แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผ่เมตตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผ่เมตตา แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...สอนให้สงสารตัวเองบ้าง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

ฟ้ามี่มืดมน ยังติดตาใช่ไหม วันที่เสียใจ เธอก็ยังฝังจำNต้องอีกนานเท่าไร เธอจะหายเจ็บช้ำ เธอช้ำ ฉันช้ำยิ่งกว่าเธอ

อย่าไปแค้นเคือง คนที่ใจร้ายร้าย โลกยังหมุนไป ร้ายดีต้องมีให้เจอ ลืมเถอะลืมเสียที คนที่ทำกับเธอ ห่วงเธอ ที่เธอเปน็แบบนี้

* ที่ผ่านมานั้น น้ำตาอุ่นๆ มันทำเธอหนาวใจมากี่ครั้ง พอนะพอคนดี สงสารตัวเองบ้าง อย่างน้อยก็เห็นแก่ฉันที่รักเธอ

อยู่ตรงนี้มีเรา มีแค่เธอและฉัน และในทุกวัน ฉันมีชีวิตเพื่อเธอ วันที่มันร้ายแรง อย่าใส่ใจพร่ำเพ้อ รู้ไหม ฉันรักเธอก็พอ (*)  

ให้ความรักนำทางเธอไป ให้เธอเป็นสุขใจเสมอ เอารักที่ดีๆ รักษาใจเธอ วันวานทำร้ายเธอมาพอแล้ว

เอารักที่ดีๆ รักษาใจเธอ จะไม่ทำร้ายเธอเหมือนใครทำ...

ถ้าสงสารตัวเอง....เราแก้ได้ด้วยการแผ่เมตตา...

ด้วยการทำดีกับตัวเอง ไม่ใช่แค่นึกเอา

ขอให้ตั้งจิตว่า ต่อไปนี้ฉันละเลิกซ้ำเติมตัวเอง

ฉันจะทำสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง 

เช่น เข้าวัด ฟังธรรม

ทำสิ่งดีงาม ฉันจะปล่อยวาง

ฉันจะไม่แบกโลกเอาไว้อีกแล้วนะ

ถ้าเราสงสารตัวเราเอง ก็ขอให้รู้ว่าเรากำลังซ้ำเติมตัวเอง

เราบอบช้ำมากมากพอแล้ว อย่าซ้ำเติมตัวเองอีกเลย


พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม   

INDHAMMA:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...สนับสนุนกำลังใจของตัวเราเอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมเนียมการแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลาย ก่อนทำกัมมัฏฐานมีที่มาหลายทาง 

ที่เป็นเหตุผลหรือเป็นปัญญาก็มี ที่เป็นศรัทธาหรือความงมงายก็มี 

แต่ก็มีวิธีแผ่หรือคำสำหรับว่าเหมือนๆ กันหมด ส่วนมากก็คือบทว่า 

“สพฺเพ สตฺตา สพฺเพ ปาณา สพฺเพ ภูตา อเวรา อพฺยาปชชฌา อนีฆา โหนฺตุ สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ” 

ซึ่งเป็นบทแผ่เมตตาทั่วไปและมีคำแปลว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีความลำบาก 

ไม่มีความทุกข์ จงเป็นผู้มีความสุขบริหารตนเถิด ส่วนผู้ทำไปด้วยความงมงาย หรือด้วยความหวาดกลัว 

มีความมุ่งหมายพิเศษออกไปกว่าธรรมดา 

โดยได้รับคำแนะนำว่าพวกภูตผีปิศาจชอบรบกวนบ้างพวกเปรตจะขอส่วนบุญบ้าง 

พวกเทวดาจะไม่ช่วยสนับสนุนบ้าง ดังนั้นเป็นต้นก็มีคำกล่าวแผ่เมตตาที่นอกหลักเกณฑ์ 

หรือนอกแบบแผนของการแผ่เมตตาตามปกติเช่นออกชื่อมนุษย์เหล่านั้นบ้าง ออกชื่อเทวดา

หรือพระเจ้าเป็นต้นบ้าง แล้วแผ่เมตตาให้สัตว์เหล่านั้น เพื่อช่วยตนอีกต่อหนึ่ง 

กลายเป็นการบวงสรวงอ้อนวอนไปโดยใช้เมตตาหรือส่วนบุญที่จะได้รับนั้นเอง 

เป็นการติดสินบนสินจ้างแก่ผู้ที่จะมาช่วยตนไปก็มี เพราะอำนาจความกลัว 

และวางแบบแผนขึ้นเพราะความกลัวนั้นจนเสียความมุ่งหมายเดิม

การแผ่เมตตาให้ตนเอง...

