แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญญานันทะภิกขุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญญานันทะภิกขุ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...สอนให้เราเข้าใจ สุดท้ายร้ายดีเท่าไหร่ แค่ไหนก็ผ่านไป...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อะไรๆ มันก็ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้หยุดอยู่ แต่ว่าเรานั้นเป็นผู้ทำผิด ทำผิดในเรื่องอย่างไร 

ทำผิดคือไปเก็บเอาสิ่งนั้นไว้มาใส่ในใจ ใส่ไว้ในห้วงนึกในความคิดของเรา เก็บเรื่อยไป 

ไม่รู้ว่าอะไรต่ออะไร เรียกว่าเป็น คนชอบเก็บ ชอบสะสม ลักษณะของจิตมันก็อย่างนั้นอยู่ด้วยเหมือนกัน 

คือว่า ชอบสะสมอารมณ์ประเภทต่างๆ ที่ผ่านมาเข้ามา แล้วมันก็เก็บไว้ แล้วเอามานั่งคิด

นั่งนึกให้เกิดความทุกข์ความเศร้าใจ

ไม่มีเรื่องอะไรจะคิดก็ไปเอาเรื่องที่มันเศร้าใจไม่สบายใจมาคิด บางทีไปคิดในเวลาใกล้จะนอน

เลยกระทบอารมณ์ นอนไม่หลับ หรือบางทีไปคิดเวลารับประทานอาหาร เลยเกิดเบื่ออาหารขึ้นมา

ไม่อยากจะรับประทานแล้ว ใจมันไม่สบาย ใจมันไปคิดในเรื่องครั้งกระโน้น เก่าไม่รู้สักกี่สิบปีแล้ว 

ถ้าเป็นวัตถุก็เรียกว่าบูดแล้ว เน่าแล้ว เปื่อยแล้ว เราอุตส่าห์เอามาสร้างเป็นโครงร่างขึ้นมาใหม่

ไปเก็บเอาขี้เถ้ามันมาเสกสรรปั้นแต่ง ให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว นั่งดูด้วยความเศร้าโศกใจ

นี่เรียกว่า ความเขลาหรือความฉลาด ขอให้เราคิดดูสักเล็กน้อย

สิ่งใดที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยไป ช่างมันเถอะผ่านพ้นไปแล้ว

เราจะไปคิดถึงสิ่งนั้นทำไมให้มันเป็นอดีตไป 

อดีตมันก็ผ่านพ้นไปแล้วปัจจุบันมันก็ผ่านพ้นไปแล้ว 

อนาคตก็ยังมาไม่ถึง แต่ถ้ามาถึงเข้า 

เราก็พิจารณาต่อไปด้วยปัญญาว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นแก่เรา 

แต่ว่าสิ่งนี้มันไม่เที่ยงมันมีความเปลี่ยนแปลง 

คอยดูว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไป 

ให้เราทำตนเป็นคนดูด้วยปัญญา 

 

อย่าดูด้วยความยึดมั่นถือมั่น อย่าดูด้วยความหลงผิดในเรื่องนั้นๆ จิตใจเราก็จะสบายขึ้นไม่มีปัญหา 

ไม่มีความทุกข์ความเดือดร้อนใจ นี้เป็นประการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหา คือความไม่สบายใจ 

หรือว่าความเหน็ดเหนื่อยใจที่เกิดขึ้น ให้พอคลายไปได้ จากการคิดนึกในรูปอย่างนี้

ปัญญานันทภิกขุ

หากวันนี้ เธอเหนื่อยจนลุกไม่ไหว กับชีวิตที่เปลี่ยนเกินจะรับได้
เกินที่จะยืนหยัด เกินที่จะเข้าใจได้ไหว ว่าเหตุใดจึงถึงเกิดขึ้นกับเธอ

หากวันนี้ความฝันได้เปลี่ยนไป เปลี่ยนจากวันที่เคยดูเหมือนยิ่งใหญ่
เป็นวันที่ไม่รู้จัก วันที่ไม่เคยคาดฝันไว้ ว่าชีวิตนี้จะต้องเผชิญ

สักวัน แล้วมันก็ผ่านไป ไม่มีเรื่องอะไรใหม่ เกิดขึ้นแล้วก็จากไป
สักวัน น้ำตาจะหยุดไหล สุขทุกข์ร้ายดีเท่าไหร่ สุดท้ายก็ผ่านไป

ดั่งต้นไม้ถูกลิดเพื่อผลิใบ ดั่งชีวิตที่พ่ายแพ้เพื่อเริ่มใหม่
คนที่ไม่เคยเจ็บ คือคนที่ไม่เคยทำสิ่งไหน บอกใจเอาไว้เมื่อต้องเผชิญ

บนเส้นทางในชีวิตของเธอจะมีคำตอบรอคอยอยู่เสมอ
หากเธอนั้นยอมเดิน

สักวัน แล้วมันก็ผ่านไป ไม่มีเรื่องอะไรใหม่ เกิดขึ้นแล้วก็จากไป
สักวันน้ำตาจะหยุดไหล สุขทุกข์ร้ายดีเท่าไหร่ สุดท้ายก็ผ่านไป


สักวัน แล้วเราจะเข้าใจ สุดท้ายร้ายดีเท่าไหร่ แค่ไหนก็ผ่านไป

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ง่ายๆ สบาย สบายแต่ไม่มักง่าย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ....


