แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ชา สุภ้ทโท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ชา สุภ้ทโท แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:กรรมฐานที่ทำให้เกิดปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"..วิปัสสนากรรมฐานเป็นกรรมฐานที่ทำให้เกิดปัญญา

มันไม่มาก มีอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ให้ว่าไปเถอะ

เขี่ยมันออกไปเสีย เรื่องมันไม่เที่ยง

อะไรเกิดขึ้นมาก็สอบอารมณ์เจ้าของ

ดีนี่ก็ไม่แน่ ชั่วนี้ก็ไม่แน่นะ

ได้มานี่ก็ไม่แน่นะ เสียไปนี่ก็ไม่แน่นะ เขี่ยไปเขี่ยมาอย่างนี้

สักวันหนึ่งมันจะเกิดความแน่ขึ้นมา

นี่แหละทำให้ปัญญาเกิดแหละ..."

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา ทางให้เกิดปัญญา

ประโยชน์ของการฝึกวิปัสสนา:

ฝึกใจให้สงบ - ช่วยลดความฟุ้งซ่านและความเครียด

เกิดปัญญา - เข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง และรู้จักปล่อยวาง

รับมือกับทุกสถานการณ์ - ไม่ยึดติดกับเรื่องดีหรือเรื่องร้าย

สรุป:วิปัสสนากรรมฐานไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิ แต่เป็นการฝึกใจให้เห็นความจริงของชีวิต 

เมื่อเราปล่อยวางได้ ปัญญาก็จะเกิดขึ้นเอง และเราจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบและเป็นสุขมากขึ้น

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:มีสติในทุกอิริยาบท

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"จงพยายามมีสติ และปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไปตามปกติ 

ไม่จำเป็นต้องนั่งภาวนา​ นานนับ​เป็นหลายชั่วโมง 

บางคนคิดว่า​ ยิ่งนั่งภาวนานานเท่าใด 

ก็ยิ่งจะเกิดปัญญามากเท่านั้น​

ปัญญาที่แท้เกิดจากการที่เรามีสติ ในทุกๆ อิริยาบท 

การฝึกปฏิบัติของท่าน​ต้องเริ่มขึ้นทันที

ที่ท่านตื่นนอนตอนเช้า​ 

และ ต้องปฏิบัติให้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งนอนหลับไป

จงพยายามมีสติ และปล่อยทุกสิ่ง ให้เป็นไปตามปกติของมัน​แล้วจิตของท่านก็จะสงบมากขึ้น

ในสิ่งแวดล้อมทั้งปวง มันจะสงบนิ่ง...เหมือนหนองน้ำใสในป่า ที่บรรดาสัตว์ป่าสวยงาม และหายาก 

จะมาดื่มน้ำในสระนั้น ท่านจะได้เห็นความมหัศจรรย์ และ แปลกประหลาดทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไป

​แต่ท่านก็จะสงบอยู่เช่นเดิม​ปัญหาทั้งหลายจะบังเกิดขึ้น​ ท่านจะรู้ทันมันได้ทันที​นี่แหละคือ...

ศานติสุข​ของพระพุทธเจ้า." 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

​วัด​หนอง​ป่า​พง​ อ.วารินชำราบ จ.อุบล​ราชธานี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


INDHAMMA:ปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไปตามปกติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จงพยายามมีสติ และปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไปตามปกติ 

ไม่จำเป็นต้องนั่งภาวนา นานนับเป็นหลายชั่วโมง 

บางคนคิดว่า ยิ่งนั่งภาวนานานเท่าใด 

ก็ยิ่งจะเกิดปัญญามากเท่านั้น 

ปัญญาที่แท้เกิดจากการที่เรามีสติ ในทุกๆ อิริยาบท 

การฝึกปฏิบัติของท่าน 

ต้องเริ่มขึ้นทันทีที่ท่านตื่นนอนตอนเช้า และ 

ต้องปฏิบัติให้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งนอนหลับไป

จงพยายามมีสติ และปล่อยทุกสิ่ง ให้เป็นไปตามปกติของมัน แล้วจิตของท่านก็จะสงบมากขึ้น

ในสิ่งแวดล้อมทั้งปวง มันจะสงบนิ่ง...เหมือนหนองน้ำใสในป่า ที่บรรดาสัตว์ป่าสวยงาม 

และหายาก จะมาดื่มน้ำในสระนั้น ท่านจะได้เห็นความมหัศจรรย์ และ 

แปลกประหลาดทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไป แต่ท่านก็จะสงบอยู่เช่นเดิม 

ปัญหาทั้งหลายจะบังเกิดขึ้น ท่านจะรู้ทันมันได้ทันที นี่แหละคือ...ศานติสุขของพระพุทธเจ้า." 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อยู่ในวัด นอกวัด ที่ไหนๆ ก็ปฏิบัติภาวนาได้ 

