้มันมาจากความอยาก 

ทีนี้เรามีความอยากมากก็มีความทุกข์มาก แล้วก็มีเครื่องมือสำหรับกลบเกลื่อนความทุกข์นานาชนิด 

ทั้งทางกายทั้งทางใจ ทางกายเราก็มีหยูกยาหรือการกระทำในทางฟิสิกส์ ทางเนื้อหนังอะไรก็ได้ 

แล้วทางจิตก็มี กระทั่งหยูกยาก็มี เดี๋ยวนี้ ก็มีที่กินให้หยุดความรู้สึกวิตกกังวล 

แล้วมีการกระทำที่สนุกสนานแม้แต่เป็นลามกอนาจารก็มากลบเกลื่อนไว้ แล้วเราก็ยังฉลาดที่จะสร้างลัทธิ 

หรืออุดมคติที่เป็นเครื่องกลบเกลื่อนความทุกข์ในทางจิตใจ รวมความแล้วก็ว่า 

ความทุกข์มันไม่ได้น้อยลงทั้งที่ว่ามีการกลบเกลื่อน 

การกลบเกลื่อนไม่ใช่การรักษาให้หาย แต่เป็นการหมักหมมเอาไว้ ปัญหามันก็มีมาก 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA:กิเลสจะหายสิ้นไปได้ ก็ด้วยการพัฒนาทางจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม



ถึงจะขี้เกียจก็ให้พยายามปฏิบัติไป ขยันก็ให้ปฏิบัติไป 

ทุกเวลาและทุกหนทุกแห่ง นี่จึงจะเรียกว่า "การพัฒนาจิต" 

ถ้าหากปฏิบัติตามความคิดความเห็นของตน 

แล้ว ก็จะเกิดความคิดไป ความสงสัยไป มากมาย 

มันจะพาให้คิดไปว่า "เราไม่มีบุญ เราไม่มีวาสนา 

ปฏิบัติธรรม ก็นานนักหนาแล้ว ยังไม่รู้ยังไม่เห็นธรรม เลยสักที"

 การปฏิบัติธรรมอย่างนี้ ไม่เรียกว่าเป็น "การพัฒนาจิต" 

แต่เป็น "การพัฒนาความหายนะของจิต"

เมื่อใดที่ปฏิบัติธรรมไปแล้ว มีความรู้สึกอย่างนี้ ว่ายังไม่รู้อะไร ยังไม่เห็นอะไร 

ยังไม่มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างเลย นี่ก็เพราะที่ปฏิบัติมามันผิด 

ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า 

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า "อานนท์ ปฏิบัติให้มากทำให้มากแล้ว จะสิ้นสงสัย" 

ความสงสัยจะไม่มีวันสิ้นไปได้ ด้วยการคิด ด้วยทฤษฎี ด้วยการคาดคะเน หรือด้วยการ ถกเถียง 

หรือจะอยู่เฉยๆ ไม่ปฏิบัติภาวนาเลย ความสงสัยก็หายไปไม่ได้อีกเหมือนกัน กิเลสจะหายสิ้นไปได้ 

ก็ด้วยการพัฒนาทางจิต ซึ่งจะเกิดได้ก็ด้วยการปฏิบัติถูกต้องเท่านั้น… 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



INDHAMMA:เพราะว่าไม่มีตัวฉันที่เจ็บ ไม่มีตัวฉันที่ตาย เมื่อมีปัญญารู้เช่นนี้ ใจก็จะอยู่เหนือความแก่ ความเจ็บ ความตาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

มีเรื่องเล่าว่ามีโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ฯ ผู้ปกครองล้วนเป็นคนมีเงิน 

เวลาเลิกเรียนจะมีรถยนต์จำนวนมากมายมารับเด็กจนรถติดเป็นแพ 

โรงเรียนนี้มีกฎว่าให้ขับรถทางเดียว ปรากฏว่ามีผู้ปกครองคนหนึ่งไม่ยอมทำตามกฎ 

ขับรถเข้าโรงเรียนตรงประตูทางออก ทำให้เข้าถึงที่จอดรถอย่างรวดเร็ว ซึ่งเผอิญเหลืออยู่เพียงที่เดียว 

ผู้ปกครองอีกคนหนึ่งซึ่งเกือบจะได้ที่จอดรถแล้วแต่โดนแย่งไป เกิดความไม่พอใจ 

เลยออกจากรถมาต่อว่าคน ๆ นั้นที่ไม่ขับรถตามกฎ ผู้ปกครองคนนั้นเป็นนายทหารเมื่อถูกต่อว่าก็โกรธ 

ถามกลับไปว่า "รู้ไหมว่าอั๊วเป็นใคร" ก็ได้รับคำตอบว่า 

"ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณเป็นใคร แต่คุณทำไม่ถูกต้อง ไม่ทำตามกฎ" ว่าแล้วก็เดินกลับไปที่รถ 

ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับนายทหารคนนี้มาก่อน จึงโกรธมาก กลับไปเอาปืนที่รถ 

แล้วเดินตามผู้ปกครองที่มาต่อว่าตน โชคดีที่ตอนนั้นมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ 

