แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎแห่งกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎแห่งกรรม แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ศรัทธากับกฎแห่งกรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ศรัทธากับกฎแห่งกรรม

ตามคำสอนในพระพุทธศาสนา ชาวพุทธควรมีศรัทธา ๔ อย่าง คือ

๑. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือ เชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จริง 

เป็นผู้ประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ จริงๆ

๒. กัมมสัทธา เชื่อเรื่องกรรม คือ เชื่อว่ากรรมมีจริง หลักกรรมที่เราทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วมีจริง

๓. วิปากสัทธา เชื่อเรื่องผลของกรรม คือ เชื่อว่ากรรมที่บุคคลทำไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมให้ผลเสมอ 

จึงจะเปลี่ยนกิจกรรมความเปลี่ยนแปลงของชีวิตไปในทางที่เชื่อถือ และถูกต้องได้

๔. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน 

คือ เชื่อว่าผลที่เราได้รับเป็นผลแห่งการกระทำของเราเอง

ซึ่งอาจจะเป็นกรรมที่ทำในปัจจุบันหรืออดีตชาติ หรือจะทำในภาพใด

จะเห็นได้ว่า ความเชื่อหรือศรัทธา ๔ อย่างนั้น เป็นความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับกรรมถึง ๓ ประการ

Cr.หนังสือเรื่อง กฎแห่งกรรมและวิธีใช้หนี้พ่อแม่

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เราเข้าใจกฎแห่งกรรมว่าอย่างไร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ทำไมคนดีถึงยากจน แต่คนชั่วกลับร่ำรวย ? 

เหตุใดคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวมถึงมีอายุสั้น แต่คนที่โกงกินบ้านเมืองกลับมีอายุยืน? 

ข้อความเหล่านี้มักถูกยกขึ้นมาเพื่อตั้งข้อสงสัยกับกฎแห่งกรรมว่า 

กฎนี้มีจริงหรือและมีความเป็นธรรมเพียงใด ในทัศนะของคนจำนวนไม่น้อยสองประเด็นนี้สัมพันธ์กัน 

เพราะหากชี้ได้ว่ากฎแห่งกรรมไม่มีความเป็นธรรม ก็แสดงว่ากฎนี้ไม่มีอยู่จริง 

คำถามก็คือ เราเข้าใจกฎแห่งกรรมว่าอย่างไร กฎแห่งกรรมในความเข้าใจของคนทั่วไป 

สรุปได้สั้น ๆ ว่า “ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว” นัยยะที่มักพ่วงตามมาก็คือ ทำดีแล้วต้องรวยและอายุยืน 

ทำชั่วต้องยากจนและอายุสั้น เป็นต้น 

เพราะคนทั่วไปมองว่า รวยและอายุยืนนั้นคือ “ดี” ส่วนยากจนและอายุสั้นคือ “ไม่ดี”

ไม่ผิดหากจะกล่าวว่ากฎแห่งกรรมหมายถึง 

“ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว” 

เพราะข้อความนี้มาจากพุทธศาสนสุภาษิต

ในพระไตรปิฎก แต่ข้อความนี้ไม่ได้มาโดด ๆ 

ข้อความที่มาก่อนหน้านั้นก็คือ 

“หว่านพืชเช่นใด ได้ผลเช่นนั้น” 

ความหมายก็คือหากปลูกมะม่วง ก็ได้มะม่วง 

ปลูกมะพร้าว ก็ได้มะพร้าว เป็นอื่นไปไม่ได้ 

นี้คือกฎธรรมชาติที่พุทธศาสนาเรียกว่า “พีชนิยาม” 

หรือกฎธรรมชาติเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและการสืบพันธุ์ 


ในทัศนะของพุทธศาสนา พีชนิยามกับกฎแห่งกรรม (ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า “กรรมนิยาม”) 

มีสถานะเท่ากัน คือเป็นกฎธรรมชาติเหมือนกัน และมีความเป็นสากล ไม่ขึ้นอยู่กับการบังคับควบคุม

ของมนุษย์ ปลูกมะม่วง ย่อมได้มะม่วงฉันใด ทำดีย่อมได้ดีฉันนั้น 

แต่ “ดี” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ารวยหรืออายุยืน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า 