“ภาวนาไม่ใช่ว่าจะไปนั่งหลับตาภาวนา บางคนก็มาวัดทุกวัน วันพระก็มานั่งหลับตาภาวนา 

พอกลับไปบ้านทิ้งเลย ทะเลาะกับลูกกับผัว ทะเลาะกับใครต่อใคร เขาเข้าใจว่าเวลานั้น 

เขาออกจากการภาวนาแล้ว เมื่อจะภาวนาก็มานั่งหลับตาเอาบุญ 

พอออกไปแล้วบุญไม่ไปด้วย เอาแต่บาปไปเท่านั้น ไม่อดไม่กลั้น 

ไม่ประพฤติธรรมไม่ปฏิบัติธรรม อะไรต่ออะไรหลายๆอย่าง

ความเป็นจริง การประพฤติการปฏิบัติภาวนานี้

เมื่อไรก็ตามเถอะ จะอยู่ในวัดก็ตาม นอกวัดก็ตาม 

เหมือนกับเราได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆ 

เมื่อเราเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆแล้ว 

เราเรียนหนังสืออ่านหนังสือได้ในโรงเรียนแล้ว 

แล้วจะไปอ่านอยู่ที่บ้านก็ได้ จะอ่านอยู่ในทุ่งในป่าก็ได้ 

จะอ่านในที่ชุมชนก็ได้ อ่านคนเดียวก็ได้ อ่านที่ไหนก็ได้ 

ถ้าเราเข้าใจดีแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะอ่านหนังสือจะต้องวิ่งมาโรงเรียน

ถึงจะอ่านหนังสือได้ ไม่ใช่อย่างนั้น การภาวนานี้ก็เหมือนกัน ฉันนั้น

เมื่อเรามีปัญญาแล้ว มันจะไปในทุ่งก็ดี จะเข้าไปในป่าก็ดี อยู่ในคนจำนวนมากก็ดี 

อยู่ในคนจำนวนน้อยก็ดี จะถูกนินทาก็ดี จะถูกสรรเสริญก็ดี เป็นต้น 

ก็มีความรอบรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าคนที่ภาวนา 

ให้มันรู้เท่าอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เช่นนี้ ก็เรียกว่าเราสบายแล้ว 

นี่เรียกว่าคนภาวนาเป็น มีอารมณ์เป็นอันเดียว 

ภาวนา ก็คือ รู้ให้ทั่วถึง รู้รอบคอบนั่นเอง 

ท่านจึงให้เป็นผู้มีสติความระลึกได้ เป็นคนมีสัมปชัญญะความรู้ตัว เป็นผู้มีปัญญา 

มีความรอบคอบในการยืน การเดิน การนั่ง การนอน สามารถจะมองเห็นความบกพร่อง 

ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจอยู่ทุกเวลา นั่นเรียกว่าคนภาวนา 

ถ้าเรารู้เสมอเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรจะมากระทบกระทั่งเราได้ จิตใจก็สบาย ราบรื่นอยู่เสมอ 

นั่นเรียกว่าจิตเป็นปกติ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา : หนังสือ “อุปลมณี” หน้า ๔๙๐-๔๙๑

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:อารมณ์เป็นอารมณ์ จิตเป็นจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

..ใครตามดูจิตของตนคนนั้นจะพ้นจากบ่วงของมาร 

บ่วงของมารนั้นคืออะไร ? 

คือรูปหนึ่ง เสียงหนึ่ง กลิ่นหนึ่ง รสหนึ่ง โผฏฐัพพะหนึ่ง ธรรมารมณ์หนึ่งอันนี้แหละ 

เป็นบ่วงที่จะผูกจิตผู้ที่ไม่รู้ ให้เข้าไปในอำนาจของมัน 

เข้าไปในอำนาจของความเกลียดหรือความรัก 

ถ้าหากว่าเรารู้จิตของเจ้าของเช่นนั้น 

ทั้งเรามีสติอยู่ เราก็รู้ว่าอันนี้เป็นอารมณ์ อันนี้เป็นจิต 

ถ้าเรามองเห็นว่าอารมณ์เป็นอารมณ์ 

จิตเป็นจิต เราก็แยกมันออกเป็นสองอย่าง 

เราก็รู้จักว่าจิตไปยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ 

อารมณ์นั้นท่านเรียกว่าโลก หลงอารมณ์ก็คือหลงโลก 

หลงโลกก็คือหลงอารมณ์ ใครเป็นคนหลง ? 

