แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้สึก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้สึก แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ตั้งสติ ที่นี่ เดี๋ยวนี้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


อยู่ที่ไหนในโลก 

ในความรู้สึกเราก็อยู่ที่นี่

อยู่เวลาไหนในโลก 

ในความรู้สึกเราก็อยู่เดี๋ยวนี้

เดินทางไปไหน 

คอยตั้งสติที่ความรู้สึกว่า ที่นี่ เดี๋ยวนี้

จะไม่เหงา ไม่งง ไม่หลง

จะมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็นที่พึ่ง

ชยสาโรภิกขุ 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:พิจารณาความรู้สึก รู้สึกอย่างไร ตรงที่มันกระทบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 

 ช่วงที่กำมือรู้สึกอย่างไร? พอกำแน่นๆ รู้สึกอย่างไร?

 พอปล่อยออกมารู้สึกอย่างไร? ถ้าเราไม่กำ ไม่แบ

ปกติอย่างนี้ รู้สึกอย่างไร? ความรู้สึกหนักเบาเป็นปรมัตถ์

คือ เป็นรูปเป็นนามเท่านั้น หนักเบา เป็นรูป

ความรู้สึก เป็นนาม มันยังไม่มีความเป็นเราของเรา

แต่เวลามีใครมาตบมือเราปั๊บ “เรา” เกิดขึ้นตอนที่มากระทบ

ถ้าลูก สามี ภรรยา มากระทบ รู้สึกชอบ

ถ้าคนที่เป็นศัตรูมากระทบ รู้สึกโกรธ มันจะพุ่งตรงกันข้าม

ความเป็นเรา หมายถึง ความพอใจ ไม่พอใจ เป็นตัวอุปาทาน

อวิชชา ตัณหา อุปาทาน มันเกิดตรงนั้นเอง ตรงที่มันกระทบ

เท่านั้น

Deva Nanda

www.buddhayanando.com

Fb: พลิกใจให้ตื่นรู้, พระพุทธยานันทภิกขุ,

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท, เซนสยาม 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที 

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

INDHAMMA:ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ฝังอยู่ในใจ...ต้องเอาออก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 มนุษย์ทั้งหลายย่อมมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง

ฝังอยู่ในใจตลอดเวลา นั่นคือความรู้สึกว่า ‘พร่อง’

(พร่อง แปลว่า ขาดหายไป และแปลว่า มีน้อยไป)  

การแสวงหาเงิน กาม ฐานะ อำนาจ 

ก็เพื่อดับความรู้สึกว่าพร่องนั่นเอง  

การตระหนักชัดว่าสิ่งเหล่านั้น

ไม่สามารถดับความรู้สึกว่าพร่องได้จริง

คือการเกิดขึ้นของสัมมาทิฏฐิ

ความเห็นชอบ ความรู้สึกว่าพร่อง เกิดเพราะกิเลส ความรู้สึกว่าพร่องดับก็เมื่อกิเลสดับ กิเลสดับ

ก็ด้วยการประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีทางอื่น

พระอาจารย์ชยสาโร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:จำได้กับจำไว้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การมีชีวิตอย่างเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น 

ผู้เบิกบานต้องมีความตั้งใจในการจำไว้ด้วย 

ไม่ใช่ว่าต้องจำได้อย่างเดียว 

จำได้กับจำไว้อยู่ด้วยกัน 

ข้อมูลที่เราจำได้ ซึ่งเราเกิดจำไว้ 

มีผลต่อชีวิตเรามาก 

ประสบการณ์ที่เราเคยจำไว้ ก็มีผลต่อปัจจุบัน 

มีผลต่อความรู้สึกมาก 

ทั้งในทางที่ดี ซึ่งเรียกว่า สัมมา เป็นสัมมาสติ...

ญาติโยมคงทราบว่า 

ตอนอาตมาอายุน้อยก็หาประสบการณ์ด้วยการเดินทางต่างประเทศ 

ก็เดินทางไปถึงประเทศอินเดีย แล้วมีประสบการณ์หลายอย่างที่ประทับใจ... 

