พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
อยู่ในวัด นอกวัด ที่ไหนๆ ก็ปฏิบัติภาวนาได้
“ภาวนาไม่ใช่ว่าจะไปนั่งหลับตาภาวนา บางคนก็มาวัดทุกวัน วันพระก็มานั่งหลับตาภาวนา
พอกลับไปบ้านทิ้งเลย ทะเลาะกับลูกกับผัว ทะเลาะกับใครต่อใคร เขาเข้าใจว่าเวลานั้น
เขาออกจากการภาวนาแล้ว เมื่อจะภาวนาก็มานั่งหลับตาเอาบุญ
พอออกไปแล้วบุญไม่ไปด้วย เอาแต่บาปไปเท่านั้น ไม่อดไม่กลั้น
ไม่ประพฤติธรรมไม่ปฏิบัติธรรม อะไรต่ออะไรหลายๆอย่าง
|
ความเป็นจริง การประพฤติการปฏิบัติภาวนานี้ เมื่อไรก็ตามเถอะ จะอยู่ในวัดก็ตาม นอกวัดก็ตาม เหมือนกับเราได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆ เมื่อเราเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆแล้ว เราเรียนหนังสืออ่านหนังสือได้ในโรงเรียนแล้ว แล้วจะไปอ่านอยู่ที่บ้านก็ได้ จะอ่านอยู่ในทุ่งในป่าก็ได้ จะอ่านในที่ชุมชนก็ได้ อ่านคนเดียวก็ได้ อ่านที่ไหนก็ได้ ถ้าเราเข้าใจดีแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะอ่านหนังสือจะต้องวิ่งมาโรงเรียน ถึงจะอ่านหนังสือได้ ไม่ใช่อย่างนั้น การภาวนานี้ก็เหมือนกัน ฉันนั้น |
เมื่อเรามีปัญญาแล้ว มันจะไปในทุ่งก็ดี จะเข้าไปในป่าก็ดี อยู่ในคนจำนวนมากก็ดี
อยู่ในคนจำนวนน้อยก็ดี จะถูกนินทาก็ดี จะถูกสรรเสริญก็ดี เป็นต้น
ก็มีความรอบรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าคนที่ภาวนา
ให้มันรู้เท่าอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เช่นนี้ ก็เรียกว่าเราสบายแล้ว
นี่เรียกว่าคนภาวนาเป็น มีอารมณ์เป็นอันเดียว
ภาวนา ก็คือ รู้ให้ทั่วถึง รู้รอบคอบนั่นเอง
ท่านจึงให้เป็นผู้มีสติความระลึกได้ เป็นคนมีสัมปชัญญะความรู้ตัว เป็นผู้มีปัญญา
มีความรอบคอบในการยืน การเดิน การนั่ง การนอน สามารถจะมองเห็นความบกพร่อง
ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจอยู่ทุกเวลา นั่นเรียกว่าคนภาวนา
ถ้าเรารู้เสมอเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรจะมากระทบกระทั่งเราได้ จิตใจก็สบาย ราบรื่นอยู่เสมอ
นั่นเรียกว่าจิตเป็นปกติ
หลวงปู่ชา สุภัทโท
ที่มา : หนังสือ “อุปลมณี” หน้า ๔๙๐-๔๙๑
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น