แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความว่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความว่าง แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ธรรมะตัวจริง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมตัวจริงนั้น

แสดงไม่ได้ด้วยคำพูด

ถึงไม่ได้ด้วยการพูด

แต่ถึงได้ด้วยการแทรกตัว

เข้าไปในธรรรมชาติ

จนกระทั่งถึงธรรมชาติเดิมแท้

ของธรรมชาติ กล่าวคือ ความว่าง

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:หลักที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดโดยความเป็นตัวตนหรือของตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

" สิ่งที่ตรัสรู้นั้นเท่ากับใบไม้ทั้งป่าทั้งดง

แต่สิ่งที่นำมาสอนให้พวกเธอปฏิบัตินั้นกำมือเดียว ก็หมายถึง 

หลักที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดโดยความเป็นตัวตน 

หรือของตน นั่นเอง....." 

พระพุทธภาษิตที่แสดงถึงหลักปฏิบัติเกี่ยวกับความว่างนั้น คือ

พระพุทธภาษิตที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา 

อาตมากำลังเอ่ยถึงคำว่า “หัวใจของพุทธศาสนา” 

ฉะนั้นขอให้สนใจสักหน่อย นั่นคือพระพุทธภาษิตที่ว่า 

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงอันใครๆ ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นตัวเรา หรือเป็นของเราของเรา”

ถ้าเป็นบาลีก็ว่า “สัพพเพ ธัมมา นาลํ อภินิเวสายะ” แปลว่า “ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น” 

สั้นๆ เท่านี้ ตามตัวหนังสือมีเพียงเท่านี้ แต่ถ้าขยายความในภาษาไทยไปอีกหน่อยก็ว่า 

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงอันใครๆ ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเรา หรือของเรา 

นี่ฟังดูให้ดีอาจจะเข้าใจได้ในตัวประโยคนั้นเองว่า อันใครๆ (คือไม่ยกเว้นใคร) ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น 

คือทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าเป็นตัวเรา หรือว่าเป็นของของเรา เป็นตัวเรา คือยึดมั่นว่า 

อัตตาเป็นความรู้สึกที่ว่า อหังการ เป็นของเรา ก็คือ เป็น อัตนียา แปลว่า เนื่องด้วยตัวเรา 

เป็นความรู้สึกที่เรียกว่า มมังการ เพราะฉะนั้น อย่าได้มีอหังการ หรือมมังการ ในสิ่งใดๆ หมด 

นับตั้งแต่ฝุ่นที่ไม่มีราคาอะไรเลยสักเม็ดหนึ่ง ขึ้นมาจนถึง วัตถุที่มีค่า เช่น เพชร นิล จินดา กระทั่ง กามารมณ์ 

กระทั่งสิ่งที่สูงไปกว่านั้น คือ ธรรมะ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ มรรค ผล นิพพาน อะไรก็ตาม 

ไม่ควรจะถูกยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเรา หรือเป็นของเรา นี่คือหัวใจของพระพุทธศาสนา 

ถ้าได้ยินคำเช่นนี้ คือคำว่า ”สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ” นี้แล้ว ก็เป็นอันว่าได้ยินได้ฟังทั้งหมด 

ถ้าได้ปฏิบัติข้อนี้ ก็เป็นอันได้ปฏิบัติทั้งหมด ถ้าได้ผลมาจากข้อนี้ ก็คือได้ผลทั้งหมด 

เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องกลัวว่า มันจะมากเกินไปจนเราเข้าใจไม่ได้ ที่ว่าถ้าได้ยินสิ่งนี้เป็นได้ยินทั้งหมดนั้น 

ก็เพราะว่าทุกเรื่องมันสรุปรวมอยู่ที่นี่ เพราะว่าเรื่องทั้งหมดที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้น 

ไม่มีเรื่องอื่นนอกจากความทุกข์กับเรื่องความดับทุกข์ ทีนี้ความยึดมั่นถือมั่นนี้ เป็นตัวเหตุให้เกิดทุกข์ 

ในขณะที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่นั่นแหละเป็นความทุกข์ แล้วในขณะที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น 

คือว่างจากความยึดมั่นถือมั่นอยู่นั้น ในขณะนั้นไม่มีทุกข์ 

การปฏิบัติก็ปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดความยึดมั่นถือมั่นให้เด็ดขาดลงไป เป็นว่างตลอดกาล 

ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นกลับมาอีกเท่านี้ก็พอแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรอีกแล้ว.... 

