แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหลุดพ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหลุดพ้น แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:ไม่มีทางใด จะคุ้มครองเราได้.. เท่าสติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความคิด สร้างภพชาติตลอดเวลา ถ้ายังรู้ไม่ทันความคิด 

ก็ยังไม่เห็นทุกข์..ของจริง 

ไม่มีความบังเอิญ ในเรื่องของกรรม 

ไม่มีทางใด จะคุ้มครองเราได้.. เท่าสติ 

ทุกเส้นทางเดินของชีวิต ล้วนเต็มไปด้วยกับดักของ.. กิเลส 

สติ.. เท่านั้นที่จะพาเรารอดพ้น..ไปได้ 

เนื้อแท้ ของธรรมะจริงๆ..คือสติ มีสติ มีศีล สมาธิ ปัญญา 

เพื่อ.. จะยังไปสู่ความหลุดพ้น 

"สติ.. คือยอดแห่งธรรม"



โอวาทธรรม

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:ความหลุดพ้นจากความยึดถือ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 



"..อาตมาบอกไว้เท่านั้นว่า ให้มีสติคุมดวงจิต

สัตว์นรกก็แม่นจิต สัตว์อเวจีก็แม่นจิต 

พระอินทร์พระพรหมก็แม่นจิต ที่เข้าพระนิพพาน

ก็แม่นจิต ไม่ใช่ใคร จิตไม่มีตนมีตัว จิตเหมือนวอก

 (ลิง) นี่แหละ แล้วแต่มันจะไป บังคับบัญชามันไม่ได้ 

แล้วแต่มันจะปรุงจะแต่ง บอกไม่ได้ ไหว้ไม่ฟัง 

เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าให้วางมันเสีย 

อย่าไปยึดถือมัน ก็จิตนั่นแหละมันถือว่าตัวกู 

อยู่เดี๋ยวนี้ก็ดี เราถือว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง 

ก็แม่นจิตนั่นแหละเป็นผู้ว่า มันไม่มีตนมีตัวดอก

แล้วพระพุทธเจ้าว่าให้วางเสีย ให้ดับวิญญาณเสีย ครั้นดับวิญญาณแล้ว ไม่ไปก่อภพก่อชาติอีก 

ก็นั่นแหละพระนิพพานแหละ แน่ะ พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น มันไม่อยู่ที่อื่น นรกมันก็อยู่นี่ 

พระนิพพานก็อยู่นี่ อย่าไปค้นที่อื่น อย่าไปพิจารณาที่อื่น ให้ค้นที่สกนธ์กายของตน ให้มันเห็นเป็น

อสุภะอสุภัง ให้เห็นเป็น ของปฏิกูล ให้เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่ายมันนั่นแหละ แต่กี้มันเห็นว่า

เป็นของสวย ของงาม ของดี ดวงจิตนั่นเมื่อมีสติควบคุม มีสัมปชัญญะ ค้นหาเหตุผล 

ใคร่ครวญอยู่  มันเลยรู้เห็น ว่าอัตตภาพร่างกาย นี้เป็นของปฏิกูล ของเน่าเปื่อยผุพัง แล้วมันจะ

เกิดนิพพิทา ความเบื่อหน่าย จิตนั่นแหละเบื่อหน่าย จิตเบื่อหน่าย จิตไม่ยึดมั่นแล้ว เรียกว่า 

จิตหลุดพ้น ถึงวิมุตติ

วิมุตติ คือความหลุดพ้นจากความยึดถือ หลุดพ้นจากอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น 

พ้นจากภพจากชาติ ตั้งใจทำเอา.."