เราคิดพอใจในสิ่งที่เรามีสิ่งที่เราได้

แต่งตัวก็ง่าย ๆ ธรรมดา ๆ กินอยู่ก็ง่าย ๆ

ไม่หรูหราฟู่ฟ่า ไม่ต้องไปแข่งอวดความมั่งมี

กับใคร ๆ เพราะแข่งความมั่งมีก็คือ

แข่งความยากจนนั่นแหละ ก็ต้องไปซื้อไปหามาแข่งกัน

แข่งกันซื้อเสื้อผ้า แข่งกันซื้อเพชรนิลจินดา

แข่งกันทำบ้านให้มันใหญ่ๆ โตๆ

ผลที่สุดก็ไม่เป็นของตัวเอง คนอื่นเขาก็เอาไปเสีย

แต่ถ้าเราไม่มีอารมณ์แข่งอย่างนั้น เราก็สบายใจ 

ปัญญานันทภิกขุ

แต่งตัวสบายตามสไตล์หลวมๆ

หากดูรวมๆ คงจะดูยับๆ

ฉันคนง่าย จะมีแค่ไหนเราแต่งตามที่มี

*จะว่ายังไงก็ไม่เคยถือสา

ถูกใครนินทา ก็ไม่เคยเสียหาย

ฉันคนง่าย สบาย สบาย ไม่ต้องมีพิธี

**ก็ง่ายแต่ตัว แต่หัวใจจริง

ไม่เคยง่าย เที่ยวแจกจ่ายรักใคร

ที่มอบให้เธอ คือรักจริงใจ

ทบทวนอย่างดี ไม่มีมักง่าย (*,**)

แต่งตัวสบายตามสไตล์ยับๆ

จะแปลกอะไรในเมื่อใจไม่ยับ

ฉันคนง่าย แต่เรื่องหัวใจไม่เคยง่ายซักที

ฉันคนง่าย แต่เรื่องหัวใจไม่เคยง่ายซักที

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน 

#อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

#จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

INDHAMMA:อาหารของกายเป็นคำข้าว อาหารของใจเป็นธรรมะ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อาหารของกายเป็นคำข้าว อาหารของใจเป็นธรรมะ

 

กายกับใจประกอบกันเข้า คำว่า “คน” จึงเกิดขึ้น

ถ้ามีกายไม่มีใจ หรือมีแต่ใจไม่มีกายก็หมดความเป็นคน

ทั้งสองอย่างต้องอาศัยรวมกันเป็นอยู่เสมอ

ในการบำรุงจึงต้องบำรุงทั้งสองอย่าง แต่คนเราส่วนมาก

มักพอใจบำรุงแต่ส่วนร่างกาย หาสนใจการบำรุงใจไม่

มิใช่แต่ได้บำรุงเท่านั้น ซ้ำร้ายยังทำลายใจกันเสียด้วย

การทำลายใจของตน ก็คือ การห่างเหินจากธรรมะนั่นเอง

ถ้าเราบำรุงกายด้วยอาหารการกิน อาบน้ำตกแต่ง อย่างไหน

แล้ว เราก็ต้องบำรุงใจด้วยอาหารและน้ำฉันนั้น

ถ้าร่างกายอ้วนพี เพราะได้รับการบำรุงอย่างดีแล้ว ก็ควรบำรุงใจให้เป็นอย่างนั้นด้วย ใจที่ขาด

การบำรุงเป็นใจที่ซูบผอม ขาดกำลังสำหรับต่อสู้ เมื่อขาดกำลังย่อมแพ้ข้าศึกได้ง่าย

ข้าศึกทางกายได้แก่โรคภัยนานาชนิด ข้าศึกทางใจได้แก่ความชั่ว ทำใจให้อ่อนแอนั่นเอง

ปัญญานันทภิกขุ

http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9530000170630

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

 

INDHAMMA:หน้าที่ของใจ...คือทำใจให้มีความสุข

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การทำใจให้เป็นสุขนั่นแหละเป็นหน้าที่ของเราทุกคน

การทำใจของเราให้เป็นทุกข์ไม่ใช่หน้าที่ ถ้าเรานั่งกลุ้มใจ

มีความทุกข์ความเดือดร้อน ด้วยเรื่องอะไรก็ตาม เรียกว่า

เราทำผิดหน้าที่ การทำผิดหน้าที่นั่นแหละคือการไม่ประพฤติธรรม

เพราะ ธรรมะคือหน้าที่ และหน้าที่ที่เราควรปฏิบัติก็คือ

การทำใจของเราให้เบาโปร่งให้มีความสุขอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น ถ้ามันจะมีความทุกข์บ้างก็นิดๆ หน่อยๆ

ไม่ใช่ทุกข์กันนานๆ ทุกข์เป็นชั่วโมงหรือเป็นวันเป็นสัปดาห์ 

เป็นเดือน อย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง เป็นการกระทำตนไม่ถูกเรื่อง


ปัญญานันทภิกขุ 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน 

 #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

 #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:หยุดคิด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