ท่านพุทธทาส

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:จิตที่มีประสิทธิภาพ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จิตที่มีประสิทธิภาพมิได้หมายถึง

จิตที่อัดแน่นไปด้วยความคิดหรือมีเรื่อง

ครุ่นคิดเต็มไปหมด ตรงกันข้าม

จิตที่ทรงประสิทธิภาพคือจิตที่รู้จักว่าง

จากความคิดด้วย

การใช้จิตแต่เพียงด้านเดียว คือ

ด้านที่เอาแต่คิดกลับจะเป็นการบั่นทอน

คุณภาพจิตเสียด้วยซ้ำ

เรามักเห็นประโยชน์แต่ความมี ความเต็ม ดังนั้นเราจึงมักหาเรื่องคิดเพื่อจิตจะได้เต็ม

ไม่โหรงเหรง แต่ประโยชน์ของความว่าง เรากลับมองไม่เห็น ทั้งๆที่ความว่างสำคัญพอๆกับ

ความเต็ม ลองนึกถึงบ้านที่มีข้าวของอัดแน่นเต็มไปหมด จะน่าอยู่หรือไม่ เก้าอี้จะมีประโยชน์

ต่อเมื่อมันว่าง เช่นเดียวกับหน้าต่าง ล้อรถ แม้แต่เสียงดนตรี ถ้าตัวโน้ตเรียงติดต่อกันเป็นพืด

ไม่เว้นจังหวะหรือช่องว่างเลย จะไพเราะอะไร...."

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เหนือความมี เหนือความไม่มี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


 “ความว่าง” ไม่ใช่ ความมี กับ ความไม่มี 

ความว่าง เหนือนั่นไปอีก 

เหนือความมี เหนือความไม่มี 

ความมี ความไม่มี เป็นคู่กลับ กลับไป กลับมา 

แต่ความว่างเหนือนั่นไปอีก 

“ว่าง” คือ ความไม่ยึดถือ 

ถ้าไปยึดถืออะไรแล้ว เรียกว่า “ไม่ว่าง” . 

พุทธทาสภิกขุ

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความว่างคือความจริงอันประเสริฐ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

ธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะดั้งเดิมของเรานั้น

โดยความจริงอันสูงสุดแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายแห่ง

"ความเป็นตัวตน" แม้แต่สักปรมาณูเดียว

สิ่งนี้เป็น "ความว่าง" เป็นสิ่งที่มีอยู่ในที่ทุกแห่ง

สงบเงียบและไม่มีอะไรเจือปน

มันเป็นศานติสุขที่รุ่งเรืองและเร้นลับ

และก็หมดกันเพียงเท่านั้นเอง

จงเข้าไปสู่สิ่งนี้ให้ลึกซึ้งโดยการลืมตาต่อมันด้วยตัวเธอเองเถิด

พุทธทาสภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:พัฒนาธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

บางทีเราก็ไปพัฒนาในไอ้เรื่องที่มนุษย์ต้องทำ ต้องหมดเปลือง ต้องใช้เงินนี่มากเกินไป จนไม่ได้

พัฒนาธรรมชาติที่แทบว่าจะไม่ต้องใช้เงินเลย ธรรมชาติเหล่านี้เราจะพัฒนาได้โดยที่ไม่ต้องใช้

เงินเลย ถ้าเราจะไปสร้างตึกหลังหนึ่งต้องใช้เงินเป็นแสนๆ หรือเป็นล้านก็ได้ ก็มาเทียบประโยชน์

กันดู เท่าที่ได้สังเกตเห็นและรู้สึกอยู่นี่ก็รู้สึกเศร้าใจ รู้สึกละเหี่ยใจว่ามันเป็นเรื่องผิดอยู่มากๆทีเดียว

ที่ว่าไอ้สิ่งที่เราไปสร้างมันขึ้นด้วยเงินมากๆนั้นน่ะ กลับให้ผลในทางจิตใจน้อยกว่าไอ้ที่ธรรมชาติน่ะ

มันให้....เช่นพอเดินมาถึงตรงนี้ มานั่งลงตรงนี้จิตใจเย็นสบายบอกไม่ถูก แต่ว่าพอเข้าไปในตึก

หลังนั้นมันไม่เป็นอย่างนั้น มันกลับมืดมัว หรือกลับฟุ้งซ่าน หรือกลับเวียนวนอะไรไปเสียอีก...

