แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:ความรู้ที่ลึกซึ้งถึงที่สุด ให้มันรู้จากจิตเองนั่นแหละมันดี...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 เวลาภาวนาอย่าส่งจิตออกนอก ความรู้อะไรทั้งหลาย

อย่าไปยึด ความรู้ที่เราเรียน กับตำรา หรือครู อาจารย์

อย่าเอามายุ่งเลย ให้ตัดอารมณ์ออกให้หมด แล้วเวลา

ภาวนาไปให้มันรู้ รู้จากจิตของเรานี่แหละ จิตของเรา

สงบ เราจะรู้เอง ต้องภาวนาให้มาก ๆ เข้า

เวลามันจะเป็น จะเป็นของมันเอง แล้วก็ความรู้อะไรๆ

ให้มันออกมาจากจิตของเรา ความรู้ที่ออกจากจิต

ที่สงบนั่นแหละเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งถึงที่สุด

ให้มันรู้จากจิตเองนั่นแหละมันดี คือจิตมันสงบ

ทำจิตให้เกิดอารมณ์อันเดียว

 แต่ก่อนภาวนา ก็อย่าส่งจิตออกนอก ให้จิตอยู่ในจิต และก็ให้จิตภาวนาเอาเอง

ไม่ต้องบริกรรมทางปาก ให้จิตเป็นผู้บริกรรม พุทโธ พุทโธ อยู่นั่นแหละ เกิดครั้งเดียวเท่านั้น

และพุทโธนั่นแหละจะผุดขึ้นในจิตของเรา เราจะได้รู้จักว่า พุทโธนั้น เป็นอย่างไร

แล้วรู้เอง..เท่านั้นแหละไม่มีอะไรมากมาย

ภาวนาให้มาก ๆ เข้า ใน อิริยาบถ 4 ยืน เดิน นั่ง นอน อะไร อะไรทำให้หมดเลย บริกรรม พุทโธ

ให้จิตว่าเอาเอง ว่านาน ๆ ไป จิตของเราติดอยู่กับ พุทโธ นั้นแล้วไม่ลำบาก มันจะว่าเอาเอง

ถ้ามันติดกับ พุทโธแล้วนะ นั่นแหล่ะ มันใกล้จะเป็นสมาธิแล้ว ถ้าเป็นสมาธิแล้ว เราก็กำหนดสมาธิ

ของเราอยู่นั่นแหละ เออ..จิตมันเป็นสมาธิ มันเป็นอย่างนั้น ๆ แล้วเราก็รู้เอง เข้าไปรู้อยู่ในสมาธินั่น

สมาธิสูงสุดอยู่ตรงนั้น คือ จิตมีอารมณ์เดียว จิตไม่ฟุ้งซ่าน ตัวจริงมันอยู่ตรงนั้น เรารู้อะไร เรารู้จาก

จิตของเราเอง เรารู้ถึงความบริสุทธิ์ ของเราเลย นอกจากนั้นไม่มีอะไร แต่เราต้องพยายามให้

มากๆ เข้า ก่อนจะนอนหรือลุกจากที่นอน เราต้องทำเสียก่อน ทำแล้วก็นั่งให้นาน ๆ เวลามันจะเป็น

มันจะรู้เองดอก แต่ถ้ายังไม่เป็น บอกเท่าไร มันก็ไม่รู้ รู้จากจิตของเรานะ รู้ถึงความบริสุทธิ์ของเรา

เลย รู้ถึงความเป็นจริง เท่านั้นเอง

ไม่มีอะไรมากมาย มีเท่านั้น รู้จากจิตที่เป็นสมาธิ รู้ถึงความเป็นจริงแล้ว เราก็หมดความสงสัยใน

พระพุทธศาสนา รู้ไม่ถึงความเป็นจริงก็ไม่หมดความสงสัยดอก ศาสนาเป็นอย่างไร

เรารู้ของเราเอง อย่าปล่อยให้มันปรุงแต่งมากนัก ข้อสำคัญ ให้รู้จักจิตของเราเท่านั้นเอง

