แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ‎สมเด็จพระญาณสังวร‬ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ‎สมเด็จพระญาณสังวร‬ แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:ทำเหตุให้ตรงกับผล...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

...ทุกคนอยากสบาย แต่ไม่ทำเหตุที่จะให้เกิดผล

เป็นความสบาย  ดังนั้นจึงยังหาผู้สบายได้น้อยเต็มที

ยิ่งกว่านั้น ทั้งๆที่ทุกคนอยากสบาย แต่กลับไปทำเหตุที่จะให้

ผลเป็นความไม่สบายกันเป็นส่วนมาก

ดังนั้นจึงได้รับผลเป็นความไม่สบายตามเหตุที่ทำ เพราะดังได้

กล่าวแล้วทำเหตุใด ต้องได้รับผลของเหตุนั้นเสมอไป

เหตุดีให้ผลดี เหตุชั่วให้ผลชั่ว

เหตุแห่งความสุขให้ผลเป็นความสุข

เหตุแห่งความทุกข์ให้ผลเป็นความทุกข์

ต้องทำเหตุให้ตรงกับผล จึงจะได้ผลที่ปรารถนาต้องการ

ควรมีสติระลึกถึงความจริงนี้ไว้ให้สม่ำเสมอ...‪

‎สมเด็จพระญาณสังวร‬ 

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก 

(เจริญ สุวัฑฺฒโน)

Dhamma together:ความซับซ้อนของกรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

การเขียนหนังสือด้วยปากกาหรือดินสอลงบนกระดาษ แผ่นเดียวนั้น เขียนลงครั้งแรกก็ย่อม

อ่านออกง่าย อ่านเข้าใจได้ง่าย แต่ยิ่งเขียนทับเขียนซ้ำลงไปบนกระดาษ แผ่นเดียวกันนั้น

ตัวหนังสือย่อมจะทับกันยิ่งขึ้นทุกที การอ่านก็จะยิ่งอ่านยากขึ้นทุกทีจนถึงอ่านไม่ออกเลย

ไม่เห็นเลยว่าเป็นตัวหนังสือ จะเห็นแต่รอยหมึกหรือรอย ดินสอทับกันไปทับกันมาเป็นสีสัน

เท่านั้น ให้เพียงรู้เท่านั้นว่าได้มีการเขียนอะไรลงบนกระดาษแผ่นนั้น หาอ่านรู้เรื่องไม่และ

หาอาจรู้ได้ได้ ว่าเขียนอะไรก่อนเขียนอะไรหลัง นี้ฉันใด การทำกรรมหรือการทำดีทำชั่ว

ก็ฉันนั้น ต่างได้ทำกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทับถมกันมายิ่งกว่าตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก

หารู้ไม่ว่าได้เขียนอะไรก่อนเขียนอะไรหลัง ทำกรรมแบบใดไว้ก็ไม่รู้ ไม่เห็น แยกไม่ออกว่า

ทำกรรมใดก่อนทำกรรมใดหลัง ทำดีอะไรไว้บ้าง ทำไม่ดีอะไรไว้บ้าง มากน้อยหนักเบากว่า

กันอย่างไร มาถึงชาตินี้ไม่รู้ด้วยกันทั้งสิ้น เป็นความซับซ้อนของกรรมที่แยกไม่ออก เช่นเดียว

กับความซับซ้อนของตัวหนังสือที่เขียนทับกันไปทับกันมา

ความซับซ้อนของกรรมแตกต่างกับความซับซ้อนของ

ตัวหนังสือ ตรงที่ตัวหนังสือเขียนทับกันมาก ๆ ย่อมไม่มี

ทางรู้ว่า เขียนเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีอย่างไร แต่กรรมนั้น

แม้ทำซับซ้อนมากเพียงไร ก็มีทางรู้ว่าทำกรรมดีไว้มาก

น้อยเพียงไร หรือกรรมไม่ดีไว้มากน้อยเพียงไร โดยมีผลที่

ปรากฏขึ้นของกรรมนั้นเองเป็นเครื่องช่วยแสดงให้เห็น

ชีวิต หรือชาตินี้ของทุกคนมีชาติกำเนิดไม่เหมือนกัน 

เป็นคนไทยก็มี จีนก็มี แขกก็มี ฝรั่งก็มี มีชาติตระกูลไม่เสมอกัน ตระกูลสูงก็มี ตระกูลต่ำก็มี