จิตผู้รู้นั่นแหละมันหลง หลงตามอารมณ์ 

ที่ดีก็หลงไป ชั่วก็หลงไปตาม สุขก็หลงไป ทุกข์ก็หลงไป 

เอาตัวไปแทนเสียว่าเป็นตัวทุกข์ 

ความเป็นจริงนั้น จะทุกข์ก็เพราะมีอุปาทานยึดมั่นในอารมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น เลยไปเป็นเจ้าของอารมณ์ 

ความเป็นจริงนั้นอารมณ์ก็เป็นอารมณ์ จิตก็เป็นจิต 

มันคนละอย่างกัน เมื่อเราเข้าไปยึดว่าอันนั้นดี อันนั้นสวย อย่างนี้เป็นต้น.. 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ฟังเพลง เห็นธรรม...ให้ใจหยุดมันเอาไว้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย 

นิสัยความเคยชิน อย่างโลกๆ ลดมันลง 

อย่ายอมตามความอยาก 

อย่ายอมตามความติดของตน 

หยุดเป็นทาสมันเสีย 

พยายามต่อสู้เอาชนะอวิชชาให้ได้ 

ด้วยการบังคับตัวเองเสมอ 

นี้เรียกว่า ศีล”  

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

Dhamma together:ความรู้...ต้องคู่คุณธรรม...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


..ความรู้ก็เหมือนกับมีดเล่มหนึ่ง 

เราลับมันให้คม คมมาก

มีดเล่มนั้นมีทั้งคุณและโทษ

ถ้าคนมีปัญญาเอามีดเล่มนั้นไปใช้มีดก็คม คนมีปัญญา

เอาไปใช้จะทำประโยชน์ได้ดีมาก ถ้ามีดเล่มนั้นคม

แต่คนไม่มีปัญญาใช้ก็ไปทำลายประเทศชาติ

ทำลายความสุข ทำลายความสามัคคีทุกอย่างได้ง่าย

เพราะมีดมันคม

ความรู้ไปตั้งอยู่ในคนพาล เหมือนเอาศัสตราใส่ใว้มือโจร คนร้าย คนพาลมีความรู้เหมือนเอาอาวุธ

ใส่มือโจร มันยิงตะพึด ฆ่าตะพึด ความรู้ตั้งอยู่ในใจบัณฑิต บ้านเมืองประชาชนก็ราบรื่น

ทุกวันนี้ก็มีแต่อาศัยความรู้ บูชาความรู้  ไม่ค่อยบูชาความดีหรือความถูกต้อง

มีความรู้ก็ต้องมีความดีและมีความถูกต้องด้วย ส่งเสริมกันมันก็จะดี

แต่นี่มีความรู้แล้วฉันใหญ่ที่สุด ใหญ่มาก อย่างนี้ก็ฉิบหายหมดล่ะ

นั่นคือ มีความรู้แต่ไม่มีความดี..ค ว า ม รู้ ต้ อ ง คู่ คุ ณ ธ ร ร ม

ธรรมโอวาท

หลวงพ่อชา สุภทฺโท 

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ดูตัวเราเสียก่อน...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ...ดูตัวเราเสียก่อน...

" อยากจะด่าใครคนใดคนหนึ่ง ก็ให้ด่าตัวเองก่อน

แต่งตัวเองให้ดีเสียก่อน จึงพูดจึงทำ ถึงจะพูดแรงไปหน่อยก็ได้

จะพูดหนักหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ให้รู้จักเสียก่อน ให้ดูเราเสียก่อน

ให้เราดีเสียก่อน ให้เรารู้เสียก่อน สอนเราเสียก่อน "

หลวงปู่ชา สุภัทโท



#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ออกจากบ้านมาสู่ป่า หนีออกมาเพื่อสู้ ไม่ใช่หนีมาเพื่อหนี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

การที่พวกเราทั้งหลายออกจากบ้านมาสู่ป่า ก็คือมาสงบ

อารมณ์ หนีออกมาเพื่อสู้ ไม่ใช่หนีมาเพื่อหนี ไม่ใช่เพราะแพ้

เราจึงมา คนที่อยู่ในป่าแล้วก็ไปติดป่า คนอยู่ในเมือง แล้วก็ไป

ติดเมืองนั้น เรียกว่า คนหลงป่า คนหลงเมือง

พระพุทธเจ้าท่านว่า ออกมาอยู่ป่าเพื่อกายวิเวก จิตวิเวก

อุปธิวิเวกต่างหาก ไม่ใช่ให้มาติดป่า มาเพื่อฝึก เพื่อบ่มเพาะ

ปัญญามาเพาะให้เชื้อปัญญามันมีขึ้น อยู่ในที่วุ่นวาย

เชื้อปัญญามันเกิดขึ้นยาก จึงมาเพาะอยู่ในป่า เท่านั้นเอง

เพาะเพื่อจะกลับไปต่อสู้ในเมือง

 

เราหนีรูป หนีเสียง หนีกลิ่น หนีรส หนีโผฏฐัพพะ หนีธรรมารมณ์ มาอย่างนี้ ไม่ใช่หนีเพื่อจะแพ้

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้หนีมาเพื่อฝึก หรือมาบ่มเพาะให้ปัญญาเกิด แล้วจะกลับไปรบกับมัน จะกลับไป

ต่อสู้กับมันด้วยปัญญาไม่ใช่เข้าไปอยู่ในป่าแล้ว ไม่มีรูป เสียง กลิ่น รส แล้วก็สบาย ไม่ใช่อย่างนั้น

แต่ต้องการจะมาฝึก เพาะเชื้อปัญญาให้เกิดขึ้นในป่า ในที่สงบ เมื่อสงบแล้ว ปัญญาจะเกิด

หลวงปู่ชา สุภัทโท

พระธรรมเทศนา "สองหน้าของสัจจธรรม"

So, we come to practice meditation and live according to the Dhamma.

