INDHAMMA:รู้ว่า‘เกิดอะไรขึ้น’ในแต่ละลมเข้าลมออก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าขึ้นต้นด้วยความอยากสงบเร็วๆ ตามด้วยการเห็นแต่ลมหายใจ ไม่เห็นความรู้สึกนึกคิด 

ไม่เห็นสภาพความแปรไปของจิตที่ปรากฏ อยู่ในแต่ละลมหายใจเข้าออก 

นั่นไม่นับเป็นอานาปานสติที่พระพุทธเจ้าสอน 

นักภาวนาส่วนใหญ่ ตะบี้ตะบันยึดลมหายใจไว้ เหมือนจะแกล้งให้ตัวเองอึดอัด แล้วบอกตัวเอง 

บอกคนอื่นว่า ฝึกอานาปานสติอยู่ แต่ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่สงบเสียที 

กระทั่งได้ข้อสรุปประมาณ ‘ฉันคงไม่ถูกจริตกับอานาปานสติ!’ 

ข้อเท็จจริงคือ อานาปานสตินั้น เป็นราวเกาะสำหรับมือใหม่ 

เป็นเครื่องช่วยสังเกตความจริงในตน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน 

ในอิริยาบถใดก็ตาม ใครก็ตาม ที่สามารถรู้สึกได้ว่าตัวเอง 

กำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก ก็ ‘ถูกจริต’ 

กับอานาปานสติได้ทั้งนั้น ในการเจริญอานาปานสติ 

สิ่งสำคัญกว่ารู้ว่า กำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก คือรู้ว่า 

‘เกิดอะไรขึ้น’ในแต่ละลมเข้าลมออก

 ที่ลมนี้ เกร็งแน่นเป็นหุ่นเหล็กก็ยอมรับไป 

ที่ลมนี้ ผ่อนคลายแบบคนพักเป็นก็รับรู้ไป 

ที่ลมนี้ ฟุ้งซ่านอุตลุดเหมือนพายุก็ยอมรับไป 

ที่ลมนี้ สงบราบคาบปานทะเลเรียบก็รับรู้ไป 

บทสรุปของอานาปานสติที่สำคัญสูงสุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้จุดประสงค์หลัก คือ ฝึกเพื่อให้รู้ว่า 

อะไรๆไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของใจ หาใช่ว่า ท่านให้เอาแต่ดี 

ยึดแต่สงบเป็นเรือนตาย ถ้าเริ่มเจริญอานาปานสติด้วยความเข้าใจถูกต้องแต่ต้น 

ก็จะรู้เห็นความจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ายังแค่เข้าใจว่า 

อานาปานสติ คือการยึดลมเหนียวแน่นเอาเป็นเอาตาย เพื่อกดจิตให้แน่นิ่งท่าเดียว 

สุดท้ายก็ได้แต่เป็น ‘หุ่นยนต์อานาปานสติ’ ไม่เคยได้เป็นนักเจริญอานาปานสติกับเขาเลย!

ดังตฤณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Select your language