แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาศีล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาศีล แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:รักษาจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“บุคคลรักษาจิตได้แล้ว ชื่อว่า “ได้รักษาศีล” 

หากแม้รักษาทางปัญญาได้แล้ว ชื่อว่า 

“ได้ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา” 

ดุจข้าวสุกที่สำเร็จแล้ว 

เราจะตวงกิน 

ไม่ต้องไปกังวลกับการทำนาเก็บเกี่ยวเลย 

กินข้าวสุกแล้ว ก็เป็นอันพอ ข้อนี้ก็ฉันนั้น...”

โอวาทธรรม พระครูวินัยธร 

(มั่น ภูริทตฺโต) 

วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ. สกลนคร 

(พ.ศ. ๒๔๑๓ - ๒๔๙๒)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ยินดีในธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“อย่าไปโทษใครเวลาที่เราทุกข์”

เวลาเราเดือดร้อน ต้องโทษตัวเราเอง 

ที่ไม่หาที่พึ่ง ที่ไม่รีบสร้างที่พึ่ง 

พอมีเรื่องอะไรมากระทบก็ทุกข์วุ่นวายกัน 

ถ้าได้สร้างสติ สร้างสมาธิ สร้างปัญญาแล้ว 

ไม่ว่าอะไรจะมากระทบกับใจ จะไม่เป็นปัญหาเลย 

ขันธ์ ๕ จะเป็นอย่างไร ก็ไม่เป็นปัญหา 

ร่างกายจะแก่จะเจ็บจะตายอย่างไร ก็ไม่เป็นปัญหา 

เวทนาจะเป็นชนิดไหน ก็ไม่เป็นปัญหา 

เรื่องราวต่างๆของคนนั้นคนนี้ ก็จะไม่เป็นปัญหา ต้องตัดลาภ ยศ สรรเสริญ สุขให้ได้ 

อย่าไปอยากรวย อยากมีตำแหน่งสูงๆ อยากให้ผู้อื่นสรรเสริญยกย่องเยินยอ 

อย่าหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย แต่ให้อยากทำบุญให้ทาน อยากรักษาศีล 

อยากหาที่สงบสงัดวิเวกอยู่คนเดียว ให้ยินดีในสิ่งที่ควรยินดี คือยินดีในธรรม 

ไม่มีอะไรน่ายินดียิ่งกว่ารสแห่งธรรม ไม่มีอะไรจะชนะรสแห่งธรรม 

การยินดีในรสแห่งธรรมนี้เป็นการยินดีที่เลิศที่สุด 

อย่าไปยินดีกับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ให้ยินดีกับความสงบของใจ 

กำลังใจ ๔๕, กัณฑ์ที่ ๓๙๗ 

วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 

วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ความดี...ต้องทำอยู่เสมอ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความดีนั้น เราต้องทำอยู่เสมอ

ให้เป็นที่อยู่ของจิต เป็นอารมณ์ของจิต ให้เป็นมรรค

คือ ทางดำเนินไปของจิต มันจึงจะเห็นผลของความดี

ไม่ใช่เวลาใกล้จะตาย จึงนิมนต์พระ ไปให้ศีล

ให้ไปบอกพุทโธ หรือ ตายไปแล้ว ให้ไปรับศีล

เช่นนี้ เป็นการกระทำที่ ผิดทั้งหมด

เหตุว่าคนเจ็บ จิตมัวติดอยู่กับ เวทนา

ไฉนจะมาสนใจใยดี กับศีลได้ เว้นไว้แต่

ผู้ที่รักษาศีล มาเป็นปกติ เท่านั้น จึงจะระลึกได้..

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:สร้างอิสรภาพภายในใจจากความรู้สึกผิดและเสียใจ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ศีลไม่ใช่บทบัญญัติหวงห้ามและไม่มีใครเป็นผู้บังคับ

แรงจูงใจในการรักษาศีลไม่ใช่ความต้องการรับรางวัล

หรือความกลัวจะถูกลงโทษ ศีลเป็นเครื่องระลึกของสติที่เรา

รับมาปฏิบัติอย่างเต็มใจ เมื่อพิจารณาเห็นประโยชน์ของศีล

แต่ละข้ออย่างชัดเจนแล้ว การรักษาศีลเป็นการสร้าง

บรรยากาศที่ปลอดภัยและไว้ใจได้ รวมทั้งสร้างอิสรภาพ

ภายในใจจากความรู้สึกผิดและเสียใจ ในชีวิตประจำวัน

มีเรื่องที่ยากแก่การตัดสินใจมากกว่าเรื่องที่มองเห็น

ความถูกผิดชัดเจนอยู่ไม่น้อย

การระลึกถึงศีลของตนจะช่วยให้เรามีกรอบที่ชัดเจนในการกระทำทางกายและวาจา ช่วยแก้นิสัย

