แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จโต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จโต แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ความดีและความสะอาดแห่งจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

วันนี้อาตมาจะเทศน์ เรื่อง “บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน” 

คำว่า บุญ แปลแบบไทยๆ ว่า 

ความดี ความสะอาดแห่งจิต

เวลาให้ของแก่พระสงฆ์เรียกว่า ทำบุญ 

ส่วนการทำบุญในพุทธศาสนาเรียกว่า ทำบุญ 

ส่วนการทำบุญในพุทธศาสนามีอยู่ด้วยกันมากมายหลายวิธี

แต่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในธรรมะเรียกว่า บุญกริยาวัตถุ 3

ซึ่งประกอบด้วย ทาน ศีล ภาวนา 

เคยมีคนถามอาตมาว่าเกิดมาเป็นคนยากจนไร้ทรัพย์จะทำบุญอย่างไร อาตมาก็ตอบเขาไปว่าการทำบุญ 

ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินเงินทอง ก็สามารถที่จะร่วมทำบุญได้ แถมยังประหยัดอีกด้วย นั่นคือ 

การรักษาศีลและการเจริญภาวนา ซึ่ง 2 อย่างนี้จะได้อานิสงส์ผลบุญมากกว่า การให้ทาน เสียอีก 

เพียงแต่ญาติโยมมองข้ามกันไป  โยมมักจะคิดทำบุญแต่การให้เท่านั้นเพราะว่ามันง่ายดี 

แต่การรักษาศีลและการเจริญภาวนา ต้องเสียสละเวลาในการปฏิบัติ จึงรู้สึกว่าทำยากกว่า 

การทำบุญทุกอย่าง โยมต้องเข้าใจด้วยว่า เพียงแต่เราตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะทำบุญเท่านั้น 

โยมก็ได้กุศลแล้ว แต่บุญที่ได้รับยังเป็นส่วนน้อย ถ้าอยากได้บุญเต็มที่ต้องทำบุญให้ครบ 3 อย่าง 

ทาน.. คือ การให้ ถ้ามีเงินทองมากก็ทำมาก มีเงินน้อยก็ทำน้อยตามกำลังตน 

ถ้าไม่มีเงินทองใช้แรงกายก็ให้เป็นทานได้ ศีล.. พวกท่านทั้งหลายสังเกตหรือไม่ว่า 

เวลาที่ญาติโยมจะมาทำบุญ ทำไมพระท่านถึงให้พวกญาติโยมรับศีลก่อน 

เพราะท่านต้องการที่จะทำให้ผู้ให้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ เมื่อทำบุญขณะนั้นก็จะได้รับผลเต็มกำลัง

จริงอยู่ที่บางคนไม่อาจถือศีลได้ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะหน้าที่การงาน ทำให้ต้องผิดศีล 

แต่เราก็สามารถที่จะถือศีลได้ในขณะที่เรานอนในเวลากลางคืน และถือได้ครบทั้ง 5 ข้อด้วย 

เพียงแต่เราอาราธนารับศีลทั้ง 5 ด้วยตนเองที่หน้าพระพุทธรูปที่บ้าน 

ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญที่ง่ายมากได้รับผลเต็มกำลัง ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ 

จิตใจเต็มไปด้วยความเมตตากรุณา แต่ถ้าเกิดเราต้องตายในขณะนั้นก็ส่งผลให้เราไปสู่สุคติทันที 


“หัวใจของการทำบุญทุกครั้ง” ขอให้ญาติโยม จงแผ่เมตตาและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทุกครั้งตามนี้ 

“ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ไปให้ทุกรูปทุกนาม ทั้ง 20 ชั้นพรหมโลก 6 ชั้นเทวโลก มนุษย์โลก 

มารโลก ยมโลก อบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน 

และในหมื่นโลกธาตุกับอีกแสนจักรวาลพิภพ ทั้งที่เป็นมนุษย์ อมนุษย์ รูปวิญญาณ อรูปวิญญาณ 

และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู 

ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า ขอให้ทุกรูปทุกนามจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด 

อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย 

ขอให้ทุกรูปทุกนามจงโมทนาในส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้า 

จะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้ด้วยเทอญ” 

บุญที่ทำไปจะส่งผลให้ได้รับบุญในชาติปัจจุบันทันที ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้ากันหรอกนะจ๊ะ ขอเจริญพร.. 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เราผูกมิตรกับเขา เขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า

ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น

มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจาย

ออกไป เมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็น

มิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่ง

เราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา

หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา

แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขา

ก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ 

เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา

เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณ

จะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่าง

สม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึง

วาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มัน

สบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

INDHAMMA:กฎแห่งกรรมคือกฎแห่งธรรมชาติ ย่อมทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

     

 "ทำดีทำไมไม่ได้ดี"

"กฎแห่งกรรม"นี้เป็นสิ่งที่ละเอียดมาก ก็เปรียบเสมือนหนึ่ง

ธรรมชาติของการเติบโตของผลไม้ตามฤดูกาล กรรมที่ท่าน

สร้างในอดีตภพ ย่อมนำมาสู่ท่านในปัจจุบันภพ ฉันใดก็ฉันนั้น

ทีนี้กรรมเหล่านั้น ที่ท่านทำไปแล้วแต่ท่านลืมไปเพราะอะไรเล่า

เพราะว่ามนุษย์ที่ยึดว่า ทำไมทำดีจึงไม่ได้ดี เพราะมนุษย์ผู้นั้น

ไม่โปร่งในขั้นสมุฏฐาน ของเหตุและปัจจัย ถ้าท่านหว่านพืชชนิด

ใดลงดิน พืชชนิดนั้น จะขึ้นตามเหล่ากอของพืชพันธุ์นั้น กรรมใด

ที่ท่านสร้างมาในภพ ที่ท่านลืมไปแล้ว แต่กรรมนั้นยังตามเสวย

ตามภพชาติต่างๆ อยู่

ยกตัวอย่าง ซึ่งเปรียบง่ายๆ

สมมติว่าเมื่อสองปีก่อนท่านได้ฆ่าคนตายในที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แล้วท่านหนีไปอยู่ที่หนองคาย

(เปรียบเหมือนท่านฆ่าคนตายในภพก่อนแล้วมาเกิดใหม่ในภพนี้) เรียกว่าท่านเกิดภพนี้ทั้งที่เป็นคนเดิม

คือจิตวิญญาณเดิมจากภพก่อน แต่มาอยู่ภพนี้หรือเมืองนี้ ในขณะที่ท่านหนีจากกรุงเทพฯ (ภพก่อน)

ไปอยู่หนองคาย (ภพนี้) เกิดสำนึกผิดขึ้นมา จึงถือศีลทำบุญให้ทาน เป็นมิตรกับชาวบ้านที่หนองคาย

ชาวบ้านที่หนองคายก็ยกย่องสรรเสริญว่าท่านเป็นคนดีมีศีลธรรมน่าเคารพนับถือ 

แต่กรรมที่ท่านสร้างไว้คือฆ่าคนตายที่กรุงเทพฯ เมื่อสองปีก่อนนั้น 

ชาวบ้านที่หนองคายไม่รู้กับท่านด้วย และตำรวจ (กรรม) นั้นก็กำลังตามหาท่านอยู่ 

เปรียบเสมือนการตามของภพของกรรมไปถึงที่นั่น แม้ว่าท่านกำลังถือศีลถืออุโบสถอยู่ในโบสถ์ 

หรือแม้ว่าบางคนมาบวชเป็นพระเพื่อหนีคุกหนีตารางก็ตามที เมื่อตำรวจสืบพบเจอ

ตัวท่าน แม้จะอยู่ที่วัดถือศีลหรือบวชเป็นพระอยู่ ตำรวจก็จับท่านทันทีเพื่อไปลงโทษตามกฎหมาย

บ้านเมือง คนที่หนองคายแถวที่ท่านอยู่ย่อมไม่พอใจ หรือด่าทอตำรวจที่มาจับคนดีที่ถือศีลในอุโบสถอยู่

ก็เหมือนกรรมที่ไม่ดีที่ตามมาทันท่านตอนที่ท่านกำลังทำดี ทำให้ท่านคิดว่าทำไมทำดีแล้วจึงไม่ได้ดี

กลับพบเจอและได้รับแต่สิ่งที่ไม่ดี ท่านอาจลืมกรรมที่ท่านทำไว้ในภพชาติก่อนแล้ว เพราะมันผ่านมา

นานแล้ว ข้ามภพข้ามชาติมาจนจำไม่ได้ว่าทำกรรมไม่ดีอะไรไปบ้าง จึงทำให้คิดว่าภพนี้ชาตินี้ทำแต่

