แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:อิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

 ผู้หลงอยู่ก็เหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นผู้ฝันไปทั้งที่กำลังตื่นอยู่

เมื่อประสบโลกธรรม ธรรมสำหรับโลกอันเป็นอิฏฐารมณ์

อารมณ์ที่น่าปรารถนา เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

ก็ตื่นเต้น ยินดี

เมื่อประสบอนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา เช่น

เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ ก็ยินร้าย ฟุบแฟบ เสียใจ

เพราะรู้สึกว่าเป็นการได้การเสียจริงๆ เมื่อได้ก็ดีใจ เสียก็

เสียใจนี้ เป็นธรรมดาของสามัญชน

 แต่เมื่อพูดถึงในกระแสธรรมก็เรียกว่าเป็นความหลง นอกจากนี้ยังมีความสำคัญผิด 

เชื่อผิดต่างๆ ในเรื่องทั้งหลายซึ่งเป็นตัวความหลงอย่างชัดแจ้งอีกมาก 

ทุกคน เมื่อพิจารณาดูเหตุการณ์ที่ตนเอง

ประสบอยู่ก็ย่อมรู้ว่าได้เคยมีความเห็น 

ความเข้าใจ และความเชื่อผิดมาแล้วหลายสิ่งหลายอย่าง

ขณะไม่รู้ก็ย่อมเห็นว่าจริง ครั้นรู้แล้วจึงจะเปลี่ยนความเห็นได้ว่าไม่จริงเป็นความสำคัญผิด

เชื่อผิดของตัวเอง

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ชำระจิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...  

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม


กิเลสแปลว่า เครื่องเศร้าหมอง" 

ตรัสว่า "เป็นอาคันุกะ คือสิ่งที่จรมาอาศัย" 

เหมือนอย่างแขกคือผู้ที่มาหา 

"ไม่ใช่เจ้าของบ้านและที่เรียกว่าเครื่องเศร้าหมอง" 

ก็เพราะมาทำให้จิตใจที่ผุดผ่องอยู่โดยธรรมชาติต้องเศร้าหมอง 

"เหมือนอย่างผงธุลีที่ปลิวมาทำน้ำที่ใสสะอาดให้สกปรก"

เมื่อกิเลสไม่ใช่เป็นเจ้าของบ้าน "คือไม่ใช่ธาตุแท้หรือเนื้อแท้ของจิต เป็นเพียงสิ่งที่จรมาอาศัย" 

แม้จะอาศัยอยู่นานสักเท่าไร มาถือสิทธิครอบครองอย่างไร ก็คงไม่สามารถละลายธาตุแท้ของจิตได้ "

ฉะนั้น จึงอาจขัดเกลาชำระจิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมองทั้งปวงได้"

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: กรรมฐานเพื่อสมาธิ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการฟัง เพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนให้ปฏิบัติในสมาธิ

ตั้งจิตมั่นอยู่ในกุศลธรรมทั้งหลาย 

หัดน้อมจิตมาในกรรมฐานอันเป็นที่ตั้งของสมาธิที่เป็นกุศล

 อาการที่เป็นสมาธินั้นคืออาการที่จิตตั้ง และเมื่อตั้งมั่น 

ไม่ใช่ตั้งชนิดที่คลอนแคลน กวัดแกว่ง กลับกลอก 

แต่เป็นชนิดที่ตั้งมั่น ตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรมทั้งหลาย 

ซึ่งต้องอาศัยการปฏิบัติทำกรรมฐานเพื่อสมาธิ

และเมื่อทำบ่อยๆ เข้าแล้ว ก็จะทำให้จิตนี้ตั้งมั่นได้ดียิ่งขึ้น 

เพราะว่าน้อมมาบ่อยๆ จิตก็จะมีความคุ้นเคยอยู่ในกรรมฐาน ก็จะสละจากอารมณ์ที่เป็นฝ่ายกิเลสได้ 

มาเอากรรมฐานเป็นอารมณ์ มาดูดดื่มในกรรมฐาน และในการปฏิบัติกรรมฐานเพื่อสมาธินี้ 

เป็นทางพิจารณาก็มี เป็นทางที่ทำจิตรวมเข้ามาไม่พิจารณาก็มี จึงจะรู้ ที่พิจารณานั้นก็เช่นพิจารณากาย 

ให้เห็นว่าผมขนเล็บฟันหนังเป็นต้น ที่ยึดถือกันอยู่ว่าสวยงามน่ารักน่าชมสะอาด 

นั่นก็เป็นเพียงยึดในมายาของกาย จึงตรัสสอนให้พิจารณาละมายาเสีย มองเข้าไปเห็นสัจจะคือความจริง 

ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิกูลไม่สะอาดไม่งดงาม เพื่อดับกิเลสกองราคะ อันจะทำให้จิตสงบจากราคะ 

 และให้เจริญเมตตาแผ่จิตออกไป มุ่งให้บุคคลนั้นๆ สัตว์นั้นๆ โดยเจาะจง และโดยไม่เจาะจงเป็นสุข 

ก็เป็นเครื่องดับโทสะพยาบาท และกำหนดพิจารณาธาตุกรรมฐาน 

ซึ่งรวมกันอยู่เป็นก้อนนี้อันเป็นที่ยึดถือว่าเป็นตัวเราของเรา โดยตรัสสอนให้แยกธาตุออกไป 

ว่าสักแต่ว่าเป็นธาตุดินน้ำไฟลม หรือเติมอากาศ มาประกอบกันเข้า สักแต่ว่าเป็นธาตุ เมื่อ ธาตุสัญญา 

ความกำหนดหมายว่าเป็นธาตุปรากฏขึ้น อัตตสัญญา ความสำคัญหมายยึดถือว่าเป็นตัวเราของเราก็หายไป

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

https://pagoda.or.th/vajirananasamvara/2019-05-24-14-01-35-2.html

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความกตัญญูกตเวที

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 


ความกตัญญูกตเวทีมีคุณมาก 

อาจเป็นเครื่องป้องกันความเสื่อมทรามความชั่วร้าย 

ความไม่สวัสดีนานาประการได้จริง 

และนอกจากจะเป็นเครื่องป้องกันแล้ว

ยังเป็นเครื่องส่งเสริม ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง 

ความดีงาม ความสวัสดีทุกประการได้ด้วย 


ลองพิจารณาให้เห็น ความจริง ซึ่งไม่น่าจะยากจนเกินวิสัยของคนทั่วไป 

ผู้มีกตัญญูกตเวทีนั้น จะคิดจะพูดจะทำอะไรมีความกตัญญูกตเวทีคุ้มครองรักษา 

เพราะผู้มีความกตัญญูกตเวทีย่อมมุ่งดีต่อผู้มีพระคุณเต็มเปี่ยม จะไม่คิดไม่พูดไม่ทำอะไรก็ตามที่ไม่ดี 

เพราะจะเป็นการกระทบกระเทือนเป็นโทษถึงผู้มีพระคุณ 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:กรรมเก่า ที่ตั้งแห่งกรรมใหม่ ทั้งปวง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

อะไรคือกรรมเก่า ไม่มีอธิบายอื่น 

จะอธิบายอย่างมองเห็น เช่นพระพุทธาธิบายที่ตรัสไว้ ความว่า

"กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ มนะ (ใจเป็นประธาน)" 

กล่าวคือร่างกายที่ประกอบด้วยอายตนะทั้งหลายนี้แหละ

เป็นตัวกรรมเก่า เป็นกรรมเก่าที่ทุกๆ คน มองเห็น 

นอกจากนี้ ยังเป็นวัตถุที่ตั้งแห่งกรรมใหม่ ทั้งปวงอีกด้วย 

เพราะกรรมที่ทำขึ้นในปัจจุบัน จะเป็นกายกรรม วจีกรรม 

มโนกรรมก็ตาม ก็อาศัย กรรมเก่านี่แหละเป็นเครื่องมือกระทำ

ทั้งกรรมเก่านี้ ยังเป็นชนวนให้เกิดเจตนาที่ทำกรรมใหม่ๆ ทั้งหลาย ด้วย เพราะตา หู เป็นต้น

มิใช่ว่าจะมียอดเฉยๆ ต้องดู ต้องฟัง แล้วก็ก่อกิเลส เช่น ราคะ (ความติดความยินดี) โทสะ (ความขัดเคือง)

โมหะ (ความหลงใหล) ให้เกิดขึ้น ขณะที่ร่างกายเจริญในวัยหนุ่มสาว ซึ่ง กล่าวได้ว่า 

กรรมเก่ากำลังเติบโตเป็นหนุ่มสาว ตา หู ผัสสะเป็นต้น ก็ยิ่งเป็นสื่อแห่งราคะ โทสะ 

และเป็นสื่อแห่งกรรมต่างๆ ตามอำนาจของจิตใจ ที่กำลังละเลิงหลง จึงจำต้องมีการควบคุมปกครอง 

จะปล่อยเสียหาได้ไม่ 

ถ้าตนเองควบคุมตนเองได้ ก็เป็นวิเศษ ที่สุด 

แต่ถ้าควบคุมตนเองไม่ได้ ก็ต้องมีผู้ใหญ่ เช่น มารดาบิดาและผู้ใหญ่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ควบคุมให้อยู่ในระเบียบวินัยที่ดีงาม ให้เกิดความสำนึกว่า “เรานี้เกิดมาเพื่อทำความดี”

