แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อยู่กับปัจจุบัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อยู่กับปัจจุบัน แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:อยู่กับปัจจุบันได้ถึงที่สุด ตลอดเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การอยู่กับปัจจุบันที่ดีที่สุดก็คือ ให้จิตหยุดอยู่ในสมาธิ 

จิตที่หยุดอยู่ในสมาธิเรียกว่า อยู่กับปัจจุบัน 

ซึ่งไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต 

ถ้าจะพูดว่าอะไรเป็นปัจจุบันที่สุด ก็ต้องตอบว่า พระนิพพาน 

เพราะพระนิพพานไม่มีความหมายว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป 

พระนิพพานจึงมีลักษณะ เป็นปัจจุบันตลอดเวลา 

การมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ของ “พระอรหันต์”

 เรียกว่าท่านอยู่กับปัจจุบันได้ถึงที่สุดตลอดเวลา 

พุทธทาสภิกขุ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2004796

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:คิดให้ถูก ถูกเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"เรามีความทุกข์ เพราะความคิด นี่คือ คิดผิดเวลา คิดผิดเรื่องผิดทาง คิดผิดเวลา อย่างเช่น

เวลานอน แทนที่เราจะนอน เราคิด ทำให้เรานอนไม่หลับ ไม่ได้พักผ่อน ร่างกายมีปัญหา 

คิดผิดเรื่อง เช่น เรื่องบางอย่างผ่านไปแล้ว ยังจะเอามาคิด เราก็มีความทุกข์ คิดผิดเรื่องผิดทาง

ก็คือ คิดในทางผิด คิดในทางลบ คิดในทางที่บั่นทอนกำลังใจตน คิดในทางที่หวาดระแวงจับผิดคนอื่น

เราต้องคิดใหม่คือ คิดให้ถูก ถูกเวลา 

ถ้าหากว่าไม่ใช่เวลาคิด เราควรจะทำงาน 

ควรจะพักผ่อน ควรจะทำหน้าที่ของตนไป 

เราคิดเป็นบางเวลา คิดต่อเมื่อตั้งใจจะคิด 

มีกิจการงานที่ต้องคิด ก็คิดได้ ส่วนคิดถูกเรื่อง ก็คือ 

คิดในเรื่องปัจจุบัน ที่เป็นหน้าที่เรา ทำให้ดีที่สุด 

ถ้าเราอยู่กับปัจจุบันที่เป็นจริง 

เราจะไม่มีความทุกข์เลย

 ส่วนคิดให้ถูกทางคือ คิดในทางสร้างสรรค์ คิดในทางบวก จิตใจเราเป็นกุศล มีกำลังใจมากขึ้น

ทุกอย่างในโลกนี้ มีขึ้นมาเพื่อให้เราได้บทเรียน 

เพราะฉะนั้น ถ้าคนเรารู้จักมอง ก็เห็นดวงดาว เห็นความสดใสงดงาม

แต่ถ้าเรามองไม่เป็น ก็เป็นทุกข์..."

พระดุษฎี เมธังกุโร

เจ้าอาวาสวัดทุ่งไผ่ จ.ชุมพร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA :มีความสุขอีกมากมายรออยู่...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

มีคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า

...อย่าร้องไห้เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน...

...เพราะว่าน้ำตาจะทำให้เรามองไม่เห็นดวงดาวที่สวยงาม...

ดวงอาทิตย์ลับฟ้าแล้วก็จริง

แต่ก็ยังมีดวงดาวอยู่บนท้องฟ้า

ให้เราชื่นชม ถ้าเรามัวแต่เสียดายพระอาทิตย์

เราจะไม่มีโอกาสรับรู้ความสวยงาม

ของดาวยามค่ำคืน

ทั้งหมดนี้เตือนให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน

แล้วเราจะพบว่ามีความสุขอีกมากมายที่รอเราอยู่

พระไพศาล วิสาโล

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ทำให้ดีที่สุด...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ทำวันนี้ของเราให้ดีที่สุด คุ้มค่ามนุษย์ที่ได้เกิดมา 

ทุกอย่างที่ปรารถนา นั้นคงจะไม่ไกล

     เวลาทำงานถ้าใจเราอยู่กับปัจจุบัน

เราก็จะไม่ท้อให้คิดในใจว่า...