เพราะว่าจิตคือ ตัวหลักธรรม นอกจากจิตแล้วไม่มีหลักธรรมใด ๆ เลย..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:มี...สิ่งที่ไม่มี...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 "..สมบัติพัสถานทั้งหลาย มันมีประจำอยู่ในโลกนี้

มาแล้วอย่างสมบูรณ์ ผู้ที่ขาดปัญญาและไร้

ความสามารถ ก็ไม่อาจจะแสวงหาเพื่อยึดครองสมบัติ

เหล่านั้นได้ ย่อมครองตนอยู่ด้วยความฝืดเคือง

และลำบากขันธ์ ส่วนผู้ที่มีปัญญามีความสามารถ

ย่อมแสวงหาทรัพย์สมบัติ ของโลกไว้ได้อย่างมากมาย

อำนวยความสะดวกสบาย แก่ตนได้ทุกกรณี 

ส่วนพระอริยเจ้าทั้งหลาย

ท่านพยายามดำเนินตนเพื่อออกจากสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด

ไปสู่ภาวะแห่งความไม่มีอะไรเลย เพราะว่า..

“ในทางโลก มี สิ่งที่ มี ส่วนในทางธรรม มี สิ่งที่ ไม่มี”

พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ปฏิบัติจิต ปฏิบัติใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ในทางปฏิบัติที่ว่า ปฏิบัติจิต ปฏิบัติใจ โดยให้ใจอยู่กับใจนี้

ก็คือให้มีสติกํากับใจให้เป็นสติถาวร ไม่ใช่เป็นสติคล้ายๆ

หลอดไฟที่จวนจะขาด เดี๋ยวก็สว่างวาบ เดี๋ยวก็ดับ

เดี๋ยวก็สว่าง แต่ให้มันสว่างติดต่อกันไปตลอดเวลา

เมื่อสติมันติดต่อกันไปอย่างนี้แล้ว ใจมันก็มีสติควบคุมอยู่

ตลอดเวลา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อยู่กับตัวรู้ตลอดเวลา"

ตัวรู้ก็คือ "สติ" นั่นเอง หรือจะเรียกว่า "พุทโธ" ก็ได้

พุทโธที่ว่า รู้ ตื่น เบิกบาน ก็คือตัวสตินั่นแหละ..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ให้มีสติกํากับใจให้เป็นสติถาวร...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในทางปฏิบัติที่ว่า ปฏิบัติจิต ปฏิบัติใจ

โดยให้ใจอยู่กับใจนี้ ก็คือ

ให้มีสติกํากับใจให้เป็นสติถาวร

ไม่ใช่เป็นสติคล้ายๆ หลอดไฟที่จวนจะขาด

เดี๋ยวก็สว่างวาบ เดี๋ยวก็ดับ เดี๋ยวก็สว่าง แต่ให้มันสว่าง

ติดต่อกันไปตลอดเวลา

เมื่อสติมันติดต่อกันไปอย่างนี้แล้ว ใจมันก็มีสติควบคุม

อยู่ตลอดเวลา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

"อยู่กับตัวรู้ตลอดเวลา" ตัวรู้ก็คือ "สติ" นั่นเอง

หรือจะเรียกว่า "พุทโธ" ก็ได้ พุทโธที่ว่า

รู้ ตื่น เบิกบาน ก็คือตัวสตินั่นแหละ..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #นำไปปรับใช้ในชีวิต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:จิตและจักรวาล

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จิตและจักรวาล มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอยู่ 

หลวงปู่ดูลย์ ได้เมตตาอธิบายถึงเรื่องนี้ไว้อย่างพิสดารว่า จิต วิญญาณ เกิดจากรูปนามของ

