แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ปล่อยวาง…อยู่กับธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

"ปล่อยวาง อยู่...กับธรรมชาติ 

มันเกิด เราก็รู้ 

มันดับ เราก็รู้ 

มันสุข เราก็รู้ 

มันทุกข์ เราก็รู้ 

รู้แล้ว...ไม่ใช่ว่า เราจะเป็นเจ้าของสุขนะ 

หรือ เมื่อทุกข์เกิดขึ้นมา เราก็ไม่เป็นเจ้าของทุกข์ เหมือนกัน

เมื่อ... ไม่เป็นเจ้าของ...สุข ไม่เป็นเจ้าของ...ทุกข์ 

มันก็มีแต่การเกิด-ดับ อยู่...เท่านั้น 

ก็ปล่อย...ไปตามธรรมชาติ ของมัน อย่างนั้นแหละ 

เพราะมัน ไม่มี...อะไร."

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ธรรมะตัวจริง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมตัวจริงนั้น

แสดงไม่ได้ด้วยคำพูด

ถึงไม่ได้ด้วยการพูด

แต่ถึงได้ด้วยการแทรกตัว

เข้าไปในธรรรมชาติ

จนกระทั่งถึงธรรมชาติเดิมแท้

ของธรรมชาติ กล่าวคือ ความว่าง

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ทำบุญให้กับธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"การทำบุญให้แก่คนยากคนจน ไม่ใช่แค่

ทำกับคนเท่านั้น กับธรรมชาติเราก็ต้อง

รู้จักทำบุญให้ด้วย ด้วยการไม่เอาเปรียบ

ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รู้จักวิธีใคร่ครวญ

พิจารณาว่า ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ไม่ไป

เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้น้ำ

เรารู้หรือไม่ว่า การใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย

ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นอย่างไรบ้าง เวลาเราใช้ไฟฟุ่มเฟือยเรารู้หรือไม่ว่าทำให้

คนจำนวนมากต้องพลัดที่นาคาที่อยู่เพราะต้องสร้างเขื่อน หรือไม่ก็ต้องทำให้สัตว์มากมาย

ต้องล้มตาย เพราะว่าป่าถูกทำลายไป เพราะฉะนั้นจึงต้องรู้จักทำบุญให้แก่ผู้อื่นอย่างถูกต้องด้วย

โดยการพิจารณาว่า การใช้ชีวิตของเราแต่ละวันๆไปเบียดเบียนเอาเปรียบใครหรือเปล่า

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เธอสามารถมองอย่างลึกซึ้งและตระหนักเห็นเขาในรูปแบบที่หลากหลาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราต้องทำสมาธิภาวนา เพื่อให้เห็นตัวเราไม่ใช่แค่ในร่างกายนี้

แต่นอกร่างกายนี้ด้วย ขณะนี้ ฉันสามารถเห็นตัวฉัน 

ไม่ใช่แค่ในร่างกายนี้

ฉันเห็นตัวฉันที่สืบต่อไปในเหล่าเพื่อนๆ ในเหล่าลูกศิษย์ 

ในงานของฉันและอื่นๆ อีกมากมาย และถ้าเธอต้องการจะมองเห็นฉัน

อย่ามองมาทางร่างนี้ ร่างกายนี้เป็นแค่ส่วนน้อยๆ ของฉันเท่านั้น

บุคคลที่เธอเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว เขาไม่ได้สูญหายไป

แต่เขายังคงอยู่ตรงนั้นในรูปแบบอื่นๆ จงมองหาเขาในตัวเธอ

ในลูกๆของเธอ เขายังคงอยู่ตรงนี้กับเธอ ณ ที่นี่และขณะนี้

ความตายของคนที่เธอรัก ก็เหมือนกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า 

เมื่อก้อนเมฆไม่อยู่ตรงนั้น ไม่ได้หมายความว่าเมฆได้ตายไปแล้ว เมฆยังคงสืบเนื่องต่อไปในรูปแบบอื่นๆ 

เช่น ฝน หิมะ หรือน้ำแข็ง ถ้าเธอไม่ยึดติดอยู่ กับรูปลักษณะเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งของเมฆ 

เธอก็จะสามารถตระหนักเห็นเมฆของเธอ ในรูปแบบอื่นๆ และไม่เสียใจเมื่อมันไม่ได้คงสภาพอยู่เช่นนั้น 

คนที่เธอรักอาจกลายเป็นฝน และบอกเธอว่า “ที่รัก เธอไม่เห็นฉันในรูปแบบอื่นๆ หรือ?” . 

