INDHAMMA:กรรม...ไม่ได้มีผลแค่กับตัวเราคนเดียว...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเราทำกรรมไม่ดี ได้รับผลไม่ดี

ผู้ที่รักเราและ ผู้ที่เรารัก

ก็จะพลอยได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจ

ไปด้วยอย่างไม่ยุติธรรม

เพราะมิได้เป็นผู้ทำกรรมไม่ดีด้วย

แต่พลอยได้รับผลไม่ดีเพราะความผูกพัน



ฉะนั้น จะทำความไม่ดีใด ๆก็น่าจะนึกถึงบรรดาผู้ที่มีความผูกพันกับเราบ้าง

อาจจะช่วยให้เข้มแข็งขึ้น ในการหลีกเลี่ยงการทำกรรมไม่ดี

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:การงดเว้นจากการพูดเท็จ ย่อมเกิดผลดีทุกครั้ง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 การยอมพูดเท็จในบางกรณีที่อ้างว่าจำเป็นหรือสมควร 

แม้แต่ในเรื่องที่ฟังเผินๆชวนรู้สึกว่าไม่น่าจะผิด 

เช่นการพูดเท็จเพื่อไม่ให้เขาเสียใจ 

ย่อมมีโทษทุกครั้ง 

ในทำนองเดียวกันการงดเว้นจากการพูดเท็จ

ย่อมเกิดผลดีทุกครั้ง


๑. พูดเท็จแล้ว สัจจะบารมีไม่เจริญ เราจะตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ในสัจจะได้ 

ก็เมื่อเราฝึกพูดความจริงในทุกๆสถานการณ์โดยไม่มียกเว้น ไม่มีกรณีพิเศษ 

การตั่งมั่นอยู่ในสัจจะคือความสุข และเป็นฆราวาสธรรมข้อแรก

๒. การยอมพูดเท็จในบางกรณีย่อมเปิดช่องให้กิเลสครอบงำได้ เช่นอ้างว่าจำเป็นเมื่อไม่จำเป็นจริงๆ 

ที่จริงเป็นการพูดเท็จเพราะเขินหรืออายบ้าง หรือเพราะกลัวเขาโกรธ หรือเพราะความอยากได้ 

เพราะกลัวพลัดพรากจากสิ่งที่ชอบ เพราะขี้เกียจอธิบาย เป็นต้น 

กิเลสหลายตัวเพิ่มขึ้นเพราะการไม่สำรวมวาจา

๓. การไม่ยอมพูดเท็จเป็นอันขาด บังคับให้ฉลาดในการสื่อสาร 

เช่น ทำให้ต้องหาคำพูดที่ได้ผลทั้งสองฝ่าย คือ เขาไม่เสียใจ เราไม่ผิดศีล

๔. ผู้มีปัญญาในการสื่อสาร ผู้ไม่ยอมพูดเท็จเป็นอันขาด ย่อมกลายเป็นที่ยอมรับ ที่ไว้ใจ 

และที่เคารพนับถือของคนรอบข้าง คำพูดของคนผู้นี้มีนำ้หนัก

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


INDHAMMA:กลับมาเริ่มต้นที่ตนเอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 ผู้คนเป็นอันมากพยายามอย่างมากที่จะทำให้คนอื่นเข้าใจตน แต่ก็มักไม่ประสบผล 

 สาเหตุเป็นเพราะส่วนใหญ่มักเรียกร้องจากคนอื่น แทนที่จะกลับมาเริ่มต้นที่ตนเอง 

นั่นคือ พยายามเข้าใจคนอื่นให้มาก เป็นเพราะเราไม่เข้าใจคนอื่น เช่น มองเขาในแง่ลบ 

คลางแคลงสงสัยในความตั้งใจดีของเขา น้ำเสียงและอากัปกิริยาของเราที่แสดงออกไป 

จึงโน้มน้าวให้เขามองเราในลักษณะเดียวกัน 

การที่เขาไม่เข้าใจเราอาจเป็นเพราะเราเป็นฝ่ายไม่เข้าใจเขาก่อน 

 การกระทำของเขาอาจเป็นปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำของเราก็ได้ พ่อแม่ที่บ่นว่าลูกไม่ฟังตนเองนั้น 

เมื่อสืบสาวสาเหตุก็พบว่า เป็นเพราะพ่อแม่ไม่ฟังลูกก่อน เอาแต่สั่งสอนหรือดุด่าว่ากล่าว 