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

ความเข้าใจเรื่องชีวิต หน้า๕๕-๕๖

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: คิดหาเหตุผลมาชี้แจ้งกับตนเองจนใจปล่อยวาง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การพิจารณาว่าบุคคลใดหรือเรื่องใด ไม่ควรแก่ความนึกถึง 

ไม่ควรแก่ความสนใจ ก็อาจจะทำได้โดยการคิดว่าบุคคล 

ที่ทำเช่นนั้นพูดเช่นนั้นได้ ไม่ใช่คนดี เป็นคนไม่ดี คนไม่ดี 

จิตใจไม่ดี จะพูดอะไรก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ดี 

เราพูดเช่นนั้นไม่ได้ ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเราไม่เหมือนเขา 

เราไม่ใช่เป็นคนไม่ดีอย่างเขา คนอื่นๆ อีกมากมาย

ที่ไม่ใช่เป็นคนไม่ดีอย่างบุคคลนั้นก็มีอยู่ เราจะไปเสียเวลา

สนใจกับคนไม่ดีทำไม เขาจะพูดจะทำอะไรที่ไม่ดีก็ช่างเขา 

การให้ความสนใจในคนเช่นนั้นเสียเวลา เสียสิริมงคล

ถ้าคิดให้หนัก คิดให้แรง จะได้ผล คือจะเลิกใส่ใจบุคคลผู้พูดไม่ดีทำไม่ดีต่อตนนั้นได้ เช่นเดียวกัน 

เรื่องใดจะนำให้เกิด โลภะ โทสะ โมหะ ควรไม่ใส่ใจถึง ควรไม่นึกถึง 

ก็ให้คิดหาเหตุผลมาชี้แจ้งกับตนเองจนใจปล่อยวาง

เรื่องนั้นๆ ไม่ใส่ใจ ไม่นึกถึงอีก เช่นอาจจะคิดว่า เรื่องเล็กไม่สำคัญ ตัวเราสำคัญกว่าเป็นไหนๆ 

ควรจะสนใจเรื่องสำคัญกว่าเท่านั้น ถึงจะเป็นเรื่องกระทบกระเทือนเราบ้างก็ช่าง มันเล็กน้อย 

หรืออาจจะคิดไปถึงว่า สนใจเรื่องเช่นนั้น เสียเกียรติเปล่าๆ ก็ยังได้ คิดอย่างไรก็ตาม ถ้าสามารถทำให้

เลิกใส่ใจในเรื่องที่จะนำให้เกิดกิเลส ไม่เฉพาะโทสะเท่านั้น รวมทั้งโลภะ และโมหะด้วย 

นับว่าคิดถูกทั้งนั้น เพราะการเลิกใส่ใจเสียได้ในเรื่องหรืออารมณ์ที่จะนำให้เกิดโลภะ โทสะ โมหะ 

เท่ากับเป็นการไม่ส่งเสริมโลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งมีอยู่มากบ้างน้อยบ้างในจิตใจของสามัญชนทุกคน 

 เมื่อไม่เสริมก็ไม่แข็งแรงงอกงามเจริญ จะเสื่อมสิ้นลงไป เหมือนชีวิตไม่มีอาหารก็จะไม่อาจดำรงอยู่ได้

โลภ โกรธ หลง หรือโลภะ โทสะ โมหะ อ่อนแรงในผู้ใด ผู้นั้นจะอยู่เย็นเป็นสุข

ในทางตรงกันข้าม

โลภ โกรธ หลง หรือโลภะ โทสะ โมหะ รุนแรงในผู้ใด ผู้นั้นจะร้อนรนทนทุกข์

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ควบคุมความคิด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ต้นเหตุที่แท้จริงของโทสะ

ไม่ใช่อยู่ที่รูป ไม่ใช่อยู่ที่ตา

ไม่ใช่อยู่ที่เสียง ไม่ใช่อยู่ที่หู

มิใช่อยู่ที่เรื่อง มิใช่อยู่ที่การรู้เรื่อง

แต่อยู่ที่การคิดปรุงหรือปรุงคิด

ดังนั้นการควบคุมความคิดที่ถูกต้อง

มิให้เป็นเหตุนำให้เกิดโทสะ

จึงเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ เป็นการแก้ที่ได้ผล

อย่างแท้จริง

พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีควบคุมความคิด ให้อยู่ในอำนาจใจไว้ว่า ถ้ามีสติรู้ว่า กำลังคิดในเรื่องไม่ควรคิด 