ฉันจะมีงานกี่สิบชิ้นรออยู่ก็ช่างมัน

ฉันจะทำชิ้นที่กำลังทำอยู่นี้ ให้ดีที่สุด

ฉันจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ฉันจะทำชั่วโมงนี้ให้ดีที่สุด" 

พระไพศาล วิสาโล

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 

Dhamma together:ทุกๆหนึ่งลมหายใจ ให้เป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบัน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 หนึ่งลมหายใจเข้า

กายของคุณอยู่ที่นี่ ใจของคุณก็อยู่ที่นี่

ให้เห็นว่าปัจจุบันขณะ

เป็นเวลาที่เห็นกายใจเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนที่คุณจะนอน

เพื่อให้คุณมีโอกาสได้เจริญสติก่อนนอน

และใช้การนอนเป็นการสำรวจกายและใจตัวเอง

หนึ่งลมหายใจออก

รู้ตัวทั่วพร้อมว่าใจอยู่ที่นี่ กายอยู่ที่นี่

ปัจจุบันขณะเป็นเวลาที่คุณรู้ทันกายทันใจของคุณ

จนจิตเข้าสู่กำลังของสัมมาสมาธิ

ใจของคุณจะไม่วอกแวกไปในทางที่เหลวไหล ซึ่งน่าจะดี

 

ลงทุนติดตามลมหายใจกันดีกว่า 

ผลลัพธ์จากการลงทุนครั้งนี้ จะทำให้พ้นทุกข์ ปลอดโปร่ง โล่งสบายแน่นอน 

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:จงเรียนรู้ “อดีต” แล้วปล่อยวางอดีต เพื่อ..สร้าง“อนาคต”

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“เราไม่จำเป็นที่จะต้อง ปล่อยให้ความผิดพลาด 

หรือ ความประมาทใน“อดีต” 

มาเป็นตัวกำหนด“อนาคตของเรา” 

เราทุกคนที่เคยทำผิดบาป สามารถกลับใจได้ 

จงเรียนรู้ “อดีต” แล้วปล่อยวางอดีต 

เพื่อ..สร้าง“อนาคต” 

ด้วยการตั้งอกตั้งใจ

“อยู่ในปัจจุบัน” .

#พระราชพัชรมานิต 
( ฌอน ชิเวอร์ตัน #ชยสาโรภิกขุ )

ทีมผู้ดูแล ที่ปรึกษา โพสต์ธรรมะก็ดี คำคมก็ดี ทำให้หลายท่าน รวมถึงพวกเราเองได้รู้ว่า สิ่งเหล่านี้แทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นการแชร์ธรรมะ ก็ดี คำคมก็ดี บทความใด ๆ ที่มีประโยชน์ ฯลฯ หากทำให้คนคนหนึ่งดีขึ้น หรือให้กำลังใจเขา หรือให้เขาอย่าลืมพ่อแม่ ฯลฯ จึงเป็น "มหากุศล" อย่างยิ่ง เป็นการทำที่ง่าย ๆ แต่ได้อานิสงส์มหาศาล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำงานอย่างปล่อยวาง ทำงานเสร็จ ยกผลงานให้เป็นของความว่าง หรือยกให้เป็นของส่วนรวม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


เวลาเราทำงานก็ให้ลองนึกว่า เสร็จทุกวัน เลิกงานแล้วก็กลับบ้านไปหาลูก พ่อแม่ หรือคนรัก

ด้วยใจที่ปลอดโปร่งเสมือนกับว่างานเสร็จแล้ว แต่คนจำนวนมากทำอย่างนั้นไม่เป็น เวลากลับ

ไปบ้านก็แบกเอางานไปด้วย ไม่ได้ถือแฟ้มแบกกลับไป แต่ว่าแบกที่ใจ เวลาอยู่กับลูก

ก็นึกถึงงาน ใจไม่ได้อยู่กับลูกเต็มร้อย เวลานึกถึงงานก็รู้สึกวิตกกังวล หงุดหงิด แสดงอารมณ์

ออกทางสีหน้าให้ลูกเห็น ลูกก็จะรู้สึกเครียดเวลาอยู่กับเรา เพราะใจเรายังแบกงานไว้เต็มที่

ให้เรานึกว่ามันเสร็จแล้ว วางมันลงเสีย เราจะได้กลับบ้าน จะได้อยู่กับลูก กับคนรัก หรืออยู่กับ

ตัวเองด้วยใจที่ปลอดโปร่ง และทำสิ่งที่ควรทำเมื่ออยู่บ้าน เช่น พักผ่อน สวดมนต์ นั่งสมาธิ

หลายคนแบกงานกลับบ้าน เอาเข้าห้องนอน แม้กระทั่งจะนอนก็ยังไม่ยอมวาง เลยนอน

ไม่หลับ ตื่นขึ้นมาก็เลยไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน ที่จริงงานไม่ใช่ปัญหา หลายคนมักจะบ่นว่า