โดยไม่ฟังเหตุผลหรือสอบถามความเห็นของลูกเลย เมื่อลูกโตขึ้น จึงเป็นฝ่ายไม่ฟังพ่อแม่บ้าง 

 มองในอีกแง่หนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าที่จริงเขาเข้าใจเราดี เห็นความดีของเรา และชื่นชมเรา 

แต่เราต่างหากที่เข้าใจเขาผิด ตีความคำพูดและการกระทำของเขาในทางลบ

 จึงนึกว่าเขามองเราในแง่ร้าย ดังนั้นแทนที่จะตัดพ้อหรือกล่าวโทษคนอื่น 

 การกลับมามองตนและแก้ที่ตนเอง ด้วยการพยายามเข้าใจเขาให้มาก ๆ หรือมองเขาให้ถูกต้อง 

จะช่วยให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปได้ไม่ยาก หรือไม่กลายเป็นปัญหาต่อไป

ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักมองข้าม มัวแต่เสาะแสวงหาคนที่รู้ใจตน 

อยากได้เพื่อนที่รู้ใจตน คู่ครองที่รู้ใจตน ลูกน้องที่รู้ใจตน ฯลฯแต่กลับละเลยที่จะรู้ใจตนเอง

เมื่อความโกรธเกลียดเกิดขึ้นก็ไม่รู้ทัน ปล่อยให้ความทุกข์เล่นงานจิตใจ 

หากใจของเราเราเองยังไม่รู้ จะหวังให้คนอื่นมารู้ใจเราได้อย่างไร ?

จะว่าไปแล้วที่ผู้คนทุกข์ระทมทุกวันนี้ก็เพราะไม่รู้ใจตนมากกว่า 

หาใช่เป็นเพราะไร้คนรู้ใจหรือเข้าใจตนไม่ ขาดสติจึงไม่รู้ใจ 

มีบางคนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในตนเองและไม่พอใจคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ตนรักและเคารพ 

 เพราะไม่ว่าตนจะทำดีอย่างไร ก็พบว่าเขาเหล่านั้นเห็นแต่ด้านที่ไม่ดีของตน 

ไม่เคยจดจำความดีของตนได้เลย เอาแต่ตำหนิติเตียนเวลาตนเองทำผิดพลาด 

 แต่แน่ใจหรือว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นอย่างที่เราคิด 

 อันที่จริงเขาอาจเห็นความดีของเราและชื่นชมเรา อีกทั้งยังทำดีกับเราด้วย 

 แต่เราต่างหากที่ไม่เห็นหรือจดจำเวลาเขาทำดีกับเรา 

 ครั้นเขาทำไม่ดีกับเราหรือทำไม่ถูกใจเราในบางครั้ง เรากลับจดจำได้แม่น 

ไม่ใช่เขาหรอกที่เห็นแต่ด้านไม่ดีของเรา เป็นเราต่างหากที่เห็นแต่การกระทำด้านลบของเขา 

ถ้าเราพยายามมองเขาให้รอบด้านมากขึ้น 

ก็อาจพบว่าเขามองเรารอบด้านเช่นกัน 

หากเรารับรู้ใส่ใจยามที่เขาทำดีกับเรา

เราก็จะพบว่าเขาเห็นความดีของเราด้วย 

ไม่ใช่เห็นแต่ความไม่ดีของเรา 

ถึงตอนนั้นเสียงตัดพ้อในใจก็จะหายไป 


ไม่เพียงเรารู้สึกดีต่อเขามากขึ้นเท่านั้น หากยังจะรู้สึกดีต่อตัวเองมากขึ้นด้วย 

ปัญหาทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการมองแต่ข้างนอกจนลืมมองตน หรือคิดแต่จะแก้ที่คนอื่น จนลืมแก้ที่ตนเอง 

เมื่อใดที่เรากลับมาเริ่มต้นที่ตนเองก่อน 

แทนที่จะตัดพ้อว่า “ทำไมเขาไม่เข้าใจฉันเลย” 

หากลองถามใหม่ว่า “ฉันเข้าใจเขาดีแล้วหรือ ” ก็อาจพบคำตอบหรือทางออกได้ในที่สุด 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

INDHAMMA:เอาชนะความโกรธด้วยการกราบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

#ตัวโกรธ

หลวงปู่บุดดา ถาวโร จัดว่าเป็น “รัตตัญญู” (ผู้เก่าแก่และมีประสบการณ์มาก) รูปหนึ่งของคณะสงฆ์ไทย 