ความดี แล้วทำไมไม่ได้ดี คล้ายกันกับคนทำชั่วหรือทำไม่ดีในปัจจุบัน แต่กลับได้ดิบได้ดี 

เพราะภพชาติก่อนเขาเคยทำดีไว้ แล้วกรรมดีนี้ตามมาทันและส่งผลให้เขาได้ดิบได้ดี 

แม้ในขณะปัจจุบันเขากำลังทำกรรมไม่ดีอยู่ก็ตามที 

เพราะเป็นกรรมคนละส่วนกับกรรมเก่าที่เขาทำดีในภพชาติก่อน ส่วนกรรมใหม่

ที่เขาทำไม่ดีในขณะนี้ยังไม่ส่งผล ต้องรอให้ผลในกาลต่อไป เปรียบเหมือนเราเพิ่งปลูกข้าวดำนาเสร็จ

จะให้กล้าในนาออกดอกออกรวงข้าวในวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยย่อมเป็นไม่ได้ 

จะต้องรอเดือนรอเวลาจนกว่าต้นกล้าจะครบกำหนดที่จะออกรวงให้ผลิตผลเป็นเมล็ดข้าว 

จึงจะเก็บเกี่ยวได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

กฎแห่งกรรมก็เช่นเดียวกันกับกฎธรรมชาติ เปรียบได้กับ การปลูกพืชปลูกต้นไม้ชนิดต่างกัน 

ย่อมต้องจะรอการออกดอกออกผลเป็นเวลาไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นไปตามพันธุกรรมของพืชชนิดนั้นๆ 

ที่จะใช้เวลาไม่เท่ากันนาน เป็นเดือนหรือนานเป็นปีจึงจะให้ผล เช่น ปลูกพริกย่อมให้ผลิตผลเร็วกว่า

ปลูกมะม่วง ปลูกข้าวย่อมให้ผลเร็วกว่าปลูกมะพร้าว เป็นต้น 

เช่นเดียวกันกับผลของกรรมแต่ละชนิด กรรมหนักกรรมเบา มีเจตนาหรือไม่เจตนา เป็นต้น 

จึงให้ผลกรรมหนักเบาต่างกันต่างเวลาตามเหตุปัจจัย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งละเอียด

กฎแห่งกรรมคือกฎแห่งธรรมชาติ ย่อมทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ท่านสร้างกรรมดีไว้ในปัจจุบันนี้

กรรมนั้นอาจจะให้ท่านเสวยผลในภพอีกภพหนึ่งก็ได้ เพราะว่ามันเป็นกงล้อแห่งกงกรรมกงเกวียนที่จะ

แยกแยะออกมา ชาติไหน ชาติอะไร ชาติโน้น ชาตินี้ เป็นสิ่งยาก เพราะว่ามนุษย์เราแต่ละคน

ที่เกิดมาในปัจจุบันชาตินี้ เกิดมาเป็นร้อยๆ พันๆ ภพชาติเป็นกงกรรมกงเวียนที่ทับถมทั้งดีและชั่ว 

โดยเจ้าตัวก็แยกแยะไม่ออก ยกตัวอย่างง่ายๆ เสมือนหนึ่งท่านคิดตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น 

พอตกเย็นท่านมานั่งทบทวน ท่านก็แยกแยะทบทวนไม่ค่อยออกว่าเวลาไหนท่านมีอกุศลอารมณ์ 

เวลาไหนมีโทสจริต เวลาไหนมีเมตตาจิต เพราะว่าการเคลื่อนไหวแห่งจิตวิญญาณนี้เร็วยิ่งกว่าอณู

ปรมาณูทั้งหลาย เร็วยิ่งกว่าปรอท

เพราะฉะนั้นจึงแยกได้ว่า ท่านสร้างกรรมใดไว้ ท่านย่อมจะต้องเสวยกรรมนั้นในภพชาติแน่นอน

คติธรรมคำสอน....ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ธรรมทาน…ทำได้ทุกคน…