วันหนึ่งเป็นวันแรกที่ไปถึงเมืองมัทราสซึ่งอยู่ปักษ์ใต้ของอินเดียว 

หลังจากอยู่ทางเหนือมานานหลายวัน ก็ไปทานอาหารที่ภัตตาคารหรือที่ร้านอาหาร 

ซึ่งทางใต้ของอินเดีย อาหารจะไม่เหมือนทางเหนือ จะไม่ค่อยได้ทานพวกจาปาตี 

จะทานข้าว จะมีอาหารเฉพาะของปักษ์ใต้เขาเหมือนปักษ์ใต้ของไทย

ก็มีทานเป็นเอกลักษณ์ ในร้านอาหารเขาจะแจกใบกล้วย แจกข้าวเจ้า กับพวกน้ำ

แกงน้ำอะไรปน ๆ บนใบกล้วย พอเสร็จแล้วก็ไม่ต้องล้างจาน ก็เก็บใบกล้วย

แล้วก็ทิ้งหลังร้านอาหาร วันนั้น ออกจากร้านอาหารแล้ว ก็เดินไปข้างหลัง 

ก็เห็นมีชาวบ้านหลายคน กับวัว กับหมา กำลังแย่งกันเก็บใบกล้วยซึ่งยังมีข้าวติดอยู่ 

ไม่เคยเห็นในชีวิต คนแย่งอาหารกับหมา แล้วก็แย่งกับคนอื่น แล้วก็เลียใบกล้วย

ด้วยความหิว เป็นภาพที่น่าสลดสังเวช เราจำไว้ 

เป็นภาพซึ่งมีความหมายสำหรับอาตมามาก 

ตอนหลังเมื่อเราทานข้าวไม่อิ่ม เราจะนึกถึงภาพนั้น นึกถึงประสบการณ์นั้นอยู่เสมอ 

หรือว่าบวชพระแล้ว เดินธุดงค์บิณฑบาตได้แต่ข้าวไม่มีกับ เราก็ยังรู้สึกว่า 

มีข้าวก็ยังดี นึกถึงคนที่เมืองมัทราชที่ต้องแย่งกันเลียใบกล้วยหลังร้านอาหาร รู้สึก 

เรายังมีโชคดีที่ยังได้ขนาดนั้น 

ชยสาโรภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: เพราะสิ่งนั้นก็เปลี่ยนแปลงได้ ความรู้สึกของเราก็เปลี่ยนแปลงได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ถ้าเรามองดูแล้วก็ต้องยอมรับว่าบางสิ่งบางอย่าง

เจอแรกๆ นี่ชอบมาก อยู่นานๆ เฉยๆ

บางสิ่งบางอย่างเคยชอบมาก ตอนหลังไม่ชอบเลยก็มี

ในทำนองเดียวกันบางสิ่งบางอย่าง คนบางคนเจอแรกๆ

ไม่ชอบเลย อยู่ไปนานๆก็ทนได้ ในที่สุดกลายเป็น

เพื่อนสนิทกันก็ได้

ดังนั้นเมื่อความรู้สึกต่างๆเปลี่ยนได้

ไม่ใช่ของตายตัวแน่นอนทีเดียวแล้ว

เราก็จะไม่ต้องเพลิดเพลินกับสิ่งที่ชอบจนเกินไป

 

เราก็ระมัดระวังเพราะมันก็เปลี่ยนได้ ไม่ยึดมั่นถือมั่นมากจนเกินไป เจอสิ่งที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องทุกข์ใจ

มาก เพราะสิ่งนั้นก็เปลี่ยนแปลงได้ ความรู้สึกของเราก็เปลี่ยนแปลงได้ ทั้งสองฝ่ายนี้ไม่แน่นอน

นี่ไม่ใช่การปลอบใจ แต่เป็นการยอมรับความจริงที่เราสามารถมองเห็นได้

 ชยสาโรภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ดูผ่านสิ่งที่เกิดร่วมกับจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การดูจิตไม่ใช่เอาตาไปดู 

