พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
อันมุทิตานี้มิใช่ว่าจะไม่มีในสันดานของมนุษย์ เช่นเมตตากรุณาก็เหมือนกันไม่ใช่ว่าจะไม่มี
แต่ว่ามีอยู่ในส่วนอันคับแคบ ตั้งต้นแต่มีอยู่ในความสุขความเจริญของตน
เมื่อตนเองได้รับสุขสมบัติ ได้รับความสำเร็จที่ต้องการต่างๆ ตนเองก็ย่อมจะมีความยินดี มีความบันเทิง
สุขในความสุขความเจริญของตน ในความสำเร็จของตน เช่นผู้ที่เป็นนักเรียนสอบไล่ สอบไล่ได้
ก็มีความยินดี ผู้ที่ทำการงานได้งานที่ต้องการ ได้ยศได้ลาภก็มีความยินดีบันเทิงใจ นี้คือมุทิตาต่อตัวเอง
แต่นอกจากนี้ก็ยังมีมุทิตาต่อบุคคลซึ่งเป็นที่รักของตน เช่นในบุตรธิดา ในบุคคลที่เป็นที่รักทั้งหลาย
เมื่อบุคคลที่เป็นที่รักได้รับความสุขความเจริญ ก็มีความบันเทิงใจยินดีด้วย
เพราะฉะนั้น อาการที่เรียกว่ามุทิตานี้จึงมีอยู่ในสันดานของคนดังกล่าว ไม่ใช่ไม่มี
เมื่อทำได้ก็สอนให้แผ่ไปในบุคคลที่เป็นศัตรู หรือที่ไม่ชอบกัน เมื่อบุคคลที่เป็นกลางๆ
หรือแม้ที่เป็นศัตรูที่ไม่ชอบกันได้ความสุขความเจริญ ก็แผ่ใจออกไปให้เขา
พลอยยินดีในความสุขความเจริญของเขา เป็นเครื่องกำจัดอิสสาคือความริษยา
หากว่าได้ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน คืออบรมมุทิตาจิตนี้ให้บังเกิดขึ้น
ยินดีพอใจในความสุขความเจริญของผู้อื่น ตลอดจนถึงในงานการที่เป็นประโยชน์ของผู้อื่น
ที่จะทำให้ผู้ที่ปฏิบัติการงานที่เป็นประโยชน์นั้น ได้ประสบความสำเร็จในการที่จะปฏิบัติการงาน
โดยไม่ต้องกลัวว่าท่านผู้ที่ทำประโยชน์นั้นจะได้ชื่อได้เสียงได้เกียรติยศ ได้ลาภได้ผล
อันจะทำให้ตนเองต้องตกต่ำ ตัดความคิดที่ผิดความปรารถนาที่ผิดดั่งนี้เสีย เรียกว่ามุ่งสนับสนุนคนดี
สนับสนุนความดี สนับสนุนความสุขความเจริญของใครๆ ก็จะทำให้หมู่ชนเรานี้ได้มีคนดีมีสติปัญญา
มีความสามารถที่จะทำดีต่างๆ สามารถที่จะทำดีต่างๆ เพื่อความสุขความเจริญต่างๆ ได้
ทั้งแก่ตนเองทั้งแก่ส่วนรวม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
https://pagoda.or.th/vajirananasamvara/2019-05-24-14-00-57-3.html
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก
#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น