มีสติปัญญาไม่ทัดเทียมกัน ฉลาดหลักแหลมก็มี โง่เขลาเบาปัญญาก็มี มีฐานะต่างระดับกัน

ร่ำรวยก็มี ยากจนก็มี ความแตกต่างห่างกันนานาประการ เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องชี้ให้ผู้เชื่อ

ในกรรมและผลของกรรม เห็นความมีภพชาติในอดีต ของแต่ละชีวิตในชาติปัจจุบัน เกิดมา

ต่างกันในชาตินี้ เพราะทำกรรมไว้ต่างกันในชาติอดีต

ความแตกต่างของชีวิตที่สำคัญที่สุด ที่แสดงให้เห็นอำนาจที่ใหญ่ยิ่งที่สุดของกรรม

คือความได้ภพชาติของพรหมเทพ ความได้ภพชาติของมนุษย์ กับความได้ภพชาติของสัตว์

เทวดาอาจมาเป็นมนุษย์ได้ เป็นสัตว์ได้ มนุษย์อาจไปเปิดเทวดาได้ เป็นสัตว์ได้ และสัตว์ก็

อาจไปเป็นเทวดาได้ เป็นมนุษย์ได้ ด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ของกรรมอันนำให้เกิด

นี้เป็นความจริงที่แม้จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ความจริงนี้ก็ย่อมเป็นความจริงเสมอไป

ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากความจริงได้..

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:การปฏิบัติอย่างถูกต้องที่เกิดจากปัญญาอันเห็นถูกเห็นผิดในเรื่องทั้งหลาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

จิตที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างถูกต้อง จะเป็นจิตที่มีความสงบ

เยือกเย็นเป็นสุข และมีปัญญารู้ในสิ่งที่ควรรู้ เห็นในสิ่งที่ควรเห็น

เช่น รู้ความถูก ความผิด ความควรไม่ควร และรู้วิธีปฏิบัติใน

สิ่งเหล่านั้น อย่างถูกต้อง หมายความว่า รู้วิธีปฏิบัติเพื่อแก้ไข

หรือส่งเสริมเรื่องทั้งหลาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจอารมณ์

กิเลส เช่น

ไม่จำเป็นต้องโลภจึงจะขยันหมั่นเพียรประกอบอาชีพเพื่อให้ได้ทรัพย์สินเงินทอง

ไม่จำเป็นต้องโกรธจึงจะว่ากล่าวตักเตือนหรือลงโทษผู้ที่กระทำความผิด

ไม่จำเป็นต้องหลงจึงจะสามารถทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นสิ่งที่ไม่ควรรู้ไม่ควรเห็นเสียได้

กำลังที่เกิดจากกิเลสคือโลภะ หรือโทสะ หรือโมหะไม่ใช่อย่างเดียวกับการปฏิบัติอย่างถูกต้องที่เกิดจาก

ปัญญาอันเห็นถูกเห็นผิดในเรื่องทั้งหลาย ทั้งยังแตกต่างจากกันเป็นอันมาก กำลังที่เกิดแล้วเพราะกิเลส

ทำให้การปฏิบัติต่อเรื่องราวทั้งหลาย เป็นไปอย่างผิดพลาดโดยมาก แต่ความรู้การควรไม่ควรที่เกิดจาก

ปัญญา ทำให้การปฏิบัติต่อเรื่องราวทั้งหลายเป็นไปอย่างถูกต้องไม่ผิดพลาด เมื่อต้องการปฏิบัติต่อ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหลายให้ได้ถูกต้องเสมอ จึงจำเป็นต้องบริหารจิตตามหลักของพระพุทธศาสนา

ให้กิเลสลดน้อยลง อารมณ์ลดน้อยลง จิตใจสงบเยือกเย็น และปัญญาเจริญยิ่งขึ้น

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธรรมะที่ดีงามไม่มีโอกาสเข้าถึงจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 