จักรวาล และ นิพพาน เป็นการรวมของจิตบริสุทธิ์เข้ากับความว่างอันบริสุทธิ์และสว่าง

ของจักรวาลเดิม ไว้ดังนี้

“สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในจักรวาล มีนับไม่ถ้วน 

รวมแล้วมี รูป กับ นาม สองอย่างเท่านั้น นามเดิม 

ก็คือความว่างของจักรวาล เข้าคู่กัน เป็นเหตุเกิด 

ตัวอวิชชา เกิดเหตุก่อ ที่ใดมีรูป ที่นั้นต้องมีนาม 

ที่ใดมีนาม ที่นั้นต้องมีรูป รูปนามรวมกัน เป็นเหตุ

เกิดปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเกิด

กาลเวลาขึ้น คือ รูปย่อมมีความดึงดูดซึ่งกันและกัน

จึงเป็นเหตุให้รูปเคลื่อนไหว และหมุนรอบตัวเอง

ตามปัจจัย รูปเคลื่อนไหวได้ 

ต้องมีนาม--ความว่าง--คั่นระหว่างรูป 

รูปจึงเคลื่อนไหวได้” 

“เมื่อสภาวะธรรมเป็นอย่างนี้ 

สรรพสิ่งของวัตถุ--สสารมีชีวิต และไม่มีชีวิต---จึงต้องเปลี่ยนแปลง 

เป็นไตรลักษณ์ เกิด ดับ สืบต่อทุกขณะจิต ไม่มีวันหยุดนิ่ง ให้คงทนเป็นปัจจุบันเช่นนั้นได้” 

“จิต วิญญาณ ก็เกิดมาจาก รูปนาม ของจักรวาล มันเป็นมายาหลอกลวง 

แล้วเปลี่ยนแปลงให้คนหลง 

จากรูปนามไม่มีชีวิต เปลี่ยนมาเป็นรูปนามที่มีชีวิต 

จากรูปนามที่มีชีวิต มาเป็นรูปนามมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณ 

แล้วจิตวิญญาณก็เปลี่ยนแปลงแยกออกจากกัน คงเหลือแต่ ‘นามว่างที่ปราศจากรูป’ 

นี้เป็นจุดสุดยอดของการหลอกลวงของรูปนาม” 

“เมื่อเจริญจิตจนเข้าถึงสภาวะเดิมแท้ของมันได้ดังนี้แล้ว ‘จิตเห็นจิต อย่าง แจ่มแจ้ง’ 

จิตก็จะอยู่เหนือสภาวะสมมติบัญญัติทั้งปวง เหนือความมีความเป็นทั้งปวง 

มันอยู่เหนือคำพูดและพ้นไปจากการกล่าวอ้างใดๆทั้งสิ้น 

เป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์และสว่าง 

รวมกันเข้ากับความว่างอันบริสุทธิ์และสว่างของจักรวาลเดิม เข้าเป็นหนึ่ง เรียกว่า ‘นิพพาน’

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ฝึกให้เคยชินกับการรักษาความสะอาด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ฝึกให้เคยชินกับการรักษาความสะอาด

และทนความสกปรกไม่ได้เป็นนิสัยแล้ว

นิสัยนี้จะแฝงฝังอยู่ในใจ เมื่อใดเกิดกิเลสตัณหา

อันเป็นความสกปรกทางใจเกิดขึ้น

มันก็จะดำรงอยู่ได้ไม่นาน เพราะใจจะทนไม่ได้ไปเอง

อดที่จะกำจัดขัดเกลาทิ้งเสียไม่ได้

"หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

วัดบูรพาราม สุรินทร์"

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:"จิต ปรุงกิเลส" "กิเลส ปรุงจิต"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 "จิต ปรุงกิเลส"

 คือ การที่จิตบังคับ ให้กาย วาจา ใจ กระทำสิ่งภายนอก

 ให้มี ให้เป็น ให้ดี ให้เลว ให้เกิดวิบากได้ แล้วยึดติดอยู่ว่า

 นั่นเป็นตัว นั่นเป็นตน ของเรา ของเขา

 "กิเลส ปรุงจิต"

