แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลมหายใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลมหายใจ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:รู้ว่า‘เกิดอะไรขึ้น’ในแต่ละลมเข้าลมออก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าขึ้นต้นด้วยความอยากสงบเร็วๆ ตามด้วยการเห็นแต่ลมหายใจ ไม่เห็นความรู้สึกนึกคิด 

ไม่เห็นสภาพความแปรไปของจิตที่ปรากฏ อยู่ในแต่ละลมหายใจเข้าออก 

นั่นไม่นับเป็นอานาปานสติที่พระพุทธเจ้าสอน 

นักภาวนาส่วนใหญ่ ตะบี้ตะบันยึดลมหายใจไว้ เหมือนจะแกล้งให้ตัวเองอึดอัด แล้วบอกตัวเอง 

บอกคนอื่นว่า ฝึกอานาปานสติอยู่ แต่ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่สงบเสียที 

กระทั่งได้ข้อสรุปประมาณ ‘ฉันคงไม่ถูกจริตกับอานาปานสติ!’ 

ข้อเท็จจริงคือ อานาปานสตินั้น เป็นราวเกาะสำหรับมือใหม่ 

เป็นเครื่องช่วยสังเกตความจริงในตน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน 

ในอิริยาบถใดก็ตาม ใครก็ตาม ที่สามารถรู้สึกได้ว่าตัวเอง 

กำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก ก็ ‘ถูกจริต’ 

กับอานาปานสติได้ทั้งนั้น ในการเจริญอานาปานสติ 

สิ่งสำคัญกว่ารู้ว่า กำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก คือรู้ว่า 

‘เกิดอะไรขึ้น’ในแต่ละลมเข้าลมออก

 ที่ลมนี้ เกร็งแน่นเป็นหุ่นเหล็กก็ยอมรับไป 

ที่ลมนี้ ผ่อนคลายแบบคนพักเป็นก็รับรู้ไป 

ที่ลมนี้ ฟุ้งซ่านอุตลุดเหมือนพายุก็ยอมรับไป 

ที่ลมนี้ สงบราบคาบปานทะเลเรียบก็รับรู้ไป 

บทสรุปของอานาปานสติที่สำคัญสูงสุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้จุดประสงค์หลัก คือ ฝึกเพื่อให้รู้ว่า 

อะไรๆไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของใจ หาใช่ว่า ท่านให้เอาแต่ดี 

ยึดแต่สงบเป็นเรือนตาย ถ้าเริ่มเจริญอานาปานสติด้วยความเข้าใจถูกต้องแต่ต้น 

ก็จะรู้เห็นความจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ายังแค่เข้าใจว่า 

อานาปานสติ คือการยึดลมเหนียวแน่นเอาเป็นเอาตาย เพื่อกดจิตให้แน่นิ่งท่าเดียว 

สุดท้ายก็ได้แต่เป็น ‘หุ่นยนต์อานาปานสติ’ ไม่เคยได้เป็นนักเจริญอานาปานสติกับเขาเลย!

ดังตฤณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:การภาวนาตามแบบของพุทธ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


มโนวิญญาณ เปรียบได้กับฝูงผึ้งที่บินว่อนและส่งเสียงหึ่ง ๆ

อยู่เรื่อย โดยไม่มุ่งลงไปที่จุดใดจุดหนึ่ง ต่อเมื่อมีนางพญาผึ้ง

มาปรากฎนั่นแหละ ฝูงผึ้งจึงจะรวมตัวกันได้

การภาวนาตามแบบของพุทธ เราปฏิบัติตนเพื่อเพ่ง

ให้เป็นหนึ่ง มองอะไร ๆ ได้อย่างแจ่มชัด เรียกว่า

เอกัคคตา  เช่น เราเพ่งไปที่ลมหายใจ ที่ใบไม้ ที่ก้อนกรวด...

หรือที่วัตถุใดที่เป็นเป้าหมายของการภาวนา...