ในเวลาที่จิตซัดส่ายเช่นนั้น สัทธรรม คือ ธรรมะของคนดี

หรือธรรมะที่ดีงามไม่มีโอกาสเข้าถึงจิต หรือจิตไม่อาจเข้าถึง

ธรรมะ เพราะมีเครื่องกั้น คือ กิเลสและอารมณ์เรื่องผูกใจ

ดังกล่าวกางกั้นไว้ ไม่ให้ธรรมะและจิตเข้าถึงกัน

จิตเป็นธาตุรู้

กิริยาที่จิตเข้าถึงธรรมะจึงหมายความว่าจิตรู้ด้วยความรู้

ที่ปราศจากกิเลสและอารมณ์

แต่ตราบใดที่จิตซัดส่ายไปดังกล่าว ก็ยากที่จะรู้ธรรมะได้

สิ่งที่เข้าถึงจิตขณะที่จิตซัดส่าย ล้วนแต่เป็นกิเลสและอารมณ์ หรือความปรารถนาต้องการและสิ่งที่

ปรารถนาต้องการเท่านั้น สิ่งที่เป็นสัจจะดังจะเรียกว่า สัทธรรมหรือธรรมะของพระพุทธเจ้าผ่านไป

อย่างผิวเผินเสียเหลือเกิน เช่น อาจได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้าในบางครั้งบางคราว แต่ก็ฟัง

ด้วยความง่วงเหงาหาวนอน ด้วยความไม่สนใจ ไม่รับพิจารณา บางทีอาจจำได้ว่าข้อธรรมะ

เหล่านั้นว่าอย่างไร แต่ก็เป็นเพียงสัญญาความจำหมายอย่างนกแก้วนกขุนทองจำคำพูดของ

มนุษย์ได้ ทั้งพูดได้บางคำ ธรรมะไม่ซึมเข้าไปสู่จิตใจ บางทีกลับเป็นผู้ชังธรรมะเกลียดธรรมะ

เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์

แท้ที่จริงเพราะธรรมะมีกระแสทวนกันกับกระแสตัณหา ดังจะพึงเห็นได้ว่า ตัณหาดำเนินไปกระแสหนึ่ง

เช่น อยากได้นั่นอยากได้นี่ อย่าคิดถึงผิดถูก อย่าคิดถึงแก่เจ็บตาย อย่าพูดถึงเรื่องศีลธรรม

ส่วนธรรมะดำเนินไปอีกกระแสหนึ่งที่ตรงกันข้าม ฉะนั้นตัณหากับธรรมะจึงชอบกันถูกกันไม่ได้อยู่เอง

ถึงจะนับถือพระศาสนาหรือธรรมะก็นับถือสักแต่ว่าจะเลื่อมใส พระรัตนตรัยก็เลื่อมใสเลื่อนลอย

ไม่มั่นคง ปัญญาจึงบริบูรณ์ไม่ได้อยู่เองเพราะโมหะยังปิดบัง อยู่หนาแน่นมาก ยังมืดอยู่มาก

แสงสว่างแบบฟ้าแลบ ในคืนมืดสนิทนั้นไม่อาจให้มองเห็นอะไรได้มาก

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สัจธรรมปลดปล่อยวาง…

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



หลวงพ่อรูปหนึ่ง ปลูกกล้วยไม้ กระถางหนึ่งด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้ ก็แข็งแรง สวยงามยิ่งนัก…

วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออกไปธุระหลายวัน เลยฝากเณรน้อย ให้ช่วยดูแลเณรน้อย ก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี

กล้วยไม้ ก็ยิ่ง งอกงามด้วยดี วันหนึ่ง เณรน้อย ต้องออกไปธุระ ก่อนออกไปได้เอากระถางไปวาง

ตากแดดริมหน้าต่าง... หลังจากนั้น เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย

ต้นกล้วยไม้หักเละเณรน้อย กลับมาเห็น ตกใจ และ เสียใจมาก และ ยังกลัวถูก หลวงพ่อตำหนิด้วย…