หยุดคิดให้เป็น


 ในการบริหารงานอะไรต่างๆ นี้ก็เหมือนกัน

เราอย่ารับภาระให้มันมากเกินไป รับงานนะ

ไม่ได้หมายความว่าต้องทำอยู่ตลอดเวลา

ไม่ใช่อย่างนั้น ทำเป็นเวลา ถึงเวลาทำงาน

ก็ทำจริงๆ ถ้าชั่วโมงของงานเราทำจริงๆ

ทำให้เสร็จ ถ้าสิ่งใดไม่เสร็จก็วางไว้ก่อน

พรุ่งนี้ค่อยมาทำ

แล้วมานั่งคิดมานั่งค้นต่อไป กลับไปบ้านเราก็พักผ่อนเสียมั่ง ไปทำงานอื่นเสียบ้าง ทำเรื่องส่วนตัว

ไปเสียบ้าง หาความเพลิดเพลิน เช่นเราเป็นคนมีครอบครัวเราก็มีลูกมีเต้าก็เรียกลูกมานั่งคุยกันต่อ

อะไรกัน ชวนลูกให้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้ทำปลูกต้นไม้บ้างทำสนามบ้าง เอาหินมาทำสวนหย่อม

รดน้ำต้นไม้ไปอะไรไปเพลิดเพลินไป ให้ลูกทำงานไปด้วย ทำงานให้เพลิดเพลิน นั่งเล่นกันใน

สนาม ระหว่างพ่อลูกไป เอาพ่อจะหนีแล้วลูกวิ่งตามนะ กวดกันไปกวดกันมา จิตใจมันว่างร่าเริง

แจ่มใส ไม่ต้องไปหมกมุ่นเรื่องงานเรื่องการอะไรมากเกินไป คือว่ามันต้องรู้จักปิด จิตใจของเรานี่

ต้องปิดเสียบ้าง เปิดมากไปก็ไม่ได้ เหมือนกับประตูบ้านนะ เวลานอนก็ต้องปิด ปิดกันขโมยเข้ามา

หน้าต่างต้องปิด ถ้าไม่ปิดต้องใส่ซี่โครงเหล็กให้แข็งแรงหน่อย จิตใจเรานี่ก็เหมือนกันต้องปิดเสีย

บ้าง อะไรที่มันหนักก็ต้องปิดไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดเวลานี้ เวลาใดจะคิดก็เอาไปคิด เวลาใด

หยุดคิดก็ทำเรื่องอื่นต่อไป ถ้าอย่างนี้แล้วไม่มีอาการเคร่งเครียด จิตใจจะเป็นปกติรู้จักทำงานเป็น

เวลา

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความไม่เบียดเบียนกัน...เป็นสุข

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า

อัพยาปัชฌัง สุขัง โลเก

ความไม่เบียดเบียน มันเป็นความสุขในโลก

พระองค์ไม่พูดถึงเรื่องทรัพย์สมบัติ เรื่องความเป็นใหญ่ เรื่องการมีอำนาจวาสนาอะไรว่าเป็น

ความสุข เพราะว่าถ้าเบียดเบียนกันแล้ว มันยังเป็นทุกข์ คนมีเงิน ใช้เงินในการเบียดเบียนผู้อื่น

เช่น ว่าจ้างมือปืนมาไว้หลาย ๆ คน แล้วก็ส่งมือปืนไปเที่ยวรังแกคนอื่น อย่างนั้นมันก็ไม่เป็นสุขแก่

ผู้นั้น ผู้นั้นก็ไม่มีความสุขทางใจ เพราะว่าคิดกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ตน เพราะว่าไปเบียดเบียน

ผู้อื่น สร้างความทุกข์ให้แก่ผู้อื่น มีคนหนึ่งเป็นคนรู้จักกัน บอกว่าครั้งหนึ่งนี่ คนที่มีเงินมาก

เป็นเจ้าพ่อ เชิญไปกินเลี้ยงที่บ้าน ก็ไม่หลายคนหรอก กินกัน ๒-๓ คน แต่ว่าเจ้าบ้านนั้นกินเดี๋ยว

เดียวก็ลุกขึ้นมองไปทางหน้าต่าง อีกเดี๋ยวก็ลุกขึ้นมองไปทางหน้าต่าง กินไม่เป็นสุข ต้องมองบ่อย

เขาก็ถามว่าคุณทำไมต้องลุกขึ้นมองบ่อย ๆ ก็บอกว่าดูว่าไอ้พวกนั้นมันยืนเฝ้าเรียบร้อยหรือเปล่า

คือดูว่าพวกมือปืนยืนเฝ้าอยู่หรือเปล่า ทำไมจะต้องอย่างนั้น ก็เพราะว่าตัวไปทำเขาก่อน

ไปเบียดเบียนเขาก่อน ตัวก็เลยนั่งไม่สบาย นอนไม่สบาย กินก็ไม่สบาย เพราะไปสร้างกรรม

สร้างเวรมาก จึงได้เกิดความทุกข์กันด้วยประการต่าง ๆ ไม่มีความสุขทางจิตใจ แม้เวลากินก็ต้อง

ชะเง้อมอง ว่าคนที่ยืนเฝ้ามันยังอยู่หรือเปล่า กลัวใครจะแอบเข้ามายิงทางหน้าต่าง หรือเอาระเบิด