คนที่เธอรักจะสืบเนื่องต่อไปเสมอ 

สมาธิภาวนา จะช่วยให้เธอตระหนักถึงรูปแบบใหม่ๆ ของคนที่เธอรัก 

ธรรมชาติที่แท้ของเราคือการไม่เกิดและไม่ตาย 

ก้อนเมฆก็เช่นกัน เมฆอาจเปลี่ยนเป็นหิมะ ลูกเห็บ หรือ ฝน แต่เมฆไม่อาจกลายไปเป็นความไม่มีอะไรเลย 

นี้ก็เช่นเดียวกับคนที่เธอรัก เขาไม่อาจตายได้ เขาจะสืบเนื่องต่อไปในรูปแบบใหม่ 

และเธอสามารถมองอย่างลึกซึ้ง และตระหนักเห็นเขาในรูปแบบที่หลากหลาย 

จงมองหาเขาในตัวเธอ และมองหาเขารอบๆ ตัวเธอ . 

(หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ธรรมบรรยาย ณ วัดใหม่ หมู่บ้านพลัม ฝรั่งเศส 21 พฤษภาคม 2557) 

https://youtu.be/stAy_aFBZts

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:อานาปานสติ แปลว่ามีสติทุกครั้งที่หายใจออกและหายใจเข้า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อานาปานสติ แปลว่ามีสติทุกครั้งที่หายใจออกและหายใจเข้า...

ถ้าถามว่ามีสติในอะไร...ก็ตอบว่ามีสติในความจริงของธรรมชาติ 

(natural law or natural truth) 

นี่เรียกว่าความจริงของธรรมชาติ... 

หมวดที่ ๑ ทำให้เรามีอำนาจเป็นนายเหนือกาย ซึ่งลมหายใจรวมอยู่ในนั้นด้วย 

หมวดที่ ๒ ทำให้เราเป็นนาย เป็นนายมีอำนาจเหนือเวทนา ไม่ให้เวทนาหลอกลวงเรา 

แต่เราจะบังคับเวทนา ให้เวทนาสร้างความคิดนึกที่ดี ที่มีประโยชน์ 

หมวดนี้เรียกว่าเราเป็นนายเหนือเวทนา 

หมวดที่ ๓ ทำให้เราเป็นนายเหนือจิต บังคับจิตได้ 

จะสร้างโลกได้ตามต้องการถ้าบังคับจิตได้... 

หมวดที่ ๔ ทำให้เราเป็นนายเหนือสิ่งที่มันหลอกให้เรายึดมั่น สิ่งที่เราเคยไป attach, 

appreciate แต่มันหลอก ทำให้เราเป็นนายเหนือสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด

นี่คือหัวใจ หัวใจๆ ของสิ่งที่เรียกว่าอานาปานสติ 

ที่อาจารย์ได้ฝึกสอนท่านแล้วที่เซนเตอร์ 

สรุปเป็นหัวใจได้เป็นสี่อย่างอย่างนี้ 

ขอให้รู้จักไว้ว่า มีประโยชน์ที่สุด บังคับปฏิจจสมุปบาทได้ 

บังคับปฏิจจสมุปบาทได้ มีนิพพานได้ตามที่เราต้องการ 

ความสำเร็จในการปฏิบัติอาณาปานสติ 

มันทำให้เรามีอำนาจเหนือสิ่งที่เป็นคู่ๆ 

ที่เป็น positive เป็น negative 

เป็น good เป็น evil ที่เป็นคู่ๆ 

 เหล่านี้ทั้งหมด ก็คือเราเป็นผู้อยู่เหนือสิ่งทั้งปวง เหนือสิ่งทั้งปวงที่จะทำให้เราเป็นทุกข์ 

เราเหนือสิ่งทั้งปวงที่เราเป็นทุกข์ เราก็หมดปัญหา 

เราจะมี usefulness และ peacefulness เต็มอัตราของมัน 

พุทธทาสภิกขุ

ธรรมะบรรยายแก่คณะชาวต่างประเทศ ปี พ.ศ. 2534 

เรื่อง อานาปานสติคือการปฏิบัติที่ทำให้สามารถควบคุมปฏิจจสมุปบาทได้


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ที่มีอยู่ในน้ำตา...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 เราเกิดมาทีหนึ่งไม่ต้องเสียน้ำตาสักหยดเดียวนี่