ควรจะหมายถึงความรักตัวเอง ความเคารพนับถือตัวเอง

ในทางที่จะสนับสนุนกำลังใจของตัวเอง

ให้มีความพอใจหรือความเพลิดเพลิน

ในการกระทำมากยิ่งขึ้นเป็นส่วนใหญ่.

ส่วนการแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลายตลอดจนถึงผู้มีเวรนั้น

ควรถือเอาความหมายอย่างสั้นๆ ไปในทางที่ว่า

บัดนี้เราไม่มีเวรต่อใครหมด ยินดีละเวร

และอีกทางหนึ่งก็คือทำจิตให้เป็นมิตรแก่ทุกคน หรือราวกะว่าทุกคนมีหุ้นส่วนในการกระทำของตน

เพราะการกระทำนี้ ทำเพื่อความดับทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายในโลกด้วย และทำในใจเหมือนกับชีวิตทุกชีวิต

ที่แวดล้อมอยู่รอบข้างนั้น เป็นญาติมิตรที่สนับสนุนการกระทำของเราอยู่อย่างเต็มที่

พุทธทาสภิกขุ

เหม่อมองไปจุดสุดปลายฟ้า อยู่บนทางที่ยังสบสน
ชีวิตคนเวียนวกวน หนีไม่พ้นต้องทนสู้
แต่ละคนมุ่งสู่จุดหมาย เพื่อจะไปให้ได้ดังหวัง
บ้างล้มลงตรงข้างทาง พลังแห้งเหือดหายไป

อยากเป็นเหมือนเปลวเทียน ส่องให้เห็นเป็นทาง
อยากเป็นเหมือนสะพานข้ามฝั่ง
ส่งใจเสริมกำลังให้เธอนั้นก้าวเดินต่อไป
เหนื่อยก็พักเอาแรงจะมัวท้อทำไม
บนหนทางยังมีคนเหมือนเรา
ในเมื่อยังมีลมหายใจ ก้าวไปให้สุดกำลัง

อยากเป็นเหมือนเปลวเทียน ส่องให้เห็นเป็นทาง
อยากเป็นเหมือนสะพานข้ามฝั่ง
ส่งใจเสริมกำลังให้เธอนั้นก้าวเดินต่อไป
เหนื่อยก็พักเอาแรงจะมัวท้อทำไม
บนหนทางยังมีคนเหมือนเรา
ในเมื่อยังมีลมหายใจ ก้าวไปให้สุดกำลัง

ก้าวเดินไปไม่หวั่นขวากหนาม ข้ามลำธารไม่หวั่นภูผา
มาร่วมเป็นกำลังใจ ทางแสนไกลร่วมฟันฝ่า
เกิดเป็นคนจงอย่าหยุดยั้ง เพื่อนร่วมทางจงอย่าอ่อนล้า
มาร่วมเป็นกำลังใจ จุดหมายคงอยู่ไม่ไกล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เราผูกมิตรกับเขา เขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า

ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น

มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจาย

ออกไป เมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็น

มิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่ง

เราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา

หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา

แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขา

ก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ 

เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา

เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณ

จะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่าง

สม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึง

วาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มัน

สบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ถ้าผู้ใดพยายามเจริญเมตตานี้บ่อยๆ เข้า ใจมันก็อ่อนโยนลง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 "ให้เจริญเมตตา 

ตั้งจิตอธิษฐาน

ขอให้สัตว์ทั้งหลายเป็นสุขทุกถ้วนหน้า

อย่ามีเวรต่อกันและกันเลย 

อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ถ้าผู้ใดพยายามเจริญเมตตานี้บ่อยๆ เข้า

