แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ถ้าต่างคนต่างมีเสน่ห์ โลกนี้จะมีแต่ความสุข

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

คาถามหาเสน่ห์มีอยู่ ๔ ข้อ ๔ คำ คือ 

๑.ไม่พูดปด 

๒.ไม่พูดคำหยาบ 

๓.ไม่พูดส่อเสียด 

๔.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล 

นี่แหละเป็นคาถามหาเสน่ห์


คำว่า คาถา นี่มาจากภาษาบาลี แปลว่า 

วาจาเป็นเครื่องกล่าว 

ก็หมายถึงคำพูดที่เราพูดไปเอง 

คำพูดที่เราพูดออกไปนี่ 

ภาษาบาลีท่านเรียกว่าคาถา 

สำหรับวันนี้ก็จะแนะนำ “คาถามหาเสน่ห์” 

ถ้าถามว่า “พระมีคาถามหาเสน่ห์ด้วยหรือ?” 

ก็ต้องตอบว่า “มี” ถ้าถามว่า “ใครเป็นครู” 

ก็ต้องตอบว่า “พระพุทธเจ้าเป็นครู” 

ถ้าจะมีคนถามว่า “พระพุทธเจ้าทรงตัดกิเลสได้แล้ว ยังมีเสน่ห์ด้วยหรือ?” 

ก็ต้องตอบว่า 

“คนไหนถ้าตัดกิเลสได้มาก เสน่ห์ก็มาก ตัดกิเลสได้น้อย ถ้ายังตัดกิเลสไม่ได้เลย เสน่ห์ก็น้อยลงมา 

ระงับสิ่งที่ไม่เป็นเสน่ห์ พยายามสร้างสิ่งที่เป็นเสน่ห์ขึ้นมา ก็มีเสน่ห์เหมือนกัน” 

คำว่า “เสน่ห์” แปลว่า “ความรัก” ความรักซึ่งกันและกัน เป็นเยื่อใยแห่งความรักที่ดึงกำลังใจของบุคคลอื่น

ให้มารักเรา และก็เราเอง ถ้าคนอื่นเขาทำ เราก็รักเขาเหมือนกัน 

ถ้าต่างคนต่างมีเสน่ห์ บรรดาท่านพุทธบริษัท โลกนี้จะมีแต่ความสุข จะหาความทุกข์ไม่ได้ 

ความทุกข์จะมีบ้างก็แค่เรื่องของขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ คือร่างกาย มันก็ต้องแก่ มันป่วย 

เป็นเรื่องธรรมดาของขันธ์ ๕ คือร่างกาย แล้วมันก็ตาย เราจะมีทุกข์อยู่บ้างเมื่อความแก่เข้ามาถึง 

เพราะร่างกายไม่ทรงตัว กำลังไม่ดี ความเชื่องช้าก็ปรากฎ ก็หนักใจอยู่นิดหนึ่ง 

ความป่วยไข้ไม่สบายเกิดขึ้น มันก็มีความลำบากอยู่บ้าง มีความทุกข์อยู่บ้าง ความตายจะเข้ามาถึง

ก็มีความทุกข์บ้าง เพราะมีทุกขเวทนามาก แต่นอกจากอาการทั้ง ๓ อย่างนี้แล้ว 

เราจะมีแต่ความสุข เพราะคนที่มีเสน่ห์มากก็มีคนรักมาก ถ้าเราพบปะสังสรรค์กับสมาคมใด บุคคลใด 

เราเป็นคนมีเสน่ห์ สมาคมนั้นเขาไม่เกลียด ผู้ที่เกลียด ก็คือว่า คนที่มีเสน่ห์ไม่เท่า เขามีเสน่ห์น้อยเกินไป 

มีคนรักน้อยเกินไป อาจจะมีการอิจฉาริษยากันได้ นี่เป็นของธรรมดา แต่ถ้าพบหน้ากันเข้าจริงๆ บ่อยๆ 

อาการอิจฉาริษยาก็จะหมดไป เหลือแต่ความรัก 

ข้อย้ำอีกครั้ง คาถามหาเสน่ห์นี่มีอยู่ ๔ ข้อ ๔ คำ คือ 

๑.ไม่พูดปด 

๒.ไม่พูดคำหยาบ 

๓.ไม่พูดส่อเสียด 

๔.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล นี่แหละเป็นคาถามหาเสน่ห์ 

คำว่า “คาถา” นี่มาจากภาษาบาลี แปลว่า “วาจาเป็นเครื่องกล่าว” ก็หมายถึงคำพูดที่เราพูดไปเอง 

