แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสุขความเจริญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสุขความเจริญ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA: คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น

ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ 

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ 

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

ของดีมีอยู่กับตัว ของดีมีอยู่กับตัวเราทุกคน ก็พากันปฏิบัติเอา ทำเอา 

 เมื่อเวลาตายแล้วจึงวุ่นวายหานิมนต์พระมากุสลามาติกา ไม่ใช่เกาถูกที่คัน 

ต้องรีบแก้เสียบัดนี้ คือ เร่งทำความดีแต่บัดนี้ จะได้หายห่วง อะไร ๆ ที่เป็นสมบัติของโลก 

 มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริงไม่มีใครเหลียวแล สมบัติในโลกเราแสวงหามา 

หามาทุจริตก็เป็นไฟเผา เผาตัวทำให้ฉิบหายได้จริง ๆ 

 ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและความโง่เขลาของผู้แสวงหาแต่ละราย 

 ท่านผู้พ้นทุกข์ไป ด้วยความอุตส่าห์สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา 

 ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทองเครื่องหวงแหน เป็นคนร่ำรวย สวยงามเฉพาะสมัย จึงพากันรัก พากันห่วง 

จนไม่รู้จักเป็น รู้จักตาย สำคัญตนว่าจะไม่ตายและพากันประมาทจนลืมตัว 

 เพลิดเพลินตักตวงเอาแต่สิ่งไม่เป็นท่าใส่ตนแทบหาบไม่ไหว อย่าสำคัญว่าตนเอง 

เก่งกาจสามารถฉลาดรู้กว่าเขาเลย ถึงกับสร้างความมืดมิดปิดตาทับถมตัวเอง จนไม่มีวันสร่างซา 

 เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์ ถ้าไม่เตรียมทราบไว้เสียแต่บัดนี้ ซึ่งอยู่ในฐานะอันควร

คำพูดที่สั่งสอนคนให้ละชั่ว ทำความดี จัดเป็นหยาบคายอยู่แล้ว 

 โลกเราก็จะถึงคราวหมดสิ้นศาสนา 

เพราะไม่มีผู้ยอมรับความจริง 

 การทำบาปหยาบคายมีมาประจำแทบทุกคน 

 ทั้งให้ผลเป็นทุกข์ ตนยังไม่อาจรู้ได้ และตำหนิมันบ้าง 

 พอมีทางคิดแก้ไข แต่กลับตำหนิคำสั่งสอนหยาบคาย 

ก็นับเป็นโรคที่หมดหวัง

"...คนหิว อยู่เป็นปกติสุขไม่ได้ จึงวิ่งหาโน่นหานี่ เจออะไรก็คว้าติดมือมา โดยไม่สำนึกว่าผิดหรือถูก

ครั้นแล้วสิ่งที่คว้ามา ก็มาเผาตัวเองให้ร้อนยิ่งกว่าไฟ

คนที่หลง จึงต้องแสวงหา ถ้าไม่หลงก็ไม่ต้องหา จะหาไปให้ลำบากทำไม

อะไรๆ ก็มีอยู่กับตัวเองอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว จะตื่นเงาตะครุบเงาไปทำไม เพราะรู้แล้วว่า เงาไม่ใช่ตัวจริง

เมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึดมาเป็นธรรมคำสอน จะเป็นคนมีขอบเขตมีเหตุผล ไม่ทำตามความอยาก 

 เมื่อพยายามฝ่าฝืนให้เป็นไปตามทางของนักปราชญ์ได้จะประสบผล คือความสุขในปัจจุบันทันตา 

แม้จะมิได้เป็นเจ้าของเงินล้าน แต่มีทางได้รับความสุขจากสมบัติและความประพฤติดีของตน 

 คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย ไม่จำต้องเที่ยวแสวงหาทรัพย์มากมาย 

 หรือเที่ยวกอบโกยเงินเป็นล้านๆ มาเป็นเครื่องบำรุงจึงมีความสุข ผู้มีสมบัติพอประมาณในทางที่ชอบ 

 มีความสุขมากกว่าผู้ได้มาในทางมิชอบเสียอีก เพราะนั่นไม่ใช่สมบัติของตนอย่างแท้จริง 

ทั้งๆ ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ แต่กฎความจริง คือ กรรมสาปแช่งไม่เห็นด้วยและให้ผลเป็นทุกข์ไม่สิ้นสุด 

 นักปราชญ์ท่านจึงกลัวกันหนักหนา แต่คนโง่อย่างพวกเราผู้ชอบสุกเอาเผากิน และชอบเห็นแก่ตัว 

 ไม่มีวันอิ่มพอ ไม่ประสบผล คือ ความสุขดังใจหมาย

ตัวจริงคือ สัจจะทั้งสี่ที่มีอยู่ภายในใจ อย่างสมบูรณ์แล้ว..."

ความมั่งมีศรีสุขจะไม่บังเกิดแก่ผู้ทุจริต สร้างกรรมชั่วมีมากเท่าไรย่อมหมดไป 

พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่สร้างบาปกรรมไว้ ผลกรรมนั้นย่อมตกอยู่กับลูกหลานรุ่นหลังให้มีอันเป็นไป 

 ผู้ทุจริตเบียดเบียน รังแกผู้อื่น จะหาความสุขความเจริญไม่ได้เลย

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ทรู ปลูกปัญญา


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความรู้สึกของผู้มุ่งหวังในทางความสุขความเจริญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ตามพระพุทธภาษิตที่ตรัสไว้ว่า

มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมยาฯ

(มะ-โน-ปุบ-พัง-คะ-มา ทำ-มา มะ-โน-เสด-ถา มะ-โน-มะ-ยา) 