We leave our homes to come and live in the forest and absorb the peace of

mind it gives us. We have fled in order to contend with ourselves and not

through fear or escapism. But people who come and live in the forest

become attached to living in it; just as people who live in the city become

attached to the city. They lose their way in the forest and they lose their

way in the city.

The Buddha praised living in the forest because the physical and mental

solitude that it gives us is conducive to the practice for liberation. However,

He didn't want us to become dependent upon living in the forest or get

stuck in its peace and tranquillity.

We come to practice in order for wisdom to arise. Here in the forest we can

sow and cultivate the seeds of wisdom.

Living amongst chaos and turmoil these seeds have difficulty in growing,

but once we have learned to live in the forest, we can return and contend

with the city and all the stimulation of the senses that it brings us.

Learning to live in the forest means to allow wisdom to grow and develop.

We can then apply this wisdom no matter where we go.

- Ajahn Chah -

A Dhammatalk "The Two Faces of Reality"

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำงานเพื่อทำงาน ไม่ต้องการอะไร ทำแล้วปล่อยวางๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

อารมณ์เกิดมาทางหู อันนี้เรารู้โลกเขาว่ามันดีแล้วมันก็วาง

โลกเขาว่ามันไม่ดี มันก็วาง มันรู้ดีรู้ชั่ว คนที่ไม่รู้ดี รู้ชั่ว ไปยึด

ทั้งดีทั้งชั่วแล้วเป็นทุกข์ทั้งนั้น คนรู้ดีรู้ชั่ว ไม่ได้ยึดในความดี

ไม่ได้ยึดในความชั่ว คนที่ยึดในความดีความชั่ว นั่นคือคนไม่รู้

ดีรู้ชั่ว และคำที่ว่า เราทำอะไร ตลอดที่ว่าเราอยู่ไปนี้ เราอยู่

เพื่อประโยชน์อะไร เราทำงานนี้เราทำเพื่อต้องการอะไร

แต่โลกเขาว่าทำงานอันนี้เพราะต้องการอันนั้น เขาว่าเป็นคนมี

เหตุผล แต่พระท่านสอนยิ่งไปกว่านั้นอีก ท่านว่าทำงานอันนี้

ทำไปแต่ไม่ต้องการอะไร ทำไมไม่ต้องการอะไร? โลกเขา

ต้องทำงานอันนี้เพื่อต้องการอันนั้น ทำงานอันนั้นเพื่อต้องการ

อันนี้ นี่เป็นเหตุผลอย่างชาวโลกเขา

พระพุทธองค์ท่านทรงสอนว่า ทำงานเพื่อทำงาน ไม่ต้องการอะไร ถ้าคนเราทำงานเพื่อต้องการ

อะไร ก็เป็นทุกข์ ลองดูก็ได้ พอนั่งปั๊บก็ต้องการความสงบ ก็นั่งอยู่นั่นแหละ กัดฟันเป็นทุกข์แล้ว

นั่นลองคิดดูซิ มันละเอียดกว่ากันอย่างนี้ คือทำแล้วปล่อยวางๆ อย่างเช่นพราหมณ์เขาบูชายันต์

เขาต้องการสิ่งที่เขาปรารถนานั้นอยู่ การกระทำเช่นนั้นของพราหมณ์นั้นก็ยังไม่พ้นทุกข์ เพราะเขา

มีความปรารถนาจึงทำ ทำแล้วก็ทุกข์ เพราะทำด้วยความปรารถนา ครั้งแรกเราทำก็ปรารถนาให้มัน

เป็นอย่างนั้น ทำไปๆ ทำจนกว่าที่เรียกว่าไม่ปรารถนาอะไรแล้ว ทำเพื่อปล่อยวางมันอยู่ลึกซึ้ง

อย่างนี้ คนเราปฏิบัติธรรมเพื่อต้องการอะไร? เพื่อต้องการพระนิพพานนั่นแหละ จะไม่ได้

พระนิพพาน ความต้องการอันนี้เพื่อให้มีความสงบ มันก็เป็นธรรมดาแต่ว่าไม่ถูกเหมือนกัน จะทำ

อะไรก็ไม่ต้องคิดว่าจะต้องการอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้นแล้วมันจะเป็นอย่างไร ก็ไม่เป็น

อะไร ถ้าเป็นอะไรมันก็ทุกข์เท่านั้นแหละ

หลวงปู่ชา สุภัทโท  พระธรรมเทศนา "นอกเหตุเหนือผล"

We should reflect on what we are doing here. For what reason are we living

here, what are we working for? In the world they work for this or that

reward, but the monks teach something a little deeper than that. Whatever

we do, we ask for no return. We work for no reward. Worldly people work

because they want this or that, because they want some gain or other, but

the Buddha taught to work just in order to work, we don't ask for anything

beyond that.