คำพูดที่เราพูดออกไปนี่ ภาษาบาลี ท่านเรียกว่า “คาถา”

คาถามหาเสน่ห์. โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:เจริญพระกรรมฐาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ทำไมจึงต้องเจริญพระกรรมฐาน

คนถึงแม้ว่าจะทำบุญหนัก แต่ว่าเวลาจะตาย บังเอิญจิตไปนึกถึงอกุศลเข้าอย่างใดอย่างหนึ่ง 

อกุศลก็จะพาลงไปอบายภูมิก่อน ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องเจริญพระกรรมฐาน เจริญสมาธิ 

คำว่าสมาธินี่แปลว่าการตั้งใจ

อย่างที่ท่านทั้งหลายทำบุญกันนี่ก็จะบอกว่า อุ้ย...หลวงพ่อมาทีไร ฉันก็ถวายสังฆทานทุกที 

การถวายสังฆทานแต่ละครั้งมีสิทธิ์ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นที่ ๕ เรียกว่า นิมมานรดี

หรือถ้าจะไม่ไปก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท เราอาจจะเผลอได้

ตามบาลีว่า “เอกะ จะรัง จิตตัง” 

จิตดวงเดียวเที่ยวไป 

จิตน่ะมันรับอารมณ์เดียว เวลาที่เรารัก คนที่เรารัก 

สัตว์ที่เรารัก เขาจะทำเลวขนาดไหนก็ตาม 

เราก็ยังรัก ถึงเวลาโกรธขึ้นมา 

ทำดีขนาดไหน มันก็เกลียดใช่ไหม 

ไม่นึกถึงความดีของเขา 

ก็รวมความว่าจิตมันรับอารมณ์เฉพาะ

ฉะนั้น ถ้าหากว่าถ้าจิตออกจากร่าง ถ้าบังเอิญไปพบอกุศลเข้าก็ไปอบายภูมิได้ 

ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ฝึกจิตให้มีอารมณ์ทรงตัว 

อันดับแรก ก็กำหนดรู้จับลมหายใจเข้าออก หายใจเข้านึกว่าพุท หายใจออกนึกว่าโธ 

แต่ว่าคำภาวนานี่ไม่จำกัดนะ จะนึกพุทโธก็ได้ นะมะ พะธะ ก็ได้ หรืออะไรก็ได้ 

นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วก็ภาวนาเป็นเครื่องโยงใจให้จิตมีงาน จิตมีงานในด้านบุญละบาป 

ขณะใดที่จิตรู้ลมหายใจเข้าออก จิตไม่คิดถึงเรื่องอื่น เวลานั้นจิตเป็นสมาธิ จิตว่างจากกิเลส

ขณะใดจิตรู้คำภาวนาอยู่ อารมณ์อื่นไม่เข้ามาแทรก เวลานั้นจิตว่างจากกิเลส มีความดี 

ฉะนั้นขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ให้ถือว่าการเจริญสมาธิมีความจำเป็น 

ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า 

จงอย่านึกถึงความชั่วที่ผ่านมาแล้ว อะไรก็ตามที่มันเป็นบาปอย่านึกถึงมัน 

คิดอย่างเดียวด้านของความดี

ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ชวนดับทุกข์ ด้วยรอยยิ้ม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง

 "เรื่องวิธีดับโมโห"

 จำไว้นะบรรดาลูกหลานที่รัก อย่างไรๆ ยิ้มมัน

 ตลอดทั้งวัน หลับยิ้มได้ก็ยิ่งดี ฝึกยิ้มมันเรื่อยๆไป

 ถ้าปากเรายิ้ม ไม่ช้าใจเราก็ยิ้มตาม ไอ้โมโหโทโส

 มันก็ค่อยๆ หายไป

 นี่คือวิธีดับโมโห

 คำสอนหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

if we just smile We can forget all of our troubles for a while

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำไมจึงต้องเจริญพระกรรมฐาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


คนถึงแม้ว่าจะทำบุญหนัก แต่ว่าเวลาจะตาย บังเอิญจิตไปนึกถึงอกุศลเข้าอย่างใดอย่างหนึ่ง อกุศลก็จะ

พาลงไปอบายภูมิก่อน ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องเจริญสมาธิ คำว่าสมาธินี่แปลว่าการตั้งใจ อย่างที่

ท่านทั้งหลายทำบุญกันนี่ก็จะบอกว่า อุ้ย...หลวงพ่อมาทีไร ฉันก็ถวายสังฆทานทุกที การถวายสังฆทาน