หลวงปู่ขาว อนาลโย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความหลุดพ้น หลุดพ้นอย่างไร หลุดพ้นจากอะไร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


พระพุทธองค์เคยตรัสสรุปคำสั่งสอนในพุทธธรรม

ไว้ง่ายๆว่า พระธรรมขันธ์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ ข้อนั้น

รวมอยู่ในคำเดียวคือคำว่า“วิมุตติ”คือความหลุดพ้น

ฟังคำว่า หลุดพ้น แล้วเรามักรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสูง

แต่พระพุทธองค์ทรงยืนยันว่า ต้องมีความหลุดพ้น

ในชีวิตของเราตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด ต้องมี

ความหลุดพ้นในทุกระดับของชีวิต ถ้าเราคำนึงถึง

คำนี้ พิจารณาความหมายของคำนี้บ่อยๆ จะทำให้

เราเข้าใจหน้าที่ของเรา และวิถีชีวิตที่ดีงามของเรา

ได้ชัดเจนขึ้น


เช่น เราให้ทานก็ไตร่ตรองว่า เราให้ทานเพื่ออะไร คำตอบที่ถูกที่สุด คือเราให้ทานเพื่อ

หลุดพ้น หลุดพ้นอย่างไร หลุดพ้นจากอะไร ก็หลุดพ้นจากความตระหนี่ หลุดพ้นจาก

ความยึดติดในวัตถุ ฉะนั้นเราทบทวนการให้ทานของเรา การทำบุญของเราเป็นระยะๆ

โดยเอาความหลุดพ้นเป็นเครื่องวัด เครื่องตัดสินว่าเราทำบุญแล้ว ความตระหนี่ของเรา

น้อยลงไหม ความยึดติดในวัตถุน้อยลงไหม ถ้ารู้สึกว่าน้อยลง และความรู้สึกเอื้อเฟื้อ

เผื่อแผ่ ความเป็นห่วง ความหวังดีต่อคนรอบข้าง ต่อสังคมเพิ่มมากขึ้น หลุดพ้นจาก

ความหมกมุ่นแต่ในเรื่องของตน ผลประโยชน์ของตน แสดงว่าการให้ทานของเราได้

หลักแล้ว ถูกต้องแล้ว การรักษาศีลของเราก็เช่นเดียวกัน เราควรรู้จักการหลุดพ้นด้วย

ศีลบ้าง คือหลุดพ้นจากเจตนาจะเบียดเบียนตนเบียดเบียนผู้อื่น วิธีปฏิบัติคือใช้พลัง

แห่งเจตนางดเว้น ค่อยปราบเจตนาในทางล่วงละเมิด มนุษย์มีดีตรงที่สามารถไม่ทำใน

สิ่งที่อยากทำเพราะเห็นโทษของมัน

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้

#เฉลียวคิด #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ฝึกตนให้เกิดความเข้มแข็งภายใน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ทุกๆ ขณะ เราหลงยึดมั่นถือมั่นในส่วนใดส่วนหนึ่งของกายหรือใจ

ว่าเป็นตัวเราหรือของเรา เราเอ่ยปากว่า 'ร่างกายของฉัน'

'ความรู้สึกของฉัน' 'ความคิดของฉัน' 'ความหวังของฉัน'

'ความกลัวของฉัน' และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นของ

เราอย่างแท้จริงแล้ว ทำไมเรามีอำนาจควบคุมมันน้อยนิดเหลือเกิน

ยกตัวอย่างเช่น ทำไมเราเลือกไม่ได้ว่าจะวิตกกังวลให้น้อยลง

และมีความสุขให้มากขึ้น ทำไมเราห้ามร่างกายนี้ไม่ให้แก่ไม่ได้

ในแง่ไหนบ้างที่ร่างกายและจิตใจนี้เป็นของเราจริงๆ พระพุทธองค์

ทรงสอนว่าความหลงผิดว่ามี 'ตัวตน' ที่เที่ยงแท้ถาวรและเป็นอิสระ

จากเหตุปัจจัยอื่นเป็นผู้ครอบครองประสบการณ์ชีวิตนั้นเป็นต้นเหตุ

แห่งทุกข์ 

กิเลสในใจทั้งหลายผุดขึ้นมาจากความหลงผิดประการเดียวนี้เอง นักภาวนาต้องฝึกตนให้เกิดความ

เข้มแข็งภายใน ความนิ่งสงบและความสุขเพื่อให้เห็นกายและจิตอย่างชัดเจน แล้วเราจะค้นพบด้วยตัวเอง

ว่า ชีวิตเป็นเพียงกระแสของปรากฏการณ์โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของ นี้คือหนทางสู่ความหลุดพ้นตามหลัก

คำสอนของพระพุทธองค์

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

Select your language