ปลูกมะม่วงย่อมได้เงินดี ใคร ๆ ก็รู้ว่าปลูกมะม่วงแล้วไม่จำเป็นต้องได้เงินดี 

เพราะเงินจะดีหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับราคาของมะม่วงในตลาดว่าสูงหรือต่ำ 

และยังต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของพ่อค้าคนกลาง ตลอดจนความสามารถของลูกค้า

ในการเข้าถึงสวนมะม่วง เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้อยู่นอกเหนือกฎธรรมชาติหรือพีชนิยาม 

แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสังคม ซึ่งแปรเปลี่ยนตลอดเวลาและมีมนุษย์เป็นตัวกำหนดที่สำคัญ 

ปลูกมะม่วงไม่ได้แปลว่าต้องได้เงินดีฉันใด ทำดีก็ไม่ได้หมายความว่าต้องรวยฉันนั้น 

แต่ที่แน่ใจก็ได้ก็คือ ปลูกมะม่วงก็ต้องได้มะม่วง (หากปลูกถูกต้อง) ทำดีก็ต้องได้ดี (หากทำดีถูกต้อง) 

ดีในที่นี้หมายถึงผลดีที่เกิดขึ้นกับจิตใจ บุคลิกนิสัย และส่งผลถึงการกระทำ เช่น ทำให้จิตใจสงบเย็น 

โปร่งเบา ส่วนผลที่นอกเหนือจากนั้น เช่น รายได้ สุขภาพ ชื่อเสียงเกียรติยศ ยังต้องขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย

อีกมากมาย เช่น ความสามารถในการประกอบอาชีพและการจับจ่ายใช้สอยของคนผู้นั้น 

รวมทั้งพฤติกรรมของคนรอบข้าง ค่านิยมของสังคม สภาวะเศรษฐกิจในเวลานั้น ฯลฯ ชอบทำบุญ 

ทอดกฐินทอดผ้าป่าเป็นประจำ แต่ขณะขับรถกลับจากต่างจังหวัด เกิดหลับในขึ้นมา จึงขับชนเสาไฟฟ้า

ถึงแก่ชีวิต ในกรณีเช่นนี้ย่อมไม่อาจพูดได้ว่าทำดีแล้วทำไม่ไม่ได้ดี 

เพราะการขับรถอย่างปลอดภัยนั้นต้องอาศัยสติด้วย ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นคนใจบุญอย่างเดียว 

ในทำนองเดียวกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่โกงไม่กิน แต่ชอบกินอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน 

แถมไม่ออกกำลังกาย อีกทั้งยังเครียดจากที่ทำงาน เส้นเลือดในสมองจึงแตก กลายเป็นอัมพาต 

นอนซมอยู่ที่บ้านช่วยตัวเองไม่ได้ กรณีอย่างนี้ก็ไม่อาจพูดได้เช่นกันว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี 

เพราะสุขภาพนั้นจะดีหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตด้วย 

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเดียว ชอบทำบุญแต่ตายเพราะอุบัติเหตุ 

หรือซื่อสัตย์แต่กลับเป็นอัมพาต จึงไม่ได้หมายความว่ากฎแห่งกรรมไม่มีจริง 

ทั้งยังพูดไม่ได้ด้วยว่ากฎแห่งกรรมไร้ความเป็นธรรม เพราะเป็นคนละเรื่องกัน 

กฎแห่งกรรมนั้นเป็นกฎธรรมชาติ ส่วนความเป็นธรรมนั้นเป็นเรื่องที่มนุษย์นิยามเอาเอง 

แค่ไหนจึงเรียกว่าความเป็นธรรม เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันได้มาก 

ผู้คนมักคิดว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต่อเมื่อพบว่าตนเองได้น้อยกว่า คนอื่น 

(เช่นได้แจกผ้าห่มน้อยกว่า หรือได้เงินเดือนและโบนัสน้อยกว่า) แต่หากตนเองได้มากกว่าคนอื่น 

มีใครบ้างที่จะโวยวายว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ความไม่เป็นธรรมจึงไม่ได้แปลว่าความไม่เท่าเทียม 

แต่มักแปลว่าฉัน (หรือพวกของฉัน)ได้น้อยกว่าคนอื่น 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม





INDHAMMA:อมตะธรรม พระคติธรรม....อภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อันที่จริงแล้ว ‘กฎแห่งกรรม’ ก็คือ กฎแห่งธรรมะ