แต่ละครั้งมีสิทธิ์ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นที่ ๕ เรียกว่า นิมมานรดี หรือถ้าจะไม่ไปก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี 

บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท เราอาจจะเผลอได้ ตามบาลีว่า “เอกะ จะรัง จิตตัง” จิตดวงเดียวเที่ยวไป 

จิตน่ะมันรับอารมณ์เดียว เวลาที่เรารัก คนที่เรารัก สัตว์ที่เรารัก เขาจะทำเลวขนาดไหนก็ตาม เราก็ยังรัก 

ถึงเวลาโกรธขึ้นมา ทำดีขนาดไหน มันก็เกลียดใช่ไหม ไม่นึกถึงความดีของเขา ก็รวมความว่าจิตมันรับ

อารมณ์เฉพาะ ฉะนั้น ถ้าหากว่าถ้าจิตออกจากร่าง ถ้าบังเอิญไปพบอกุศลเข้าก็ไปอบายภูมิได้






พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ฝึกจิตให้มีอารมณ์ทรงตัว อันดับแรก 

ก็กำหนดรู้จับลมหายใจเข้าออก หายใจเข้านึกว่าพุท หายใจ

ออกนึกว่าโธ แต่ว่าคำภาวนานี่ไม่จำกัดนะ จะนึกพุทโธก็ได้ 

นะมะ พะธะ ก็ได้ หรืออะไรก็ได้ นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วก็

ภาวนาเป็นเครื่องโยงใจให้จิตมีงาน จิตมีงานในด้านบุญละ

บาป ขณะใดที่จิตรู้ลมหายใจเข้าออก จิตไม่คิดถึงเรื่องอื่น 

เวลานั้นจิตเป็นสมาธิ จิตว่างจากกิเลส ขณะใดจิตรู้คำ

ภาวนาอยู่ อารมณ์อื่นไม่เข้ามาแทรก เวลานั้นจิตว่างจาก

กิเลส มีความดี

ฉะนั้นขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ให้ถือว่าการเจริญสมาธิมีความจำเป็น ตามที่พระพุทธเจ้า

ตรัสว่า จงอย่านึกถึงความชั่วที่ผ่านมาแล้ว อะไรก็ตามที่มันเป็นบาปอย่านึกถึงมัน คิดอย่างเดียวด้าน

ของความดี 

ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: หากเจริญพระกรรมฐานเมื่อใด ท่านเรียกว่าพระทันที

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



คำว่า “พระโยคาวจร” นั้น ท่านหมายความรวมทั้งท่านที่บวช

เป็นพระ และอุบาสก อุบาสิกานะ เพราะท่านใดก็ตามที่เริ่ม

เจริญสมถกรรมฐานและเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ท่านเรียกว่า

พระทั้งสิ้นนะ ทั้งนี้เพราะ "พระ" หมายถึง ผู้ที่เริ่มเข้าถึงความ

ประเสริฐ "โยคาวจร" แปลว่า ผู้ที่ประกอบความเพียรนะ

รวมความแล้ว "พระโยคาวจร" ก็คือท่านผู้มีความประพฤติ

ประกอบความเพียร เพื่อให้ถึงความเป็นผู้ประเสริฐนะ

ดังนั้นฆราวาสอย่างพวกคุณนี้ หากเจริญพระกรรมฐานเมื่อใด ท่านเรียกว่าพระทันที ได้เปรียบ

กว่าท่านที่บวชเสียอีก เพราะท่านที่บวชแล้วเขายังไม่เรียกว่าพระนะ แต่เรียกว่าสมมติสงฆ์

เพราะเพียงแต่เอาตัวเข้าพวกเท่านั้น ยังมิได้เอาใจเข้าพวก ต่อเมื่อท่านที่บวชเริ่มปฏิบัติ

พระกรรมฐานเท่านั้นแหละ จึงเรียกว่าพระ และหากประกอบความเพียรเพื่อหวังบรรลุมรรคผล

นิพพาน จึงจะเรียกว่าพระโยคาวจร ซึ่งถือว่าเป็นพระแท้นะ เข้าใจหรือยังล่ะ ? ..

 

ความหมายของคำว่า พระโยคาวจร

ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ชาตินี้หวังนิพพานได้แน่นอน....