ใจมันก็อ่อนโยนลงเอ็นดูสงสารมนุษย์และสัตว์

ทั้งหลาย ไม่คิดเบียดเบียน


เมื่อเป็นเช่นนี้เมตตาธรรมกรุณาธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นในจิตใจ

เมตตาธรรมกรุณาธรรมนั้นแหละเป็นตัวกุศล

ความโกรธนั้นแหละเป็นตัวอกุศล ขอให้เข้าใจ"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:พลังของพระพุทธคุณธรรมคุณ สังฆคุณ พลังพรหมวิหาร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

"มนต์อันใดที่มีแนวโน้มไปในทางไสยศาสตร์

มนต์อันนั้นทำให้จิตร้อน เพราะมันมีพลังร้อน

แต่พลังของพระพุทธคุณธรรมคุณ สังฆคุณ

พลังพรหมวิหาร มันทำให้เกิดพลังเย็น เป็นไปเพื่อ

ผูกมิตรไมตรีกับสิ่งทั้งปวง ไม่เดือดร้อนวุ่นวาย

ไม่พาลหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน

บทสวดมนต์ที่วิเศษที่สุดก็คือ

พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วก็แผ่เมตตา

ทีนี้เมื่อแผ่เมตตาเสร็จแล้ว จะนั่งสมาธิภาวนาก็นั่งต่อไป เมื่อเลิกจากนั่งสมาธิแล้ว ก่อนจะลุกจาก

ที่นั่งสมาธิ ให้น้อมจิตน้อมใจอธิษฐานถึงบุญบารมีที่เราได้ปฏิบัติมา แล้วก็อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้

บิดามารดา ปู่ย่า ตา ยาย ตลอดทั้งสัตว์ทั้งหลายผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน

ทั้งหมดทั้งสิ้น ตลอดทั้งเจ้ากรรมนายเวร ขอให้มารับส่วนบุญที่เกิดจากการปฏิบัติของข้าพเจ้านี้"

.....หลวงพ่อพุธ ฐานิโย......

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ถ้าใครทำให้โกรธอย่าโกรธตอบ ถ้าท่านโกรธตอบท่านจะยิ่งโง่กว่าเขา จงเป็นคนฉลาดสงสารเห็นใจเขา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

"ถ้าท่านมีโทสะในขณะภาวนา ให้แก้ด้วยเมตตาจิต

ถ้าใครทำให้โกรธอย่าโกรธตอบ

ถ้าท่านโกรธตอบท่านจะยิ่งโง่กว่าเขา

จงเป็นคนฉลาดสงสารเห็นใจเขา

เพราะว่าเขากำลังได้ทุกข์

เพ่งอารมณ์เมตตาเป็นอารมณ์ภาวนา

แผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก

เมตตาเท่านั้นที่จะเอาชนะโทสะและความเกลียดได้"

หลวงปู่ชา สุภทฺโท

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ซึ้งในเพลง...ซึ้งในธรรม...ซึ้งใจ...ในความหวังดีเสมอ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ฉันคงไม่มี ไม่กล้ารู้สึก ไม่กล้าจะนึกอะไรไปมากกว่านี้

ให้เธอทุกอย่าง ด้วยความหวังดี ตอบมาแค่นี้ก็ดีก็ขอบใจ

 * แค่เพียงเธอบอกว่าเป็นเพื่อนดีที่สุดเท่านั้น แค่นี้ก็ฝันตื้นตัน สุดหัวใจ

เมื่อเธอต้องเจ็บกับความรัก หรือวันไหนอยากประชดใคร

อยากให้รู้เอาไว้ ว่าฉันยังรอเสมอ....*


เรื่องราวในใจ พูดไปก็เปล่า ถ้าไม่ใช่เขา ยังไงเธอก็ไม่รัก

หัวใจของคน ฝืนกันลำบาก เก็บคำว่ารัก ไว้ฟังเพียงผู้เดียว

แค่เพียงเธอบอกว่าเป็นเพื่อนดีที่สุดเท่านั้น แค่นี้ก็ฝันตื้นตัน สุดหัวใจ

เมื่อเธอต้องเจ็บกับความรัก หรือวันไหนอยากประชดใคร

อยากให้รู้เอาไว้ ว่าฉันยังรอเสมอ

มีไหล่เอาไว้ให้ซบ มีมุมให้เธอได้พัก มีตักให้เธอหนุนนอนเมื่อเธอเหน็ดเหนื่อยใจ

ถึงไม่ได้รักตัวฉัน ขอแค่ให้เธอไว้ใจ

ผู้ชายคนนี้หวังดีกับเธอเสมอ

ซึ้งในเพลงแล้ว ก็มาซึ้งในรสพระธรรมปิดท้ายกัน


 