ซึ่งเมื่อกำลังพูดถึงการแก้โทสะ ก็หมายความได้ถึง เรื่องที่จะทำให้โทสะเกิด 

หรือเกิดอยู่แล้วแต่น้อยให้เพิ่มมากขึ้น เมื่อมีสติรู้ว่ากำลังคิดเช่นนั้น ให้เปลี่ยนเรื่องคิดเสีย 

เช่น กำลังคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับนาย ก. กำลังเกิดโทสะเกี่ยวกับนาย ก. ก็ให้เปลี่ยนเป็นคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับ

นาย ข. เสีย โทสะที่กำลังจะเกิดเกี่ยวกับนาย ก. ก็จะดับไป แต่ถ้าเปลี่ยนเรื่องคิดเช่นนั้น 

ก็ยังคอยแต่จะย้อนกลับไปคิดเรื่องเก่าที่ก่อให้เกิดโทสะอยู่นั่นเอง 

ท่านให้พิจารณาโทษของความคิดเช่นนั้น คือ พิจารณาให้เห็นว่า การคิดเช่นนั้นทำให้จิตใจเร่าร้อน 

ไม่สบาย ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่คิดเช่นนั้นแล้วจะสบาย ตนเองได้ประโยชน์จากความสบายนั้น

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

พุทธวิธีควบคุมความคิด


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ถ้ามันจะเจ็บ...แล้วมันจะจบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้ามันจะเจ็บ...แล้วมันจะจบ ต้องเจ็บเท่าไร ก็ยอม แต่ถ้าค่อยๆเจ็บ แล้วค่อยๆทรมาน

ต่อไปอีกนานแสนนาน...(ฉันไม่ยอม)

 ความเสียใจทุกข์โศกเพียงใด

ก็หาอาจทำให้เปลี่ยนแปลงไปได้ไม่

นอกจากจะกลับสมหวังขึ้น ในความผิดหวังนั้นไม่ได้แล้ว

ถ้าปล่อยใจ ให้ทุกข์โศกมากเกินไป

ยังจะเป็นทางให้ความไม่สมหวังในเรื่องอื่นเกิดตามมาอีก

ได้มากมายเพราะความทุกข์จักทำให้กำลังใจอ่อน

สติปัญญาไม่แจ่มใส คิดอะไรก็จะเป็นไปอย่างมืดมน

จะแก้ไขอะไรก็ไม่ถูก จะหาทางดำเนินใหม่ก็ยากจะพบ

สมเด็จพระญาณสังฆราชเจ้า

กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

INDHAMMA:อันสังขารธรรมทั้งหลายล้วนแต่เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สมาธิจึงเปรียบเหมือนกับหินลับมีด 

ส่วนวิปัสสนานั้น เหมือนกับมีดที่ได้ลับกับหินคมดีแล้ว 

ย่อมมีอำนาจถากถางตัดฟันบรรดากิเลสทั้งหลายให้ขาด

และพังลงได้ อันสังขารธรรม 

ทั้งหลายนั้นล้วนแต่เป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ไม่ใช่ตัว 

ไม่ใช่ตน ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ตัวเราของเราแต่อย่างใด 

ทุกสรรพสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นแค่ดิน น้ำ ลม และไฟ 

มาประชุมรวมกันชั่วคราวตามเหตุตามปัจจัยเท่านั้น 

ในเมื่อจิตได้เห็นความเป็นจริงเช่นนี้แล้วจิตก็จะละคลายจากอุปาทาน คือ ความยึดมั่นถือมั่น 

โดยคลายกำหนัดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุขทั้งหลาย ความโลภ ความโกรธ 

และความหลงก็เบาบางลงไปตามลำดับปัญญาญาณจนหมดสิ้นจากกิเลสทั้งมวล 

บรรลุซึ่งพระอรหัตผล ฉะนั้น การที่จะเจริญวิปัสสนาภาวนาได้ 

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพยายามทำสมาธิให้ได้เสียก่อน หากทำสมาธิยังไม่ได้ 

ก็ไม่มีทางที่จะเกิดวิปัสสนาขึ้น 

สมาธิจึงเป็นเพียงบันไดขั้นต้นที่จะก้าวไปสู่การเจริญวิปัสสนาปัญญาเท่านั้น 

ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า "ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นานถึง ๑๐๐ ปี และไม่เสื่อม 

ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงที่ว่า สรรพสิ่งทั้งหลายอันเนื่องมาจากการปรุงแต่ง 

ล้วนแล้วแต่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็ตาม" ดังนี้

พระนิพนธ์  สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม





INDHAMMA:กรรมทุกอย่างให้ผลแน่ ไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