เขาเป็นพนักงานขับรถของโรงเรียน ซึ่งมีปฏิภาณดีมากและแก้ปัญหาอย่างนี้ได้หลายครั้ง 

พนักงานคนนี้เข้าไประงับเหตุทันที โดยเดินไปหานายทหารแล้วแตะแขนเขา พร้อมกับพูดว่า 

“ท่านครับ ท่านมารับลูกไม่ใช่หรือครับ” พอได้ยินคำว่าลูก นายทหารคนนั้นก็มีสติกลับมาทันที 

พอรู้ตัวว่ากำลังจะทำอะไรลงไป แกก็เปลี่ยนใจ กลับมาที่รถเอาปืนเก็บ 

ตอนที่นายทหารกำลังเดินตามผู้ปกครองที่มาต่อว่าตนนั้น แกกำลังหน้ามืด ลืมตัว ลืมทุกอย่าง 

ใจคิดอย่างเดียว คือ คิดยิงคนนั้นให้หายแค้น แต่พอมีคนมาเตือนเรื่องลูก สติก็กลับมา พอสติกลับมา 

ความโกรธก็หายไปทันที เพราะรู้เลยว่าถ้ายิงแล้วจะเกิดอะไรกับลูก

สติทำให้จิตหลุดจากความโกรธ 

เป็นวิธีจัดการกับความโกรธที่ดีกว่าการกดข่มมัน 

เมื่อมีสติ ก็จะเกิดความรู้ตัวตามมา 

ทำให้ปล่อยวางอารมณ์อกุศลทั้งหลาย 

เพราะดังที่ได้พูดเมื่อกี้ว่า 

เรายึดอารมณ์อกุศลไว้ก็เพราะความลืมตัว 

ทั้ง ๆ ที่มันทำให้ทุกข์ ก็ไม่ยอมปล่อย แต่พอมีสติ 

มีความรู้ตัว ก็จะปล่อยมันไปเอง 

เพราะเห็นว่ามันเป็นโทษ ฉะนั้นสติจึงเป็นสำคัญมาก 

เป็นองค์มรรคที่จะช่วยให้ปล่อยวางอารมณ์ต่างๆ 

ที่เคยยึดหรือแบกเอาไว้ อารมณ์ต่าง ๆ นั้น

ไม่เป็นปัญหาเลยหากเราไม่ยึดหรือแบกมันเอาไว้

 

 คำด่าว่า คำตำหนิก็ไม่ทำให้เราทุกข์ได้เลยหากเราไม่ยึดมันเอาไว้

 ที่จริงเวลาเรามีความทุกข์เพราะอารมณ์หรือคำพูดเหล่านี้ ถ้ารู้ตัวและพิจารณาให้ดีจะพบว่า 

สาเหตุแห่งความทุกข์ที่แท้ก็คือ ความยึดติดนี้เอง เราสามารถเห็นสมุทัยได้เวลามีความทุกข์ใจเกิดขึ้น 

มองในแง่นี้ความทุกข์ก็สามารถสอนธรรมหรือเปิดเผยให้เราเห็นธรรมได้ พูดอีกอย่างก็คือ ความทุกข์ 

รวมทั้ง ความโกรธ สามารถเป็นอาจารย์ให้แก่เราได้ ความเจ็บ ความป่วย ความตายก็เช่นกัน 

เป็นอาจารย์ที่สอนธรรมให้แก่เรา คือสอนเรื่องอนิจจัง ทุกขัง และถ้ามีสติ หันกลับมาดูใจบ่อยๆ 

จะเห็นความจริงอีกข้อหนึ่ง คืออนัตตา ด้วย เพราะไม่มีอะไรที่เป็นเรา เป็นของเราเลย 

ถ้ามีปัญญาจนเห็นว่าร่างกายและใจก็ไม่ใช่เรา เวลาเจ็บป่วยแล้วเรารู้สึกทุกข์ก็เพราะยึดว่ามีตัวมีตน 

คือสำคัญมั่นหมายฉันป่วย แต่ถ้ามีสติ และมีปัญญา ก็จะเห็นว่า ที่ป่วยนั้นคือกายป่วย ไม่ใช่เราป่วย 

ไม่ใช่เราป่วย ที่แก่คือกายแก่ ไม่ใช่เราแก่ ที่ตายเป็นกายที่สลายไป ไม่ใช่เราตาย 

เพราะว่าไม่มีตัวฉันที่เจ็บ ไม่มีตัวฉันที่ตาย เมื่อมีปัญญารู้เช่นนี้ ใจก็จะอยู่เหนือความแก่ ความเจ็บ 

ความตายได้ คือไม่ทุกข์ แต่ก็มีบางท่านปล่อยวางได้เพราะมีปัญญาเห็นแจ่มแจ้งว่า สังขารนี้เป็นทุกข์ 

ไม่น่ายึดน่าถือเลย 

พระไพศาล วิสาโล

https://www.visalo.org/article/dhammamata7_2.htm

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

 

INDHAMMA:อยู่กับปัจจุบันได้ถึงที่สุด ตลอดเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การอยู่กับปัจจุบันที่ดีที่สุดก็คือ ให้จิตหยุดอยู่ในสมาธิ 