ขว้างให้ตัวถึงแก่ความตาย นี่คือคนรวยไม่ใช่คนจน มีเงินมากแต่ว่าเงินที่ได้มานี้ ได้มาไม่ค่อยจะ

สุจริตยุติธรรม เบียดเบียนคนอื่นแล้วจึงได้เงินมา ใช้อำนาจใช้อิทธิพล ตนก็ไม่มีความสุขทางใจ

มีความทุกข์ความเดือดร้อน คนมีอำนาจเป็นใหญ่เป็นโต ก็ไม่ใช่ว่าจะมีความสุขสบายอะไร เพราะว่า

จิตใจยังไม่ได้ใหญ่จริง ก็ยังมีความทุกข์มีความเดือดร้อน มีพวกมีบริวารมากก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นสุข

อย่างแท้จริง ความสุขอย่างแท้จริงนั้นจึงอยู่ที่การไม่เบียดเบียนกัน

  อัพยาปัชฌัง สุขัง โลเก

การไม่เบียดเบียนแหละ

เป็นความสุขในโลก

เราอยู่ในโลกถ้าจะให้มีความสุข

ต้องงดเว้นจากการเบียดเบียนกัน

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สุขที่แท้...คือทุกข์ที่ดับไป...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องของความสุขนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องการกันทั้งนั้น ไม่มีใครเลยต้องการความทุกข์

ความเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ว่าธรรมะชั้นสูงของพระพุทธศาสนานี้ พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรารู้ว่า

ในโลกนี้ไม่มีความสุข มันมีแต่ความทุกข์เท่านั้น ท่านจึงตรัสว่า

ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น

ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่

ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

นอกจากทุกข์หามีอะไรไม่ อันนี้แม้มิใช่คำตรัสของพระผู้มีพระภาค แต่เป็นคำของนางภิกษุณี

องค์หนึ่งได้พูดคำนี้ขึ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงรับรองคำพูดนี้ ว่าเธอพูดถูกต้องตามหลักการ

ในทางพระพุทธศาสนา ...ความสุขนั้นหามีไม่ มีแต่ความทุกข์ แต่เราก็เรียกว่ามีความสุข

ที่เรียกก็เพราะว่าทุกข์มันลดน้อยลงไป

สมมติเป็นตัวเลขว่า ทุกข์มัน 100 ถ้าลดลงไปสัก 5 ก็เรียกว่าเป็นความสุขแล้ว

เป็นความสุขเพียง 5 เท่านั้น แต่ว่าอีก 95 นั้นยังเป็นความทุกข์อยู่ หรือถ้าลดไปสัก 10 เราก็ยังมี

ทุกข์อยู่อีกตั้ง 90 ลดลงไปถึง 95 ก็ยังมีทุกข์อยู่อีกตั้ง 5 อยู่นั่นเอง เหมือนที่ใครเขาเรียน

ทางวิทยาศาสตร์บอกว่า โลกนี้มีความร้อน มีอุณหภูมิ ความเย็นก็คือการลดอุณหภูมิเท่านั้นเอง

แต่ลดลงไปแล้วมันก็ยังมีความร้อนเหลืออยู่ อันนี้เขาพูดกันทีหลัง แต่...

 พระพุทธเจ้าท่านตรัสมา 2 พันกว่าปีแล้วว่า

โลกนี้มีแต่ความทุกข์ ถ้าทุกข์ลดลงหน่อย

ก็เรียกว่าเป็นความสุขเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นความสุขที่แท้จริงหามีไม่

ต่อเมื่อใดดับทุกข์ได้เด็ดขาด

จึงจะเรียกได้ว่ามีสุขอย่างแท้จริง แต่ว่าท่านก็ไม่เรียกว่า

เป็นความสุขอีกนั่นแหละ เรียกว่านั่นคือ

“ที่สุดของความทุกข์”

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เตือนสติ...รักษาสิ่งที่ถูกต้องให้คงอยู่ ทำลายสิ่งที่ผิดให้หายไป...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในวงการพระศาสนาเรานี้ก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าเราไม่ช่วยกันปรับปรุงแก้ไข รักษาสิ่งถูกต้องให้คงอยู่

ทำลายสิ่งผิดให้หายไป พุทธบริษัทก็เป็นแต่เพียงชื่อ ไม่ได้เป็นโดยน้ำใจ ไม่ได้เป็นโดยการปฏิบัติ

ตามสัจธรรม อันเป็นคำสอนในทางพระพุทธศาสนา พระศาสนาก็จะเสื่อมหายไป จะเหลืออยู่แต่

เพียงโบสถ์ เหลืออยู่แต่พระพุทธรูป สำหรับคนไปไหว้ สั่นติ้ว ขอหวย ขอเบอร์ หรือไปขออะไรๆ

ต่างๆ มันก็ไม่มีค่าอะไร ในทางดับทุกข์ ไม่มีค่าอะไรในทางที่จะขูดเกลากิเลส ให้หมดไปจากจิตใจ

ของเราเป็นเด็กอมมือ นับถือศาสนาแบบเด็กอมมือไป อันนี้คือความเสื่อมมาโดยลำดับ ในวงการ