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ผู้ให้ธรรมทาน ได้ชื่อว่า

ให้มนุษยสมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ

การให้ธรรมทาน ขอเพียงแต่ผู้ให้มีศรัทธาทางธรรม

ก็สามารถให้ธรรมเป็นทานได้

คนที่รู้ธรรมมากก็ให้ได้ คนที่รู้ธรรมน้อยก็ให้ได้

ไม่รู้เลยก็ให้ได้ เป็นพระหรือเป็นฆราวาสก็ให้ได้

การสร้างธรรมทานจึงทำได้ทุกคน

ฉะนั้นผู้ที่ปราถนาอยากได้บุญสูงสุด

ควรสร้างมหาบุญอันประเสริฐ ด้วยการสร้างหนังสือ

บทสวดมนต์ที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าให้มากที่สุด

เท่าที่จะมากได้

ส่วนผู้ที่รับธรรม เมื่อรับแล้วก็ต้องนำเอาไปปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด

เปรียบเหมือนมีดินแล้วไม่ยอมปลูก มีอาหารแล้วไม่ยอมกิน มีไม้แล้วไม่ยอมปลูกบ้าน มีเงินแล้ว

ไม่ยอมใช้ สิ่งเหล่านี้ถึงจะมีก็เหมือนไม่มี ผู้รับนำเอาธรรมนั้นไปใช้ เมื่อปฏิบัติตามก็จะได้ประโยชน์

นับภพนับชาติไม่ได้ย่อมได้สมบัติในสุคติภพและถึงพระนิพพานสมบัติอันเป็นที่สุด เพราะฉะนั้น

ผู้ใดให้ธรรมเป็นทานก็เท่ากับเอา มนุษยสมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ ไปให้กันเลย

ทีเดียว มีแต่ความสุขความเจริญหาที่สุดมิได้

..ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติอยู่เป็นนิจ ย่อมนำสุขมาให้..

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

หนังสือ พลังบุญเหนือพลังบาป

อมตะธรรมสมเด็จโต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก 

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ได้ประโยชน์อะไรจากการฝึกจิต...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ประโยชน์จากการฝึกจิต..

ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่

เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ 

ปัญญาก็เกิดขึ้น

ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ

ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน

เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนาน

นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว

คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย 

เจ็บป่วยได้

 กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน

เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย

โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ

จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง

หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม..

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)


#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ประโยชน์จากการฝึกจิต...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่

เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้

ปัญญาก็เกิดขึ้น

ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ

ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้น

ในชีวิต ตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า

นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว

คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย

เจ็บป่วยได้ 

    กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆ ทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการ

ปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะ

หมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆ

จะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิต

และเดินจงกรม..

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี..

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที 

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก 

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together : "ทำไมต้องทำบุญ?"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 "ทำไมต้องทำบุญ?"

 ..เพราะ บุญ เป็นพลังงาน ที่มีพลังดึงดูด ความเจริญ

มาสู่ชีวิต เป็นต้นเหตุ แห่งความสุข ความสำเร็จ ในชีวิต

..ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตก็มาก

..ถ้าบุญมาก อุปสรรคในชีวิตก็น้อย

..ถ้าบุญอ่อนกำลังลง หรือ บุญหมด..

..บาปที่เคยทำไว้ ก็จะได้โอกาส ส่งผล

..ทำให้ชีวิต มีอุปสรรค ต่างๆนานา

..เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีความสุข หมดอำนาจวาสนา เสียชื่อ

เสียงเกียรติยศ แม้คนที่รักกันก็หมดรัก แม้ทรัพย์ที่มีอยู่น้อยนิด

ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้..

..ฉะนั้น การจะมี ทรัพย์สมบัติทุกอย่าง และ ความสมบูรณ์พร้อมในชีวิต ก็ต้องมีบุญ

ที่มากเพียงพอ ..ซึ่งไม่ว่า จะอยู่ในสถานภาพใด ล้วนต้องอาศัยบุญทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยากอยู่

แบบพอมีพอกิน หรือ คิดจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือ พระเจ้าจักรพรรดิ ..แม้กระทั่ง ปรารถนา

ที่จะหมดกิเลส บรรลุมรรคผล นิพพาน เป็นพระอรหันต์ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า



ก็ต้องมีบุญถึง บารมีถึง ถึงจะดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ได้อย่างมั่นคง

และมีความสุข

..ด้วยเหตุนี้ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะสั่งสมบุญ ..

..เพราะบุญ คือ เบื้องหลังความสุข ความสำเร็จ ในชีวิตทุกระดับ อย่างแท้จริง..

