พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
นี่ถ้าเราเห็นความจริงอย่างที่พระพุทธเจ้าเห็น อย่างที่พระอรหันต์ท่านเห็น
กายนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ จิตนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ
นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรตั้งอยู่
นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรดับไป
ความยึดถือในกายในใจก็จะไม่มี ความอยากให้กายเป็นสุขก็จะไม่เกิดขึ้น
เพราะกายกับใจ จะเป็นสุขไปไม่ได้เพราะมันเป็นตัวทุกข์ ความอยากให้กายให้ใจพ้นทุกข์
ก็จะไม่เกิดขึ้นเพราะมันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นตัวทุกข์ ยังไงมันก็ทุกข์ ไม่ทุกข์มากก็ทุกข์น้อย
เท่านั้นเอง
ถ้าเห็นความจริงอย่างนี้นี่ ความดิ้นรนของจิตก็จะไม่เกิดขึ้น
ความอยาก ความยึด (ความยึดถือ – ผู้ถอด) ความดิ้นรน ก็จะไม่เกิดขึ้น
ความอยากก็คือตัณหา
ความยึดก็คืออุปาทาน
ความดิ้นรนของจิต เรียกว่าภพ
|
เมื่อมีผัสสะ การกระทบอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ทำให้เกิดความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ เกิดเวทนา พอมีเวทนา ขึ้นมาก็เกิดความอยาก มีความสุขก็อยากให้มันอยู่ ความสุขหายไปก็อยากให้มันกลับมา มีความทุกข์ก็อยากให้มันหายไป ความทุกข์หายไปแล้วก็ไม่อยากให้มันมาอีก มันจะมีความอยากอย่างนี้เกิดขึ้น เวทนาจึงเป็นปัจจัยให้เกิดความอยาก พอมีความอยากก็เลยทำให้เกิดความยึดถือ มีความยึดถือก็จะมีความดิ้นรนของจิต |
นี่ก็คือการสร้างภพ แล้วจะไปหยิบฉวยเอารูปนามขันธ์ ๕ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นมาครอบครอง
ไว้ เรียกว่าไปหยิบเอาตัวทุกข์นั้นมาครอบครองไว้ การได้มาซึ่งตาหูจมูกลิ้นกายใจขันธ์ ๕
เรียกว่าชาติ คือความเกิด มีความเกิดเมื่อไหร่ก็มีความทุกข์ ทุกที เพราะตัวรูปตัวนามนั้น
ในความเป็นจริง เป็นตัวทุกข์
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด
#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น