ช่วยให้เรารวมพลังของมโนวิญญาณเข้าด้วยกัน ไม่ให้ส่ายไป

อย่างเพ่นพ่าน

ติช นัท ฮันห์

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสุขเยือกเย็น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ลมเข้าสั้นออกสั้นดี หรือลมเข้ายาวออกยาวดี ลมเข้ายาวออกสั้นดี หรือลมเข้าสั้นออกยาวดี 

ให้รู้ลักษณะของลมว่าอย่างไหนเป็นที่สบาย ก็ทำอย่างนั้นเรื่อยไป 

ต้องทำให้ได้อย่างนี้ทั้ง ๓ เปราะ คือ 

เปราะแรกภาวนา พุทโธๆ ตั้งใจนึกด้วยสติหรือด้วยใจ 

เปราะที่ ๒ ให้สติอยู่กับลมเข้า พุท ลมออก โธ ไม่ลืมไม่เผลอ 

และเปราะที่ ๓ จิตนิ่ง ทิ้ง พุทโธ เสีย สังเกตแต่ลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว 

เมื่อทำได้เช่นนี้ ใจของเราก็จะนิ่ง ลมก็นิ่งเหมือนขันน้ำที่ลอยอยู่ในโอ่ง น้ำก็นิ่ง ขันก็นิ่ง 

เพราะไม่มีใครไปกด ไปเอียง ไปกระแทกมัน ขันนั้นก็จะลอยเฉยเป็นปกติอยู่บนพื้นน้ำ 

เหมือนกับเราขึ้นไปนั่งอยู่บนยอดเขาสูงๆ หรือขึ้นไปลอยอยู่เหนือเมฆ 

ใจของเราก็จะได้รับแต่ความสุขเยือกเย็น นี้ท่านเรียกว่า มหากุศล 

คือเป็น ยอด แก่น หรือรากเง้า ของกุศลทั้งหลาย เป็นความดีส่วนลึกที่อยู่ในดวงจิตของเรา

 ..ความดีส่วนลึกที่อยู่ในดวงจิตของเรา ซึ่งอยู่ตรงกลาง

ตัวที่ว่า เป็นแก่น ก็เพราะมันเป็นของมั่น แข็ง และเหนียว

เหมือนกับแก่นไม้ซึ่งมีความเหนียวและมั่นคง

มอดก็ไม่สามารถมาเจาไชให้ผุได้ ถึงมันจะมาแทะได้บ้าง

ก็เพียงแค่เปลือกนอกหรือกระพี้เท่านั้น

คือนิวรณ์ทั้งหลายจะมารบกวนได้ก็เพียงแค่อายตนะ

ภายนอก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เช่นรูปมากระทบตา

มันก็อยู่แค่ตาไม่เข้าไปถึงใจ เสียงมากระทบหู

มันก็อยู่แค่หูไม่เข้าถึงใจ กลิ่นมากระทบจมูก ก็อยู่แค่จมูก

ไม่เข้าถึงใจ จึงเรียกความดีส่วนนี้ว่าเป็น แก่นบุญ

เพราะความชั่วทั้งหลายไม่สามารถจะมาทำลายจิตใจที่มั่นคงนี้ให้เสียไปได้ง่ายๆ เหมือนไม้แก่นที่

ตัวมอดไม่อาจกัดกินให้ผุได้ ฉันนั้น.."

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร

https://ampoljane.com/2017/01/07/1084/

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ลมหายใจ พุทโธ ความสุขที่เยือกเย็น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องราวอะไรทั้งหมด เราจะไม่เก็บมานึกคิด จะนึกถึงแต่พุทธคุณอย่างเดียว คือ พุทโธ

ตั้งสติกำหนดนึกถึงลมหายใจเข้าว่า พุท ออกว่า โธ หรือจะนึก พุทโธๆ อยู่ที่ใจอย่างเดียวก็ได้

ทำจิตให้นิ่ง แล้วทิ้งคำภาวนา พุทโธ เสีย ให้สังเกตแต่ลมที่หายใจเข้าออกอย่างเดียว 

เหมือนกับเรายืนเฝ้าดูวัวของเราอยู่ที่หน้าประตูคอก ว่าวัวที่เดินเข้าไปและออกมานั้น 

มันเป็นวัวสีอะไร สีดำ แดง ขาว ด่าง วัวแก่หรือวัวหนุ่ม เป็นลูกวัวหรือวัวกลางๆ 

แต่อย่าไปเดินตามวัวเข้าไปด้วย เพราะมันจะเตะขาแข้งหักหรือขวิดเอาตาย 

ให้ยืนดูอยู่ตรงหน้าประตูแห่งเดียว หมายความว่า 

ให้จิตตั้งนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องเคลื่อนไหวไปกับลม 