ประเภทหนึ่งนั่นเอง เพราะการที่กระทำสิ่งหนึ่งลงไป 

ย่อมเป็นปัจจัยให้สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตามมาเสมอ 

บุคคลจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเหตุ ในทุก ๆ การกระทำ 

ด้วยความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม เพื่อที่จะได้รับผลดีคือ 

ความไม่ทุกข์ หากท่านรักสุขเกลียดทุกข์ 

ก็จงอย่าประพฤติทุจริต ไม่ว่าด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ 

ซึ่งล้วนเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ทุกคนย่อมมีทางเลือกของตนเอง 

ที่จะสามารถตัดผลกรรมหรือแก้ผลกรรมอันเลวร้าย

ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

 ทั้งนี้ มิใช่ด้วยการประกอบพิธีกรรม หรือด้วยการอ้อนวอนร้องขอให้ผู้ใดผู้หนึ่งมาดลบันดาล 

หากแต่ด้วยการมีสติรู้ตัว งดเว้นจากการกระทำ การพูด และการคิดชั่ว นับเสียแต่บัดนี้ แล้วมีสัมปชัญญะ

รู้คิดในอันที่จะทำสิ่งที่ดีงามให้ทวียิ่งขึ้นอยู่ทุกขณะจิต ในที่สุดก็ย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย 

นำพาให้ได้รับผลอันพึงปรารถนาในเบื้องหน้า ในขณะเดียวกัน หากท่านกำลังเผชิญกับความทุกข์ 

ก็จงอย่าท้อแท้ อย่าหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกห่อเหี่ยวตรอมตรม และอย่าตีโพยตีพายโทษผู้หนึ่งผู้ใด 

แต่จงเร่งใช้โอกาสที่ประสบความทุกข์อยู่นั้น เป็นเครื่องฉุกใจให้คิดได้ ให้ตระหนักเห็นถึงสภาวลักษณะ

ตามธรรมดาของโลก ให้เข้าใจในความจริงว่าไม่มีชีวิตใดเลยที่ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ 

แล้วปฏิญาณในใจ ณ ขณะปัจจุบันนั้นว่า จะไม่เผลอทำชั่ว ซึ่งย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ในอนาคตอีก 

พร้อมกับเร่งขวนขวายศึกษาอบรมตน ให้งอกงามด้วยคุณธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 

ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563

 https://news.thaipbs.or.th/content/287506

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:บันทึกจิตใต้สำนึก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"จิตรู้ล่วงหน้าว่าจะมีอุบัติเหตุ หลีกเลี่ยงได้หรือไม่" 

สิ่งที่จิตใต้สำนึกบันทึกเอาไว้ 

หนึ่ง มันบอกเรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว 

สอง มันบอกเรื่องอนาคตที่จะเกิดขึ้น 

อันนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ปฏิบัติสมาธิ บางที่ของเสียของหาย เราไม่รู้ว่ามันไปอยู่ไหน หรือใครเอาไปไว้ที่ไหน

เวลาปกติไม่มีใครมาถาม มันก็ไม่รู้ พอมีคนมาถาม มันก็ผุดปุ๊บขึ้นมา...

มันอยู่นั้น อันนี้มันก็เป็นผลพลอยได้จากการปฏิบัติสมาธิ

หลวงพ่อเคยมีหลายครั้งหลายหน

ที่อันตรายมันจะเกิดขึ้น อย่างไปนั่งรถ รถมันจะคว่ำ 

มันก็บอก อย่างนั่งรถไปนี้ มันจะเกิดอุบัติเหตุ ก็รู้ 

แต่ความรู้อันนี้มันก็แปลก คือจิตมันก็ไม่ยอมรับ

มันก็ยังฝืนอยู่นั่น จนกระทั่งมันไปมีเหตุเกิดขึ้นจริงๆ 

มันจึงจะยอมรับว่าเป็นความจริง ถึงเราจะรู้ล่วงหน้า

บางอย่างก็ป้องกันได้ ถ้าเรารู้แน่ชัดแล้วเราไม่ไป 

มันก็ไม่เป็นอะไร 

แต่ถ้าหากมันเป็นกฏแห่งกรรมที่ร้ายแรงจริงๆ ถึงไปมันก็ต้องเป็น อยู่มันก็ต้องเป็น 

ถ้าสมมติว่ามันถึงเวลาที่จะต้องตาย อยู่ก็ต้องตาย ไปก็ต้องตาย อย่างนี้

ส่วนใหญ่ที่ครูบาอาจารย์ท่านรู้ท่านเห็น อย่างท่านอาจารย์วัน อาจารย์จวน ที่มาเครื่องบินตก 

