แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระลึกได้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระลึกได้ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:การระลึกได้ในเรื่องกายและใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราอาจจำได้หลายเรื่อง ไม่ลืมอะไรอีกมากมาย 

รวมทั้งไม่ลืมตัว ไม่ลืมตัวในที่นี้แปลว่าอะไร 

คนที่ได้ดิบได้ดีแล้วไม่ลืมตัวว่า ตัวเองเคยเป็นลูกชาวนา 

ไม่ลืมกำพืดเดิม ไม่หลงตัว อันนี้เรียกว่ามีสติได้เหมือนกัน 

ไม่ว่าจะเป็นใหญ่แค่ไหน ก็ยังมีสติระลึกได้ว่า 

เคยเป็นคนยากคนจน ไม่เป็นวัวลืมตีน 

นี่ก็เป็นความระลึกได้อย่างหนึ่ง 

ความไม่ลืมตัวนี้ ทำให้เราอ่อนน้อมถ่อมตน 

เปรียบเหมือนกับต้นข้าว ยิ่งมีรวงมากเท่าไหร่ 

ยิ่งอ่อนน้อมจนโค้งลงมาสู่ดิน 

นั่นเป็นตัวอย่างของความอ่อนน้อมถ่อมตน

เพราะไม่ลืมตัว คือกลับคืนสู่ดิน แต่ยังมีความไม่ลืมตัวบางอย่าง ที่ละเอียดกว่านั้น เช่น เวลาเราโกรธ 

พูดจารุนแรง เกือบจะด่า หรือใช้กำปั้นทุบตีเขา ยังไม่ทันทำ ก็รู้ตัวขึ้นมา ทำให้ไม่ลืมตัว จนทำสิ่งแย่ๆ 

ออกไป อย่างนี้คือความไม่ลืมตัวที่สำคัญมาก ทำให้เราไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ 

สติที่หมายถึงความไม่ลืมตัว จนเป็นทาสอารมณ์ ทำให้รู้ทันอารมณ์ 

สติแบบนี้แหละ ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติ เป็นการระลึกได้ในเรื่องกายและใจ 

ไม่ใช่ระลึกได้ในเรื่องนอกตัว … 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เรื่องที่ไม่ควรลืม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความลืมตัวเป็นความขาดสติ

อันความลืมที่สำคัญมาก คือ ความลืมตัว

เพราะเมื่อลืมตัวไปเสียอย่างเดียวก็ชื่อว่า

ลืมข้ออื่นๆ ไปด้วยอีกมากมาย

และเพราะลืมตัว

จึงทำให้สำคัญตนผิดเป็นต้น ดังได้กล่าวมาแล้ว

ความลืมตัวเป็นความขาดสติ ที่จะระลึกได้ว่า

ตนเป็นอะไรอย่างไรตามที่เป็นอยู่

"๑๐๑ ญาณทรรศน์"

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 

INDHAMMA:ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อยู่ในวัด นอกวัด ที่ไหนๆ ก็ปฏิบัติภาวนาได้ 

“ภาวนาไม่ใช่ว่าจะไปนั่งหลับตาภาวนา บางคนก็มาวัดทุกวัน วันพระก็มานั่งหลับตาภาวนา 

พอกลับไปบ้านทิ้งเลย ทะเลาะกับลูกกับผัว ทะเลาะกับใครต่อใคร เขาเข้าใจว่าเวลานั้น 

เขาออกจากการภาวนาแล้ว เมื่อจะภาวนาก็มานั่งหลับตาเอาบุญ 

พอออกไปแล้วบุญไม่ไปด้วย เอาแต่บาปไปเท่านั้น ไม่อดไม่กลั้น 

ไม่ประพฤติธรรมไม่ปฏิบัติธรรม อะไรต่ออะไรหลายๆอย่าง

ความเป็นจริง การประพฤติการปฏิบัติภาวนานี้

เมื่อไรก็ตามเถอะ จะอยู่ในวัดก็ตาม นอกวัดก็ตาม 

เหมือนกับเราได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆ 

เมื่อเราเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆแล้ว 

เราเรียนหนังสืออ่านหนังสือได้ในโรงเรียนแล้ว 

แล้วจะไปอ่านอยู่ที่บ้านก็ได้ จะอ่านอยู่ในทุ่งในป่าก็ได้ 

จะอ่านในที่ชุมชนก็ได้ อ่านคนเดียวก็ได้ อ่านที่ไหนก็ได้ 

ถ้าเราเข้าใจดีแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะอ่านหนังสือจะต้องวิ่งมาโรงเรียน