กรรมทุกอย่างให้ผลแน่ ไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา 

การส่งผลของกรรมดีและกรรมไม่ดีนั้น ข้ามภพข้ามชาติได้ 

กรรมในอดีตชาติส่งผลมาทันในปัจจุบันชาติก็มี 

ไปส่งถึงในอนาคตชาติก็มี 

แล้วแต่ผู้ทำกรรมจะสามารถหนีได้ไกลเท่าไร 

หรือหนีได้นานเท่าไร 

ก็คือแล้วแต่ว่าในปัจจุบันชาติผู้ทำกรรมแล้ว

ในอดีตชาติ จะสามารถทำจิตใจ 

ทำบุญทำกุศล หรือทำความดีได้มากเพียงไหน 

เป็นกรรมที่ใหญ่ยิ่งหนักหนา กว่ากรรมไม่ดีหรือไม่

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง

ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ " อภัยทาน "

แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

การให้อภัยทานก็คือ " การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาต

จองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู " 

ซึ่งได้บุญกุศลแรงและ สูงมากในฝ่ายทาน เพราะ

เป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อ " ละโทสะกิเลส "

และเป็นการเจริญ  " เมตตาพรหมวิหารธรรม "

อันเป็นพรหมวิหารข้อหนึ่งในพรหมวิหาร ๔ ให้เกิดขึ้น

อันพรหมวิหาร ๔ นั้น เป็นคุณธรรมที่เป็นองค์ธรรมของโยคีบุคคลที่บำเพ็ญฌานและวิปัสสนา

ผู้ที่ทรงพรหมวิหาร ๔ ได้ย่อมเป็นผู้ทรงฌาน ซึ่งเมื่อเมตตาพรหมวิหารธรรมได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อใด

ก็ย่อมละเสียได้ซึ่ง " พยาบาท " ผู้นั้นจึงจะสามารถให้อภัยทานได้ การให้อภัยทานจึงเป็นเรื่องที่

ละเอียดอ่อนและยากเย็น จึงจัดเป็นทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง..

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA::การให้ธรรมะที่แท้จริง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การให้ธรรมที่แท้จริง ย่อมหมายถึง

การทำตนเองของทุกคนให้มีธรรม  ให้ธรรม

ในตนปรากฏแก่คน ทั้งหลายโดยอัตโนมัติ

ไม่ต้องมีการแสดงออกเป็นการสั่งสอนด้วยวาจา

หรือเช่นด้วยการแสดงธรรมแบบพระธรรมเทศนา

ของพระ การสั่งสอนธรรมหรือให้ธรรม

ด้วยความประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองนั้น

มีความสำคัญเหนือกว่าการแจกหนังสือธรรม

เป็นอันมากด้วยซ้ำ

เพราะการประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ 

จนธรรมนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายกับใจ

นั่นแหละเป็นการแสดงธรรมให้ปรากฏแก่ผู้รู้ผู้เห็นทั้งหลายทั้งปวง 

และจะต้องได้ผลมากกว่าการให้ธรรมที่เป็นข้อเขียนในหน้าหนังสือ"

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวิชรญาณสังวร

INDHAMMA:ผลลัพธ์ของการทำความดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

คนโดยมากเข้าใจผิดในผลของความดี

คือมักเข้าใจผลพลอยได้ว่าเป็นผลโดยตรง

และมักมุ่งผลพลอยได้เป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อไม่ได้ผลเป็นวัตถุจากการทำความดี

ก็บ่นว่าทำดีไม่เห็นจะได้อะไร

เป็นเพราะไม่เข้าใจว่า

ผลของความดีคือความหลุดพ้น...

100 ข้อธรรม 100 ปี

สมเด็จพระสังฆราชแห่งสยาม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

INDHAMMA:เรื่องที่ไม่ควรลืม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความลืมตัวเป็นความขาดสติ

อันความลืมที่สำคัญมาก คือ ความลืมตัว

เพราะเมื่อลืมตัวไปเสียอย่างเดียวก็ชื่อว่า

ลืมข้ออื่นๆ ไปด้วยอีกมากมาย

และเพราะลืมตัว

จึงทำให้สำคัญตนผิดเป็นต้น ดังได้กล่าวมาแล้ว

ความลืมตัวเป็นความขาดสติ ที่จะระลึกได้ว่า

ตนเป็นอะไรอย่างไรตามที่เป็นอยู่

"๑๐๑ ญาณทรรศน์"

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 

INDHAMMA:ผู้ที่ช่วยตนเองให้พ้นทุกข์ได้นั้น ย่อมสามารถช่วยผู้อื่นไปพร้อมกันด้วย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