ด้วยท่านมีอายุยืนนานถึง ๑๐๑ ปีก่อนที่จะมรณภาพเมื่อปี ๒๕๓๗ สมัยที่ยังหนุ่ม ท่านมีโอกาสพบปะ

ครูบาอาจารย์ที่สำคัญหลายรูป เช่น พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท) และครูบาศรีวิชัย 

ท่านหลังนี้เคยทักหลวงปู่บุดดาเนื่องจากเห็นท่านไม่พาดสังฆาฏิว่า 

“เฮาเป็นนายฮ้อย ก็ต้องให้เขาฮู้ว่าเป็นนายฮ้อย ไม่ใช่นายสิบ” 

นับแต่นั้นมาหลวงปู่จึงพาดสังฆาฏิติดตัวตลอดเวลา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของท่าน 

 หลวงปู่บุดดา เป็นพระป่า ชอบธุดงค์ ไม่มีวัดเป็นหลักแหล่ง จนเมื่ออายุ ๘๗ ปีจึงได้มาประจำที่

วัดกลางชูศรีเจริญสุข อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี กระทั่งมรณภาพ 

 แม้หลวงปู่บุดดาจะไม่ได้เล่าเรียนในทางปริยัติมาก แต่ความที่ท่านเชี่ยวชาญในการปฏิบัติ 

จึงมีความสามารถในการสอนธรรมชนิดที่สื่อตรงถึงใจ มีคราวหนึ่ง 

ท่านได้รับนิมนต์ให้ไปเทศน์คู่กับท่านเจ้าคุณรูปหนึ่งซึ่งเป็นเปรียญธรรม ๘ ประโยค 

ท่านเจ้าคุณรูปนั้นคงเห็นหลวงปู่เป็นพระบ้านนอกจึงอยากลองภูมิหลวงปู่ ได้ถามหลวงปู่ว่า 

“จะเทศน์เรื่องอะไร” หลวงปู่ตอบว่า “เรื่องตัวโกรธ กิเลสตัณหา” ท่านเจ้าคุณซักต่อว่า 

“ตัวโกรธเป็นอย่างไร” หลวงปู่ตอบสั้นๆ ว่า “ส้นตีน ไงล่ะ” 

 เท่านั้นเองท่านเจ้าคุณก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่ยอมเทศน์กับหลวงปู่ 

วันนั้นหลวงปู่จึงต้องขึ้นเทศน์องค์เดียว เมื่อเทศน์จบแล้ว ท่านก็ไปขอขมาท่านเจ้าคุณองค์นั้น 

พร้อมกับอธิบายว่า 

“ตัวโกรธมันเป็นอย่างนี้เองนะ มันหน้าแดงๆ นี้แหละ มันเทศน์ไม่ได้ คอแข็ง ตัวโกรธสู้เขาไม่ได้ 

ขึ้นธรรมาสน์ก็แพ้เขา ใครจะเป็นนักเทศน์ต่อไปจดจำเอาไว้นะ ตัวโกรธน่ะ นักเทศน์ไปขัดคอกันเอง 

มันจะเอาคอไปให้เขาขัด”

หลวงปู่บุดดารู้จักตัวโกรธดี ท่านรู้ว่าตัวโกรธกลัวคนกราบ 

ท่านพยายามเอาชนะความโกรธด้วยการกราบ

เวลาโกรธท่านจะลุกขึ้นกราบพระ ๓ ครั้ง 

โกรธ ๒ ครั้งก็กราบพระ ๖ ครั้ง 

โกรธ ๑๐๐ ครั้ง ก็กราบ ๓๐๐ ครั้ง 

ทำเช่นนี้หลายครั้ง 

ความโกรธก็ครอบงำท่านไม่ได้ 

เมื่อความโกรธเป็นใหญ่เหนือใจไม่ได้ 

ความเมตตาและอ่อนน้อมถ่อมตนก็ตามมา

หลวงปู่บุดดาขึ้นชื่อในเรื่องนี้มาก คราวหนึ่งท่านกำลังจะเดินข้ามสะพาน 

ก็เห็นสุนัขตัวหนึ่งนอนขวางทางอยู่บนสะพาน 

แทนที่ท่านจะเดินข้ามสุนัขตัวนั้น หรือไล่มันให้พ้นทาง กลับเดินลงไปลุยโคลนข้างล่าง 

 ท่านว่าไม่อยากให้ผู้อื่นได้รับความขุ่นเคือง เพียงเพื่อเห็นแก่ความสะดวกของตนเอง 

แม้เป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน ท่านก็ไม่ปรารถนาจะเบียดเบียน 

 หนังสือลำธารริมลานธรรม 

 #พระไพศาล วิสาโล . 