ชอบทำอะไรตามอารมณ์และชอบหาเหตุผลมาสนับสนุนกิเลสของตน การรักษาศีลช่วยให้เรา

ปลอดภัยจากบาปกรรมและผลของบาปกรรมนั้น

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:การรักษาศีลคือการทำบุญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ไม่มีคำว่า ห้าม ในพระพุทธศาสนา 

อย่าพึงเข้าใจว่าศีลห้าคือข้อห้ามห้าข้อ 

ศีลห้าคือ สิกขาบทห้าข้อ สิกขาบทคือบทฝึกหัด 

การบริหารกายวาจา

ภายในกรอบของศีลห้าด้วยความสมัครใจ 

คือการยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น

มีผลทำให้เราและผู้รอบข้าง

มีความสงบร่มเย็นมากขึ้น 

พระองค์จึงสอนว่าการรักษาศีลคือการทำบุญ

พระอาจารย์ชยสาโร

ปาณา ติปาตา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ 

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช่ให้ผู้อื่นฆ่า) 

อทินนา ทาณา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ 

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก ,ฉ้อ ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช่ให้ผู้อื่นลัก ฉ้อ) 

กาเม สุมิฉา จารา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ 

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม) 

มุสา วาทา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ 

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ คำไม่เป็นจริง และคำล่อลวง อำพรางผู้อื่น) 

สุราเมระยะ มัชชะปะมา ทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สมาธิยามิ 

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่างๆ) 

อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ(3 ครั้ง) 

(ข้าพเจ้าขอทรงไว้ซึ่งศีลทั้งห้าประการด้วยจิตตั้งมั่น)(3 ครั้ง) 

(พระสวดรับรองว่า) ศีเลนะสุขคติงยันติ 

(ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ถึงความสุข) (ผู้ขอพึงรับ สาธุ ) 

ศีเลนะโภคะสัมปะทา (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้มาซึ่ง โภคทรัพย์) (ผู้ขอพึงรับ สาธุ ) 

ศีเลนะนิพพุติงยันติ 

(และศีลนั้นยัง จะเป็นเหตุให้ได้ไปถึง นิพพาน คือความดับเย็นจากกิเลศ เครื่องเศร้าหมอง ทั้งปวง) 

ตัสสมา ศีลัง วิโสทะเย 

(ศีลจึงเป็นสิ่งที่วิเศษนักที่เธอทั้งหลายพึงยึดถือเป็นหลัก ประจำชีวิต ประจำจิตใจ ปฏิบัติ ให้ได้ ดังนี้ แล)

(ผู้ขอพึงรับ สาธุ )

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:"ศีล ผู้นำทางอย่างประเสริฐสุด"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

" .. ทุกชีวิตเป็นนักเดินทางจะต้องเดินทางอีกไกลแสนไกล

ด้วยกันแทบทั้งนั้น สิ่งที่ควรมีคือผู้นำทาง ซึ่งไม่มีทางใด

จะประเสริฐเสมอด้วยศีล เพราะศีลมีกลิ่นหอมขจรไปทั่วทุกทิศ

ผู้เดินทางที่มีศีลนำย่อมไกลจากความทุกข์ความเดือดร้อน

เมื่อเราจะต้องพากันออกเดินทางแน่นอนแล้ว เราก็น่าจะเตรียม

หาผู้นำทางที่ประเสริฐสุดของเราไว้ตั้งแต่บัดนี้ คือเราต้องเริ่มเอา

จริงในการรักษาศีล ให้บริสุทธิ์ตั้งแต่บัดนี้โดยพร้อมเพรียงกัน .."

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รู้เท่าทันเจตนาของตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ศีลคือเจตนา ศีลจะมั่นคง ศีลจะบริสุทธิ์

ต่อเมื่อเราหันมาสนใจพัฒนาเจตนาของเรา

ศีลธรรมจะหนักแน่นก็เมื่อเรารู้เท่าทันเจตนาของตน

พอเราตั้งใจว่าจะไม่ฆ่าสัตว์ แล้วคิดในเรื่องนี้บ่อยๆ

เจตนาที่จะไม่ฆ่าสัตว์ก็เกิดบ่อย อยู่ไปอยู่มากลายเป็น

ความเคยชิน

ทีแรกเจตนาทำบาปอาจจะแรงกว่าเจตนาจะงดเว้น

แต่ถ้าเราจริงใจ

นานๆเข้าจะรู้สึกว่าเจตนาจะไม่ทำจะแรงกว่าเจตนาจะทำ

เร็วกว่าจนกระทั่งคุณธรรมข้ออื่นๆ จะค่อยๆผุดขึ้นมา


อย่างเช่น เริ่มต้นมีแต่เจตนาจะไม่ฆ่าสัตว์ ตั้งใจว่าแม้จะเป็นสัตว์เล็ก สัตว์น้อย จะเป็นสัตว์ที่เรารู้สึก

ว่า น่าเกลียด ขยะแขยง จะเป็น ตุ๊กแก จิ้งจก ตะขาบ จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ถึงเราจะอด รังเกียจมัน