แต่เรารู้ด้วยความรู้สึก ใช้ความรู้สึกของเราไปรับรู้

รู้สึกอะไร ถ้าขั้นหยาบๆ ใจมันโลภ รู้ว่ามันโลภ

รู้จักโลภไหม เวลาโลภ เวลาอยากได้ อยากมี อยากเป็น 

อยากโน้นอยากนี้ ใจมันโลภ

หัดรู้สภาวะไป

เช่น ความโลภมันหน้าตาอย่างนี้ ราคะมันหน้าตาอย่างนี้ ตัวโลภ ตัวราคะ นี่ตระกูลเดียวกัน 

ความโกรธ พวกเรารู้จักไหม เห็นไหม ไม่ใช่เรื่องยาก สภาวะของความโกรธมีอยู่ 

มันเป็นความรู้สึกที่โกรธ ถ้าโกรธนิดหน่อย ก็โกรธแบบกรุ่นๆ อยู่ในใจนิดๆ หน่อยๆ 

ถ้าโกรธแรงมากๆ ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นหัวเลย โกรธแรง หัดรู้สภาวะไป ที่จะหัดดูจิตๆ 

อย่าไปเชื่อ อย่าไปหลงคำว่าดูจิต จิตไม่มีอะไรให้ดูหรอก จิตไม่มีรูปร่าง ไม่มีอะไรเลย ตัวมันว่าง 

เพราะฉะนั้น อยู่ๆ ไปดูตัวจิตเลย หาตัวจิตไม่เจอ เราดูผ่านสิ่งที่เกิดร่วมกับจิต คือตัวเจตสิก" 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช 

วัดสวนสันติธรรม

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...เพียงหนึ่งคำก็มีคุณค่า...คำว่า "แค่" ใช้ให้ดีจะมีสุข...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ชายผู้หนึ่งมาหาหมอด้วยอาการอ่อนเพลียต่อเนื่องมานานหลายเดือน รูปร่างผอมซีด

เพราะน้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ หมอซักถามอาการได้สักพักก็สั่งเจาะเลือด

เมื่อผลตรวจเลือดมาถึง หมอก็แจ้งแก่คนไข้ว่า เขาเป็นเบาหวาน

ทันทีที่รู้ผล เขายิ้มหน้าบานจนเกือบจะลิงโลดด้วยซ้ำ หมอแปลกใจจึงถามเขาว่า

“ทำไมลุงถึงดีใจล่ะครับ เป็นเบาหวานต้องกินยาตลอดชีวิตนะครับ”

“ทีแรกผมนึกว่าจะเป็นเอดส์ แต่พอรู้ว่าเป็นแค่เบาหวาน ก็เลยดีใจมาก”

เบาหวานเป็นโรคร้าย ใครเป็นก็ถือว่าโชคร้าย แต่ชายผู้นี้กลับดีใจที่เป็นเพราะเขาคิดว่าจะ

ต้องเจอหนักกว่านั้น สุขหรือทุกข์จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเจออะไร แต่ขึ้นอยู่กับความคาดหวัง

ของเรา ได้รางวัลเป็นเงินแสนแต่คาดหวังเงินล้าน ก็ย่อมเป็นทุกข์ ในทางตรงข้าม

แม้เป็นเบาหวานแต่ใจคาดว่าจะเป็นเอดส์ ก็กลับทำให้ยิ้มได้

คนเราจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่มุมมองเป็นสำคัญ มุมมอง(รวมทั้งความคาดหวัง)เป็นตัวสำคัญ

ที่บ่งชี้หรือตีค่าว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรานั้น ดีหรือร้าย เบาหรือหนัก น้อยหรือมาก

เพียงคำว่า "แค่"คำเดียวก็ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ดูเบาลงไปและบรรเทาความทุกข์ของเรา

ไปได้เยอะ แต่บ่อยครั้งเรามักลืมคำ ๆ นี้ไปในยามที่ประสบเหตุร้ายหรือสิ่งที่ไม่สมหวัง

แต่กลับนึกถึงคำ ๆ นี้เวลาประสบโชคหรือได้รับสิ่งที่น่าพอใจ เช่น "เขาชมฉันแค่นี้เอง"

"ฉันได้โบนัสแค่ ๔ แสนเท่านั้น" "ฉันได้เป็นแค่ผู้จัดการฝ่าย" ผลที่ตามมาคือความทุกข์