พระศาสนา

ความเสื่อมอย่างนี้เกิดขื้นเพราะอะไร ก็เพราะว่า เราเป็นคนใจกว้างมากเกินไป จนไม่รู้ว่าอะไรมัน

เป็นอะไร เราปล่อยกันเกินไป ไม่ประท้วงพุทธบริษัท ที่กระทำกิจนอกลู่นอกทาง ไม่เฉพาะแต่

ญาติโยมชาวบ้าน แม้พระสงฆ์ในทางพระศาสนา ก็ไม่ได้กวดขันเคร่งครัด ให้ปฏิบัติถูกตรง ตาม

หลักธรรมคำสอนชองพระพุทธเจ้า


ในเมืองไทยเราเวลานี้ มีพระประเภทนอกรีดนอกรอย

ตั้งตนเป็นครูบาอาจารย์ เป็นหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ใน

รูปต่างๆ ซึ่งอยากจะพูดให้เข้าใจว่า นั่นมันไม่ถูกต้อง

ไม่ใช่หลักคำสอนใน ทางพระพุทธศาสนา การทำตน

เป็นคนขลัง เป็นคนศักดิ์สิทธิ์เป็นหลวงพ่อ

เป็นเกจิอาจารย์ที่โด่งดังกันอยู่ทั้งหลายทั้งปวงนั้น

เป็นพวกนอกรีดนอกรอย ไม่ได้เข้าแนวทางคำสอนของ

พระพุทธศาสนา ไม่ได้เอาหลักธรรมคำสอนของ

พระพุทธเจ้าไปสอนคน ให้รู้ให้เข้าใจ ให้ปฏิบัติดี

ปฏิบัติชอบ แต่ว่าเอาไสยศาสตร์บ้าง เอาเรื่องอะไรๆ

ต่างๆ ไปสอนประชาชน ทำให้คนเกิดการหลงผิดใน

พระพุทธศาสนา

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:คนอื่นจะทำชั่วเราไม่ทำชั่ว เราไม่เอาอย่าง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ผู้มีธรรมะประจำใจนั้นเขาถือหลักว่า คนอื่นจะทำชั่วเราไม่ทำชั่ว

คนอื่นเขาจะทำอะไรไม่เป็นธรรม เราจะไม่เอาอย่าง

เราจะใช้ของดีตอบโต้กับของชั่ว ให้ทำตัวเหมือนกับไม้จันทร์หอม

ไม้จันทน์หอมนั้นยิ่งทุบมันยิ่งหอม เราทุบลงไปกลิ่นของมันกระจาย

ออกมา ทุบทุกทีหอมทุกที ไม่เหม็นแก่ใคร ๆ เป็นอันขาด คนเราก็ควรจะ

อยู่อย่างนั้นเรียกว่าทำจิตใจให้มั่นคงอยู่ในคุณงามความดี มีความเมตตา

ปรานีต่อกันและกัน หันหน้าเข้าหากัน เกื้อกูลกันในทางที่ถูกที่ชอบ

ปัญญานันทภิกขุ 

 จันทน์หอม เป็นพันธุ์ไม้ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้เป็นไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศไทย

 มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mansonia gagei Drumm.

มีชื่อวงศ์ว่า STERCULIACEAE

มีชื่อสามัญว่า Kalamet และยังมีชื่อเรียกอื่นอีกไม่ว่า

จะเป็นจันทน์ จันทน์ชะมด จันทน์ขาว จันทน์พม่า

จันทน์หอม(เต็ม สมิตินันท์, 2523) ไม้จันทน์หอมเป็น

ไม้คนละชนิดกับจัน หรือจันอิน-จันโอ

(Diospyros decendra Lour.)และเป็นคนละชนิดกับ

ไม้กฤษณา (Aquilaria malaccensis)ซึ่งบางท่าน

ก็เรียกว่า ไม้หอมเช่นกันจึงควรมีการศึกษาและพิจารณา

ให้ถ่องแท้ เพราะการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน

โดยเฉพาะในรูปของสมุนไพรซึ่งจะมีผลโดยตรง

ต่อสุขภาพ



#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: ความสบายที่แท้จริงนั้นต้องเกิดจากจิตใจที่สงบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความต้องการของคนมันเป็นอย่างนั้น ต้องการเอร็ดอร่อย ความเพลิดเพลินทางตา

เพลิดเพลินทางหู เพลิดเพลินทางจมูก ทางลิ้น เพลิดเพลินไป 

นี่มันก็เป็นความสบายส่วนหนึ่งของคนทั่วไป แต่มันไม่ใช่ความสบายที่แท้จริง 

 ความสบายที่แท้จริงนั้นต้องเกิดจากจิตใจที่สงบ

จิตใจที่สงบนั้นเป็นความสบายที่แท้จริง ซึ่งความจริงนั้น

ความสงบมันมีอยู่แต่ว่า 

เราเอาอะไรมาปิดมันเสียไม่ให้มันโผล่ออกมา 

ความจริงมันมีอยู่เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมชาติ คือ

มันสงบอยู่ แต่ว่าเราไม่ให้มันโผล่ออกมาได้ 

ไม่ให้ความสงบโผล่ เพราะว่าเราเอาเครื่องวุ่นวายไปปิดเสีย 

เรานึกไปแต่เรื่องภายนอก นึกไปในเรื่องรูป เรื่องเสียง 

เรื่องกลิ่น เรื่องรส 

เรื่องสิ่งที่ถูกต้องทางปลายประสาทอยู่ตลอดเวลา

ความสงบไม่มีเวลาที่จะโผล่ออกมา

ปัญญานันทภิกขุ


#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที 

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก 

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เรื่องภายใน ที่ไม่มีใครมองเห็น เจ้าตัวเท่านั้นรู้...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