จะดีไหม ลองคิดดูเถอะ ทั้งที่มันเสียไปมากแล้ว

ที่เสียไปแล้วเท่าไรก็คือความโง่เท่านั้นแหละ

ทีนี้ต่อไปมันจะโง่อีกหรือไม่โง่อีกก็แล้วแต่ความสมัครใจ

แต่ถ้าเป็นพุทธบริษัทกันแล้ว เป็นพุทธมามกะกันแล้ว

มันก็ไม่ควรจะมีความทุกข์ เพราะว่าพระพุทธศาสนามี

ไว้สำหรับแสดงความไม่ทุกข์ เพราะว่าเราทำถูกต้อง

เข้ากันได้กับธรรมชาติ เป็นเกลอกับธรรมชาติ

ไม่ใช่เป็นคู่อริเป็นคู่อาฆาตกับธรรมชาติ

ธรรมะคือเรื่องธรรมชาติ

เราปฏิบัติทุกอย่างกลมกลืนกันไปกับธรรมชาติกับกฎของธรรมชาติจนไม่เกิดการกระทบกระทั่งขึ้น

ในชีวิตนี้แล้วก็ไม่เป็นทุกข์ นี่ ปฏิบัติปฏิบัติถูกต้องตามกฎของธรรมชาติมันเป็นอย่างนี้

พุทธทาสภิกขุ

อย่าร้องไห้เลยนะ...เพราะคงไม่มีใครมาเห็นเราร้องไห้หรอก

และน้ำตาคงไม่ทำให้ได้อะไรคืนมา...

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที 

Dhamma together:ความว่างคือความจริงอันประเสริฐ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

ธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะดั้งเดิมของเรานั้น

โดยความจริงอันสูงสุดแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายแห่ง

"ความเป็นตัวตน" แม้แต่สักปรมาณูเดียว

สิ่งนี้เป็น "ความว่าง" เป็นสิ่งที่มีอยู่ในที่ทุกแห่ง

สงบเงียบและไม่มีอะไรเจือปน

มันเป็นศานติสุขที่รุ่งเรืองและเร้นลับ

และก็หมดกันเพียงเท่านั้นเอง

จงเข้าไปสู่สิ่งนี้ให้ลึกซึ้งโดยการลืมตาต่อมันด้วยตัวเธอเองเถิด

พุทธทาสภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

dhamma together:คืนสู่ธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ชีวิตอันผาสุกย่อมมีได้ ด้วยการธำรงความสัมพันธ์

เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

การกลับสู่ธรรมชาติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ

คุณภาพชีวิต แต่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า

จะต้องไปสู่สถานหลีกเร้น 


การคืนสู่ธรรมชาติที่แท้และมีความหมายยิ่งกว่านั้นคือ

การกลับสู่ธรรมชาติภายในตัวเราเอง กลับไปเพื่อการค้นหาและรู้ซึ้งถึงตัวเรา เข้าใจตนตามที่เป็นจริง

และรู้จักธรรมชาติของจิตใจเรา อะไรที่ทำจิตเราให้เหนื่อยอ่อน ยังใจให้แจ่มใส ทุกข์ สุขภายในเกิดขึ้นมา

ได้อย่างไร และทำไมเราจึงหัวปักหัวปำไปกับมันได้อย่างไม่รู้เนื้อ รู้ตัว ฯลฯ การหมั่นพินิจตน

และการฝึกฝนใจอย่างต่อเนื่อง จะนำเราเข้าสู่ธรรมชาติของตัวเราลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ 

และยังความผาสุกสงบแก่จิตใจ เป็นความแจ่มกระจ่าง การคืนสู่ธรรมชาติโดยนัยนี้ 

มิต้องเริ่มต้นที่ภูหลวง ตะรุเตา หรือเขาใหญ่

แต่สามารถเริ่มต้นที่จิตใจของเรา ตรงนี้และเดี๋ยวนี้ได้ทันที

พระไพศาล วิสาโล

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สิ่งที่มาสอนเราให้ฉลาด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความเจ็บไข้มาสอนให้เราฉลาด

ในการรักษาป้องกันการเจ็บไข้

...ความแก่ก็เหมือนกันนั่นแหละ...