การพยายามช่วยเหลือตนเองให้พ้นทุกข์ 

ด้วยการปฏิบัติตามที่พระพุทธองค์ทรงสอน 

นับได้ว่าเป็นการกรุณาตนเอง และเป็นการกรุณาผู้อื่นอีกด้วย

พระพุทธองค์ทรงมีพระมหากรุณาต่อสัตว์โลก 

จึงได้ทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า 

ผู้มีกรุณาต่อตนเอง 

ต้องพากเพียรพยายามปฏิบัติตามที่ทรงสอนให้จริงจัง 

จึงจะประสบความสำเร็จ ช่วยตนเองให้พ้นทุกข์ได้

ผู้ที่ช่วยตนเองให้พ้นทุกข์ได้นั้น ย่อมสามารถช่วยผู้อื่นไปพร้อมกันด้วย 

ให้ผู้อื่นได้พลอยมีส่วนแห่งความร่มเย็นเป็นสุขด้วย 

เพราะผู้ไม่มีทุกข์เพียงไร คือ ผู้ไกลจากกิเลสเพียงนั้น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ไกลจากใจเพียงนั้น

อันผู้มีความโลภ ความโกรธ ความหลงบางเบา คือ ผู้ให้โทษผู้อื่นบางเบาด้วย

นั่นก็คือ ไม่มีความร้อนของกิเลสแผดเผาจิตใจตนเองให้ร้อน

ความร้อนนั้นเข้าใกล้ผู้ใด ย่อมทำให้ผู้นั้นร้อนแน่ ไม่ร้อนแต่เพียงตัวเองเท่านั้น

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

https://www.openbase.in.th/node/3003

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ฝึก...ปฏิบัติ...อบรมจิต...3...ฝึกแล้วนำความสุขมาให้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 "ความฝึกจิตที่ข่มยาก ไว มีปรกติตกไปตามความใคร่

เป็นการดีเพราะว่าจิตที่ฝึกแล้วนำความสุขมาให้”

ในพระพุทธภาษิตบทนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง

แสดงว่า จิตที่ฝึกแล้วนำความสุขมาให้

การฝึกจิตจึงเป็นการดี ปรกตินั้นจิตเป็นสิ่งที่ข่มยาก

แต่ก็ข่มได้ เบา ไว อ่อนไหว ไปตาม อารมณ์ต่างๆ

ง่าย แต่ด้วยการข่มการฝึก ก็สามารถทำให้หนักแน่น

มั่นคงสม่ำเสมอได้ และแม้มีปรกติตกไปตามใคร่

คือ ยินดีพอใจในสิ่งที่ น่าใคร่น่าปรารถนาพอใจ 

แต่ด้วยการข่มการฝึก ก็สามารถทำให้ละความยินดีพอใจนั้นได้ เมื่อจิตได้รับการข่ม การฝึกแล้ว

ให้ไม่อ่อนไหว เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ต่างๆ โดยง่าย และให้ละความยินดีพอใจในสิ่งที่ น่าใคร่

น่าปรารถนา พอใจได้ จิตก็จะเป็นจิตที่เป็นสุข และนี้แลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า

จิตที่ฝึกแล้ว นำความสุขมาให้

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...เพื่อความอดทน...ให้ทนได้ทุกที

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"สีลสมาธิคุณานํ ขนฺติ ปธานการณํ สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต"

พระพุทธศาสนสุภาษิต บทนี้แปลความว่า

"ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญ"

"เพราะขันติเท่านั้น"

 "ขันติ" ความอดทนความทนทาน อย่างสามัญ อย่างสามัญ

ที่มีความอดกลั้นเป็นลักษณะ เรียกว่า "อธิวาสนขันติ"

ขันติคือความอดกลั้น เช่น ทนตรากตรำต่อ หนาว ร้อน หิว

กระหาย เป็นต้น ทนลำบากต่อทุกขเวทนาในเวลาเจ็บไข้ได้

ป่วย ทนต่อความเจ็บใจ ต่อถ้อยคำ จาบจ้วงล่วงเกิน

เพราะสิ่งที่อดทนเหล่านี้มีเกิดขึ้นอยู่ที่กาย ใจ ปรากฎมีหนาว

ร้อน หิว กระหาย มีทุกขเวทนา มีความเจ็บใจ จึงอดกลั้นไว้

หนาว ร้อน หิว กระหาย 

ก็อดทนอดกลั้น ตามที่ควรอดทนอดกลั้น

เจ็บปวดก็อดทนอดกลั้นไม่ร้องทุรนทุราย เจ็บใจก็อดทนอดกลั้น กลั้นทนอด

ไม่แสดงอาการโกรธร้ายแรงทางกาย วาจา

อดกลั้นให้อยู่ในใจและพิจารณาระบายออก ทำให้ผ่อนคลาย ไม่ให้เครียด ให้สงบ ใจจึงแจ่มใส

แช่มชื่น กายก็สงบเป็นปกติ อาการดังนี้เรียกว่า "โสรัจจะ" ที่แปลว่าความเสงี่ยมคือสงบปกติ