ไอ้ที่ธรรมชาติให้ ธรรมชาติสอนนี่ให้ผลในทางจิตใจลึกซึ้งเยือกเย็น

รู้จักความสงบ รู้จักความว่างจากกิเลส

แต่ว่าไอ้สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาด้วยเงินมากๆนั่นกลับไม่สอนอย่างนั้น

อย่างดีก็เป็นอุปกรณ์อย่างอื่น

ที่มานั่งตรงนี้จิตใจมันว่าง รู้จักความว่าง เย็นสบายในใจ อย่างนี้

มันหาอ่านจากหนังสือไม่ได้ พูดกันด้วยปากให้อย่างไรๆก็รู้สึก

ไม่ได้ แต่พอมาถึงตรงนี้ไม่ต้องมีใครบอก ไม่มีใครสอน

ธรรมชาติแวดล้อมจิตใจรู้สึกเองว่า อ้าว, ไอ้ที่มันว่างจากนิวรณ์

เป็นอย่างนี้ ที่มันว่างจากไอ้กิเลสเป็นอย่างนี้ จิตมันสบายบอก

ไม่ถูก....ศึกษาต่อไป รู้เอาเราไม่มีความคิดยึดมั่นถือมั่นอะไร

ถ้าเราไปยึดมั่นถือมั่นอะไรมันก็เป็นทุกข์เหมือนกับตกนรก

พอไม่ยึดมั่นอะไรมันก็สบายเยือกเย็นอย่างนี้ นี่ๆเรียกว่า

ธรรมชาติเขาสอน ทีนี้ธรรมชาติกลับเป็นผู้สอนดีกว่ามนุษย์สอน

เพราะฉะนั้นเราควรจะช่วยร่วมมือกับธรรมชาติ

พัฒนาธรรมชาติ

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:พื้นฐานของชีวิต...คือความว่าง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความรักเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความเกลียดเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความกลัวเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความรู้สึกอะไรๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นแก่จิตนั้น 

เดี๋ยวมันก็ดับไปๆ

เพราะว่า...พื้นฐานของชีวิต คือความว่าง...

ความว่างคือ ว่างจากความโง่

ว่างจากความอยาก ว่างจากความโกรธ

ว่างจากความเกลียด ว่างจากความรัก

ว่างจากทุกๆสิ่ง ที่เกิดขึ้นในภพนี้...

ท่านพุทธทาส

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 





"ศีล" คือ ปรกติจิต ที่อยู่ปราศจากโทษ

เป็นจิต ที่มีเกราะบังป้องกันการกระทำชั่ว ทุกอย่าง

"สมาธิ" ผลสืบเนื่อง จากการรักษาศีล คือจิตที่มีความมั่นคง

มีความสงบ เป็นพลัง ที่จะส่ง ต่อไปอีก

"ปัญญา" ผู้รู้ คือ จิตที่ว่าง เบาสบาย

รู้แจ้งแทงตลอด ตามความเป็นจริงอย่างไร

"วิมุติ" คือ จิตที่เข้าถึงความว่าง จากความว่าง

คือละความสบาย เหลือแต่ ความไม่มี ไม่เป็น

ไม่มีความคิด เหลืออยู่เลย..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำงานอย่างปล่อยวาง ทำงานเสร็จ ยกผลงานให้เป็นของความว่าง หรือยกให้เป็นของส่วนรวม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


เวลาเราทำงานก็ให้ลองนึกว่า เสร็จทุกวัน เลิกงานแล้วก็กลับบ้านไปหาลูก พ่อแม่ หรือคนรัก

ด้วยใจที่ปลอดโปร่งเสมือนกับว่างานเสร็จแล้ว แต่คนจำนวนมากทำอย่างนั้นไม่เป็น เวลากลับ

ไปบ้านก็แบกเอางานไปด้วย ไม่ได้ถือแฟ้มแบกกลับไป แต่ว่าแบกที่ใจ เวลาอยู่กับลูก

ก็นึกถึงงาน ใจไม่ได้อยู่กับลูกเต็มร้อย เวลานึกถึงงานก็รู้สึกวิตกกังวล หงุดหงิด แสดงอารมณ์

ออกทางสีหน้าให้ลูกเห็น ลูกก็จะรู้สึกเครียดเวลาอยู่กับเรา เพราะใจเรายังแบกงานไว้เต็มที่

ให้เรานึกว่ามันเสร็จแล้ว วางมันลงเสีย เราจะได้กลับบ้าน จะได้อยู่กับลูก กับคนรัก หรืออยู่กับ

ตัวเองด้วยใจที่ปลอดโปร่ง และทำสิ่งที่ควรทำเมื่ออยู่บ้าน เช่น พักผ่อน สวดมนต์ นั่งสมาธิ

หลายคนแบกงานกลับบ้าน เอาเข้าห้องนอน แม้กระทั่งจะนอนก็ยังไม่ยอมวาง เลยนอน

ไม่หลับ ตื่นขึ้นมาก็เลยไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน ที่จริงงานไม่ใช่ปัญหา หลายคนมักจะบ่นว่า