If you do something just to get some return it'll cause suffering. Try it out

for yourself! You want to make your mind peaceful so you sit down and try

to make it peaceful - you'll suffer! Try it. Our way is more refined. We do,

and then let go; do, and then let go.

This is something we must see for ourselves, it's very deep. Maybe we

practise because we want to go to Nibbāna - right there, you won't get to

Nibbāna! It's natural to want peace, but it's not really correct. We must

practise without wanting anything at all. If we don't want anything at all,

what will we get? We don't get anything! Whatever you get is a cause for

suffering, so we practise not getting anything.

Ajahn Chah

A Dhamma Talk "No Abiding"

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: ทำจิตของเรา ให้มีรากฐานของอานาปานสติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ใบไม้นั้น ถ้าไม่มีลมพัด มันก็นิ่ง สงบระงับอยู่

ถ้ามีลมมาพัด ใบมันก็กวัดแกว่ง ไปตามลม

จิตใจนี้ ก็เหมือนกัน.. ถ้าอารมณ์มาถูก มันก็กวัดแกว่ง

ไปตามอารมณ์ ยิ่งมันไม่รู้เรื่องธรรมะแล้ว ก็ยิ่งปล่อย

ไปตามอารมณ์ ..อารมณ์สุข อารมณ์ทุกข์ ก็ปล่อยตามไป

วุ่นวายไปเรื่อยๆ เกิดเป็นโรคประสาท เพราะไม่รู้เรื่อง

ปล่อยไปตามอารมณ์ ไม่รู้จัก ตามรักษาจิต

ฉะนั้น ทำจิตของเรา ให้มีรากฐาน เอาลมหายใจเข้า ออก

เป็นรากฐาน เรียกว่า "อานาปานสติ" ให้พยายามทำ

ทุกวัน ทุกที่ ..เราจะมีสติสัมปชัญญะ ตลอดเวลา 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:คิดไปข้างหน้า คิดไปข้างหลังก็สบาย ถ้ามีศีลธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 "คนเราให้รักษาศีล รักษาธรรม ก็กลัวแต่ทุกข์ยากลำบาก

มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ศีลธรรมให้ความเบาความสบายแก่เรา

ไม่มีโทษไม่มีภัย คิดไปข้างหน้า คิดไปข้างหลังก็สบาย

ถ้ามีศีลธรรม คิดไปข้างหลัง ความผิดเราก็รู้จัก เมื่อรู้จักเรา

ก็ละพวกนั้น ต่อไปก็บำเพ็ญคุณงามความดี

มองไปข้างหน้าก็สบาย มองไปข้างหลังก็สบาย

ดังนั้นความทุกข์ทั้งหลายมันอยู่ที่ความเห็นผิด

ถ้าเห็นผิดมีทุกข์ทันที ถ้าเห็นถูกแล้วก็สบาย

พระศาสดาท่านจึงให้สร้างความเห็น การฟังเทศน์ฟังธรรม ก็เพื่อสร้างความเห็นของเรา

คือเรายังเห็นไม่ถูกต้อง ความจริงสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันพอดี มันสม่ำเสมออยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง

เหมือนต้นไม้ในป่านั่นแหละ ต้นยาวก็มี ต้นสั้นก็มี ตรงก็มีคดก็มี ต้นที่มีโพรงก็มี มีทุกอย่าง

มันพอดีของมัน คนต้องการต้นคดก็ไปเอา ต้องการต้นตรงก็ไปเอา อยากได้ต้นสั้นต้นยาว

ก็ไปเอามันเลยพอดีของมัน ในโลกนี้ก็เหมือนกัน มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เราไม่รู้จักเอามาใช้

ถ้าเอามีดมาใช้ก็เอาสันมันมาใช้ มีดเล่มเดียวกันนั่นแหละ ใช้ไม่เป็นก็ไม่เกิดประโยชน์

ทั้งหลายก็เหมือนกัน ถ้าเราพิจารณาไม่ถูกเรื่องก็ไม่ได้บุญไม่ได้ประโยชน์ เหมือนคนฟังธรรม

ไม่เข้าใจ ไม่ได้ธรรมะ ปัญญาก็ไม่เกิด เมื่อปัญญาไม่เกิด ความเห็นถูกมันก็ไม่มี ถ้าความเห็น

ไม่ถูกต้อง การปฏิบัติก็ไม่เป็นผล ผลสุดท้ายฟังเทศน์ฟังธรรมก็เลยเบื่อเพราะฟังแล้วไม่ได้อะไร

อย่างนี้ก็มี อันนี้เพราะความไม่เข้าใจในธรรมะถ้าเข้าใจในธรรมะแล้วไม่มีปัญหา สบาย..."