คนยากจน นึกว่าคนมั่งมีเขาคงจะ เป็นสุขสบาย

มีอะไรกินอะไรใช้สะดวกทุกประการ อันนั้นมันเป็นเรื่อง

ความสะดวก แต่ว่าอาจจะไม่สบายทางใจก็ได้

เพราะเรื่องจิตใจนั้นเป็นเรื่องภายใน ที่ไม่มีใครมองเห็น

เจ้าตัวเท่านั้นรู้ว่า สภาพจิตใจของตัวเป็นอย่างไร

ไม่ใช่ว่าพอมีอะไรสมบูรณ์ แล้วหมดทุกข์หมดร้อน

ความทุกข์ความเดือดร้อนย่อมเกิดขึ้นได้

เมื่อยังมีอวิชชาครอบงำจิตใจ

เมื่อใดเราทำลายอวิชชาออกไปเสียได้

เมื่อนั้นแหละความทุกข์จึงจะหายไป

ปัญญานันทะภิกขุ 

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #นำไปปรับใช้ในชีวิต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธรรมดา...มันเป็นเช่นนั้นเอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 
“ชาวพุทธเราควรจะอยู่ด้วยความไม่เป็นทุกข์

หรือให้ทำใจให้เป็น สุขอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น

ฝนจะตก ฟ้าจะร้องหรือว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น...ในวิถีชีวิตของเรา

เราไม่ควรเป็นทุกข์ในเรื่องนั้นๆ แต่เราควรจะใช้สติปัญญา

เป็นเครื่องพิจารณา แล้วรู้จักปลง รู้จักวางในสิ่งนั้นๆ

ไม่ควรเข้าไปยึดถือด้วยความโง่ ด้วยความเขลา”

“เพราะถ้าเราเข้าไปยึด ไปถือ ด้วยความโง่ความเขลา

เราก็เป็นทุกข์ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย

ที่นั่งเป็นทุกข์ แต่เป็นการลงโทษตัวเอง ลงโทษสุขภาพจิต

 สุขภาพกาย ทำให้จิตเสื่อม ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่เร็ว แล้วก็ตายเร็วด้วย เพราะว่ามี

ความทุกข์มาก มีความกลุ้มใจมาก ตัดทอนสุขภาพทั้งกายทั้งใจ ไม่เป็นเรื่องดีแม้แต่น้อย”

“ความทุกข์เป็นเหมือนน้ำร้อน เราคิดให้มันเป็นทุกข์ ก็เหมือนเอาน้ำร้อนมาราดตัว 

ตั้งแต่หัวถึงตีน ถลอกปอกเปิก เป็นคนดำๆ ด่างๆ ไป 

มันจะได้เรื่องอะไร เราไม่ควรจะคิดเช่นนั้น....

      เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ให้พยายามคิดว่า ดีแล้ว...พอแล้ว หรือ “เท่านี้ก็ดีถมไปแล้ว”

อย่างนี้ใจก็สบาย...ให้นึกว่า ธรรมดา...มันเป็นเช่นนั้นเอง”

“คำนี้สำคัญมาก เรียกว่าเป็นคาถาวิเศษ สำหรับเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน คือคำว่า ตถาตา

แปลว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง อะไรๆมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ เราจะไปบังคับมันก็ไม่ได้ จะไปฝืนมัน

ก็ไม่ได้ เพราะมันไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา”

“เราควรจะคิดว่า เออธรรมดามันเป็นอย่างนี้ เรานึกอย่างนี้ ก็พอจะปลง พอจะวางสภาพจิต

ก็พอจะรู้เท่า รู้ทัน ในสิ่งนั้นๆ ความทุกข์ ก็จะเบาลง เพราะเรารู้จักวาง รู้จักพักผ่อนทางใจ

ใจก็สบาย...”

ท่านเจ้าคุณพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญา นันทะภิกขุ) 

เคยปาฐกถาธรรมไว้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มิ.ย.2529

http://www.thairath.co.th/content/519545

Dhamma together:บำรุงศาสนา บำรุงอะไรบำรุงที่ตรงไหน...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราพูดว่า บำรุงศาสนา...บำรุงศาสนา

บำรุงอะไรบำรุงที่ตรงไหน ลองคิดดูซิ

บำรุงศาสนานั้นมันต้องบำรุงด้วยการศึกษา

ให้เข้าใจ นี่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องต้นๆ ศึกษา

ให้เข้าใจ ให้รู้เนื้อแท้ ของพระพุทธศาสนา

ต่อไปก็ว่าปฏิบัติตามสิ่งที่เราได้รู้

ได้เข้าใจแล้ว ปฏิบัติด้วยตนเองก็ไม่พอ

ต้องชวนเพื่อนฝูงมิตรสหายให้ช่วยกันปฏิบัติ

สิ่งถูกต้องตามหลักคำสอนในทาง

พระพุทธศาสนาต่อไป

ที่ใดเขามีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เราก็เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน ให้สำนึก บุคคลที่เขาทำถูก