ถึงจะอ่านหนังสือได้ ไม่ใช่อย่างนั้น การภาวนานี้ก็เหมือนกัน ฉันนั้น

เมื่อเรามีปัญญาแล้ว มันจะไปในทุ่งก็ดี จะเข้าไปในป่าก็ดี อยู่ในคนจำนวนมากก็ดี 

อยู่ในคนจำนวนน้อยก็ดี จะถูกนินทาก็ดี จะถูกสรรเสริญก็ดี เป็นต้น 

ก็มีความรอบรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าคนที่ภาวนา 

ให้มันรู้เท่าอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เช่นนี้ ก็เรียกว่าเราสบายแล้ว 

นี่เรียกว่าคนภาวนาเป็น มีอารมณ์เป็นอันเดียว 

ภาวนา ก็คือ รู้ให้ทั่วถึง รู้รอบคอบนั่นเอง 

ท่านจึงให้เป็นผู้มีสติความระลึกได้ เป็นคนมีสัมปชัญญะความรู้ตัว เป็นผู้มีปัญญา 

มีความรอบคอบในการยืน การเดิน การนั่ง การนอน สามารถจะมองเห็นความบกพร่อง 

ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจอยู่ทุกเวลา นั่นเรียกว่าคนภาวนา 

ถ้าเรารู้เสมอเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรจะมากระทบกระทั่งเราได้ จิตใจก็สบาย ราบรื่นอยู่เสมอ 

นั่นเรียกว่าจิตเป็นปกติ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา : หนังสือ “อุปลมณี” หน้า ๔๙๐-๔๙๑

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:สอนตัวของเราให้เรามีสติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าหากว่า เราเผลอไปนาทีหนึ่ง ก็เป็นบ้านาทีหนึ่ง

เราไม่มีสติสองนาที เราก็เป็นบ้าสองนาที

ถ้าไม่มีสติครึ่งวัน เราก็เป็นบ้าอยู่ครึ่งวัน เป็นอย่างนี้

สตินี้ ..คือความระลึกได้ เมื่อเราจะพูดอะไร ทำอะไร

ต้องรู้ตัวเราทำอยู่ เราก็รู้ตัวอยู่ ระลึกได้อยู่

อย่างนี้คล้ายๆกับเราขายของอยู่ในบ้านเรา

เราก็ดูของของเราอยู่ คนจะเข้ามาซื้อของ

หรือขโมยของของเรา ถ้าเราสะกดรอย มันอยู่เสมอ

เราก็รู้เรื่องว่าคนๆนี้ มันมาทำไม เราจับอาวุธ

ของเราไว้อยู่อย่างนี้ คือเรามองเห็นพอขโมยมันเห็นเรา

มันก็ไม่กล้าจะทำเรา

อารมณ์ก็เหมือนกัน  ถ้ามีสติรู้อยู่ มันจะทำอะไรเราไม่ได้ อารมณ์มันจะทำให้เรา ดีใจอยู่อย่างนี้ตลอดไป

ไม่ได้ มันไม่แน่นอนหรอก เดี๋ยวมันก็หายไป จะไปยึดมั่นถือมั่นทำไม อันนี้ฉันไม่ชอบ อันนี้ก็ไม่แน่นอน

หรอก ถ้าอย่างนี้ อารมณ์นั้น ก็เป็นโมฆะเท่านั้น .. เราสอนตัวของเราอยู่ เรามีสติอย่างนี้เราก็รักษาอย่างนี้

เรื่อยๆไป ตอนกลางวัน ตอนกลางคืน ตอนไหนๆก็ตาม..

หลวงปู่ชา สุภัทโท..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

Dhamma together:ตั้งสติอยู่ที่ตา ที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ตั้งสติอยู่ที่ตา ที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจ หรือโดยตรง

ก็คือที่ใจนี้เอง มีสติคุมอยู่ ในขณะที่เห็นรูป อะไรก็ตาม

ได้ยินอะไรก็ตาม ได้ทราบกลิ่น ทราบรส ทราบโผฏฐัพพะ

อะไรก็ตาม ได้คิดรู้เรื่องราวอะไรก็ตาม ก็มีสติกำหนดอยู่

และมีความรู้ อยู่ในขณะ ที่เห็นอะไร ได้ยินอะไร เป็นต้นนั้น

อันเป็นความรู้ตัว ซึ่งท่านแยกเรียกว่า

สติระลึกได้ สัมปชัญญะรู้ตัว..

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language