พระธรรมคำสอนโดย พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)

วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ. ๒๔๖๑ - ๒๕๓๕)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ดูของจริง คือตัวสัจธรรมแท้ๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ดูของจริง

การปฏิบัติทำไมมันถึงยาก

ทุกอย่างมันก็ต้องข้ามไอ้สิ่งที่มันยากไปก่อนมันถึงจะง่าย

ความเป็นจริง ตัวทุกข์นี่ คือตัวสัจธรรมแท้ๆ

แต่เราอ้อมมันเสียไม่อยากจะทุกข์ หรืออีกอย่างหนึ่งคนแก่ๆ

นี่ก็ไม่อยากดู อยากจะดูคนหนุ่มๆนี่ เป็นเสียอย่างนั้น

ทุกข์นี่ไม่อยากจะดู ไม่อยากจะดูทุกข์ มันก็ไม่รู้จักทุกข์

ตลอดกี่ภพกี่ชาติไม่รู้จักทุกข์

จากหนังสือความผิดในความถูก  

มรดกธรรมเล่มที่ ๑๓ หน้าที่ ๑๒

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
 #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เราเป็นธรรมแล้วหรือยัง เอาธรรมะเป็นพยาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

เรื่องการปฏิบัติในจิตของตัวเองนี้นะ

ไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องตัดสินได้ง่ายๆ เพราะว่าพยานมันไม่มี

เรื่องราวต่างๆมีคนอื่นเป็นพยาน มันมีแบบมันมีแผน

เรายังอาศัยคนอื่นเป็นพยาน

เรื่องเอาธรรมะเป็นพยานนั้น เราเป็นธรรมแล้วหรือยัง

เราคิดอย่างนี้ถูกแล้วหรือยัง ถ้ามันถูกเราทิ้งความถูกได้หรือยัง

หรือยึดความถูกอยู่.

หลวงปู่ชา สุภัทโท 

- "ไม่แน่" – เครื่องวัดของพระอริยเจ้า

When it comes to the training of the mind it isn't easy to find a good

standard if you haven't yet developed a ''witness'' within yourself. In most

external matters we can rely on others for feedback, there are standards

and precedents. But when it comes to using the Dhamma as a standard...

do we have the Dhamma yet? Are we thinking rightly or not? And even if

it's right, do we know how to let go of rightness or are we still clinging to it?


- Ajahn Chah -

“Not Sure!'' - The Standard of the Noble Ones

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
 #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ถ้าความสงบหายไปเกิดทุกข์ ทำไมอาการนี้จึงให้เกิดทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

ทำจิตให้เป็นสมาธิมันก็สงบ ถ้าความสงบหายไปเกิดทุกข์

ทำไมอาการนี้จึงให้เกิดทุกข์ เพราะความสงบของสมถะ

เป็นตัวสมุทัยแน่นอน มันจึงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์

เมื่อมีความสงบแล้วยังไม่จบ พระศาสดามองเห็นแล้วว่าไม่จบ

ภพยังไม่สิ้น ชาติยังมีอยู่ พรหมจรรย์ไม่จบ มันไม่จบเพราะ

อะไร เพราะมันยังมีทุกข์อยู่ ท่านจึงเอาตัวสมถะตัวสงบนี้

พิจารณาต่อไปอีก ค้นหาเหตุผลจนกระทั่งท่านไม่ติดในความ

สงบ ความสงบก็เป็นสังขารอันหนึ่ง ก็เป็นสมมุติเป็นบัญญัติอีก

ติดอยู่นี่ก็ติดสมมติ ติดบัญญัติ เมื่อติดสมมติติดบัญญัติก็ติด

ภพติดชาติ

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

หนังสือ กุญแจภาวนา

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทิฐิมานะ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

ทิฐิมานะนี้เป็นของสำคัญมาก ทิฐิคือความเห็น 

ความเห็นทุกสิ่งสารพัดมันเป็นทิฐิทั้งนั้น 

เห็นดีเป็นชั่วเห็นชั่วเป็นดี สารพัดอย่างแล้วแต่จะเห็น 

อันนั้นก็ไม่เป็นประมาณ  

เป็นประมาณอยู่ที่ความยึดมั่นถือมั่น เรียกว่ามานะ 

ความเข้าไปยึดมั่นถือมั่นในความเห็นอันนั้นอย่างจริงจัง 

พาให้เราเวียนว่ายตายเกิดไม่มีทางจบ 

เพราะการไปยึดมั่นถือมั่น ดังนั้นพระพุทธเจ้าท่านจึงสอนว่า

ให้ลดทิฐิให้ละทิฐิคือความเห็น

อย่างเช่นคนมาอยู่ด้วยกันมากๆ อย่างนี้มันก็ปฏิบัติได้ง่ายๆ ถ้ามีความเห็นถูกต้องตรงกัน แต่ถึงแม้ว่าจะอยู่