(ที่ว่าให้สังเกตลักษณะของวัวก็คือให้รู้จักสังเกตว่า ลมเข้าสั้นออกสั้นดี หรือลมเข้ายาวออกยาวดี

ลมเข้ายาวออกสั้นดี หรือลมเข้าสั้นออกยาวดี ให้รู้ลักษณะของลมว่าอย่างไหนเป็นที่สบาย 

ก็ทำอย่างนั้นเรื่อยไป)

ต้องทำให้ได้อย่างนี้ทั้ง ๓ เปราะ คือ 

เปราะแรกภาวนา พุทโธๆ ตั้งใจนึกด้วยสติหรือด้วยใจ 

เปราะที่ ๒ ให้สติอยู่กับลมเข้า พุท ลมออก โธ ไม่ลืมไม่เผลอ 

และเปราะที่ ๓ จิตนิ่ง ทิ้ง พุทโธ เสีย สังเกตแต่ลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว 

เมื่อทำได้เช่นนี้ ใจของเราก็จะนิ่ง

ลมก็นิ่งเหมือนขันน้ำที่ลอยอยู่ในโอ่ง น้ำก็นิ่ง ขันก็นิ่ง 

เพราะไม่มีใครไปกด ไปเอียง ไปกระแทกมัน 

ขันนั้นก็จะลอยเฉยเป็นปกติอยู่บนพื้นน้ำ 

เหมือนกับเราขึ้นไปนั่งอยู่บนยอดเขาสูงๆ 

หรือขึ้นไปลอยอยู่เหนือเมฆ 

ใจของเราก็จะได้รับแต่ความสุขที่เยือกเย็น 

นี้เรียกว่า มหากุศล คือ เป็นยอด แก่น หรือรากเง้า

ของกุศลทั้งหลาย

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

แหล่งที่มาที่นี่

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:โฟกัส....กับเรื่องยิ้มๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

"ถ้าสังเกตขณะที่เรายิ้ม...

จิตใจข้างในจะเบาบางลง

ลองฝึกยิ้มข้างนอก...แล้วข้างในจะยิ้มตาม...

เราอาจจะยิ้มกับข้าวของที่อยู่ตรงหน้าไปก่อน

เพื่อให้มีจุดโฟกัส ขณะยิ้มให้เราลองรับรู้ลมหายใจ

เราจะเริ่มรู้สึกสบายๆ ข้าวของที่เรายิ้มให้ 

จะเป็นภาพเงียบๆ

(ไม่มีการสร้างอารมณ์ปรุงแต่งใดๆ)

คือจะเป็นแบบเห็นแล้ว สักแต่ว่าเห็นไปเอง..."

หลวงปู่ติช นัท ฮันห์

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน 

#อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

#จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

INDHAMMA:ปฏิบัติอานาปานสติ สร้างสติสัมปชัญญะ ตลอดเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ใบไม้นั้น ถ้าไม่มีลมพัด มันก็นิ่ง สงบระงับอยู่

ถ้ามีลมมาพัด ใบมันก็กวัดแกว่ง ไปตามลม ..

จิตใจนี้ ก็เหมือนกัน ถ้าอารมณ์มาถูก มันก็กวัดแกว่ง

ไปตามอารมณ์ ยิ่งมันไม่รู้เรื่องธรรมะแล้ว

ก็ยิ่งปล่อยไปตามอารมณ์ ..อารมณ์สุข อารมณ์ทุกข์

ก็ปล่อยตามไป วุ่นวายไปเรื่อยๆ เกิดเป็นโรคประสาท

เพราะไม่รู้เรื่อง ปล่อยไปตามอารมณ์ ไม่รู้จัก ตามรักษาจิต

ฉะนั้น ทำจิตของเรา ให้มีรากฐาน เอาลมหายใจเข้า ออก

เป็นรากฐาน เรียกว่า "อานาปานสติ" ให้พยายามทำ ทุกวัน

ทุกที่ ..เราจะมีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา

หลวงพ่อชา สุภัทโท..

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 

INDHAMMA:ความสุข…อยู่ที่ลมหายใจ….