 คือ การที่สิ่งภายนอก เข้ามาทำให้จิต เป็นไปตามอำนาจ

 ของมัน แล้วยึดว่า มีตัว มีตนอยู่ สำคัญผิด

 จากความเป็นจริง อยู่ร่ำไป..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 





"ศีล" คือ ปรกติจิต ที่อยู่ปราศจากโทษ

เป็นจิต ที่มีเกราะบังป้องกันการกระทำชั่ว ทุกอย่าง

"สมาธิ" ผลสืบเนื่อง จากการรักษาศีล คือจิตที่มีความมั่นคง

มีความสงบ เป็นพลัง ที่จะส่ง ต่อไปอีก

"ปัญญา" ผู้รู้ คือ จิตที่ว่าง เบาสบาย

รู้แจ้งแทงตลอด ตามความเป็นจริงอย่างไร

"วิมุติ" คือ จิตที่เข้าถึงความว่าง จากความว่าง

คือละความสบาย เหลือแต่ ความไม่มี ไม่เป็น

ไม่มีความคิด เหลืออยู่เลย..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:หลักธรรมที่แท้จริงคือ จิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

หลักธรรมที่แท้จริงคือ จิต

จิตของเราทุกคนนั่นแหละ คือหลักธรรมสูงสุดในจิตใจเรา

นอกจากนั้นแล้ว ไม่มีหลักธรรมใดๆ เลย ..

จิตนี้แหละ คือ หลักธรรม ซึ่งนอกไปจากนั้นแล้ว ก็ไม่ใช่จิต

แต่จิตนั้นโดยตัวมันเองก็ไม่ใช่จิต

ขอให้เลิกละการคิดและการอธิบายเสียให้หมดสิ้น เมื่อนั้น

เราอาจกล่าวได้ว่า คลองแห่งคำพูดได้ถูกตัดทอนไปแล้ว

พิษของจิตได้ถูกถอนขึ้นจนหมดสิ้น จิตในจิตก็จะเหลือแต่

ความบริสุทธิ์ ซึ่งมีอยู่ประจำแล้วทุกคน..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล..

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:อริยสัจจะแห่งจิต...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

"พิจารณาอุบายธรรมจากพระอาจารย์มั่น" ท่านเล่าว่า

ได้ตริตรองพิจารณาตามหัวข้อกัมมัฏฐานว่า

...“สพฺเพ สงฺขารา สพฺพสญฺญา อนตฺตา” ...

ที่ท่านพระอาจารย์มั่นให้มา ในเวลาต่อมาก็เกิดความ

สว่างไสวในใจชัดว่า เมื่อสังขารขันธ์ดับได้แล้ว ความเป็น

ตัวตนจักมีไม่ได้ เพราะไม่ได้เข้าไปเพื่อปรุงแต่ง ครั้งเมื่อ

ความปรุงแต่งขาดไป ความทุกข์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร และ

จับใจความอริยสัจจะแห่งจิตได้ว่า

๑. จิตที่ส่งออกนอก เพื่อรับสนองอารมณ์ทั้งสิ้น เป็นสมุทัย

๒. ผลเกิดจากจิตที่ส่งออกนอกแล้วหวั่นไหว เป็นทุกข์

๓. จิตเห็นอย่างแจ่มแจ้ง เป็นมรรค

๔. ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็นนิโรธ

"พระอาจารย์ดูลย์ อตุโล"

วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความรู้ที่ออกมาจากจิตที่สงบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