เกาะกินใจชายผู้หนึ่งได้ทราบว่ามิตรอาวุโสขายหุ้นได้กำไร ๑๐ ล้านบาทเมื่อ ๒-๓ วันก่อน

เขาจึงแสดงความยินดีกับเธอด้วย แต่คุณป้าผู้นั้นกลับตอบว่า "ยินดีอะไรกันล่ะ ถ้าฉันขายหุ้น

วันนี้ ฉันก็ได้กำไรแล้ว ๒๐ ล้าน" วันรุ่งขึ้นคุณป้าผู้นี้ไม่มาตลาดหุ้นเหมือนเคย ชายผู้นี้จึงไป

สอบถามโบรคเกอร์ซึ่งคุ้นเคยกับเธอ ก็ได้ความว่าเธอเข้าโรงพยาบาลไปแล้วเมื่อเช้า

สาเหตุก็เพราะเธอเครียดมาก คุณป้าเครียดก็เพราะเป็นทุกข์ที่ได้กำไร "แค่" ๑๐ ล้านบาท

เท่านั้น จะว่าไปเงินก้อนนี้มิใช่จำนวนน้อย ๆ พอ ๆ กับถูกลอตเตอรี่รางวัลที ๑ โชคลาภอย่าง

นี้ใครได้ไปก็น่าจะมีความสุข แต่พอมองไม่ถูก วางใจไม่เป็น เห็นว่ามันเป็น "แค่" ๑๐ ล้าน

บาทเท่านั้น ก็เป็นทุกข์ทันที

คนเราจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่มุมมองเป็นสำคัญ มุมมอง

(รวมทั้งความคาดหวัง)เป็นตัวสำคัญที่บ่งชี้หรือตีค่าว่าสิ่งที่เกิดขึ้น

กับเรานั้น ดีหรือร้าย เบาหรือหนัก น้อยหรือมาก เพียงคำว่า

"แค่"คำเดียวก็ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ดูเบาลงไปและบรรเทา

ความทุกข์ของเราไปได้เยอะ แต่บ่อยครั้งเรามักลืมคำ ๆ นี้ไป

ในยามที่ประสบเหตุร้ายหรือสิ่งที่ไม่สมหวัง แต่กลับนึกถึงคำ ๆ นี้

เวลาประสบโชคหรือได้รับสิ่งที่น่าพอใจ

เช่น "เขาชมฉันแค่นี้เอง" "ฉันได้โบนัสแค่ ๔ แสนเท่านั้น" "ฉันได้เป็นแค่ผู้จัดการฝ่าย"

ผลที่ตามมาคือความทุกข์เกาะกินใจ

ชายผู้หนึ่งได้ทราบว่ามิตรอาวุโสขายหุ้นได้กำไร ๑๐ ล้านบาทเมื่อ ๒-๓ วันก่อน เขาจึงแสดง

ความยินดีกับเธอด้วย แต่คุณป้าผู้นั้นกลับตอบว่า "ยินดีอะไรกันล่ะ ถ้าฉันขายหุ้นวันนี้

ฉันก็ได้กำไรแล้ว ๒๐ ล้าน" วันรุ่งขึ้นคุณป้าผู้นี้ไม่มาตลาดหุ้นเหมือนเคย ชายผู้นี้จึงไปสอบ

ถามโบรคเกอร์ซึ่งคุ้นเคยกับเธอ ก็ได้ความว่าเธอเข้าโรงพยาบาลไปแล้วเมื่อเช้า สาเหตุ

ก็เพราะเธอเครียดมาก

คุณป้าเครียดก็เพราะเป็นทุกข์ที่ได้กำไร "แค่" ๑๐ ล้านบาทเท่านั้น จะว่าไปเงินก้อนนี้มิใช่

จำนวนน้อย ๆ พอ ๆ กับถูกลอตเตอรี่รางวัลที ๑ โชคลาภอย่างนี้ใครได้ไปก็น่าจะมีความสุข

แต่พอมองไม่ถูก วางใจไม่เป็น เห็นว่ามันเป็น "แค่" ๑๐ ล้านบาทเท่านั้น ก็เป็นทุกข์ทันที

 