แชร์เรื่องบุญไปก็ได้บุญ บุญและทาน ที่บังเกิดมี ในการส่งต่อ

ขอให้เป็นอภิมหาบุญ ขอให้ผู้ที่ส่ง มีความสุข มีความเจริญ รุ่งเรือง ร่ำรวย

มีความสุขกายสบายใจ มีสุขภาพดี ไม่เจ็บไม่จน ปรารถนาสิ่งใด สมความปรารถนาทุกๆประการ

ขอให้ผลบุญนั้น เห็นผลทันตา ด้วยเทอญ (อธิษฐาน)

สาธุ รักใครให้ส่งไป


#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ผู้ใดมีทุกข์…ผู้นั้นมีบุญวาสนา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

"ผู้ใดที่มีทุกข์ จงให้รู้ไว้ นั้นแล…ผู้นั้นถือว่ามีบุญวาสนา

 ผู้ใดที่มีทุกข์มาก ผู้นั้นกำลังเสวยวิบาก เพราะใครที่มีทุกข์

 มากแค่ไหน ให้จงจำไว้ กำลังได้ชดใช้หนี้กรรม 

 แม้กรรมนั้นเป็นกรรมทางใจที่ทุกข์ทรมาน

 ถ้าเลือกด้วยมีอัฐมีเบี้ยไปทดแทน ก็หาว่าคุ้มค่ากันไม่

 เพราะอัฐเบี้ยนั้น เมื่อเราใช้จ่ายหรือซื้อไปแล้ว

 ไม่สามารถซื้อความรู้สึกกลับคืนมาได้

 แต่ถ้าใจเราไปสัมผัสกับทุกข์ที่แท้จริงแล้ว

 นี่แล…คือธรรม คือเหตุ คือมรรค

ถ้าโยมไม่เห็นทุกข์ถึงที่สุด โยมจะไม่เห็นทางมรรคเลย หามีการ ลดละ ตัวตน ของโยมได้…

ไม่มีทาง แต่ผู้ใดที่มีทุกข์มากแค่ไหน ผู้นั้นจะเห็นทางสว่าง ต่อเมื่อผู้นั้นมีสติ ระลึกถึงบุญกุศลที่ได้

กระทำมาอยู่บ่อยๆ"

คติธรรม สมเด็จฯโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำบุญให้ครบทั้งทาน ศีล เจริญภาวนา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินเงินทอง 

ก็สามารถที่จะร่วมทำบุญได้นั่นคือ 

การรักษาศีลและการเจริญภาวนา

ซึ่งจะได้อานิสงส์ผลบุญมากกว่า การให้ทาน เสียอีก

เพียงแต่ญาติโยมมองข้ามกันไป โยมมักจะคิดทำบุญ

แต่การให้ทานเท่านั้น เพราะว่ามันง่ายดี

แต่การรักษาศีลและการเจริญภาวนา

ต้องเสียสละเวลาในการปฏิบัติ 

จึงรู้สึกว่าทำยากกว่า



การทำบุญทุกอย่าง โยมต้องเข้าใจด้วยว่าเพียงแต่เราตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะทำบุญเท่านั้น

โยมก็ได้กุศลแล้ว แต่บุญที่ได้รับยังเป็นส่วนน้อย

ถ้าอยากได้บุญเต็มที่ต้องทำบุญให้ครบ 3 อย่าง ได้แก่ ทาน ศีล และเจริญภาวนา

สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)


#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน..

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...









วันนี้อาตมาจะเทศน์ เรื่อง “บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน” 

คำว่า บุญ แปลแบบไทยๆ ว่า ความดี ความสะอาดแห่งจิต 

เวลาให้ของแก่พระสงฆ์เรียกว่าทำบุญ ส่วนการทำบุญในพุทธ

ศาสนาเรียกว่าทำบุญ ส่วนการทำบุญในพุทธศาสนามีอยู่ด้วย

กันมากมายหลายวิธี แต่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในธรรมะ

เรียกว่า บุญกริยาวัตถุ 3 ซึ่งประกอบด้วย ทาน ศีล ภาวนา 

เคยมีคนถามอาตมาว่าเกิดมาเป็นคนยากจนไร้ทรัพย์จะทำบุญ

อย่างไร อาตมาก็ตอบเขาไปว่าการทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมี

ทรัพย์สินเงินทอง ก็สามารถที่จะร่วมทำบุญได้

แถมยังประหยัดอีกด้วย นั่นคือ การรักษาศีลและการเจริญภาวนา ซึ่ง 2 อย่างนี้จะได้อานิสงส์ผลบุญ

มากกว่า การให้ทาน เสียอีก เพียงแต่ญาติโยมมองข้ามกันไป

โยมมักจะคิดทำบุญแต่การให้เท่านั้นเพราะว่ามันง่ายดี แต่การรักษาศีลและการเจริญภาวนา ต้องเสียสละ

เวลาในการปฏิบัติ จึงรู้สึกว่าทำยากกว่า การทำบุญทุกอย่าง โยมต้องเข้าใจด้วยว่า เพียงแต่เราตั้งใจหรือ

มีเจตนาที่จะทำบุญเท่านั้น โยมก็ได้กุศลแล้ว แต่บุญที่ได้รับยังเป็นส่วนน้อย ถ้าอยากได้บุญเต็มที่

ต้องทำบุญให้ครบ 3 อย่าง ทาน.. คือ การให้ ถ้ามีเงินทองมากก็ทำมาก มีเงินน้อยก็ทำน้อยตามกำลังตน 

ถ้าไม่มีเงินทองใช้แรงกายก็ให้เป็นทานได้ ศีล.. พวกท่านทั้งหลายสังเกตหรือไม่ว่า เวลาที่ญาติโยมจะ

มาทำบุญ ทำไมพระท่านถึงให้พวกญาติโยมรับศีลก่อน เพราะท่านต้องการที่จะทำให้ผู้ให้มีจิตใจที่

บริสุทธิ์ เมื่อทำบุญขณะนั้นก็จะได้รับผลเต็มกำลัง จริงอยู่ที่บางคนไม่อาจถือศีลได้ตลอดเวลา อาจเป็น

เพราะหน้าที่การงาน ทำให้ต้องผิดศีล แต่เราก็สามารถที่จะถือศีลได้ในขณะที่เรานอนในเวลากลางคืน 

และถือได้ครบทั้ง 5 ข้อด้วย เพียงแต่เราอาราธนารับศีลทั้ง 5 ด้วยตนเองที่หน้าพระพุทธรูปที่บ้าน 

ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญที่ง่ายมากได้รับผลเต็มกำลัง ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ จิตใจเต็มไปด้วยความเมตตา

กรุณา แต่ถ้าเกิดเราต้องตายในขณะนั้นก็ส่งผลให้เราไปสู่สุคติทันที ภาวนาหรือการสวดมนต์.. 

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่า การภาวนาสวดมนต์มีประโยชน์น้อย และเสียเวลามาก แต่ความจริงแล้ว

การสวดมนต์ภาวนา มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์ภาวนาเป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี

ของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ การสวดมนต์ภาวนาด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ และใช้สติ

พิจารณาเกิดเป็นปัญญา เป็นความรู้ความเข้าใจ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ภาวนาทำให้บรรลุไปสู่

พระนิพพาน

 “หัวใจของการทำบุญทุกครั้ง” 

ขอให้ญาติโยม จงแผ่เมตตาและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทุกครั้ง...ตามนี้... 

“ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ไปให้ทุกรูปทุกนาม ทั้ง 20 ชั้นพรหมโลก 6 ชั้น เทวโลก มนุษย์โลก 

มารโลก ยมโลก อบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน และในหมื่นโลกธาตุ

กับอีกแสนจักรวาลพิภพ ทั้งที่เป็นมนุษย์ อมนุษย์ รูปวิญญาณ อรูปวิญญาณ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย 

ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า ขอให้ทุกรูปทุกนามจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด 

อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย ขอให้ทุกรูปทุกนามจงโมทนาใน

ส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้ด้วยเทอญ” 

บุญที่ทำไปจะส่งผลให้ได้รับบุญในชาติปัจจุบันทันที ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้ากันหรอกนะจ๊ะ 

ขอเจริญพร.. 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ..ทางธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม

คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง

จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้ "อาตมามี

กฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะ

หนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ

ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติ

สมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออก

บิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา

กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติ

อาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์

ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วง

เวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมา

จะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้

เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ

ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิ้น

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน..

1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง

2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์

3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน

ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรม จำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเรา เพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง..

สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)

Dhamma together:เอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า

ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวัน

ทั้งเช้าและเย็น จะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำ

ความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์

ออกมา แม้จะพยายามหา ของหอมมาทาทับ

ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ " ใจ "ของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่

กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใคร

เอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจน

เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด

หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง

ทำความสะอาดหรือ?

สมเด็จโต พรหมรังสี

Dhamma together:สิ่งใดที่โยมได้เจอ ล้วนแล้วได้กระทำมาทั้งนั้น หาใช่ว่าใคร มาสร้างให้โยมเป็น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ร่างกายสังขาร ก็เปรียบเสมือนเรือ ถ้าคนมีศีลแข็งแรงมั่นคง เรือของโยมก็ไม่รั่ว " น้ำ "

ที่เปรียบเสมือนข้าศึกศัตรูภายนอก ที่ทำให้เป็นทุกข์ หรือทำให้เรือนั้นจม ก็ไม่สามารถ

เข้ามาได้ หากเรือนั้นแข็งแรง ดุจมนุษย์ผู้ที่มีศีลมั่นคง



 ดังนั้นมนุษย์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา ก็เกิดจาก

ความปราณีตของศีล รวยจน ลำบาก ทุกข์เข็ญ

ยากไร้ ร่ำรวย สุขสบาย ล้วนเกิดจากอำนาจของศีล

ที่กระทำมาแล้วทั้งนั้น สิ่งใดที่โยมได้เจอ ล้วนแล้ว

ได้กระทำมาทั้งนั้น หาใช่ว่าใคร มาสร้างให้โยมเป็น

หากโยมนั้นจะไปโทษใคร ยิ่งเพิ่มเวร พยาบาท

เข้าไปอีก ... โยมเป็นคนสร้างหนี้ขึ้นมา เจ้าหนี้เขา

จะไปเก็บที่คนอื่นได้มั๊ย? ... โยมไปฆ่าคนอื่นตาย

แล้วเค้าจะไปฆ่าคนอื่นแทนได้มั๊ย?

ในวิธีของกรรมแล้ว กรรมเป็นของ " เที่ยงแท้ "

ดังนั้นตัดกรรม ต้องตัดที่ใจเรา ไม่ใช่ตัดที่ใคร เข้าใจมั๊ย. . .

คติธรรมคำสอน สมเด็จฯโต

http://www.miracledharma.com/b/54

ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผลจนสำเร็จจนเป็นอรหันต์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



“ยังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อยและเสียเวลา

มากหรือฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่าง

มากมาย เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดีแห่ง

พระรัตนตรัย ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีคุณวิเศษเช่นไร พระธรรม

คำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยเจ้ามีคุณ

เช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติ

พิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจธรรมที่แท้

ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์

นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผลจนสำเร็จจนเป็นอรหันต์

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า

โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ๕ โอกาสด้วยกันคือ

๑. เมื่อฟังธรรมที่ถูกต้อง ซึ่งสอนเรื่องกรรม ศีล ภาวนา

๒. เมื่อแสดงธรรม คือ เมื่อเข้าใจถึงธรรมที่ถูกต้องแล้ว (รู้ได้เองว่าเป็นโสดาบัน) ก็พอใจจะสอนธรรม

ให้ผู้อื่นรู้ด้วย

๓. เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์อย่างมีสมาธิ

๔. เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น หมายความว่า รู้ถึงความหมายโดยรวมของธรรมนั้น

๕. เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ คือ พิจารณาทุกสิ่งด้วยธรรม โสดาบันขึ้นไปเท่านั้นจึงจะวิปัสสนาได้

การสวดมนต์ในตอนเช้าและตอนเย็นเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้า

ทรงประกาศพระพุทธศาสนา บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์

โดยแบ่งเวลาเป็น ๒ เวลา นั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม

การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจที่เศร้าหมองให้หมดไป

การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์สาม นั่นคือ

๑. กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม

๒. มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย

๓. วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรญเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐของพระรัตนตรัย

พร้อมเป็นการขอขมาในความผิดพลาดหากมี และเป็นการกล่าวสักการะเทอดทูนที่สูงยิ่ง

ซึ่งเราเรียกว่าเป็นการสร้างกุศล อาตมาภาพขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า

ถ้าหากบุคคลใดได้สวดมนต์เช้าแลเย็นไม่ขาดแล้ว บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์”

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี )

Select your language