เมตตาไม่ใช่ความรัก ในเบื้องต้นง่ายๆ

เมตตาก็คือความหวังดี

เราจะรักคนที่เบียดเบียนคนอื่นยากมาก

แต่เราหวังดีอะไรกับเขาได้

คือหวังให้เขาสำนึกตัว หวังให้เขาหยุดเบียดเบียนคนอื่น

หวังให้เขากลับตัวเป็นคนดี

อย่างนี้คือการแผ่เมตตากับคนไม่ดี....

ชยสาโรภิกขุ 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:การแผ่เมตตาให้ตนเองและการแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...






การแผ่เมตตาก่อนก่อนทำกัมมัฏฐาน ธรรมเนียมการแผ่เมตตาให้สัตว์

ทั้งหลาย ก่อนทำกัมมัฏฐานมีที่มาหลายทาง ที่เป็นเหตุผลหรือเป็น

ปัญญาก็มี ที่เป็นศรัทธาหรือความงมงายก็มี แต่ก็มีวิธีแผ่หรือคำสำหรับ

ว่าเหมือน ๆ กันหมด ส่วนมากก็คือบทว่า “สพฺเพ สตฺตา สพฺเพ ปาณา 

สพฺเพ ภูตา อเวรา อพฺยาปชชฌา อนีฆา โหนฺตุ สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ” 

ซึ่งเป็นบทแผ่เมตตาทั่วไปและมีคำแปลว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็น

ผู้ไม่มีเวร ไม่มีความลำบาก ไม่มีความทุกข์ จงเป็นผู้มีความสุขบริหาร

ตนเถิด

 ส่วนผู้ทำไปด้วยความงมงาย หรือด้วยความหวาดกลัว มีความมุ่งหมายพิเศษออกไปกว่าธรรมดา โดยได้รับ

คำแนะนำว่าพวกภูตผีปิศาจชอบรบกวนบ้างพวกเปรตจะขอส่วนบุญบ้าง พวกเทวดาจะไม่ช่วยสนับสนุนบ้าง 

ดังนั้นเป็นต้นก็มีคำกล่าวแผ่เมตตาที่นอกหลักเกณฑ์ หรือนอกแบบแผนของการแผ่เมตตาตามปกติเช่นออกชื่อ

มนุษย์เหล่านั้นบ้าง ออกชื่อเทวดาหรือพระเจ้าเป็นต้นบ้าง แล้วแผ่เมตตาให้สัตว์เหล่านั้น เพื่อช่วยตนอีก

ต่อหนึ่ง กลายเป็นการบวงสรวงอ้อนวอนไปโดยใช้เมตตาหรือส่วนบุญที่จะได้รับนั้นเอง เป็นการติดสินบนสิน

จ้างแก่ผู้ที่จะมาช่วยตนไปก็มี เพราะอำนาจความกลัว และวางแบบแผนขึ้นเพราะความกลัวนั้นจนเสียความมุ่ง

หมายเดิม การแผ่เมตตาให้ตนเอง ควรจะหมายถึงความรักตัวเอง ความเคารพนับถือตัวเอง ในทางที่จะ

สนับสนุนกำลังใจของตัวเอง ให้มีความพอใจหรือความเพลิดเพลินในการกระทำมากยิ่งขึ้นเป็นส่วนใหญ่ 

ส่วนการแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลายตลอดจนถึงผู้มีเวรนั้น ควรถือเอาความหมายอย่างสั้น ๆ ไปในทางที่ว่า 