ไม่กี่วัน หลวงพ่อ กลับมา เณรน้อย ก็บอกเล่าตามจริง เตรียมตัว เตรียมใจรับการถูกดุด่า

แต่หลวงพ่อ กลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้ เณรน้อยประหลาดใจ เป็นอย่างมากเพราะ

หลวงพ่อ รักกล้วยไม้ กระถางนี้มาก…หลวงพ่อ เพียงยิ้ม ๆ แล้วกล่าวว่า

“ ข้า ปลูก กล้วยไม้ ไม่ได้ เพื่อไว้โกรธนะ ”

คำง่าย ๆ กลับกลายเป็นสัจธรรมปลดปล่อยวาง…


 


คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน.. 

คนเรารักกัน ก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน.

สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องโทษใคร

หรือ เสียใจ…ตอนมี ต้องใส่ใจ 

ตอนเสียไป ให้ปลดปลงไม่ติดค้างใครก็พอแล้ว…

ถ้าคุณแค้น ชีวิต ก็เต็มไปด้วย ความแค้น …

ถ้าคุณ นึกขอบคุณ ที่ใด ๆ ก็เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าขอบคุณ… 

ถ้าคุณ เติบกล้า การงาน ก็จะก้าวหน้า …

ไม่ใช่ โลกนี้ เลือกคุณ แต่คุณ เป็นคนเลือก โลกใบนี้ …ฉะนั้น… จงอย่าโกรธลูก พ่อแม่ พี่น้อง 

เพื่อนร่วมงาน และทุกสรรพสิ่งในโลก จงใจกว้าง และ เมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวาง แค่นี้ ก็สุข" 😊

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:พระพุทโธ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



พระพุทโธ การอัญเชิญพระพุทโธไว้ในหัวใจให้สม่ำเสมอ

เป็นมหามงคลวิธีที่ทำได้ไม่ลำบากยากเย็น และมีผล

ประเสริฐเลิศล้ำแน่นอนที่สุด เปรียบการท่องพระพุทโธ

เหมือนการร้องให้มีผู้ช่วยขณะต้องเผชิญกับอันตราย

ยิ่งใหญ่ก็ได้ ก็ไม่ผิด ความจริงก็เป็นเช่นนั้น

เสียงพระพุทโธ พระพุทโธ ที่กึกก้องอยู่ในหัวใจจริง

 

ไม่แตกต่างก้บเสียงร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย ของผู้กำลังหวาดกลัวภัยร้ายที่กำลังต้องเผชิญอยู่

ผู้ได้ยินเสียงร้องนั้นต้องเข้าช่วยสุดความสามารถ เพื่อให้พ้นจากอันตราย อันพระผู้ที่จะได้ยิน

เสียงพระพุทโธ พระพุทโธ ของพวกเราผู้กลัวอันตรายยิ่งใหญ่จากกรรม คือ

สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธะ ใจที่หวังพึ่งพระมหากรุณาให้พ้นมือแห่งกรรมร้าย

ด้วยเสียงของใจที่กึกก้องร้องร่ำเป็นคำพระพุทโธ พระพุทโธ เปรียบได้ไม่ผิดกับเสียงร้อง

ช่วยด้วย ช่วยด้วย นั่นเอง พระมหากรุณาของสมเด็จพระบรมศาสดามีหรือจะไม่เกิดเป็นผล

แก่ผู้กำลังหวาดกลัวอันตรายยิ่งใหญ่หาใดเปรียบมิได้ อันเป็นอันตรายที่เกิดจากกรรม

กรรมที่น่ากลัวที่สุด สำหรับทุกชีวิต ไม่มีอะไรน่ากลัวเสมอด้วยกรรม เมื่อเสียงขอรับพระ

เมตตาช่วยให้พ้นภัยกรรมดังกึกก้องเมื่อไรก็เมื่อนั้น จะทรงบรรเทาไฟร้ายแห่งกรรม

โปรดประทานเป็นการทรงแผ่พระพุทธเมตตาที่มีความเย็นยิ่งเย็นใด ยังให้จิตใจที่กำลังร้อน

เร่าสงบเย็นลงได้แน่นอน

เครดิตจาก : หนังสือ ฝึกใจ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

Select your language