คำว่า "แค่" คำนี้มีอิทธิพลต่อจิตใจของเรามาก

มันสามารถสร้างทุกข์หรือปัดเป่าความกลัดกลุ้ม

ไปจากจิตใจของเราได้ อยู่ที่ว่าเราจะใช้มันอย่างไร

หากใช้ให้เป็น เราก็สามารถรับมือกับเหตุร้ายได้

โดยใจไม่ทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นการพลัดพรากสูญเสีย

ของรัก หรือประสบกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์

เมื่อเจอเหตุร้ายคราวหน้า อย่าลืมนึกถึงคำนี้

เพียงเติมคำว่า "แค่" ไว้ข้างหน้าเหตุร้ายเหล่านั้น

เรื่องร้ายก็จะกลายเป็นเบาไปได้ในความรู้สึกของเรา

แค่เพียงหนึ่งคำดีๆ ก็ทำให้ให้ใครอีกคนดีใจได้กับเพลงๆนี้

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together: Insight ค้นหาความรุ้สึกที่เกิดขึ้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

เราต้องการ insight ให้เห็นภาพชัดๆ ว่าตัวรู้สึกตัว

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเกิดขึ้นสามระดับ

ระดับที่หนึ่ง ความรู้สึกตัวสบายๆ สัมผัสได้หรือไม่

ระดับที่สอง ความรู้สึกตัวสบาย เปลี่ยนเป็นความไม่สบาย

ตามกฎของอนิจจัง ความรู้สึกสบายกลางๆ

สัมผัสได้หรือไม่ สักพักความรู้สึกตัวแบบเป็นกลาง

เปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกตัวที่เข้มขึ้น ในระดับที่สาม 

แต่ทั้งหมดทั้งปวงที่มันปรากฏไม่ชัด

เนื่องจากสมาธิเราไม่ดี เราไม่ตั้งใจดู 

เราขยับปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ทั้งๆ ที่มันไม่ถึงที่สุดเราก็ปรับแล้ว เราสับสนตรงนั้น เราต้องนั่งนิ่งๆ

ตั้งใจดู การนั่งนิ่งๆ มีความรู้สึกสามอย่างอยู่ในตัว สบาย ไม่สบาย หนักจนทนไม่ได้

เราก็ตั้งใจปรับออกไป แต่ถ้าเราพลิกอยู่เรื่อยๆ เหมือนหุงข้าว ยกหม้อขึ้นลงอยู่เรื่อยก็ไม่สุก

เราต้องนั่งนิ่งๆ ดูมันไปนานๆ จนไม่ไหวแล้วค่อยเปลี่ยนอย่างชัดเจน เราจะได้ดูอายุของ

ความสบาย ว่ามันอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วมาเปลี่ยนเป็นกลาง มันอยู่ได้กี่นาที แล้วมาเปลี่ยนเป็น

ทนไม่ได้กี่นาที รวมแล้วนั่งนิ่งๆ สักสามนาทีก็ยังดี แต่นี่เราพลิกทุกนาทีเลย ข้าวกำลังจะสุกก็ยก

ลงไปอีกแล้ว เป็นชั่วโมงข้าวก็ไม่สุก นี้คือรูปธรรมที่เห็นชัดๆ ไม่ซับซ้อน แต่เนื่องจากเรายังไม่เกิด

โอปนยิโก จึงยังไม่สามารถน้อมสภาวะที่เห็นภายนอก จากรูปธรรมให้เป็นนามธรรมได้ เราจึงไม่

สามารถประยุกต์หรือบูรณาการ เอาเวทนาและสิ่งที่เป็นตัวอย่างภายนอก เข้ามาเป็นโอปนยิโกให้

เห็นภายใน แต่คนบางคนมี Sense ในทางนี้ ก็จะปรับได้ไว มีประสบการณ์ มีความเฉลียวใจ

Direk Saksith www.buddhayanando.com

fb: พระพุทธยานันทภิกขุ (goo.gl/Nyk2ap),

พลิกใจให้ตื่นรู้ (goo.gl/rPzyfo),

เซนสยาม (goo.gl/heEHDK),

t (goo.gl/QDxgyj),

Dynamic Meditation (นวัตกรรมแห่งสติ) goo.gl/zZTixP

......................................