อาจารย์วันก็ไม่ให้ลูกศิษย์ขึ้นเครื่องบินไปด้วย 

ให้เขานั่งรถไฟไปดักที่กรุงเทพฯ แล้วก็บอกว่า ไปคราวนี้สงสัยจะไม่ได้กลับวัด 

อาจารย์สิงห์ทอง อาจารย์จวนก็เหมือนกัน สั่งลูกศิษย์ เอ้อ! ดูแลวัดให้ดีเด้อ 

เราไปคราวนี้อาจจะไม่ได้กลับ ท่านก็พูดเฉยๆ ออกมาเพียงแค่นี้ 

เรื่องกฏแห่งกรรมนี่ มันของใครของเรา ไม่มีข้อยกเว้น 

พระธรรมเทศนา หลวงพ่อพุธ ฐานิโย 

วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ไม่มีอะไรยุติธรรมเท่ากฎแห่งกรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"ไม่มีอะไรยุติธรรมเท่ากฎแห่งกรรม 

อะไรที่ทำให้เราต้องกระทบ 

ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม 

มันล้วนแต่กฎของกรรมทั้งนั้น 

ไปพบชาวโลกเขาด่าเขานินทา เขาสรรเสริญ 

เขาใช้เราทำโน่น ทำนี่ ก็ต้องถือว่าพบพอดี เราทำเขาไว้ก่อน 

ถ้าไม่ทำ ไม่เจอหรอก พอดีอย่างนั้น 

กรรมยุติธรรมเหมาะสมพอดี" - 

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


INDHAMMA:ถ้าอยากรู้อนาคตจะเป็นอย่างไร ให้ลงทุนที่ปัจจุบัน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าอยู่ในโลกนี้อย่างไม่ตายทั้งเป็น การอยู่เย็นก็จะส่ง

เราไปอยู่ในที่เย็นเสมอ กลับมาที่ปัจจุบันขณะ

รู้จักหายใจให้เป็น อย่าหายใจอย่างตายทั้งเป็น

ขณะหน้าเราจะอยู่เย็นเหมือนขณะนี้ได้ ก็ต่อเมื่อเรา

ลงทุน ขอให้มี กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมในปัจจุบัน

ขณะอย่างสุจริตให้ต่อเนื่องอยู่เนืองนิตย์ ความสุจริต

จะส่งผลเป็นความสุจริตเสมอ

ถ้าเราอยู่ร้อน นอนทุกข์ ตายอย่างร้อน ก็ไปอยู่ในที่ร้อน

ถ้าอยู่เย็น เป็นสุข ตายอย่างเย็น ก็ไปอยู่ในที่เย็น

อยู่และดูเป็นขณะๆ อย่างนี้ ก็จะหมดสงสัยแล้วว่า

"ตายแล้วไปไหน...." 

ผลของกรรมก็เหมือนเงาที่สะท้อนความจริง ถ้าเราเชื่อในกฎแห่งกรรม แล้วรู้ว่าเงาในกระจกคือ

การสะท้อนกฎแห่งกรรม เราก็ใช้ปัจจุบันขณะอย่างร่าเริงเบิกบาน ไม่ประมาทให้ถึงที่สุด ถ้าเหตุ

ไม่ประมาท ผลก็พ้นทุกข์แน่นอน อยู่อย่างไม่ประมาท ตายอย่างไม่ประมาท ก็จะไปอยู่ในที่

เยือกเย็นแจ่มใส เพราะผลแห่งความไม่ประมาท จะนำมาซึ่งความสงบเย็น เป็นสุข และพ้นทุกข์

เสมอ  จงอยู่กับปัจจุบันด้วยลมหายใจเข้าที่อ่อนโยน เยือกเย็น แจ่มใส ผ่อนลมหายใจออก ไม่ฝืน

เมื่อวาระนั้นมาถึง  ชีวิตสั้นนิดเดียว อย่าปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตที่สั้นอย่างประมาทขาดสติ

เพราะนั่นหมายความว่า เราทำสิ่งที่สั้นอยู่แล้วให้สั้นมากขึ้น แล้วจะเห็นว่า ความตายที่ใกล้เข้ามา

ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่เป็นความงดงามที่ทำให้เรารู้ว่า เราลงทุนปัจจุบันอย่างไร เหตุเป็นอย่างไร

ผล เป็นอย่างนั้น .... กลับมารักษาตัว รักษาใจ ....