องค์เดียว ๒ องค์ ๓ องค์ก็ปฏิบัติยากอยู่ลำบาก ถ้าความคิดไม่ถูกต้องความเห็นไม่ดี เมื่อมาน้อมลงเพื่อละ

ทิฐิอันเดียวกัน อยู่หลายองค์ก็ตามเถอะ มันก็ลงสู่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เหมือนกัน

จะว่ามีหลายองค์มันจะเกะกะก็ไม่ได้ คล้ายๆกับตัวกิ้งกือ ตัวกิ้งกือมันมีขาหลายขาใช่ไหม

เรานับไม่ถ้วน มองดูมันก็น่ารำคาญเหมือนกันว่า มันจะยุ่งกับขากับแข้งของมัน

มันเดินไปเดินมาความจริงมันไม่ยุ่ง มันมีจังหวะมีระเบียบ ถึงแม้จะมีขามากมันก็ไม่ยุ่งยาก

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

"นักบวช -- นักรบ"

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Ditthi-māna is a harmful thing. Ditthi means ''view'' or ''opinion.'' All forms of view are

called ditthi: seeing good as evil, seeing evil as good... any way whatsoever that we see

things. This is not the problem. The problem lies with the clinging to those views, called māna;

holding on to those views as if they were the truth. This leads us to spin around from birth to

death, never reaching completion just because of that clinging. So the Buddha urged us to

let go of views. If many people live together, as we do here, they can still practice comfortably

if their views are in harmony. But even two or three monks would have difficulty if their views

were not good or harmonious. When we humble ourselves and let go of our views, even if

there are many of us we come together at the Buddha, Dhamma and Sangha.It's not true to

say that there will be disharmony just because there are many of us. Just look at a millipede

A millipede has many legs, doesn't it? Just looking at it you'd think it would have difficulty

walking, but actually it doesn't. It has its own order and rhythm.

- Ajahn Chah -

“Toward the Unconditioned"

Dhamma together:ถ้าใครทำให้โกรธอย่าโกรธตอบ ถ้าท่านโกรธตอบท่านจะยิ่งโง่กว่าเขา จงเป็นคนฉลาดสงสารเห็นใจเขา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

"ถ้าท่านมีโทสะในขณะภาวนา ให้แก้ด้วยเมตตาจิต

ถ้าใครทำให้โกรธอย่าโกรธตอบ

ถ้าท่านโกรธตอบท่านจะยิ่งโง่กว่าเขา

จงเป็นคนฉลาดสงสารเห็นใจเขา

เพราะว่าเขากำลังได้ทุกข์

เพ่งอารมณ์เมตตาเป็นอารมณ์ภาวนา

แผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก

เมตตาเท่านั้นที่จะเอาชนะโทสะและความเกลียดได้"

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ที่ๆไม่มีอยู่นั่นแหละมันว่าง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

ที่ๆไม่มีอยู่นั่นแหละมันว่าง เหมือนกับที่ไม่มีภพนั่นแหละ

ก็เรียกว่ามันว่าง ตัดเยื่อใยออกเสียมันก็ว่าง

พอบอกว่าพระนิพพานคือความว่าง ถอยหลังเลยไม่ไปกลัว

กลัว จะไม่ได้เห็นลูก กลัวจะไม่ได้เห็นหลาน

กลัวจะไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น อย่างที่เวลาพระท่านให้พร

ญาติโยมว่า อายุ วรรณโณ สุขขัง พลัง โยมก็ดีใจสาธุ

เพราะชอบ มันจะได้อายุหลายๆ วรรณะผ่องใส

มีความสุขมากๆ มีพลังหลายๆ คนชอบใจ ถ้าจะพูดว่าไม่มีอะไร

แล้ว เลิกเลย ไม่ต้องเอาแล้ว


คนมันติดอยู่ในภพอย่างนั้น บอกไปตรงนั้น ไม่ไปไม่มีที่อยู่แล้ว อายุ วรรณโณ สุขขัง พลัง เออดีแล้วอายุ

ให้ยืนยาว วรรณโณให้มีวรรณะ ผิวพรรรณสวยงามให้มีความสุขมากๆ ให้มีอายุยืนๆ

คนอายุยืนๆมีผิวพรรณดีมีไหม เคยมีไหม? คนอายุหลายๆมีพลังมากๆมีไหม? คนอายุมากๆมีความสุขมากๆ

มีไหม? พอให้พรว่า อายุ วรรณโณ สุขขัง พลัง ดีใจสาธุกันทั้งนั้นทั้งศาลาเลย

นี่แหละมันติดอยู่ในภพนี้ เหมือนอย่างพราหมณ์บูชายันต์ ที่ทำพิธีบูชายันต์ เพราะต้องการสิ่งที่เขา

ปรารถนา การที่เรามาปฏิบัตินี้ไม่ต้องบูชายันต์ คือไม่ต้องการอะไร ถ้าต้องการอะไรมันก็ยังมีอะไรอยู่