   "ขันติที่สมบูรณ์จึงต้องมีโสรัจจะประกอบอยู่ด้วย" การหัดอดกลั้นและทำใจให้สงบ เป็นปกติใน

เวลาต้องอนิฏฐารมณ์ คือเรื่องที่ไม่ชอบ ย่อมยากในตอนแรก แต่เมื่อหัดปฏิบัติบ่อยเข้า

ก็จะง่ายขึ้น จนถึงทำจิตให้สงบเป็นปกติได้ มีอาการมั่นคง มีอารมณ์อะไรมากระทบกระทั่งก็

ไม่กระเทือน ขันติก็เลื่อนขึ้นเป็นมีความทนทานเป็นลักษณะ เรียกว่า "ตีติกขาขันติ"

ขันติคือ ความทนทาน ดังที่ตรัสไว้ในโอวาทปาฎิโมกข์ว่า

"ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา" ขันติ คือความทนทานเป็นตบะอย่างยิ่ง

"ขันติเป็นอลังการวิเศษ"อำนวยผลแก่ผู้ที่มีอยู่ทุกคน เพราะผู้ที่มีจิตใจเข็มแข้งอดทนสงบอยู่

เป็นปกติ ทนทานได้ทุกสถานการณ์ ย่อมชื่อว่าได้ที่ตั้งรับอันมั่นคง เป็นผู้ชนะในขั้นที่ตั้งรับแล้ว

ทำให้สามารถปฎิบัติกิจหน้าที่ให้สำเร็จ .. "

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

เจ็บและช้ำมากี่ครั้ง พลาดและพลั้งมากี่หน

หากจะเป็นเธออีกซักคน มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไร

หากเธอคิดทำอย่างนั้น หากเธอทิ้งกันก็คงตามใจ

เจ็บยังไงคงไม่ตาย เพราะฉันต้องอยู่อีกนาน

หากจะตายก็ตายไปแล้ว เจ็บอีกทีจะซักเท่าไร

ใจมันเจ็บมาแล้วกี่ครั้ง จะช้ำแค่ไหนไม่เห็นมันตายซักที

หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว แต่ก็ทนมาได้ทุกที

ใจมันแกร่งและพร้อม จะรับคราวนี้ฉันคงไม่ตาย

หากเธอคิดทำอย่างนั้น หากเธอทิ้งกันก็คงตามใจ

เจ็บยังไงคงไม่ตาย เพราะฉันต้องอยู่อีกนาน

หากจะตายก็ตายไปแล้ว เจ็บอีกทีจะซักเท่าไร (เท่าไร)

ใจมันเจ็บมาแล้วกี่ครั้ง จะช้ำแค่ไหนไม่เห็นมันตายซักที

หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว แต่ก็ทนมาได้ทุกที (ทุกที)

ใจมันแกร่งและพร้อม จะรับคราวนี้ฉันคงไม่ตาย

ใจมันแกร่งและพร้อม จะรับคราวนี้ฉันคงไม่ตาย

INDHAMMA:ความมีจิตเย็นสนิทด้วยความปรารถนาสุขแก่ผู้อื่นสัตว์อื่น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมตตา  ความมีจิตเย็นสนิทด้วยความปรารถนาสุขแก่ผู้อื่นสัตว์อื่น 

เป็นความรักที่เย็นสนิท ไม่ใช่ร้อนรน 

เหมือนอย่างมารดาบิดารักบุตรธิดา

ถ้าได้อบรมเมตตาให้มีประจำจิตใจ ก็จะเป็นอาหารใจที่วิเศษ 

เพราะเมื่อใจได้บริโภคเมตตาอยู่เสมอ 

จะเป็นจิตใจที่ระงับโทสะพยาบาท 

มีความสุขเย็นทำให้ ร่างกายมีความสุขเย็นไปด้วย 

ได้ในคำว่า ทำใจให้สบาย ร่างกายก็สบาย 

แม้จะขาดวัตถุไปมากหรือน้อยก็ไม่เป็นทุกข์

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

https://ethics.nso.go.th/index.php/moral/29-100

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


INDHAMMA:ไม่มีอะไรดีที่สุด...เท่าปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 คนสามัญนั้นรักกิเลส รักราคะ รักโลภะ

รักโทสะ รักโมหะ เป็นกิเลสซ้อนกิเลส

เพราะมิได้หัดข่มจิต แต่ให้กิเลสเป็นฝ่ายข่มเหงจิต

ข่มขู่จิต ให้กิเลสเองเป็นฝ่ายรังแกจิต

ซ้ำกลับรักกิเลสซึ่งเป็นผู้ข่มเหง เป็นผู้รังแกอีกด้วย

พระพุทธองค์จึงสอนให้กลับมาเป็นฝ่ายฝึกจิต

ข่มจิต คือ ข่มเหงกิเลส ข่มกิเลสเสียบ้าง

และเครื่องมือที่จะปฏิบัติในการข่มเหงกิเลส

หรือ ข่มกิเลสนั้น ไม่มีอะไรดีที่สุดเท่าปัญญา

คือ ความรู้ทั่วถึงความจริง...

  สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:อบรมมุทิตาที่มีอยู่เป็นพื้นในจิตใจของตนนี้แหละ แผ่ขยายให้กว้างออกไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อันมุทิตานี้มิใช่ว่าจะไม่มีในสันดานของมนุษย์ เช่นเมตตากรุณาก็เหมือนกันไม่ใช่ว่าจะไม่มี 

แต่ว่ามีอยู่ในส่วนอันคับแคบ ตั้งต้นแต่มีอยู่ในความสุขความเจริญของตน 

เมื่อตนเองได้รับสุขสมบัติ ได้รับความสำเร็จที่ต้องการต่างๆ ตนเองก็ย่อมจะมีความยินดี มีความบันเทิง

สุขในความสุขความเจริญของตน ในความสำเร็จของตน เช่นผู้ที่เป็นนักเรียนสอบไล่ สอบไล่ได้

ก็มีความยินดี ผู้ที่ทำการงานได้งานที่ต้องการ ได้ยศได้ลาภก็มีความยินดีบันเทิงใจ นี้คือมุทิตาต่อตัวเอง 

 แต่นอกจากนี้ก็ยังมีมุทิตาต่อบุคคลซึ่งเป็นที่รักของตน เช่นในบุตรธิดา ในบุคคลที่เป็นที่รักทั้งหลาย 

เมื่อบุคคลที่เป็นที่รักได้รับความสุขความเจริญ ก็มีความบันเทิงใจยินดีด้วย 

เพราะฉะนั้น อาการที่เรียกว่ามุทิตานี้จึงมีอยู่ในสันดานของคนดังกล่าว ไม่ใช่ไม่มี 

พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสสอนให้อบรมมุทิตา 

ที่มีอยู่เป็นพื้นในจิตใจของตนนี้แหละ 

แผ่ขยายให้กว้างออกไป

ซึ่งทีแรกท่านก็สอนให้แผ่ไปในบุคคลที่เป็นที่รักก่อน 

ตั้งจิตให้เขาได้รับความสุขความเจริญประสบความสำเร็จ 

เมื่อเขาได้รับประสบสุขสมบัติ ได้รับความสำเร็จ ก็บันเทิงยินดี 

ซึ่งทำได้ง่ายอยู่แล้ว จากนั้นก็ตรัสสอนให้แผ่ไปในบุคคล

ที่เป็นกลางๆ 

เมื่อทำได้ก็สอนให้แผ่ไปในบุคคลที่เป็นศัตรู หรือที่ไม่ชอบกัน เมื่อบุคคลที่เป็นกลางๆ 

หรือแม้ที่เป็นศัตรูที่ไม่ชอบกันได้ความสุขความเจริญ ก็แผ่ใจออกไปให้เขา 

พลอยยินดีในความสุขความเจริญของเขา เป็นเครื่องกำจัดอิสสาคือความริษยา

หากว่าได้ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน คืออบรมมุทิตาจิตนี้ให้บังเกิดขึ้น 

ยินดีพอใจในความสุขความเจริญของผู้อื่น ตลอดจนถึงในงานการที่เป็นประโยชน์ของผู้อื่น 

ที่จะทำให้ผู้ที่ปฏิบัติการงานที่เป็นประโยชน์นั้น ได้ประสบความสำเร็จในการที่จะปฏิบัติการงาน 

โดยไม่ต้องกลัวว่าท่านผู้ที่ทำประโยชน์นั้นจะได้ชื่อได้เสียงได้เกียรติยศ ได้ลาภได้ผล 

อันจะทำให้ตนเองต้องตกต่ำ ตัดความคิดที่ผิดความปรารถนาที่ผิดดั่งนี้เสีย เรียกว่ามุ่งสนับสนุนคนดี 

สนับสนุนความดี สนับสนุนความสุขความเจริญของใครๆ ก็จะทำให้หมู่ชนเรานี้ได้มีคนดีมีสติปัญญา

มีความสามารถที่จะทำดีต่างๆ สามารถที่จะทำดีต่างๆ เพื่อความสุขความเจริญต่างๆ ได้ 

ทั้งแก่ตนเองทั้งแก่ส่วนรวม

 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

https://pagoda.or.th/vajirananasamvara/2019-05-24-14-00-57-3.html

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language