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:พึงระลึกรู้ต้นเหตุของความทุกข์และต้นเหตุของความสุข เพื่อความสุขในปีใหม่

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ผู้ปรารถนาความสุขในปีใหม่ จึงพึงระลึกรู้อยู่เสมอว่า 

ต้นเหตุของความทุกข์ คือการประกอบกรรมชั่ว 

ต้นเหตุของความสุข คือการประกอบกรรมดี 

การที่คิดว่าทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว 

จัดเป็นความคิดอย่างมิจฉาทิฐิ 

ด้วยเหตุที่ยังไม่มีปัญญาสอดส่องรู้ถึงกฎแห่งกรรม 

อันเป็นกฎแห่งธรรมะ 

ท่านทั้งหลายควรเริ่มต้นแก้ไขปัญหาชีวิตของตนเองด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้อง 

แล้วไม่ประมาทในการศึกษาอบรมเพิ่มพูนคุณธรรม เพื่อความเจริญก้าวหน้าสืบไปเถิด

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ 

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 

ประทานพระคติธรรม 

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 

https://news.thaipbs.or.th/content/287506

#ทบทวนธรรม #ธรรมะสอนใจ #ธรรมะสวัสดีปีใหม่

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เชื่อในเรื่องกรรมให้ถูกทาง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ""ความเชื่อกรรม ถ้าเชื่อให้ถูกทาง

ก็จะแก้ความเชื่อโชคลางต่างๆ ได้เป็นอันมาก

และสำหรับคนเรามีปัญญาสร้างกรรมใหม่ๆ ขึ้นได้ดีๆ

มีพระธรรมของพระพุทธเจ้าปฏิบัติรักษาอยู่

ก็เป็นผู้มีสรณะกำจัดทุกข์ภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี"

 

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช

สกลมหาสังฆปริณายก



Dhamma together:ดีหรือชั่ว ไม่ได้อยู่ที่วันเดือนปี มันอยู่ที่การกระทำ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ปีชงมันไม่มีหรอก ชงกันขึ้นมาเอง สมมุติกันขึ้นมาเอง ปีนี้กับปีที่แล้วมันก็ปีเดียวกันนั่นแหละ

มีมืดกับมีแจ้ง มี ๓๖๕วันเหมือนกัน ดีหรือชั่ว ไม่ได้อยู่ที่วันเดือนปี มันอยู่ที่การกระทำ ความดี

ความชั่ว มันอยู่ที่การกระทำของเรา ถ้าเราทำความดีใว้ ต่อให้มันจะปีชงกี่ชง มันก็ไม่เกี่ยวกัน

ส่วนบาปกรรมที่ทำใว้ก็ไปล้างไปกลบมันไม่ได้ ทำบาปแล้วมันก็ต้องส่งผลไม่ช้าก็เร็ว



หันมาทำบุญละบาปชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ อันนี้เป็นเหตุ

ของความสุขความเจริญที่แท้จริง ของการกำจัดความชั่วร้าย

ต่างๆให้พ้นไปจากชีวิตเรา มันไม่ได้อยู่ที่ ปีชงหรือปีชาหรอก

จะชงชา หรือ ชงกาแฟ มันก็ไม่ได้มาเปลี่ยน

“กฏแห่งกรรม”ไปได้ ถ้าทำบาปก็จะได้ความทุกข์อยู่

ถ้าทำบุญก็จะได้ความสุขอยู่เหมือนเดิม ปีชงเป็นเรื่องสมมุติ

ที่มนุษย์คิดกันขึ้นมาเอง แล้วก็มาหลอกกันเท่านั้นเอง

ไม่มีสาระความเป็นจริงแต่อย่างใด

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะบนเขา ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี

Select your language