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในความคิดนึกของบุคคลทั้งหลายได้แสดงให้เห็นว่า 

ความสุขของแต่ละบุคคลมีมากมายหลายทาง 

ไม่ว่าความสุขจากการมีเงิน 

ความสุขจากการใช้เงิน ความสุขจากการมีคนรู้ใจ 

สิ่งทั้งหลายเหล่านั้น ถ้ามองถึงในส่วนธรรมะแล้ว 

สิ่งนั้นเป็นความสุขจอมปลอม หลอกลวง 

เป็นความสุขที่ไม่มีคุณค่า แม้ว่าจะไม่มีราคา 

แต่มีคุณค่ามากที่สุด มากเหลือเกิน 

ทรัพย์สินเงินทอง เป็นสิ่งมีราคา แต่หามีคุณค่าไม่ 

แต่ลมหายใจนี่แหละ ที่มีคุณค่ามากที่สุด

จึงขอบอกว่า ความสุขของมนุษย์ อยู่ที่ลมหายใจ.... 

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน จังหวัด สิงห์บุรี

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความงามอันละเอียดอ่อนของลมหายใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าใครเคยดื่มแต่น้ำอัดลม หรือน้ำเมาต่างๆ อันมีรสชาติแรงๆ 

พอดื่มน้ำเปล่าก็มักจะรู้สึกจืดชืดไม่มีอะไรน่าสนใจ 

แต่ถ้าเราดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ ก็จะพบว่ามีรสดีๆ ของมันเหมือนกัน ทีแรกลิ้นเราชินกับรสแรงก็ไม่ได้สัมผัส 

แต่นานๆ เข้าลิ้นก็จะเริ่มไวต่อรสอันละเอียดอ่อนของน้ำ

จิตใจของคนเราก็เหมือนกันกับลิ้น มันชินกับอารมณ์กระตุ้นต่างๆ 

เราเพลินอยู่กับความตื่นเต้น 

อยากจะมีอะไรสักอย่างอยู่ในสมองตลอดเวลา

 เมื่อไม่มีอะไรให้คิดไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น

ก็รู้สึกเหงารู้สึกเศร้าซึม ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม

จิตใจของคนเราก็เหมือนกันกับลิ้น 

มันชินกับอารมณ์กระตุ้นต่างๆ 

เราเพลินอยู่กับความตื่นเต้น 

อยากจะมีอะไรสักอย่างอยู่ในสมองตลอดเวลา 


เมื่อไม่มีอะไรให้คิดไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นก็รู้สึกเหงารู้สึกเศร้าซึม ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม 

เราจึงต้องค่อยๆ ฝึกให้จิตคุ้นเคยกับการกำหนดรู้อยู่กับอารมณ์เดียว เช่น ลมหายใจ 

ผู้ที่มาภาวนาใหม่ๆ แรกๆ มักจะรู้สึกว่าลมหายใจน่าเบื่อ อยู่กับลมหายใจไม่เห็นได้อะไรเลย 

สู้ความเพลินอยู่กับความคิดความจำอะไรต่างๆ ไม่ได้ แต่ถ้าเราภาวนาบ่อยๆ นานๆเข้า 

เราจะรู้สึกในความงามอันละเอียดอ่อนของลมหายใจ 

และจะปล่อยวางอารมณ์อื่นโดยไม่ต้องเสียดายอะไรเลย  จิตจะได้ตั้งมั่นเป็นสมาธิ .

ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร 

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:อยู่กับลมหายใจอย่างไร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สิ่งที่ต้องถามตัวเอง คือตกลงกับตัวเองว่า 

จะอยู่กับลมหายใจอย่างไร

เบื้องต้นว่าจะเริ่มทีเดียวนี่ 

จิตใจพร้อมไหมที่จะอยู่กับลมหายใจ 

ณ จุดใดจุดหนึ่งในกาย เช่น ที่ปลายจมูก 

ถ้าเราเคยเจริญอานาปานสติมานานแล้ว 

จิตใจพร้อม เราก็ตรงไปที่จุดที่เราชอบกำหนด

ซึ่งแล้วแต่แต่ละคนว่าจะอยู่ที่ปลายจมูก 

หรือจะอยู่ที่คอ จะอยู่ที่หน้าอก อยู่ที่ท้อง

 แต่จะเป็นที่ทำงานของเรา เป็นที่เจริญสติของเรา แต่ถ้าเรารู้สึกว่าจิตใจยังไม่ค่อยพร้อม 