ถ้าไม่ต้องการอะไรมันก็สงบ จบเรื่องของมัน แต่พูดให้ฟังอย่างนี้ ก็คงไม่ค่อยสบายใจอีกแล้ว

เพราะอยากจะเกิดกันอีกทั้งนั้น

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

พระธรรมเทศนา "นอกเหตุเหนือผล"

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Where there is no abiding, that's where there's emptiness, and Nibbāna is this emptiness. People hear this and they back up a bit, they don't want to go. They're afraid they won't see their children or relatives. This is why, when we bless the lay people, we say ''May you have long life, beauty, happiness and strength.'' This makes them really happy, ''sādhu!3'' they all say. They like these things. If you start talking about emptiness they don't want it, they're attached to abiding. But have you ever seen a very old person with a beautiful complexion? Have you ever seen an old person with a lot of strength, or a lot of happiness? ...No...But we say, ''Long life, beauty, happiness and strength'' and they're all really pleased, every single one says ''sādhu!'' This is like the Brahmin who makes oblations to achieve some wish. In our practice we don't 'make oblations', we don't practise in order to get some return. We don't want anything. If we still want something then there is still something there. Just make the mind peaceful and have done with it. But if I talk like this you may not be very comfortable, because you want to be 'born' again.

- Ajahn Chah -

A Dhamma Talk "No Abiding"

Dhamma together:การปฏิบัติก็จะเป็นไปเอง โดยอัตโนมัติ ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเกิดขึ้น และดับไป ในตัวของมันเอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 เรื่องเศร้าหมอง จงรู้ทันมัน

และเอาชนะมัน โดยปล่อยให้ผ่านไปเลย

อย่าไปคำนึง ถึงสิ่งกีดขวาง ที่ท่านได้ผ่านมา

แล้ว อย่าวิตก กับสิ่งที่ยังไม่ได้พบ

จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าสนใจ กับระยะทางของถนน

หรือจุดหมายปลายทางทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเปลี่ยนแปลงไป

ไม่ว่าท่านผ่านอะไรไป อย่าไปยึดมั่นไว้

ในที่สุด จิตจะบรรลุ ถึงความสมดุล ตามธรรมชาติของจิต

และเมื่อนั้น การปฏิบัติก็จะเป็นไปเอง โดยอัตโนมัติ

ทุกสิ่งทุกอย่าง จะเกิดขึ้น และดับไป ในตัวของมันเอง

หลวงปู่ชา สุภัทโท

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:อะไรเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด? What is the cause of that suffering?

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...









พระพุทธองค์ทรงทิ้งโลก คือทิ้งทั้งสรรเสริญทิ้งทั้งนินทา

 ใครจะนินทาท่านก็ทรงรับว่ามันเป็นอย่างนั้น ใครจะสรรเสริญท่าน

ก็ทรงรับว่ามันเป็นอย่างนั้น เพราะทั้งสองอย่างนี้มัน เป็นเรื่องของ

โลกทั้งนั้น จิตใจของท่านก็ไม่ทรงหวั่นไหวเพราะอะไร?...ก็เพราะ

ท่านรู้จักทุกข์ ก็สิ่งทั้งสองนี้ทำให้ท่านทรงเกิดทุกข์ หากท่านไป

ทรงเชื่อเข้าทุกข์มันก็เกิดเท่านั้น แหละ . เมื่อทุกข์เกิด จิตก็กระสับ

กระส่าย ไม่สบายอกไม่สบายใจ เมื่อจิตวุ่นวาย จะยืน จะเดิน จะนั่ง 

จะนอน ก็มีแต่ความกระสับกระส่าย กระวนกระวาย นั่นคือทุกข์ . 

อะไรเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด?

ก็เพราะเราไม่รู้ตามความเป็นจริงอย่างนั้นทุกข์มันก็เกิด แล้วจะดับทุกข์นั้นอย่างไรก็ไม่รู้จัก ไม่รู้จักวิธีดับ

อย่างถูกต้อง คิดเอาเองว่า ควรแก้ทุกข์อย่างนี้ อย่างนั้น ทุกข์ก็ยิ่งเกิดทวีขึ้นมาอีก . 

- หลวงปู่ชา สุภัทโท -

That is how the Buddha discarded worldly opinions, praise and criticism. When people praised or 

criticized him he just accepted it for what it was. These two things are simply worldly conditions so 

he wasn't shaken by them. Why not? Because he knew suffering. He knew that if he believed in that 

praise or criticism they would cause him to suffer. . When suffering arises it agitates us, we feel ill at 

ease. What is the cause of that suffering? It's because we don't know the truth, this is the cause. 

When the cause is present, then suffering arises. Once arisen we don't know how to stop it. The more 

we try to stop it, the more it comes on. We say, ''Don't criticize me,'' or ''Don't blame me''. Trying to 

stop it like this, suffering really comes on, it won't stop. . 

- Ajahn Chah - . 

“The Peace Beyond"

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language