พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สิ่งใดมีเหตุเป็นแดนเกิด สิ่งนั้นก็ดับไปเพราะการดับแห่งเหตุ เพราะมีคำพูดว่า สิ่งใดมีเหตุเป็นแดนเกิด สิ่งนั้นดับไปเพราะเหตุ ก็ดับเหตุ มันก็ต้องหมายความว่า มีบางสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากเหตุ เมื่อไม่ได้เกิดจากเหตุก็คือไม่มีเหตุ เพราะฉะนั้นมันไม่ต้องดับ ไม่ต้องดับไปเพราะการดับแห่งเหตุ นี่แหละคือสิ่งที่เราจะต้องรู้จะต้องเข้าใจ จะต้องมีดวงตาเห็นและเข้าถึงให้ได้ |
หลังจากที่ได้มองเห็นสิ่งที่มี เหตุเป็นแดนเกิด และดับไปเพราะเหตุ นั่นคือความทุกข์
และก็เห็นสิ่งที่ดับทุกข์ ก็คือสิ่งที่ไม่ต้องเป็นไปตามเหตุ ถ้าจิตใจเป็นไปตามเหตุ ก็เป็นจิตใจที่เป็นทุกข์
ถ้าเป็นจิตใจที่เข้าถึงธรรมะที่อยู่เหนือเหตุ จิตใจนั้นก็ไม่เป็นทุกข์ นั่นคือเข้าถึงนิพพาน
สิ่งที่เรียกว่านิพพานนั้นอยู่เหนือเหตุ ไม่มีเหตุ แต่เป็นธรรมชาติอันสูงสุดอย่างหนึ่ง
มีอยู่ในฐานะเป็นของตรงกันข้ามจากสิ่งทั้งหลายที่มีเหตุ สิ่งทั้งหลายมีเหตุ
นิพพานอย่างเดียวไม่มีเหตุ สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะเหตุ นิพพานอย่างเดียวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุ
สิ่งทั้งหลายดับไป เพราะดับแห่งเหตุ แต่นิพพานก็มิได้ดับไปเพราะดับแห่งเหตุ เพราะว่าไม่มีเหตุ
ดังนั้น จึงเป็นของอนันตกาล คือเป็นของถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เกิดดับ เป็นของนิรันดร ซึ่งใน
พุทธศาสนาเรียกว่า “อมตะธรรม” คือสิ่งที่ไม่รู้จักตาย ถ้าเรามองเห็นสิ่งที่รู้จักตาย ต้องหมายความว่า
เรามองเห็นสิ่งที่ไม่รู้จักตายด้วย การเห็นแต่เรื่องรู้จักตาย หรือมีเหตุดับแห่งเหตุอย่างเดียวอย่างนี้
ยังไม่เรียกว่าเห็น ต้องเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วย จึงจะเห็นทั้งสองสิ่งอย่างถูกต้อง ถ้าเห็นทุกข์ก็ต้องเห็น
ความดับทุกข์ด้วยจึงจะเรียกว่าเห็นทุกข์ เพราะเหตุที่เห็นแต่ความทุกข์มันก็ไม่เห็นความดับทุกข์
ต้องเห็นความทุกข์ถึงขนาดลึกซึ้ง จนเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามคือความดับทุกข์ด้วย จึงจะได้ชื่อว่าเห็นทุกข์
พุทธทาสภิกขุ
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น