ยังมีความคิดอยู่มาก  มีเรื่องวิตกกังวลอยู่ในใจหรือว่าง่วงเหงาหาวนอน 

การตั้งสติที่ปลายจมูกจะละเอียดเกินไปเพราะจิตยังไม่พร้อม 

เราฝึกสติด้วยการรับรู้ต่อลมหายใจในทุกส่วนของกาย ในศีรษะ ใบหน้า คอ ไหล่ แขน มือ 

ลำตัว ก้น ขา หัวเข่า น่อง เท้า นิ้วเท้า รู้สึกลมหายใจสดชื่น หายใจเข้า รู้สึกลมหายใจเข้า 

เหมือนเรานำชีวิตมาสู่ร่างของเราพร้อมกับลมหายใจ เพราะลมหายใจคือชีวิตนั่นเอง…

พระอาจารย์ชยสาโร

นำสมาธิภาวนา ในการปฏิบัติธรรมบ้านบุญวันอาทิตย์

วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ ณ บ้านบุญ ปากช่อง นครราชสีมา

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:ทุกๆหนึ่งลมหายใจ ให้เป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบัน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 หนึ่งลมหายใจเข้า

กายของคุณอยู่ที่นี่ ใจของคุณก็อยู่ที่นี่

ให้เห็นว่าปัจจุบันขณะ

เป็นเวลาที่เห็นกายใจเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนที่คุณจะนอน

เพื่อให้คุณมีโอกาสได้เจริญสติก่อนนอน

และใช้การนอนเป็นการสำรวจกายและใจตัวเอง

หนึ่งลมหายใจออก

รู้ตัวทั่วพร้อมว่าใจอยู่ที่นี่ กายอยู่ที่นี่

ปัจจุบันขณะเป็นเวลาที่คุณรู้ทันกายทันใจของคุณ

จนจิตเข้าสู่กำลังของสัมมาสมาธิ

ใจของคุณจะไม่วอกแวกไปในทางที่เหลวไหล ซึ่งน่าจะดี

 

ลงทุนติดตามลมหายใจกันดีกว่า 

ผลลัพธ์จากการลงทุนครั้งนี้ จะทำให้พ้นทุกข์ ปลอดโปร่ง โล่งสบายแน่นอน 

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ลมหายใจเป็นมงกุฏกรรมฐาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 


 การทำจิตของเราให้มีรากฐาน คือ กรรมฐาน เอาลมหายใจ

เข้าออกเป็นรากฐาน เรียกว่า อานาปานสติ ทีนี้จะยกเอาลม

เป็นกรรมฐานเป็นอารมณ์ การทำกรรมฐาน มีหลายอย่าง

มากมาย มันก็ยากลำบากเอาลมนี้เป็นกรรมฐานดีกว่า เพราะว่า

ลมหายใจนี้เป็นมงกุฏกรรมฐานมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์มาแล้ว

พอเรามีโอกาสดีๆ เราเข้าไปนั่งสมาธิเอามือขวาทับมือซ้าย

เอาขาขวาทับขาซ้าย ตั้งกายให้ตรง แล้วก็นึกในจิตของเราว่า

บัดนี้ เราจะวางภาระทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดไป ไม่เอาอะไรมาเป็นเครื่องกังวล ปล่อย...

ปล่อยให้หมด แม้จะมีธุระอะไรอยู่มากมายก็ปล่อย ปล่อยทิ้งในเวลานั้น

สอนจิตของเราว่า จะกำหนดตามลมอันนี้ ให้มีความรู้สึกอยู่แต่อารมณ์อันเดียว

แล้วก็หายใจเข้าหายใจออก การกำหนดลมหายใจนั้น

อย่าให้มันยาว อย่าให้มันสั้น อย่าให้มันค่อย อย่าให้มันแรง ให้มันพอดีๆ

สติ คือความระลึกได้ สัมปชัญญะ คือความรู้ตัวอันเกิดจากจิตนั้น ให้รู้ว่าลมออก ให้รู้ว่าลมเข้า

สบาย ไม่ต้องนึกอะไร ไม่ต้องคิดไปโน่น ไม่ต้องคิดไปนี่ ในเวลาปัจจุบันนี้ เรามีหน้าที่ที่จะกำหนด

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออกอย่างเดียว ไม่มีหน้าที่ที่จะไปคิดอย่างอื่นให้มีสติความระลึกได้ตาม