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



การเจริญกรรมฐานขอบรรดาท่านพุทธบริษัท

ให้ถืออารมณ์ธรรมดาเป็นสำคัญ ยามปกตินะ อย่าถือว่า

เวลาสงัดที่เรานั่งสมาธิเป็นเวลาสำคัญ เวลานั้นก็สำคัญ

ถือว่าเวลานั้นเป็นการฝึกเพื่อการทรงตัวของจิตที่เป็น

กุศล อารมณ์ที่เป็นกุศลนี่ต้องการให้มีความรู้สึกเป็น

ประจำตอนกลางวัน หรือยามปกติทำงานอยู่ก็ตาม

เลิกงานแล้วก็ตาม เวลาไหนก็ตาม มันว่างนิดจิตก็คิด

ขึ้นมาเองไม่ต้องบังคับ คิดว่าความทุกข์อย่างนี้เกิดขึ้นมา

เพราะเราเกิด

เราเกิดเพราะอะไร เพราะกิเลส คือความเศร้าหมองหรืออารมณ์ชั่วของจิต ตัณหา คือ

ความทะเยอทะยานอยากได้ตามกำลังที่กิเลสสั่ง อุปาทาน มีความยึดมั่นถือในว่า ไอ้สิ่งที่

กิเลสสั่งสอนเป็นของดี ยึดมั่นไม่ปล่อย อกุศลกรรม ทำด้วยความไม่ฉลาด ตามกิเลสสั่ง

ก็รวมความว่า อาการทั้ง ๔ อย่างนี้เป็นปัจจัยให้เราเกิด เวลานี้เราจะตัดกิเลส ตัณหา

อุปาทาน และอกุศลกรรม เราจะตัดแบบไหนก็ตัดแบบง่ายๆ คือ

๑. ไม่ลืมความตายของชึวิต

๒. ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์

๓. มีศีลหรือกรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วน เป็นการทรงความสงบของจิต

๔. ตัดกิเลสตัวสุดท้าย ตัดฉันทะ คือความพอใจในการเกิด เกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดาหรือ

พรหม ตัดราคะ เห็นว่าการเกิดในเมืองมนุษย์มันสวยสดงดงาม เทวดาหรือพรหมสวยสด

งดงาม อย่างนี้เราไม่ต้องการ ต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน ถ้าคิดอย่างนี้เพียงแค่ ๒ นาทีนะ

วันละวาระ สองวาระก็ดี คิดให้เป็นประจำ ถ้าเป็นประจำได้ก็ดี เฉพาะเวลาจำกัด เวลาที่บังคับ

อย่างตั้งใจว่า ถ้าตื่นเช้าเราจะคิดอย่างนี้ ก่อนหลับเราจะคิดอย่างนี้ แล้วต่อมาใหม่ๆ มันเผลอ

บ้าง อะไรบ้าง ระยะหลังๆ ต่อไปพอตื่นปั๊บ อารมณ์คิดทันที แล้วพอใกล้จะหลับหัวถึงหมอน

ก็คิดทันที อย่างนี้ถือว่าเป็นฌาน อารมณ์เป็นฌานแล้ว ในวิปัสสนาญาณขั้นสูงสุด คือ

การไม่ติดในมนุษย์โลก เทวโลก พรหมโลก ถือว่าตัดอวิชชา อารมณ์อย่างนี้ทรงตัว

บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท คำว่าทรงตัวไม่ได้หมายความถึงทั้งวันนะ อย่าเผลอ ฆราวาสจะ

ทั้งวันไม่ได้ พระก็ทั้งวันไม่ได้ เอายามว่างที่โอกาสมีขึ้น จิตมันนึกอย่างนี้จริงๆ ทุกคน

บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทชายหญิง ชาตินี้หวังนิพพานได้แน่นอน...."

ธรรมโอวาท หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สมบัติใด...ที่หามาได้แล้วปลอดภัย ไม่มีอันตราย...ก็มีแต่บุญเท่านั้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




สมบัติใด...ที่หามาได้แล้วปลอดภัย

ไม่มีอันตราย...ก็มีแต่บุญเท่านั้น

สมบัติภายนอก...หามาได้แล้ว

ยังต้องรักษามันอีก... อันตรายตามมาจิปาถะ

ส่วนบุญสะสมเท่าไร... ก็ยิ่งปลอดภัย

ส่วนใจก็เป็นสุข... ทั้งชาตินี้และชาติไหนๆ

ถ้ายังเกิด...จำต้องอาศัยบุญนี้แหละ...

เป็นที่พักพิงอยู่

โอวาทธรรม...

พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง)

อ่านแล้ว #แบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #=ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language