บัดนี้เราไม่มีเวรต่อใครหมด ยินดีละเวร แม้จะตกเป็นผู้ถูกเขาทำ แต่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งเสียชีวิตก็ยอม เพื่อจิต

จะไม่ระแวงภัยโดยสิ้นเชิง ในการที่ตัวไปนั่งในที่เปลี่ยวปราศจากการคุ้มครองแต่อย่างใดทั้งสิ้น และอีกทาง

หนึ่งก็คือทำจิตให้เป็นมิตรแก่ทุกคน หรือราวกะว่าทุกคนมีหุ้นส่วนในการกระทำของตนเพราะการกระทำนี้ 

ทำเพื่อความดับทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายในโลกด้วย และทำในใจเหมือนกับชีวิตทุกชีวิต ที่แวดล้อมอยู่รอบข้าง

นั้น เป็นญาติมิตรที่สนับสนุนการกระทำของเราอยู่อย่างเต็มที่ 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:แผ่เมตตา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เวลาคนเราเกลียดกัน ต่างฝ่ายต่างจะรู้สึกถึง ‘จุดดำ’ ที่มีต่อกัน มันเหมือน ‘ขั้วแห่งความมืด’

ที่ขั้วเราก็มี ขั้วเขาก็มี พอเรา ‘แผ่เมตตา’ ให้ แล้วจุดดำนั้น หายไปจากใจจริงๆ อย่างน้อยชั่ว

ขณะหนึ่ง อย่างน้อยชั่วขณะเช้านั้น ที่เพิ่งแผ่เมตตาให้เขา เจอหน้ากันเขาก็จะรู้สึกว่า

จุดดำที่มัน ‘อยู่ในเขา’ ยังมีอยู่

แต่ จุดดำที่ ‘อยู่ในเรา’ มันเหมือนหายไป ! มันเหลือแต่ขั้วของเขา ขั้วของเรามันสว่างขึ้นมา

เขาก็จะรู้สึก ‘แปลกใจ’ !

 

พอรู้สึกไปวันหนึ่ง อาจจะแค่แปลกใจวันเดียว แต่ถ้ารู้สึกอย่างนี้ทุกวัน ในที่สุด ‘จุดดำที่อยู่ใน

ขั้วเขา’ มันจะค่อยๆหรี่ลงๆ และถ้าไม่มีเรื่อง ไม่มีราว ไม่มีเหตุการณ์แย่ๆ ระหว่างกัน มาซ้ำ

เติมเข้าไปอีก ในที่สุดจุดดำตรงนั้นมันจะหายไปจริงๆ ! นี่คือสิ่งที่เราจะได้ จากการแผ่เมตตา

ตัว ‘ความโกรธ’ อาจพัฒนาเป็น ‘ความพยาบาท’ หรืออาจจะหายไปเสียเฉยๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับ

เหตุปัจจัยหลายต่อหลายประการ 

 

ความ ‘พยาบาท’ นั้น จะหมายเอา ความแค้นใจ ความเจ็บใจ ความคิดร้าย ซึ่งเป็น ‘ตรงข้าม’

กับ ‘เมตตา’ โดยตรง พฤติของจิตจะเป็นไปในทาง ‘ผูกใจ คิดแก้แค้นเอาคืน’ หรือแม้ไม่ถึง

ขั้นลงมือเอาคืน ก็มีอาการขัดเคือง ‘ขุ่นข้องค้างเติ่ง’ อยู่อย่างนั้น 


การแผ่เมตตา มิใช่การทำ ‘เชื้อแห่งความโกรธ’ ให้ดับ

ลงสนิท : จุดประสงค์ของการแผ่เมตตา เป็นไปเพื่อ

‘ละพยาบาท’ อันเป็นของครอบงำจิตระยะยาว

การแผ่เมตตาเป็นเรื่องของการ ‘เปลี่ยนนิสัย’ คือต้อง

"ละพยาบาท" ให้ "ขาดจากจิต" ! : แม้โกรธขึ้นก็

เหมือนจุดไฟดวงน้อย เรามี ‘น้ำกลุ่มใหญ่’ ไว้สาดให้ดับ

พร้อมอยู่แล้ว  แผ่เมตตานั้น คือ ‘ทำความสุข’ ให้เกิดใน

‘จิตตนเอง’ ก่อน จะด้วยวิธีการทำสมาธิ หรือไปทำบุญ

ที่ไหนก็ตาม แล้วให้กระแสสุขแผ่ออกกว้างๆ


ไม่จำกัด เฉพาะในตัวเรา ..เหมือนคนมีเงินมากแล้วใจบุญ อยากแจกจ่ายให้คนอื่นได้มั่งมี