เข้าไป และสัมปชัญญะความรู้ตัวว่า บัดนี้ เราหายใจอยู่ เมื่อลมเข้าไป ต้นลมอยู่ปลายจมูก กลาง

ลมอยู่หทัยปลายลมอยู่สะดือ เมื่อหายใจออก ต้นลมอยู่สะดือ กลางลมอยู่หทัยปลายลมอยู่จมูก

ให้รู้สึกอย่างนี้

หายใจเข้า :- ๑. จมูก ๒. หทัย๓. สะดือ

หายใจออก :- ๑. สะดือ ๒. หทัย ๓. จมูก

กำหนดอยู่สามอย่างนี้ หายความกังวลหมด ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นกำหนดเข้าไปให้รู้ต้นลม กลางลม

ปลายลม สม่ำเสมอ แล้วต่อนั้นไปจิตของเราจะมีความรู้สึก ต้นลม กลางลม ปลายลม ตลอดเวลา

เมื่อทำไปเช่นนี้ จิตอันควรแก่การงานก็จะเกิดขึ้น กายก็ควรแก่การงาน การขบเมื่อยทั้งหลายจะ

ค่อยๆหายไปเรื่อยๆ กายก็จะเบาขึ้น จิตก็จะรวมเข้า ลมหายใจก็จะละเอียดเข้า น้อยลงๆ เราทำ

แบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าจิตมันจะสงบระงับลงเป็นหนึ่ง

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา ธรรมปฏิสันถาร

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เจริญอิทธิบาท ๔ ในการดูลม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


เจริญอิทธิบาท ๔ ในการดูลม การทำสมาธิ ต้องประกอบด้วย อิทธิบาท ๔ ดังนี้

๑. ฉันทะ พอใจรักใคร่ในลมหายใจของเรา ตามดูว่าเวลาที่เราหายใจเข้า เราหายใจเอาอะไรเข้าไปบ้าง

ถ้าหายใจเข้าไปไม่ออก ก็ต้องตาย หายใจออกไม่กลับเข้าก็ตาย , มองดูอยู่อย่างนี้ ไม่เอาใจไปดูอย่างอื่น

๒. วิริยะ เป็นผู้ขยันหมั่นเพียรในกิจการหายใจของเรา ต้องทำความตั้งใจว่าเราจะเป็นผู้หายใจเข้า

เราจะเป็นผู้หายใจออก เราจะให้มันหายใจยาว เราจะให้มันหายใจสั้น เราจะให้หนัก เราจะให้เบา

เราจะให้เย็น เราจะให้ร้อน ฯลฯ เราจะต้องเป็นเจ้าของลมหายใจ

๓. จิตตะ เอาจิตเพ่งจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ดูลมภายนอกที่ มันเข้าไปเชื่อมต่อประสานกับลมภายใน

ลมเบื้องสูง ท่ามกลาง เบื้องต่ำ ลมในทรวงอกมีปอด หัวใจ ซี่โครง กระดูกสันหลัง ลมในช่องท้อง

มีกระเพาะอาหาร ตับไต ไส้ พุง ลมที่ออกตามปลายมือ ปลายเท้า ตลอดจนทุกขุมขน

๔. วิมังสา ใคร่ครวญ สำรวจ ตรวจดูว่าลมที่เข้าไปเลี้ยงร่างกาย เรานั่น เต็มหรือพร่อง

สะดวกหรือไม่สะดวก มีส่วนขัดข้องที่ควร จะปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง ดูลักษณะ อาการ

ความหวั่นไหวของลมภายนอกที่เข้าไปกระทบกับลมภายในว่ามันกระเทือนทั่วถึงกันหรือไม่

ลมที่เข้าไปเลี้ยงธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟนั้น มีลักษณะเกิดขึ้น ทรงอยู่และเสื่อมสลายไปอย่างไร



ทั้งหมดนี้ ขัดเข้าใน รูปกัมมัฏฐาน

และเป็นตัว มหาสติปัฏฐาน

ด้วยจิตที่ประกอบด้วยอิทธิบาท ๔ พร้อมบริบูรณ์

ด้วยสติสัมปชัญญะ ก็จะเกิดความสำเร็จรูปในทางจิตให้ผล

ถึงโลกุตตระ เป็นโสดา สกิทา คา อนาคา และอรหันต์

สำเร็จรูปทางกายให้ผลในการระงับเวทนา

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร

 

Select your language