...มันมาสอนให้รู้จักต่อสู้กับความแก่...

__ความตาย มันก็มาสอนให้รู้จัก__

__ความจริงอันสุดท้ายของธรรมชาติหรือของชีวิต__

ท่านพุทธทาส

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ใจดีสู้เสือ...คิดในสื่งที่ไม่เกิดทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราต้องใจดีสู้เสือ 

เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนั้น 

ชั้นแรกมันอาจจะตกใจ แต่นึกได้ 

มันจะเป็นอะไรนักหนา 

อย่างมากก็ตายเท่านั้นเอง 

ถ้าเรายอมเสีย มันก็หมดเรื่อง 

หมดเรื่อง มันก็สบายใจ นี่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ 

ก็อาศัยธรรมะนั่นแหละช่วย คือนึกได้ มีสตินึกได้

ว่ามันธรรมชาติ ธรรมดา มันเป็นอย่างนั้น

จะไปกลัวให้ใจเสียทำไม เรายอมมันเสียก็แล้วกัน 

เพราะฉะนั้น เวลาไปไหนไม่เคยตกใจอย่างนั้น นั่งเรือบินก็เฉยๆ 

อ่านหนังสือ อะไรต่ออะไรไปตามเรื่อง ไม่ได้ไปคิดวิตกอะไร ใจมันก็สบาย

เราอย่าไปคิดให้มันเป็นทุกข์ คิดให้มันถูกต้อง...

หลวงพ่อปัญญานันทะภิกขุ 

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เมื่อไรก็ตาม ได้ใกล้ชิดธรรมชาติกันเสียบ้างนั้น ควรจะถือว่าเป็นโชคดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อาตมาอยากจะบอกท่านว่า ที่นี่ก้อนหินก็พูดได้ ต้นไม้ก็พูดได้; เว้นแต่ว่า หูของคนฟังจะดี

หรือไม่ดี. ท่านลองคิดดูว่า ต้นไม้พูดได้ ก้อนหินพูดได้ นี้เป็นอย่างไร, แม้แต่เม็ดกรวดเม็ดทราย

ก็พูดได้. ที่แท้ก็เป็นเรื่องที่ท่านมองเห็นกันอยู่แล้ว แต่ว่ากลับไม่เห็น หรือมองข้ามไป

เมื่อเรานั่งที่ก้อนหิน หรือเพ่งดูธรรมชาติเช่นก้อนหินก้อนใด

นาน ๆ ความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เป็นความคิดชนิด

ที่ไม่อาจจะเกิดเวลาอื่นหรือที่อื่น แต่มันเกิดเฉพาะเมื่อเรานั่ง

ใกล้ก้อนหินก้อนนี้ เราก็ถือว่าก้อนหินก้อนนี้พูดได้ หรือเมื่อเรา

นั่งใต้โคนต้นไม้ต้นนี้ เราเกิดความรู้สว่างแจ่มแจ้ง หรือแม้แต่

ความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่อาจจะเกิดเมื่อเรานั่งในที่อื่น

เราก็ถือว่าต้นไม้ต้นนี้พูดได้ หรือแม้ที่สุดแต่ ลักษณะต่าง ๆ

คือลักษณะแห่งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่แสดงอยู่ที่ก้อนหิน

ที่ต้นไม้เป็นต้นนั้น ก็ถือว่าเป็นการพูดของมัน

คนไม่อ่าน ไม่ฟัง ไม่คิด นี้เรียกว่าคนหูหนวกตาบอด.

 

ทั้งหมดนี้เรียกว่า คนใกล้ชิดกับธรรมชาติ เข้าถึง ธรรมชาติ เสพคบธรรมชาติ จนกระทั่งอ่าน

ธรรมชาติได้ พระพุทธเจ้าท่านก็รวมอยู่ในคนจำพวกนี้. หรือว่าคนเป็นอันมากในประเทศอินเดีย

ในยุคอุปนิษัทคือยุคพุทธกาลนั้น ก็มีลักษณะเช่นนี้ จึงได้เกิดการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา.