เป็นต้น คือ สิ่งทั้งหลายมีใจถึงก่อน มีใจประเสริฐสุด สำเร็จแล้วด้วยใจทั้งนั้น 

จิตนี้ ใจนี้ ถ้าได้รับการอบรมดัดแปลงให้ถูกทางเป็นลำดับแล้ว 

ไม่มีอะไรจะมีคุณค่ามากและประเสริฐเท่ากับใจ 

แต่ถ้าถูกปล่อยหรือทอดทิ้งให้เป็นไปตามยถากรรมแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะเลวร้ายยิ่งกว่าใจ

เพราะใจเป็นธรรมชาติกลาง ๆ 

ซึ่งจะดัดแปลงให้เป็นไปในทางดีและชั่วได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ 

เราผู้มุ่งต่อความสุขความเจริญอยู่แล้ว 

ไฉนจะปล่อยโอกาสให้ความชั่วมาเป็นผู้มีอำนาจ

เข้าครอบครองจิต ดวงกำลังจะประเสริฐอยู่นี้ 

ให้เป็นจิตที่อับเฉาไปเล่า 


นอกจากจะพยายามดัดแปลงและฉุดลากขึ้นจากโคลนตม คือกิเลสอาสวะเป็นลำดับเท่านั้น 

ไม่มีทางอื่นสำหรับความรู้สึกของผู้มุ่งหวังในทางความสุขความเจริญแก่ตนเอง..” 

โอวาทธรรมคำสอน

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) 

วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี (พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม




Dhamma together:เอากระเป๋าสตางค์ ใส่ไว้ในอกเสื้อ แล้วคุณจะพบแต่ความสุขความเจริญ..

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องเหรียญกับธนบัตรซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์อยู่นั้น อย่าได้ประมาทว่าเป็นของเล็กน้อย

ซึ่งใครที่ทำการ อันไม่บังควรก็อาจจะเกิดเหตุอันไม่เป็นสิริมงคล แก่ผู้ล่วงละเมิดได้ สมัยหนึ่ง

มีชายหญิงคู่หนึ่ง ทำการค้าอะไรก็ขาดทุน ล่มจมเป็นอันมาก ทั้งสองคนกลุ้มใจไม่รู้ว่าเป็น

เพราะอะไร ควรจะแก้ไขอย่างไร วันหนึ่งได้ยินกิตติศัพท์เล่าลือหนาหูถึงท่านเจ้าคุณนรรัตน์ ฯ

วัดเทพศิรินทร์ ว่าเป็นพระอริยสงฆ์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ จึงได้เดินทางไปเฝ้ารอท่านที่

ระหว่างทางเดินจากกุฏิมาโบสถ์ เมื่อท่านทำวัตรเย็นเสร็จก็ได้กราบขอความเมตตา

เล่าเหตุการณ์โดยย่อถวาย ท่านนิ่งไประยะหนึ่งก็ถาม ชายหญิงทั้งสองว่า

"ปกติแล้ว คุณเอาสตางค์ไว้ที่ไหน ?"

อาผู้ชายตอบว่า "ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงครับ.."

เมื่อได้ฟัง ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ ฯ จึงพูดเชิงสั่งสอน ไปเลยทีเดียวว่า "



"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระโพธิสัตว์ คุณเอารูป

พระโพธิสัตว์ไปใส่ไว้ในกางเกงได้หรือ การที่คุณเอาธนบัตรที่

มีรูปในหลวงไปใส่ไว้ใน กระเป๋ากางเกงนั้น ไม่ดีเลย

เพราะในหลวงท่านเป็น พระโพธิสัตว์ การเอาพระรูปของท่าน

ไปไว้ในที่ต่ำ อย่างนั้น ย่อมบังเกิดโทษเป็นอันมาก

ทีหลังอย่า พากันทำ ต่อไปนี้ให้เอาสตางค์ไส่ไว้ในกระเป๋า

เสื้อนะ ถ้าสตางค์อยู่ในกระเป๋าสตางค์ ก็ให้เอากระเป๋าสตางค์

ใส่ไว้ในอกเสื้อ แล้วคุณจะพบแต่ความสุขความเจริญ.."

เมื่อกราบลากลับมาแล้ว ชายหญิงทั้งคู่ก็ไม่เคยเอาเงิน ใส่กระเป๋ากางเกงหรือไว้ที่ต่ำอีกเลย

และต่อมา บุคคล ทั้งสอง ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี มั่งมีทรัพย์สินเงินทอง นับเป็นร้อยๆล้าน

ไปเรียบร้อย สมดังคำของท่านเจ้าคุณ นรรัตน์ฯไปเรียบร้อยแล้ว...... และความเป็น

"พระโพธิสัตว์"ของในหลวงนั้น ก็เป็นถึงระดับ "นิยตโพธิสัตว์"ผู้เที่ยงแท้ต่อพระโพธิญาณใน

อนาคตกาล เบื้องหน้าโน้นอย่างแท้จริงด้วย

สมจริงดังที่หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ ได้กล่าว รับรองไว้ด้วย

องค์เองทีเดียวว่า "ครูบาขาวปี วัดพระพุทธบาทผาหนามเคยเป็นช้างนาฬาคิริง ส่วนในหลวง

องค์ปัจจุบันเป็นช้างป่าเลไลยก์นะ เมื่อได้ทราบ"ความนัย" ดังนี้แล้ว ก็ขอให้ท่านทั้งหลาย

จงอย่าได้ประมาทใน"พระบรมฉายาลักษณ์"ขององค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าจะ

เป็นด้วยกรณีใดๆ อีกต่อไป ชีวิตของท่านทั้งหลายก็คงจะประสพแต่ความ เจริญรุ่งเรืองโดย

ทั่วกันทีเดียว..

Select your language