ทำชอบนั้น ได้มีกำลังใจที่จะทำอะไรให้มันถูกต้องต่อไป นี่แหละเรียกว่าบำรุงศาสนา

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:เพียงแค่รู้จักพอใจ แล้วใจจะสบาย...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ใจที่จะสบายนั้นจะต้องใช้ธรรมะข้อเดียว

คือความพอใจเท่านั้นเอง ซึ่งเรียกว่า "สันโดษ"

สันโดษนี่หมายความว่าพอใจในสิ่งที่มีอยู่

เฉพาะหน้า สิ่งใดเกิดขึ้นเฉพาะหน้า

เราพอใจสิ่งนั้น เช่น 

นั่งลงรับประทานอาหาร ถ้าสมมติว่าก่อนนี้

มีอาหารสามอย่าง แต่วันนี้มีอาหารอย่าง

เดียว เราก็ต้องนึกว่าอย่างเดียวก็ดีแล้ว

ดีกว่าไม่มีอะไรจะทานเสียเลย แล้วก็ทานด้วยความพอใจในอาหารนั้น อย่างนี้เรียกว่ามี

ความสันโดษในอาหาร

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:อะไรเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เราก็นึกพอใจในสิ่งนั้น เป็นศิลปะของความสุขความสบายในทางจิตใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ฝนฟ้าอากาศมันก็ต้องตกไปตามเรื่องตามราว

เราอยู่ในโลกก็ต้องการทั้งแดดทั้งฝน แต่ว่า

ความต้องการของมนุษย์นี่บางทีมันก็ขัดกัน บางที่

ฝนตกไม่ชอบ บางทีแดดออกไม่ชอบ

ลมพัดจัดก็ไม่ชอบอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ไม่ใคร่เป็นที่

ชอบใจ อะไรๆในโลกนี้ ก็ไม่ใคร่เป็นที่ชอบใจ อะไรๆ

ในโลกนี่จะเหมือนใจทุกอย่างไม่ได้  สิ่งทั้งหลายก็เป็น

ไปตามอำนาจของธรรมชาติ เราก็ต้องปลูกความรู้สึก

ในใจ ให้เกิดความพอดีๆ กับสิ่งเหล่านั้น คือ ให้รู้สึก

พอใจแล้วก็สบาย แต่ถ้าไม่รู้สึกพอใจในเรื่องอะไรๆ  

ก็เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน

 

ในทางธรรมะ สอนเราให้รู้จักสันโดษ หมายความว่า พอใจในสิ่งที่เราประสพอยู่เฉพาะหน้า คือ

อะไรเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เราก็นึกพอใจในสิ่งนั้น ความพอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า คือ

สันโดษ เป็นศิลปะของความสุขความสบายในทางจิตใจ ในขณะใดที่เรามีความพอใจในเรื่องอะไรๆ

ที่เกิดขึ้น เราก็รู้สึกสบายใจ ยิ้มได้

ปัญญานันทะภิกขุ 

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เหตุการณ์ทั้งหลายมันไม่แน่นอน ต้องเผื่อไว้บ้าง เผื่อขาดเผื่อเหลือ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 เมื่อสบายแล้วบางทีเราจะลืมตัวไป ลืมนึกไปถึงอดีตว่า

เราเคยเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ที่คนโบราณเขาพูดว่า

วัวลืมตีน คือมันลืมว่าตีนมันมีกี่ตีน แล้วมันควรจะเหยียบ

อะไรบ้าง เลยไปเหยียบพลาดถูกนั้นถูกนี้ คนเราบางทีก็

ลืมไปในเรื่องอย่างนั้น ไม่ได้นึกถึงของเก่าที่เคยเป็นเคย

อยู่อย่างไร พอมีอะไรผิดขึ้นจากเดิมก็เมาในสิ่งนั้น เมา

ในเงินเมาในทองในอำนาจในความเป็นใหญ่

ความเมาแบบนี้พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นความประมาท

ชีวิตจะต้องตกต่ำไม่ก้าวหน้า แต่ถ้าเราไม่เมา แล้วเอา

อดีตมาเตือนตัวเองไว้เสมอว่า สมัยหนึ่งเราเคยเป็นอย่าง

นั้น เคยลำบากตรากตรำ เดี๋ยวนี้สบายก็อย่านึกว่าจะ

สบายเสมอไป

ปัญญานันทภิกขุ

เพราะพระท่านบอกว่า สิ่งทั้งหลายมันไม่เที่ยง อาจจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อใดก็ได้ เหตุการณ์

ทั้งหลายมันไม่แน่นอน ตัวเรามันเปลี่ยน โลกมันเปลี่ยน มีอะไรเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เกิดขึ้น เรากลับตัวไม่ทันจะลำบากเดือดร้อน เพราะฉะนั้นจะต้องเตรียมไว้ให้มั่นคง เช่นว่าเงินทอง