 เวลาภาวนา....อย่า...ส่งจิตออกนอก

ความรู้อะไรทั้งหลาย  ทั้งปวง...อย่า...ไปยึดความรู้ 

ที่เราเรียนกับตำหรับตำราหรือจากครูบาอาจารย์

อย่า...เอามายุ่งเลยให้ตัดอารมณ์ออกให้หมด

แล้วก็เวลาภาวนาไป ให้มันรู้... รู้...จากจิตของเรา

นั่นแหละ จิต  ของเราสงบ เราจะรู้เอง

ต้องภาวนาให้มาก ๆ เข้า เวลามันจะเป็น  จะเป็นของมันเอง

ความรู้อะไร ๆ ให้มันออกจาก...จิต มาจากจิตของเรา

ความรู้ที่ออกจากจิตที่สงบ นั่นแหละเป็นความรู้  ที่ลึกซึ้งถึงที่สุด

ให้มันรู้...ออกมาจากจิต นั่นแหละมันดีคือ...จิตมันสงบ

ทำจิต ให้เกิดอารมณ์ อันเดียว อย่า...ส่งจิตออกนอก

ให้จิต...อยู่...ในจิต  แล้วให้จิตภาวนาเอาเอง

ให้จิต...เป็นผู้บริกรรมพุทโธ  พุทโธ อยู่นั่นแหละ

แล้วพุทโธ  เราจะได้รู้จักว่า...พุทโธนั้น  เป็นอย่างไร แล้วรู้เอง

เท่านี้แหละ...ไม่มี  อะไรมากมาย.

(หลวงปู่ดูลย์   อตุโล)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สำรวมอายตนะ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


"การตั้งจิตมั่น ไม่ใช่การห้ามอายตนะ"

"การตั้งจิตตั้งมั่น คือ ตั้งจิตไม่ให้ปรุงไปกับสิ่งที่มากระทบกับอายตนะ"

"ตา"ไปกระทบกับ"รูป" เกิดจักษุวิญญาณคือ การเห็น - จะห้ามไม่ให้ตาเห็นรูป ไม่ได้

"หู"ไปกระทบ"เสียง" เกิดโสตวิญญาณคือ การได้ยิน - จะห้ามไม่ให้หูได้ยินเสียงไม่ได้

"จมูก"ไปกระทบกับ"กลิ่น" เกิดฆานวิญญาณคือการได้กลิ่น - จะห้ามไม่ให้จมูกรับกลิ่นไม่ได้

"ลิ้น" ไปกระทบกับ"รส"เกิดชิวหาวิญญาณคือการได้รส - จะห้ามไม่ให้ลิ้นรับรู้รสไม่ได้

"กาย" ไปกระทบกับ "โผฏฐัพพะ" เกิดกายวิญญาณคือกายสัมผัส - จะห้ามไม่ให้กายรับ

สัมผัสไม่ได้



"วิญญาณทั้ง ๕" อย่างนี้ เป็นกิริยาแฝงอยู่ในกายตามทวาร

ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆ ที่มากระทบ เป็น "ภาวะแห่งธรรมชาติ"

ของมันเป็นอยู่เช่นนั้น ก็แต่ว่า เมื่อจิตอาศัยทวารทั้ง ๕

เพื่อเชื่อมต่อ รับรู้เหตุการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบ แล้วส่ง

ไปยังสำนักงานจิตกลางเพื่อรับรู้ เราจะห้ามมิให้เกิด มี

เป็น เช่นนั้น ย่อมกระทำมิได้ การป้องกันทุกข์ที่จะเกิดจาก

ทวารทั้ง ๕ นั้น เราจะต้องสำรวมอินทรีย์ทั้ง ๕

ไม่เพลิดเพลินในอายตนะเหล่านั้น 

หากจำเป็นต้องอาศัยอายตนะทั้ง ๕ นั้น ประกอบการงานทางกาย ก็ควรจะกำหนดจิตให้ตั้ง

อยู่ในจิต เช่นเมื่อเห็นก็สักแต่ว่าเห็น ไม่คิดปรุง ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน ไม่คิดปรุง ดังนี้เป็นต้น

"พระอาจารย์ดูลย์ อตุโล"

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:จิตปรุงกิเลส หรือว่ากิเลสปรุงจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



“จิตปรุงกิเลส คือ การที่จิตบังคับให้กาย วาจา ใจ

กระทำสิ่งภายนอก ให้มี ให้เป็น ให้ดี ให้เลว

ให้เกิดวิบากได้ แล้วยึดติดอยู่ว่า นั่นเป็นตัว

นั่นเป็นตน ของเรา ของเขา

กิเลสปรุงจิต คือ การที่สิ่งภายนอกเข้ามาทำให้จิต

เป็นไปตามอำนาจของมัน แล้วยึดว่ามีตัว มีตนอยู่

สำคัญผิดจากความเป็นจริงอยู่ร่ำไป”

หลวงปู่ฝากไว้ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)

 

 

Select your language