คนสมัยนี้เอาแต่เล่น เอาแต่กิน เอาแต่หัวเราะ เอาแต่สรวลระริกซิกซี้อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าที่ไหน

มันจึงมีจิตใจที่เป็นไปในรูปอื่น อ่านธรรมชาติไม่ออก เป็นเพื่อนกับธรรมชาติไม่ได้.

เพราะฉะนั้นแหละ การที่ท่านทั้งหลายจะมีโอกาสเมื่อไรก็ตาม ได้ใกล้ชิดธรรมชาติกันเสียบ้างนั้น

ควรจะถือว่าเป็นโชคดี ท่านมาที่นี่ ก้อนหินก็จะบอกว่า ไม่มีอะไรเป็นของท่าน ต้นไม้ก็จะบอกว่า

ไม่มีอะไรเป็นของท่าน แม้ไส้เดือนจะพูด ก็ต้องพูดว่าไม่มีอะไรเป็นของท่าน แล้วมันก็เป็น

ความจริง ตรงที่ว่าเมื่อท่านนั่งอยู่ที่นี่มันไม่มีอะไรเป็นของท่าน ท่านจึงมีความรู้สึกในใจสงบเย็น

เป็นสุข ชนิดที่ไม่เคยมีที่บ้าน

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รักษาความถูกต้องของธรรมชาติในภายใน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ขอให้เรารักษาความถูกต้องของธรรมชาติในภายในไว้เถิด

การอนุรักษ์ธรรมชาติภายนอกก็จะไม่เป็นของยากเลย

ธรรมชาติทั้งหลายก็จะถูกจัดการกันอย่างถูกต้อง

ธรรมชาติที่เป็นภายใน พระพุทธเจ้าก็ทรงระบุไว้เอง

ท่านเรียกมันว่าธรรมะธาตุ หรือ ธาตุเฉยๆ ธรรมธาตุ

หรือธาตุแห่งธรรม เป็นตัวแท้ตัวจริงเป็นรากฐานแห่งธรรม

นี่ ธรรมธาตุ แล้วท่านก็ยังระบุไปยัง กฎอิทัปปัจจยตา

กฎอิทัปปัจจยตาคือทุกสิ่งต้องเป็นไปตามปัจจัย ตามเหตุ

ตามปัจจัย ท่านประกาศว่า พระพุทธเจ้าหรือพระตถาคตจะเกิด

ก็ตาม พระพุทธเจ้าจะไม่เกิดก็ตาม แต่ธรรมธาตุมันมีอยู่เด็ด

ขาดเป็นของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ต้องสนใจอย่างยิ่ง

ธรรมชาติในภายในคือกฎอิทัปปัจจยตา ถ้าเรารักษาธรรมชาติภายในหรือธรรมธาตุ คือ

กฎอิทัปปัจจยตาไว้ได้เท่านั้นแหละ ความเห็นแก่ตัวไม่อาจจะเกิดขึ้นในจิต

จิตจะไม่มีความเห็นแก่ตัว ไม่มีความเห็นแก่ตัวแล้วอะไรจะไปทำลายธรรมชาติล่ะ มันไม่มี

มันเป็นไปไม่ได้ รักษาธรรมชาติในภายในไว้ให้ได้เถิด ธรรมชาติในภายนอกก็จะรักษาตัวมันเองได้

โดยอัตโนมัติ เพราะได้สนใจธรรมชาติในภายใน เมื่อเราไม่มีความเห็นแก่ตัว

เราก็รักษาความบริสุทธิ์งดงามของธรรมชาติไว้ได้

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ใบไม้ร่วงเพียงใบเดียว หากพินิจด้วยใจสงบ ก็สามารถ เข้าถึงสัจธรรม จนปล่อยวางความทุกข์ได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ต้นไม้ตลอดจนธรรมชาติทั้งปวงยังสามารถให้อะไรแก่จิตใจของเราได้มากมาย ขอเพียงแต่เรา

เปิดใจรับฟังกระแสเสียงจากเขาเท่านั้น ท่านอาจารย์พุทธทาสมักแนะนำให้ผู้ไปเยือนสวนโมกข์

หัดฟังเสียงต้นไม้พูดและฟังก้อนหินสอนธรรมบ้าง เมื่อมีคนสงสัยว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตรู้ธรรม

ได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้เรียนหนังสือ หลวงปู่มั่นตอบว่า

“ธรรมะมีอยู่ทุกหย่อมหญ้าสำหรับผู้มีปัญญา”

ปัญญาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวุฒิการศึกษาหรือปริญญา แต่หมายถึงการรู้จักพินิจพิจารณา เมื่อมอง

ให้เป็น นกกระเต็นกลางสระก็สอนเราให้รู้จักคอยและใฝ่สันโดษได้ เพราะเขาสามารถเกาะนิ่งบน

ก้านบัวได้เป็นชั่วโมงกลางแดดกล้าโดยไม่อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด และไม่ว่าจะได้ปลาตัวเล็ก

หรือใหญ่ เขาก็พอใจทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาเขาก็บินอพยพไปที่อื่น โดยไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรนอกจาก

ปีกสองข้างเท่านั้น

  แม้แต่ใบไม้ร่วงเพียงใบเดียว หากพินิจด้วยใจสงบ ก็สามารถ

เข้าถึงสัจธรรม จนปล่อยวางความทุกข์ได้ ปัญหาก็คือทุกวันนี้

เราวุ่นกับสารพัดเรื่อง จนไม่มีเวลาอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ เราคิด

ไม่หยุด จนจิตไม่ว่างพอที่จะได้ยินกระแสเสียงจากธรรมชาติ

แต่ไม่ต้องรอให้ชีวิตหายวุ่นหรือจิตว่างเต็มที่ เพียงแค่มีเวลาให้

ตนเองได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ และผ่อนคลาย แล้วเรา

จะพบว่าแม้ต้นไม้ที่ไร้ดอกก็สามารถมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่จิตใจของ

เราได้มากมาย

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รู้จักปฏิบัติให้ถูกต้องต่อเรื่องความใหม่และความเก่า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

การที่จะมีความสุขที่แท้จริงนั้น มิใช่อยู่ที่การปรารถนาแล้ว

ได้สมปรารถนาทุกอย่าง หาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่อยู่ที่ว่า เราทำ

อย่างไรจะรู้จักว่าสมควรแก่ความปรารถนาของเราแล้ว ทำให้อยู่

ได้เป็นสุข ทำจิตใจของเราให้เป็นสุขได้ อันนั้นก็จะทำให้ได้

ความสุขที่แท้จริง ความสุขแท้มิใช่อยู่ที่การสนองความปรารถนา

เรื่อยไป ที่ไม่จบสิ้น ...มนุษย์ปรารถนาสิ่งใหม่เข้ามาอยู่เรื่อยๆ

ก็จะต้องรู้จักปฏิบัติให้ถูกต้องต่อเรื่องความใหม่และความเก่า

ความใหม่บางทีเราก็ไม่อาจจะได้เรื่อยไป 

ยกตัวอย่างง่ายๆ ร่างกายของเรา เราไม่สามารถจะให้เป็นร่างกายที่ใหม่ได้ตลอดกาล เมื่อวันเวลา

ล่วงผ่าน มันก็เป็นไปตามธรรมชาติ... ทีนี้ ถ้าเราปรับใจไม่ได้ เราต้องการแต่ความใหม่เรื่อยไป

ก็เกิดอาการขัดแย้งกับความปรารถนา เพราะคนเราไม่อาจจะได้ใหม่เรื่อยไป แต่จะต้องเจอกับ

เก่าด้วย เพราะมีสิ่งที่จำเป็นจะต้องเก่า และสิ่งใหม่ที่มี ก็ต้องกลายเป็นเก่า...

หนังสือ : สุขสดใส ใหม่ทุกเวลา

โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) พิมพ์ครั้งที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๔ หน้า ๒๔

สามารถอ่านหนังสือเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watnyanaves.net/th/book_detail/569

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: “อัตตวาทุปาทาน”

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



การยึดมั่นถือมั่นในเรื่องตัวเรื่องตน ที่เราเรียกในภาษา

ธรรมะว่า “อัตตวาทุปาทาน” คือ การยึดมั่นถือ มั่นใน

ตัวฉัน ในของของฉัน ถ้ายังมีความยึดมั่นอยู่ตราบใด

ความทุกข์ก็ยังมีอยู่ ความร้อนก็ยังมีอยู่ อะไรๆ ที่มันเกิด

ขึ้นตามธรรมชาติ มันก็มีอยู่กับผู้นั้น แต่ว่าถ้าถอนความยึด

มั่นถือมั่นได้เมื่อใด สิ่งเหล่านั้นมันก็ไม่มี มันมีของมันอยู่

ตามธรรมชาติไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ว่าจิตไม่ได้เป็นทุกข์เพราะ

