แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดับทุกข์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดับทุกข์ แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์ทรงเป็นนักสังเกตชั้นยอด เช่น

เมื่อครั้งพระพุทธองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์ 

ทรงมีโอกาสได้พบกับ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ

พระองค์ทรงสังเกตเห็น ความจริง ที่อยู่เบื้องหลัง ของจริง 

จากคนสี่ประเภทนี้นั้นคือ

ทรงสังเกตเห็นความทุกข์ (จากคนแก่ คนเจ็บ คนตาย)

และความเบาสบาย (จากสมณะ) จากการสังเกตเหล่านั้น

ทรงฉุกคิดขึ้นมาว่า เมื่อชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์

ดังนั้น หนทางดับทุกข์ จะต้องมีอยู่อย่างแน่นอน

วิธีคิดเช่นนี้ คือจุดเริ่มต้นของการออกบวช และการค้นหาสัจธรรมในที่สุด

นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลช่างสังเกตทั้งสิ้น ดังนั้น ใครก็ตามที่ฝึกตน

เป็นคนช่างสังเกตจนเป็นนิสัย ก็จะมีแนวโน้มว่า คนคนนั้นจะมีโอกาสเป็นผู้มีปัญญามากกว่า

คนทั่วไปในอนาคต...

พระเมธีวชิโรดม

คาถาชีวิต ยกกำลังสอง

Dhamma together:สุขที่แท้...คือทุกข์ที่ดับไป...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องของความสุขนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องการกันทั้งนั้น ไม่มีใครเลยต้องการความทุกข์

ความเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ว่าธรรมะชั้นสูงของพระพุทธศาสนานี้ พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรารู้ว่า

ในโลกนี้ไม่มีความสุข มันมีแต่ความทุกข์เท่านั้น ท่านจึงตรัสว่า

ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น

ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่

ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

นอกจากทุกข์หามีอะไรไม่ อันนี้แม้มิใช่คำตรัสของพระผู้มีพระภาค แต่เป็นคำของนางภิกษุณี

องค์หนึ่งได้พูดคำนี้ขึ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงรับรองคำพูดนี้ ว่าเธอพูดถูกต้องตามหลักการ

ในทางพระพุทธศาสนา ...ความสุขนั้นหามีไม่ มีแต่ความทุกข์ แต่เราก็เรียกว่ามีความสุข

ที่เรียกก็เพราะว่าทุกข์มันลดน้อยลงไป

สมมติเป็นตัวเลขว่า ทุกข์มัน 100 ถ้าลดลงไปสัก 5 ก็เรียกว่าเป็นความสุขแล้ว

เป็นความสุขเพียง 5 เท่านั้น แต่ว่าอีก 95 นั้นยังเป็นความทุกข์อยู่ หรือถ้าลดไปสัก 10 เราก็ยังมี

ทุกข์อยู่อีกตั้ง 90 ลดลงไปถึง 95 ก็ยังมีทุกข์อยู่อีกตั้ง 5 อยู่นั่นเอง เหมือนที่ใครเขาเรียน

ทางวิทยาศาสตร์บอกว่า โลกนี้มีความร้อน มีอุณหภูมิ ความเย็นก็คือการลดอุณหภูมิเท่านั้นเอง

แต่ลดลงไปแล้วมันก็ยังมีความร้อนเหลืออยู่ อันนี้เขาพูดกันทีหลัง แต่...

 พระพุทธเจ้าท่านตรัสมา 2 พันกว่าปีแล้วว่า

โลกนี้มีแต่ความทุกข์ ถ้าทุกข์ลดลงหน่อย

ก็เรียกว่าเป็นความสุขเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นความสุขที่แท้จริงหามีไม่

ต่อเมื่อใดดับทุกข์ได้เด็ดขาด

จึงจะเรียกได้ว่ามีสุขอย่างแท้จริง แต่ว่าท่านก็ไม่เรียกว่า

เป็นความสุขอีกนั่นแหละ เรียกว่านั่นคือ

“ที่สุดของความทุกข์”

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เรื่องทุกข์กับดับทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 อย่ามีตัวกูจะเกิดความทุกข์ แปดพยางค์เท่านั้นแหละ

คำสอนที่พระพุทธเจ้า ทรงสอนมาตั้งสี่สิบห้าปี

แล้วมาจัดให้เป็นแปดหมื่นสี่พันธรรมขันธ์ มีหัวใจเท่านี้

อย่ามีตัวกูคือ อย่าเกิดตัวกูมันจะเกิดทุกข์ มีเท่านี้

ขอให้สนใจคำแปดพยางค์นี้ไว้เถอะ มันมีเท่านี้

แต่ทีนี้มันมีฝอยมากๆ ไปแยกแยะส่วนที่ เป็นฝอยๆ

จนลืมส่วนที่เป็นหัวใจ

เรื่องแปดหมื่นสี่พันธรรมขันธ์นั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้าตรัส