งานเยอะ มีภาระมาก จริง ๆ แล้วงานไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ว่าเราแบกมันเอาไว้ไม่ยอมวาง

ต่างหาก เวลาทำงานใจก็ไม่ได้อยู่กับงานจริง ๆ มัวแต่จดจ่ออยู่กับผลของงาน ว่ามันจะออก

มาเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ เจ้านายจะพอใจไหม เพื่อนร่วมงานจะว่าอย่างไร หรือไม่ก็เอาแต่

คิดว่า เมื่อไรจะเสร็จ เวลามาปฏิบัติธรรมก็คิดว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน เวลาเดินทางกลับบ้านก็

เอาแต่คิดว่าเมื่อไรจะถึง อันที่จริงมันถึงทุกขณะอยู่แล้ว มันถึงทุกเวลา มันถึงทุกวินาที

ให้ลองคิดแบบนี้ดูบ้าง การที่ใจเรามัว คิดถึงจุดหมายปลายทางว่าเมื่อไรจะเสร็จ เมื่อไรจะถึง

เมื่อไรไฟแดงจะเปลี่ยนเป็นไฟเขียว วิธีคิดแบบนี้สร้าง ความทุกข์ให้กับจิตใจมาก ทำให้

เครียด วิตกกังวล จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ อย่างนี้เรียกว่าเป็นการแบก อย่างหนึ่ง แต่ถ้าเรา

ลองวางมันลงบ้าง อนาคตจะเป็น อย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคต 


ให้นึกถึงคำของหลวงพ่อคำเขียนก็ได้

ท่านเคยพูดไว้ว่า “ถึงต่อเมื่อมันถึง” เวลาเดินทาง

ก็ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อไรจะถึง ถึงต่อเมื่อมันถึง หรือจะ

มองอย่างท่านอาจารย์พุทธทาสก็ได้ว่า

มันเสร็จทุกเวลาอยู่แล้ว เสร็จทุกวัน เสร็จทุกชั่วโมง

เสร็จทุกนาที สิ่งสำคัญก็คือ ใจอยู่กับปัจจุบัน

ใจอยู่กับปัจจุบัน เวลาทำงานก็ทำด้วยใจที่ปล่อยวาง

คือปล่อยวางอดีต ปล่อยวางอนาคต

 


ใจอยู่กับปัจจุบัน เวลาทำงานก็ทำด้วยใจที่ปล่อยวาง คือปล่อยวางอดีต ปล่อยวางอนาคต

เหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ก่อน เดือนก่อน งานการล้มเหลวอย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร ก็เป็นเรื่อง

ของอดีต ปล่อยมันไป ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคต ไม่ต้องเอามาใส่ใจ

ใจอยู่กับปัจจุบันก็พอ เมื่อใดก็ตามเราทำงานตรงหน้าด้วยใจเต็มร้อย ก็เรียกได้ว่าทำงานด้วย

ใจปล่อยวาง ยิ่งถ้าเราทำใจถึงขั้นที่ว่า มันไม่ใช่งานของเรา ถึงแม้ไม่ใช่งานของเรา เราก็ทำ

เต็มที่ หากว่ามันมีประโยชน์ เราก็ทำ ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าต้องเป็นงานของเรา เราถึงจะทำ

และเมื่องานเสร็จก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นผลงานของเรา ท่านอาจารย์พุทธทาสบอกว่า

“ยกผลงานให้เป็นของความว่าง” ทำงานเสร็จก็ยกผลงานให้เป็นของความว่าง หรือยกให้เป็น

ของส่วนรวมก็ได้ เพราะว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ทำให้งานสำเร็จ มีคนอีกมากมายที่ร่วมกันทำให้

สำเร็จ ทั้งที่ทำด้วยกัน ทั้งที่อยู่เบื้องหลัง คนที่เป็นแม่ครัว คนที่เป็นนักการภารโรง แม้กระทั่ง

พ่อแม่ของเราที่บ้าน ก็มีส่วนช่วยทำให้งานสำเร็จ เพราะถ้าไม่มีคนเหล่านั้น ก็คงไม่มีเรา

หรือเราก็คงจะไม่มีเรี่ยวแรง กำลัง หรือสติปัญญาที่จะทำให้งานสำเร็จได้ งานแต่ละชิ้นจึงเป็น

ผลงานร่วมของผู้คนมากมายด้วย การวางใจอย่างนี้ ก็เรียกได้ว่าทำงานด้วยใจที่ปล่อยวาง

พระไพศาล วิสาโล

Select your language