แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสดงธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสดงธรรม แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA::การให้ธรรมะที่แท้จริง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การให้ธรรมที่แท้จริง ย่อมหมายถึง

การทำตนเองของทุกคนให้มีธรรม  ให้ธรรม

ในตนปรากฏแก่คน ทั้งหลายโดยอัตโนมัติ

ไม่ต้องมีการแสดงออกเป็นการสั่งสอนด้วยวาจา

หรือเช่นด้วยการแสดงธรรมแบบพระธรรมเทศนา

ของพระ การสั่งสอนธรรมหรือให้ธรรม

ด้วยความประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองนั้น

มีความสำคัญเหนือกว่าการแจกหนังสือธรรม

เป็นอันมากด้วยซ้ำ

เพราะการประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ 

จนธรรมนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายกับใจ

นั่นแหละเป็นการแสดงธรรมให้ปรากฏแก่ผู้รู้ผู้เห็นทั้งหลายทั้งปวง 

และจะต้องได้ผลมากกว่าการให้ธรรมที่เป็นข้อเขียนในหน้าหนังสือ"

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวิชรญาณสังวร

Dhamma together:การสั่งสอนธรรมหรือให้ธรรมด้วยความประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองนั้นมีความสำคัญเหนือกว่า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การให้ธรรมที่แท้จริง หมายถึงการทำตนเอง

ของทุกคนให้มีธรรม ให้ธรรมในตนปรากฏแก่คนทั้งหลาย

โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการแสดงออกเป็นการสั่งสอนด้วย

วาจา การสั่งสอนธรรมหรือให้ธรรม 

ด้วยความประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองนั้น 

มีความสำคัญเหนือกว่า 

การแสดงธรรมแบบพระธรรมเทศนาของพระ 

หรือเช่นด้วย การแจกหนังสือธรรมเป็นอันมากด้วยซ้ำ

เพราะการประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

จนธรรมนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายกับใจ นั่นแหละเป็นการแสดงธรรม

ให้ปรากฏแก่ผู้รู้ผู้เห็นทั้งหลายทั้งปวง และจะต้องได้ผลมากกว่า

การให้ธรรมที่เป็นข้อเขียนในหน้าหนังสือ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เรื่องสวด กับ เรื่องสอน มันสำคัญอยู่ที่เรื่องสอน ....

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา มาฝึกกับพวกเราสิ


เรื่องสวด กับ เรื่องสอน มันสำคัญอยู่ที่เรื่องสอน

ไม่ใช่สำคัญที่เรื่องสวด... เช่นโยมไปฟังพระ

สวดมนต์นี่ ไม่รู้ว่าท่านสวดว่าอะไร หรือไปฟังเพราะ

สวดศพก็ไม่รู้ว่าท่านสวดเรื่องอะไร เราเพียงสักนั่งฟัง

ไปตามประเพณี เป็นพิธีเท่านั้น นี่คือการสวด

แต่การสอนนั้นคือการพูดชี้แจง แสดงเหตุผลในเรื่อง

เกี่ยวกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ให้คนที่มานั้น

ได้เกิดความรู้ความเข้าใจ ถ้ามีการสอนมากศาสนาก็

แพร่หลาย แต่ถ้าสวดมากศาสนาคงเดิม คือ ไม่ได้

ก้าวไปข้างหน้า ไม่ได้ทำตนให้เกิดความรู้ความเข้าใจ


ในสมัยนี้ถ้ายังสวดกันอยู่มากๆ จะไปไม่รอด แต่ถ้าเราสอนกันให้มากจะดีขึ้น...ญาติโยมจะ

ทำอะไรก็ควรจะมุ่งไปในการสอน ในการเผยแผ่ธรรมะ อย่ามุ่งเอาแต่เรื่องการสวดกันท่าเดียว

เพราะว่ามันจะกลายเป็นพิธีรีตองไปหมด ไม่ใช่เนื้อแท้ของธรรมะ หรือไม่ใช่เนื้อแท้ของพระ

ศาสนา ที่เราทั้งหลายควรจะเข้าถึงกัน สมมุติว่าเราจะนิมนต์พระไปที่บ้าน เรานัดญาตินัดโยม

มาประชุมกัน เช่นในครอบครัวเรา วันไหนเรานึกขึ้นได้ถึงพ่อแม่ ปู่ ตา ย่า ยาย อยากจะ

ทำบุญอุทิศให้ท่านเสียหน่อย เราก็นัดญาติทุกคนมาประชุมพร้อมกัน เมื่อประชุมพร้อมกัน

แล้วเราก็นิมนต์พระไปแสดงธรรม ให้คนที่มาประชุมกันฟัง ปรารภเหตุถึงการสิ้นบุญของพ่อ

แม่ คนที่มาทุกคนก็จะได้ลืมหูลืมตาเพราะได้ฟังธรรมะ ได้เกิดความรู้ความเข้าใจในคำสอน

ของพระพุทธเจ้า แล้วก็จะได้เตือนให้สำนึกว่า เราทุกคนเป็นสมาชิกของตระกูลนี้ ของ

ครอบครัวนี้ พ่อแม่ปู่ตาย่ายายท่านตายไปแล้ว ท่านได้ทำอะไรๆ ไว้ให้พวกเราทั้งหลายได้กิน

อยู่อาศัย สะดวกสบายอยู่ เราก็ควรจะสำนึกถึงคุณของคนเหล่านั้น แล้วควรจะสำนึกถึง

ความงามความดี ที่บรรพบุรุษของเราเคยกระทำมา ให้เดินตามทางที่บรรพบุรุษเคยเดิน

ถ้าเรานิมนต์พระไปทำอย่างนั้นทุกคนก็จะได้รับความสำนึกในหน้าที่ ในการงาน อันตนจะพึง

ปฏิบัติต่อสิ่งที่ตนเป็นหน้าที่ของตน อันนี้มันก็ดีขึ้น แต่ถ้าเรานิมนต์พระไปสวดมนต์ บังสุกุล

ฉันเสร็จแล้วท่านก็กลับวัด อาตมามองๆดูแล้วไม่ค่อยจะได้อะไรเท่าไหร่ แต่ได้ความอิ่มใจ

นิดหน่อย

ปัญญานันทภิกขุ

Select your language