งานเยอะ มีภาระมาก จริง ๆ แล้วงานไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ว่าเราแบกมันเอาไว้ไม่ยอมวาง

ต่างหาก เวลาทำงานใจก็ไม่ได้อยู่กับงานจริง ๆ มัวแต่จดจ่ออยู่กับผลของงาน ว่ามันจะออก

มาเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ เจ้านายจะพอใจไหม เพื่อนร่วมงานจะว่าอย่างไร หรือไม่ก็เอาแต่

คิดว่า เมื่อไรจะเสร็จ เวลามาปฏิบัติธรรมก็คิดว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน เวลาเดินทางกลับบ้านก็

เอาแต่คิดว่าเมื่อไรจะถึง อันที่จริงมันถึงทุกขณะอยู่แล้ว มันถึงทุกเวลา มันถึงทุกวินาที

ให้ลองคิดแบบนี้ดูบ้าง การที่ใจเรามัว คิดถึงจุดหมายปลายทางว่าเมื่อไรจะเสร็จ เมื่อไรจะถึง

เมื่อไรไฟแดงจะเปลี่ยนเป็นไฟเขียว วิธีคิดแบบนี้สร้าง ความทุกข์ให้กับจิตใจมาก ทำให้

เครียด วิตกกังวล จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ อย่างนี้เรียกว่าเป็นการแบก อย่างหนึ่ง แต่ถ้าเรา

ลองวางมันลงบ้าง อนาคตจะเป็น อย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคต 


ให้นึกถึงคำของหลวงพ่อคำเขียนก็ได้

ท่านเคยพูดไว้ว่า “ถึงต่อเมื่อมันถึง” เวลาเดินทาง

ก็ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อไรจะถึง ถึงต่อเมื่อมันถึง หรือจะ

มองอย่างท่านอาจารย์พุทธทาสก็ได้ว่า

มันเสร็จทุกเวลาอยู่แล้ว เสร็จทุกวัน เสร็จทุกชั่วโมง

เสร็จทุกนาที สิ่งสำคัญก็คือ ใจอยู่กับปัจจุบัน

ใจอยู่กับปัจจุบัน เวลาทำงานก็ทำด้วยใจที่ปล่อยวาง

คือปล่อยวางอดีต ปล่อยวางอนาคต

 


ใจอยู่กับปัจจุบัน เวลาทำงานก็ทำด้วยใจที่ปล่อยวาง คือปล่อยวางอดีต ปล่อยวางอนาคต

เหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ก่อน เดือนก่อน งานการล้มเหลวอย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร ก็เป็นเรื่อง

ของอดีต ปล่อยมันไป ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคต ไม่ต้องเอามาใส่ใจ

ใจอยู่กับปัจจุบันก็พอ เมื่อใดก็ตามเราทำงานตรงหน้าด้วยใจเต็มร้อย ก็เรียกได้ว่าทำงานด้วย

ใจปล่อยวาง ยิ่งถ้าเราทำใจถึงขั้นที่ว่า มันไม่ใช่งานของเรา ถึงแม้ไม่ใช่งานของเรา เราก็ทำ

เต็มที่ หากว่ามันมีประโยชน์ เราก็ทำ ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าต้องเป็นงานของเรา เราถึงจะทำ

และเมื่องานเสร็จก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นผลงานของเรา ท่านอาจารย์พุทธทาสบอกว่า

“ยกผลงานให้เป็นของความว่าง” ทำงานเสร็จก็ยกผลงานให้เป็นของความว่าง หรือยกให้เป็น

ของส่วนรวมก็ได้ เพราะว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ทำให้งานสำเร็จ มีคนอีกมากมายที่ร่วมกันทำให้

สำเร็จ ทั้งที่ทำด้วยกัน ทั้งที่อยู่เบื้องหลัง คนที่เป็นแม่ครัว คนที่เป็นนักการภารโรง แม้กระทั่ง

พ่อแม่ของเราที่บ้าน ก็มีส่วนช่วยทำให้งานสำเร็จ เพราะถ้าไม่มีคนเหล่านั้น ก็คงไม่มีเรา

หรือเราก็คงจะไม่มีเรี่ยวแรง กำลัง หรือสติปัญญาที่จะทำให้งานสำเร็จได้ งานแต่ละชิ้นจึงเป็น

ผลงานร่วมของผู้คนมากมายด้วย การวางใจอย่างนี้ ก็เรียกได้ว่าทำงานด้วยใจที่ปล่อยวาง

พระไพศาล วิสาโล

Select your language