เรื่องนั้น เช่น ว่าความร้อนทางกายก็มีอยู่ เจ็บปวดมันก็มี

อยู่ แต่ว่าจิตไม่ปวดในเรื่องนั้น ไม่ได้เจ็บไปกับเรื่องนั้น

ดูอาการมันเฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นในใจ 

อันนี้เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ... แต่ว่าจิตของพระอริยเจ้านั้น ท่านไม่มีเหมือนเรา จิตท่านแตก

ต่างจากเรา เพราะท่านปฏิเสธหมดแล้ว ไม่มีอะไรเป็นของท่าน อะไรๆ มันเกิดขึ้นท่านก็เฉยๆ

คล้ายๆกับเรื่องอย่างนี้ เหมือนกับว่ามีอะไรของใครเขาหาย เราไม่ได้เป็นทุกข์กับเขา เช่นว่า

คนหนึ่งเขามีของหายไป เรารู้เราก็เฉยๆ ที่เฉยๆ ก็เพราะว่าของนั้นมันมิใช่ของเรา บ้านคนอื่น

ถูกไฟไหม้อยู่ห่างไกลจากบ้านเรา เราก็ไม่ได้เป็นทุกข์ ไม่ได้เดือดร้อนใจ ที่ไม่ได้เป็นทุกข์ก็

เพราะว่า เราไม่ได้นึกว่าเป็นบ้านของเราอยู่นั่นเอง แต่ถ้าว่าบ้านของเราถูกไฟไหม้ เราก็ร้อน

อกร้อนใจมีความทุกข์ความเดือดร้อน ความทุกข์ความเดือดร้อนตัวนี้เกิดขึ้น เพราะจิตเข้าไป

ยึดถือว่าเป็นบ้านของฉัน เงินทองของฉัน อะไรๆ ของฉัน พอเอาคำว่า “ของฉัน” เข้าไปใส่ไว้

ไม่ว่าในเรื่องอะไร ความทุกข์มันก็เกิดขึ้นทันที เพราะเรื่องเข้าไปยึดถือในสิ่งนั้น อันนี้แหละ

เป็นเรื่องที่มีอยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกคนที่เราพอมองเห็นได้ คือมองเห็นได้ว่า ถ้าเมื่อใดใจ

เราปล่อยวางเสียได้ เราก็สบายใจ แต่เมื่อใดเรา เข้าไปยึดถือมันไว้ เราก็มีความทุกข์มีความ

เดือดร้อนใจ

ปัญญานันทภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ เป็นของกลาง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์

เป็นของกลาง ไม่มีพิษมีภัยในตัวมันเอง

แต่จิตใจมีตัณหา เหมือนโรงงานผลิตทุกข์

โดยเอาสิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุดิบ

ตราบใดที่ยังไม่ละสมุทัย

โรงงานย่อมผลิตทุกข์ไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าเราละตัณหาได้เมื่อไหร่ โรงงานก็ปิด

และธรรมชาติก็กลับกลายเป็นธรรมชาติล้วนๆ 


พระอาจารย์ชยสาโร

อ่านแล้ว #แบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #=ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธรรมชาติมีให้เลือกมากมายครบถ้วนอย่างนี้ เราจะเอาอย่างไร เท่าไร เพียงไร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ชีวิตมันก็มีเรื่องให้เลือกอย่างมากมาย

แล้วเราก็ไม่ได้เลือก เพราะเราไม่รู้จักเลือก...

เพราะเราไม่รู้ว่าเราเกิดมาทำไม (หาก)เราได้รับ

คำสั่งสอนมาว่าเกิดมาเพื่อได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควร

จะได้รับก็คงจะง่าย ...โลกมันมีหลายโลกอย่างนี้ และเรา

เปลี่ยนได้ ถ้ามีความรู้เราเปลี่ยนได้เอง ถ้าไม่มีความรู้มัน

ก็เปลี่ยนตามธรรมชาติ แต่เปลี่ยนตามธรรมชาตินี้ไม่ได้ไป

กี่มากน้อย ดูตามธรรมดาสามัญมนุษย์เปลี่ยนได้ไม่กี่มาก

น้อย มันก็ติดลุ่มหลงอยู่ในกามารมณ์จนตายบ้าง

มันก็ติดลุ่มหลงอยู่ในกามารมณ์จนตายบ้าง บางรายติดลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติจนตายบ้าง