จิตที่หยุดอยู่ในสมาธิเรียกว่า อยู่กับปัจจุบัน 

ซึ่งไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต 

ถ้าจะพูดว่าอะไรเป็นปัจจุบันที่สุด ก็ต้องตอบว่า พระนิพพาน 

เพราะพระนิพพานไม่มีความหมายว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป 

พระนิพพานจึงมีลักษณะ เป็นปัจจุบันตลอดเวลา 

การมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ของ “พระอรหันต์”

 เรียกว่าท่านอยู่กับปัจจุบันได้ถึงที่สุดตลอดเวลา 

พุทธทาสภิกขุ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2004796

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ญาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“ญาน” คือความรู้พิเศษ ที่เกิดขึ้นในระหว่างแห่งความสงบ 

เป็นต้นว่า ญานระลึกชาติได้ 

ญานรู้จักเหตุการณ์ในอดีต 

ญานรู้จักเหตุการณ์ในอนาคต 

รู้จักวาระจิต ความนึกคิดของบุคคลอื่นเป็นต้น 

เหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิชาน่าอัศจรรย์ทีเดียว 

แต่ถ้าหากว่าหลงและติดอยู่ในญานเหล่านี้แล้ว 

จะทำให้เกิดความเนิ่นช้า ในการปฏิบัติเพื่อเข้าสู่อริยสัจธรรม..

ผู้ต้องการพ้นทุกข์จริง ๆ แล้ว ต้องไม่หลงในความเป็นเหล่านั้น


แต่ญาณเหล่านี้ ที่เป็นอุปกรณ์อย่าดีพิเศษ ในอันที่จะดำเนินจิตเข้าสู่อริยสัจ หรือการทรมานบุคคลบางคน

แต่ว่าจะว่ามันเป็น “ญาณ” อย่ายินดีหรือติดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะเท่ากับว่ามันเป็นผลพลอยได้ 

เกิดจากการบำเพ็ญจิตเข้าสู่อริยสัจนั่นเอง ถ้าหากว่าเราไปยินดีหรือไปติดอยู่เพียงเท่านี้แล้ว 

ก็จะก้าวไปสู่ความไปจากทุกข์ไม่ได้


หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=80&t=54640

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ไม่คบคนชั่วหนึ่ง คบแต่บัณฑิตหนึ่ง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


ในมงคลหมวดที่หนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า 

"อเสวนา จะ พาลานัง ปัณฑิตานัญจะ 

เสวะนา ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง" 

ท่านบอกว่า จงอย่าคบคนพาล

คือไม่คบคนชั่วหนึ่ง คบแต่บัณฑิตหนึ่ง

จงบูชาบุคคลที่ควรบูชาหนึ่ง ทั้ง ๓ ประการ 

จัดว่าเป็นอุดมมงคล ใช่ไหม! ทีนี้ในเมื่อเรามี 

"พรหมวิหาร ๔" เราดีกับเขา แต่เขาเลวกับเรา 

เขาคิดเป็นศัตรูเรา เราไม่คบ เราแยกออกมา 

วางเฉยเสีย ด้วยตัวอุเบกขา ใช่ไหม

ทีนี้ถ้าหากว่าจะถามว่า ถ้ายังงั้นไม่เป็นการถือตัวถือตนรึ! ไม่ใช่เราถือ ถ้าเขาดีเราก็คบ เพราะอะไร 

เพราะหากว่าเราขืนคบหาสมาคมกับคนเลว เราก็จะเลวไปด้วย ถึงแม้ว่าเราไม่เลว กลิ่นเลวมันก็ติด 

ท่านอุปมาไว้ในมงคลบอกว่า 

ถ้าเราเอาใบตองมาห่อของเน่า ไอ้ของเน่านี่มันไม่ซึมลงไปในเนื้อของใบตอง 

แต่ทว่ากลิ่นเหม็นมันจะติดใบตอง โยนของเน่าทิ้งไป เอาใบตองมาดมมันยังเหม็น ใช่ไหม! 

ถ้าเราคบหาสมาคมกับคนพาล เขากินเหล้า เราไม่กินเหล้า เขาสูบเฮโรอีน เราไม่สูบเฮโรอีน 

เขาลักเขาขโมย เราไม่ลักเราไม่ขโมย เขาไปข่มเหงชาวบ้าน เราไม่ไปแต่เราถือว่าเป็นเพื่อนกัน 

เราเดินด้วยกัน คนเขาเห็นเข้าเขาจะหาว่าเราเป็นคนชั่วเท่ากับคนนั้น อย่างกลิ่นติดที่ใบตอง ใช่ไหม! 

ทีนี้เราก็ต้องใช้วางอุเบกขา วางเฉยไว้ก่อน ในเมื่อเขาเลวเราไม่ใช่เกลียด แต่ว่าเราก็วางเฉย ยังไม่คบ 

คบไม่ได้เพราะเขายังเลวอยู่ ถ้าเขาดีเมื่อไหร่เราคบเมื่อนั้น.

จากหนังสือ หลวงพ่อเล่าให้ฟัง เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๒๐

โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language