ศีลเพื่อการจัดระเบียบชีวิต https://goo.gl/Sq4d2N ภาพที่๑๔

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together : หนึ่งนาทีอาจยาวนานเหมือนหนึ่งชั่วโมง แต่เวลามีสุข หนึ่งชั่วโมงเหมือนแค่หนึ่งนาที

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ยิ่งอารมณ์เข้มข้น เวลาตามความรู้สึกของเรากับเวลาตาม

เข็มนาฬิกาก็ยิ่งห่างจากกัน เวลามีทุกข์ หนึ่งนาทีอาจยาวนาน

เหมือนหนึ่งชั่วโมง แต่เวลามีสุข หนึ่งชั่วโมงเหมือนแค่

หนึ่งนาที หลายคนทำบุญเพื่อไปสวรรค์ ว่ากันว่าช่วงชีวิตใน

สวรรค์นั้นยาวนานหลายล้านปี แต่นั่นหมายถึงเวลาตาม

เข็มนาฬิกา ตามความรู้สึกของเทวดาช่วงเวลานั้นอาจสั้น

นิดเดียว การทำความดีเพื่อให้ขึ้นสวรรค์ไม่ได้ผิดตรงไหน

แต่เป็นการมองอะไรแคบไปหน่อย เมื่อเวลาในสวรรค์หมดลง

งานแท้จริงในการละกิเลสยังคงอยู่ สวรรค์เป็นเพียงที่พักผ่อน

หย่อนใจชั่วคราวเท่านั้น

 

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความรู้สึกทุกอย่าง...เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...ดับไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ความรักเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความเกลียดเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความกลัวเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป

ความรู้สึกอะไรๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นแก่จิตนั้น 

เดี๋ยวมันก็ดับไปๆ

เพราะว่าพื้นฐานของชีวิต คือความว่าง...

ความว่างคือ ว่างจากความโง่ ว่างจากความอยาก

ว่างจากความโกรธ ว่างจากความเกลียด

ว่างจากความรัก ว่างจากทุกๆสิ่ง ที่เกิดขึ้นในภพนี้

ท่านพุทธทาส

ลองมาสร้างความรู้สึกตัว สู่การรู้แจ้ง จากภาพข้างล่างนี้ด้วยกัน...


#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความรู้ กับ ความรู้สึก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



“ รู้ ” นี่ ! สำคัญมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยว

กับเรื่องใด เราก็ต้องรู้ หรือควรจะรู้มัน เราเอาแต่ความรู้

ความรู้สึกเราไม่ยุ่ง ถ้าเกิดความรู้สึกขึ้นมา เราก็รู้ว่าเรา

มี“ความรู้สึก”นั้น แค่นั้นพอ ไม่ต้องตามมันไป พอได้

ความรู้ แล้วก็กลับมาอยู่กับเรื่องของเราต่อไป

ตอนนี้ ปัญหาอยู่ที่ว่า...บางทีเราไม่แยก

ระหว่าง“ความรู้” กับ “ความรู้สึก” พอรู้อะไร?

ความรู้สึกก็มาทันที

เพราะว่า..พอรู้ ก็มี ถูกใจ หรือ ไม่ถูกใจ

ชอบใจ หรือ ไม่ชอบใจ นี่คือ “รู้สึก” แล้ว

แทนที่จะอยู่กับความรู้ หรือเก็บความรู้ต่อไป เราก็เลยไถลไปกับ“ความรู้สึก” นี่คือ..ผิดทาง

พอชอบใจ ไม่ชอบใจ เรื่องก็ยืดต่อ ที่ชอบก็คิดไปอย่างหนึ่ง ที่ไม่ชอบก็คิดไปอีกอย่างหนึ่ง

ในกรณีนี้..เมื่อไม่ชอบ ใจคอก็ขุ่นมัว หม่นหมอง กังวล วุ่นวาย อะไรต่างๆ บางทีก็พลอยเสีย

ไปหมดในทางที่ถูก เมื่อรู้สึกไม่ชอบใจ ก็ให้“รู้ตัว” ว่าเราไม่ชอบใจ แล้วก็จบ”

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )

ที่มา : ธรรมบรรยายเรื่อง “เบื่อการเมือง”

Select your language