ไม่ได้ เราจะไม่ทำร้ายมัน ถ้าเรารักษาศีลข้อนี้ไว้โดยทะนุถนอมเจตนาไม่เบียดเบียนเป็นหลัก

นานๆเข้า ความเมตตาอารีก็เกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ วันใดวันหนึ่ง โอ้...จิ้งจกตัวนี้มันน่ารักดี

ตะขาบนี่ที่จริงมันไม่น่าเกลียด ก็ธรรมชาติของมันเป็นอย่างนั้นเอง ยั้วเยี้ยอย่างนี้น่าเอ็นดู

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:ความหลุดพ้น หลุดพ้นอย่างไร หลุดพ้นจากอะไร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


พระพุทธองค์เคยตรัสสรุปคำสั่งสอนในพุทธธรรม

ไว้ง่ายๆว่า พระธรรมขันธ์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ ข้อนั้น

รวมอยู่ในคำเดียวคือคำว่า“วิมุตติ”คือความหลุดพ้น

ฟังคำว่า หลุดพ้น แล้วเรามักรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสูง

แต่พระพุทธองค์ทรงยืนยันว่า ต้องมีความหลุดพ้น

ในชีวิตของเราตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด ต้องมี

ความหลุดพ้นในทุกระดับของชีวิต ถ้าเราคำนึงถึง

คำนี้ พิจารณาความหมายของคำนี้บ่อยๆ จะทำให้

เราเข้าใจหน้าที่ของเรา และวิถีชีวิตที่ดีงามของเรา

ได้ชัดเจนขึ้น


เช่น เราให้ทานก็ไตร่ตรองว่า เราให้ทานเพื่ออะไร คำตอบที่ถูกที่สุด คือเราให้ทานเพื่อ

หลุดพ้น หลุดพ้นอย่างไร หลุดพ้นจากอะไร ก็หลุดพ้นจากความตระหนี่ หลุดพ้นจาก

ความยึดติดในวัตถุ ฉะนั้นเราทบทวนการให้ทานของเรา การทำบุญของเราเป็นระยะๆ

โดยเอาความหลุดพ้นเป็นเครื่องวัด เครื่องตัดสินว่าเราทำบุญแล้ว ความตระหนี่ของเรา

น้อยลงไหม ความยึดติดในวัตถุน้อยลงไหม ถ้ารู้สึกว่าน้อยลง และความรู้สึกเอื้อเฟื้อ

เผื่อแผ่ ความเป็นห่วง ความหวังดีต่อคนรอบข้าง ต่อสังคมเพิ่มมากขึ้น หลุดพ้นจาก

ความหมกมุ่นแต่ในเรื่องของตน ผลประโยชน์ของตน แสดงว่าการให้ทานของเราได้

หลักแล้ว ถูกต้องแล้ว การรักษาศีลของเราก็เช่นเดียวกัน เราควรรู้จักการหลุดพ้นด้วย

ศีลบ้าง คือหลุดพ้นจากเจตนาจะเบียดเบียนตนเบียดเบียนผู้อื่น วิธีปฏิบัติคือใช้พลัง

แห่งเจตนางดเว้น ค่อยปราบเจตนาในทางล่วงละเมิด มนุษย์มีดีตรงที่สามารถไม่ทำใน

สิ่งที่อยากทำเพราะเห็นโทษของมัน

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้

#เฉลียวคิด #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ศีลของเรา เกิดมาพร้อมกับเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




"..คนเราเพียงแต่รับศีล ไม่ได้รักษาศีล

เข้าใจว่าศีลนั่นเป็นของพระ ถ้าพระไม่ให้แล้ว

เราก็ว่าเราไม่ได้ศีล อย่างนี้เป็นสีลัพพตปรามาสเพียงแต่

ลูบคลำศีล แท้ที่จริงนั้น ศีลของเราเกิดมาพร้อมกับเรา

ศีลห้าบริบูรณ์ตั้งแต่เกิดมา ขาสองแขนสอง ศีรษะหนึ่ง

อันนี้คือตัวศีลห้า เราได้จากมารดาของเรา เกิดมาก็มี

พร้อมแล้ว เมื่อเรามีศีลห้าบริสุทธิ์อย่างนี้ ก็ให้เรารักษา

อันนี้แหละ รักษากายของเรา รักษาวาจา รักษาใจ ให้

เรียบร้อย.."

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กาย วาจา ใจนี้เป็นเหตุ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



เราจะรักษาศีล ภาวนา ให้ทาน

ก็ต้องอาศัย กาย วาจา ใจนี้เป็นเหตุ ..

เราจะทำความผิด ความชั่ว ไปนรกอเวจี

ก็ต้องอาศัยกาย วาจา ใจนี้เป็นเหตุ..

เราจะรักษาศีล ทำสมาธิภาวนา ให้เกิดปัญญา

ทำมรรค ผล นิพพานให้แจ้ง ให้เกิดขึ้น ..

ก็ต้องอาศัยกาย วาจา ใจ นี้แหละ

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ..

 

Select your language