ตามตน ขณะที่มีความสุข มีความปลื้มปีติมากๆ จะสังเกตว่าใจเรากว้างขวาง เขาถึงเรียกว่า

"คนใจกว้าง" ด้วยมูลความจริงทางจิตเช่นนี้

หลายคนได้รับคำแนะนำให้ภาวนา สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุ ภาวนาอยู่เกือบสิบปี

ยังหน้าตาเหี้ยมเกรียมอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้เพราะตั้ง ‘ความเข้าใจ’ ไว้ผิดพลาด ว่าแค่ท่องบ่น

ไปก็คือการ ‘เจริญเมตตาภาวนา’ แล้ว หรือหนักกว่านั้นคือนับเป็นการ ‘แผ่เมตตา’ แล้ว 

 

ขอให้เข้าใจว่าการเจริญเมตตานั้น เป็นอาการของ ‘จิต’ ที่ส่งความปรารถนาดี ปรารถนาให้ผู้

อื่นเป็นสุขด้วยใจจริง การท่องบ่นสาธยายมนต์นั้น ไม่ต่างกับนกแก้วนกขุนทองที่พูดได้

คำสองคำ แต่หามีความเข้าใจหรือรับรู้ในภาษาที่ตนพูดไม่

 

การแผ่เมตตา ไม่ใช่จะใช้สื่อคือ ‘กระแสจิต’ อย่างเดียวนะครับ : นั่งๆ ‘คุย’ กันอยู่กับใคร

แล้วเรา ‘อยากพูดดี’ ให้เขาสบายใจ ก็จะมีลักษณะของ ‘จิตแบบแผ่เมตตาอ่อนๆ’ ออกมา

แล้ว หากใครบอกว่า ฝึกแผ่เมตตาแล้วไม่สำเร็จ เป็นของยาก ก็ขอให้ลองตั้งใจ พูดดี พูดให้

คนอื่นรื่นหู พูดให้คนอื่นเป็นสุข มีความสามัคคีกลมเกลียวกันมากๆ เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน

เป็นปี ตั้งใจไว้เลยว่า ‘คำที่ออกจากปากเรา’ จะมีแต่กลิ่นหอมหวน นุ่มนวลเสนาะโสต

ไม่เหม็นเน่า ไม่แหลมระคายแก้วหูใคร ถึงวันหนึ่ง หากสัมผัสรู้สึกได้ว่ามี

‘กระแสความปรารถนาดีจริงใจ’ แผ่นำออกไป ‘ก่อนพูด’ ก็ให้ทราบเถิดว่า อันนั้นแหละ

คุณเป็น ‘นักแผ่เมตตาผ่านคำพูด’ แล้ว

 

ก่อนพูด ทำจิตให้นุ่มนวล เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความปรารถนาดีจริงใจ พอพูดแล้ว

แม้คำธรรมดาๆก็โน้มน้าวให้เชื่อ หรือ ‘เหนี่ยวนำ’ ให้จิตคนฟังสงบเย็นลงได้

ลองสังเกตว่า ตั้งจิตไว้อย่างไร คำพูดของตัวเองจึงทำให้ ‘จิตเราเอง’ สงบก่อน เยือกเย็นฉ่ำ

ใจก่อน อันนั้นแหละครับ คนฟังก็จะรู้สึกเยือกเย็นตามเราไปด้วย นี่คือการฝึกแผ่เมตตา

ด้วยคำพูด’ และจะมี ‘พลังเหนี่ยวนำความสุข’ ให้เกิดขึ้นในคนอื่นทวีขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้ดื้อ

อย่างไรก็ทนอยู่ไม่ไหวหรอกครับ !

ดังตฤณ

Select your language