ที่หาได้ เราจะจ่ายให้มันหมดเสียก็ไม่ได้ สนุกเกินไปก็ไม่ได้ ต้องคิดว่าอนาคตมันจะมี

การเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ไม่รู้ เราจะต้องเผื่อไว้บ้าง เรียกว่าเผื่อขาดเผื่อเหลือ อย่างนี้ก็ไม่

ประมาทเพราะนึกถึงอนาคตไว้ แล้วเป็นคนที่ไม่ลืมเนื้อลืมตัว ชีวิตจะไม่ตกต่ำ นี่เขาให้คิดถึงอดีต

เพื่อเป็นเครื่อง เตือนใจเรา

ปัญญานันทภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ร่างกายกับใจนั้น จะต้องมีการพักผ่อนเท่าๆ กัน

p>พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

“ร่างกายกับใจนั้น จะต้องมีการพักผ่อนเท่าๆกัน

ร่างกายพักผ่อนด้วยการนอน หลับนอนในเวลากลางคืน

ใจนั้นพักผ่อนด้วยการสงบอารมณ์ อันจะเป็นเหตุให้เกิด

ความวุ่นวายยุ่งยากทางใจด้วยประการต่างๆ

ถ้าเราพักผ่อนแต่เพียงร่างกาย จิตใจไม่ได้พักผ่อนเลย

ก็เกิดเป็นปัญหา เพราะว่าความเหน็ดความเหนื่อยทั้งหลายนั้น

มันอยู่ที่ใจ มากกว่าที่อยู่ที่ร่างกาย ความเหนื่อยทางใจนั้น

เป็นความเหนื่อยที่ลึกซึ้ง ส่วนความเหนื่อยทางร่างกายนั้น

เป็นแต่เพียงผิวเผิน แก้ง่ายสะดวกสบาย ไม่ลำบาก

แต่ว่า ความเหน็ดเหนื่อยทางจิตใจนั้น เป็นเรื่องที่แก้ยาก...

 

ทีนี้โดยปกติอารมณ์ต่างๆ นั้น ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นเครื่องยั่วเสมอไป ไม่ใช่ยั่วให้เกิดความโกรธเคือง

อะไรๆ เสมอไปก็หามิได้ มันมีเฉพาะเรื่องเฉพาะบางประการ ขอให้เราสังเกตุว่า ตาได้เห็นรูป

หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายได้ถูกต้องสิ่งไรก็ตาม บางทีมันก็เฉยๆ ไม่มีความรู้สึกอะไร

เช่น ตาเราเห็นของบางอย่างมันก็เฉยๆ ไม่มีการปรุงแต่งเป็นความรักความชัง หรืออะไรขึ้นมาในใจ

แม้แต่น้อย มันเพียงสักแต่ว่าเห็นแล้วผ่านพ้นไปเท่านั้นเอง แต่ว่าอารมณ์บางประเภทมันก่อให้เกิด

อะไรขี้น เช่นก่อให้เกิดความกำหนัด เกิดความขัดเคือง เกิดความลุ่มหลง เกิดความมัวเมาขึ้นในใจ

ของเรา มันก็มีเหมือนกัน อันนี้ขอให้เราสังเกตุดูตัวเราเอง ว่าเวลาเราเห็นอะไร ได้ยินอะไร

ได้รสอะไร ได้ถูกต้องสิ่งใดสภาพจิตของเรา มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีความกำหนัดเกิดขึ้นหรือไม่มี

โทสะเกิดขึ้นหรือไม่ มีความลุ่มหลงเกิดขึ้น หรือไม่มีความมัวเมา มีความริษยา มีความพยาบาท

เคียดแค้น ต่อสิ่งเหล่านั้นที่มากระทบหรือไม่ ให้คอยสังเกตุลักษณะความคิดที่เกิดขึ้นในใจของเรา

การคอยสังเกตุนี่แหละ คือ เพ่งอยู่เฉพาะหน้าเหมือนกัน

"ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺมํ" คือ การเพ่งอยู่เฉพาะหน้า ก็คือการคอยสังเกตดูว่า เมื่อสิ่งนั้นมากระทบ

ตาเกิดอะไรขึ้น เสียงมากระทบหูแล้วเกิดอะไรขึ้น กลิ่นมากระทบจมูก ของเราแล้วเกิดอะไรขึ้น

เรารับประทานอาหาร เช่นรับประทานรสเปรี้ยว รสเค็ม รสหวาน รสผสมกัน เราก็ต้องคอยสังเกตุว่า

พอเคี้ยวถูกสิ่งนั้น มีรสเป็นอย่างนั้น อะไรเกิดขึ้นในใจเรา ให้คอยกำหนดไว้ ขณะรับประทาน

อาหารเข้าไปในปาก ก็คอยกำหนดไว้ ขณะดื่มก็คอยกำหนดไว้ ขณะรับประทานอะไรเข้าไปในปาก

ก็คอยกำหนดไว้ ตาได้ดู หูได้ฟัง จมูกได้กลิ่น มือได้สัมผัสสิ่งใด เราก็คอยกำหนดสิ่งนั้นไว้ ว่ามัน

เกิดอะไรขึ้นบ้างในจิตของเรา เราก็จะได้รู้ว่ามันเกิดอะไร

ปัญญานันทภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language