บางรายก็หลงในเกียรติยศชื่อเสียงจนตายบ้าง ไม่มีจิตใจที่โผล่พ้นจากสิ่งเหล่านี้เลย

จึงขอให้ทุกคนทราบไว้ว่า ธรรมชาติมีให้เลือกมากมายครบถ้วนอย่างนี้ เราจะเอาอย่างไร

เท่าไร เพียงไร ก็คิดดูกันเอาเอง ถ้าคิดว่าเกิดมาชาติหนึ่งต้องได้ชั้นดีที่สุดชั้นเลิศที่สุดละก็

ขอให้เพ่งเล็งอยู่ชั้นโลกุตร ที่มีจิตใจอยู่เหนือการปรุงแต่งของสิ่งใดๆ อะไรๆจะเข้ามาทางตา

ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ จะน่ารักหรือน่าเกลียดก็ตามไม่ทำให้เกิดการวิปริต

ทางจิตใจ มีจิตใจที่คงที่ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ถ้ามีการยินดียินร้ายมันก็จะเป็นดังที่ว่า จะมี

ความรักบ้าง มีความโกรธบ้าง มีความเกลียดบ้าง มีความกลัวบ้าง มีความวิตกกังวลนอนไม่

หลับบ้าง มีความอาลัยอาวรณ์บ้าง มีความอิจฉาริษยาหึงหวงกันไป ไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเพราะว่า

จิตนั้นมันยังต่ำมากไม่มีธรรมะพอ

พุทธทาสภิกขุ

Dhamma together:ในโลกธาตุนี้สิ่งใดก็ตามเกิดแล้วดับทั้งนั้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ

สิ่งใดก็ตามเกิดแล้วดับทั้งนั้น นี่พูดอย่างเด็ดขาด

ไปเลย ในโลกธาตุนี้สิ่งใดก็ตามเกิดแล้วดับทั้งนั้น

แล้วอะไรเป็นเครื่องรับรองที่ว่าสิ่งไม่ดับคืออะไร

เหล่านั้นดับทั้งนั้น สิ่งที่ไม่ดับคือธรรมที่จ้าขึ้น

ภายในหัวใจ เป็นอริยบุคคลขั้นแรกคือพระโสดา

มีดวงตาเห็นธรรม วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุ อุทปาทิ

นี่ละท่านแสดงขึ้นมา อันนี้ไม่ดับ ท่านเห็นนี้เป็น

พยานแล้วจึงกล้าแสดงออกในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นว่า 


สิ่งใดเกิดแล้วดับทั้งนั้น อย่างเด็ดขาด เป็นคำอุทานของท่านผู้รู้ธรรมเห็นธรรม ที่สะดุด

อย่างแรงกล้า จะพูดอย่างธรรมดาดังที่ท่านแสดงในปริยัตินั้นไม่ได้ เราเชื่ออย่างนั้น .

ทางปริยัติท่านแสดงไว้ว่า

ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ

สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นย่อมดับเป็นธรรมดา

นี้เป็นคำลอยๆธรรมดา ไม่ใช่คำของผู้เห็นธรรม ผู้เห็นธรรมก็คือพระอัญญาโกณฑัญญะ

เมื่อประจักษ์ภายในจิตใจเต็มหัวใจแล้วก็อุทานขึ้นมาอย่างอาจหาญชาญชัย ประจักษ์ใจ

เลยว่า

ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ

สิ่งใดก็ตามเกิดแล้วดับทั้งนั้น ที่ไม่ดับคือธรรมชาติที่บรรลุเดี๋ยวนั้นเอง

นี่คือธรรมชาติที่ไม่ดับ มีอันนี้เป็นเครื่องยืนยันกัน นอกนั้นดับทั้งนั้น

แล้วอันใดที่ไม่ดับที่จะเกาะจะยึดได้ คือธรรมที่ท่านบรรลุนั้นแหละ อันนี้ไม่ดับ .

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

เทศน์อบรมพระสงฆ์และฆราวาส ณ กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อค่ำวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

"ใช้ธรรมเป็นศาสตราอาวุธ"

Select your language