ใครไม่รู้มันพูด มันบัญญัติกันขึ้นมา พระพุทธเจ้าตรัสว่า

ฉันพูดแต่เรื่องความทุกข์ กับดับทุกข์เท่านั้น 

แต่ก่อนนี้ก็ดี เดี๋ยวนี้ก็ดีฉันบัญญัติเฉพาะเรื่องทุกข์กับดับทุกข์เท่านั้น ท่านตรัสเท่านี้ แล้วตรัสว่า

ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีตัวกู เมื่อไม่มีตัวกูก็ไม่เกิดทุกข์ โดยสรุปแล้วเบญจขันธ์ที่มีอุปาทานหน่ะ

อุปาทานว่าตัวกู เป็นตัวทุกข์ ไม่มีอุปาทานขันธ์ คือ ไม่มีขันธ์ที่มีอุปาทานว่าตัวกู ก็ไม่มีทุกข์

มันเรื่องมันเท่านั้น เรื่องอริยสัจก็เท่านี้ เรื่องปฏิจจสมุปบาทก็เท่านี้

ทุกข์กับดับทุกข์ ทุกข์คือเกิดตัวกู ดับทุกข์คือไม่เกิดตัวกู ไม่มีตัวกู มีเท่านี้ แล้วก็เอามาพูดให้เป็น

สี่หมื่นแปดพันธรรมขันธ์ เรียนกันจนเหมือนกับบ้าหอบฟางมิดหัวมิดหู...สำหรับไว้วัดกัน ไว้เถียงกัน

ว่าใครผิดใครถูก เลยไม่มีโอกาส ไม่มีเวลาที่จะปฏิบัติธรรมะ วันล้ออายุแล้วก็ปฏิบัติธรรมะกันให้

ถึงที่สุดเถิด

พุทธทาสภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เมื่อไฟมันอยู่ที่จิต ก็ต้องดับที่จิต ต้องดับที่นั่นและเดี๋ยวนั้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ไฟอยู่ที่บ้าน แต่มาดับที่วัด มันดับไม่ได้

เมื่อไฟมันอยู่ที่จิต ก็ต้องดับที่จิต

เมื่อไฟมันเกิดที่บ้าน ก็ต้องดับที่บ้าน

เมื่อเกิดกลางคืน ก็ดับกลางคืน

เกิดกลางวัน ก็ดับกลางวัน ต้องที่นั่นและเดี๋ยวนั้น

จึงจะพบนิพพานได้ที่ความทุกข์นั่นเอง

ที่สอนให้หวังนิพพานต่ออนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ

ไม่มีหวังพบกัน เพราะความทุกข์มันอยู่ที่นี่ มันจะดับทุกข์มัน

ต้องดับที่ตรงนี้ ที่ต้นเหตุของมัน จะศึกษาเพื่อป้องกัน

ความทุกข์ มันก็จะดับ มีมาได้ก็ต่อเมื่อความทุกข์มันเกิดขึ้น

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 
 #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธรรมะแท้จริงมันต้องแก้ปัญหาได้ ต้องดับทุกข์ได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ธรรมะแท้จริงมันต้องแก้ปัญหาได้ ต้องดับทุกข์ได้

ไม่ต้องเชื่อใคร ที่ว่าธรรมะหรือไม่ธรรมะ

มันดูที่ว่าดับทุกข์ได้หรือว่าดับทุกข์ไม่ได้

ธรรมะคำสอนของสำนักไหน ของอาจารย์ไหน

ของคณะไหน ถูกหรือผิด ตัดสินกันได้ตรงที่ว่า

มันดับทุกข์ได้หรือไม่ได้ ก็ดูที่ว่ามันดับทุกข์ได้หรือไม่ได้

ถ้ามันดับทุกข์ได้ก็ใช้ได้ นี่คือธรรมะต้องดับทุกข์ได้

คือแก้ความเห็นแก่ตัวได้ เลิกความเห็นแก่ตัวได้

เห็นแก่ธรรมะ เลิกความเห็นแก่ตัว มันก็เห็นแก่

ธรรมะโดยอัตโนมัติ

พุทธทาสภิกขุ

หนังสือ รู้จักธรรมะให้ถึงที่สุด

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language