 กิจกรรม #ฟังธรรมตามกาล ปรารภธรรมโดย พระไพศาล วิสาโล 

วันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น. 

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สวนโมกข์กรุงเทพ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:ลมหายใจ พุทโธ ความสุขที่เยือกเย็น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องราวอะไรทั้งหมด เราจะไม่เก็บมานึกคิด จะนึกถึงแต่พุทธคุณอย่างเดียว คือ พุทโธ

ตั้งสติกำหนดนึกถึงลมหายใจเข้าว่า พุท ออกว่า โธ หรือจะนึก พุทโธๆ อยู่ที่ใจอย่างเดียวก็ได้

ทำจิตให้นิ่ง แล้วทิ้งคำภาวนา พุทโธ เสีย ให้สังเกตแต่ลมที่หายใจเข้าออกอย่างเดียว 

เหมือนกับเรายืนเฝ้าดูวัวของเราอยู่ที่หน้าประตูคอก ว่าวัวที่เดินเข้าไปและออกมานั้น 

มันเป็นวัวสีอะไร สีดำ แดง ขาว ด่าง วัวแก่หรือวัวหนุ่ม เป็นลูกวัวหรือวัวกลางๆ 

แต่อย่าไปเดินตามวัวเข้าไปด้วย เพราะมันจะเตะขาแข้งหักหรือขวิดเอาตาย 

ให้ยืนดูอยู่ตรงหน้าประตูแห่งเดียว หมายความว่า 

ให้จิตตั้งนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องเคลื่อนไหวไปกับลม 

(ที่ว่าให้สังเกตลักษณะของวัวก็คือให้รู้จักสังเกตว่า ลมเข้าสั้นออกสั้นดี หรือลมเข้ายาวออกยาวดี

ลมเข้ายาวออกสั้นดี หรือลมเข้าสั้นออกยาวดี ให้รู้ลักษณะของลมว่าอย่างไหนเป็นที่สบาย 

ก็ทำอย่างนั้นเรื่อยไป)

ต้องทำให้ได้อย่างนี้ทั้ง ๓ เปราะ คือ 

เปราะแรกภาวนา พุทโธๆ ตั้งใจนึกด้วยสติหรือด้วยใจ 

เปราะที่ ๒ ให้สติอยู่กับลมเข้า พุท ลมออก โธ ไม่ลืมไม่เผลอ 

และเปราะที่ ๓ จิตนิ่ง ทิ้ง พุทโธ เสีย สังเกตแต่ลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว 

เมื่อทำได้เช่นนี้ ใจของเราก็จะนิ่ง

ลมก็นิ่งเหมือนขันน้ำที่ลอยอยู่ในโอ่ง น้ำก็นิ่ง ขันก็นิ่ง 

เพราะไม่มีใครไปกด ไปเอียง ไปกระแทกมัน 

ขันนั้นก็จะลอยเฉยเป็นปกติอยู่บนพื้นน้ำ 

เหมือนกับเราขึ้นไปนั่งอยู่บนยอดเขาสูงๆ 

หรือขึ้นไปลอยอยู่เหนือเมฆ 

ใจของเราก็จะได้รับแต่ความสุขที่เยือกเย็น 

นี้เรียกว่า มหากุศล คือ เป็นยอด แก่น หรือรากเง้า

ของกุศลทั้งหลาย

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

แหล่งที่มาที่นี่

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:“โลก” และ “ชีวิต” ในพุทธธรรม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

  “โลก” และ “ชีวิต” ในพุทธธรรม

“ความทุกข์” “ความว่าง” และ “สุญญตา”

พระพุทธเจ้าได้ทรงสรุปผลทั้งปวงของชีวิตลงในคำว่า “ทุกข์” คำเดียว 

และทรงแสดงว่า เกิดจากเหตุคือ “ตัณหา” ความดิ้นรนทะยานอยากของจิตใจซึ่งมีอยู่ในชีวิตนี้ 

ทุกคนพิสูจน์ดูได้ที่จิตใจของตนเอง เกิดตัณหาขึ้นเมื่อใดก็เป็นทุกข์เมื่อนั้น 

และข้อที่วิเศษก็คือ ทรงพบทางดับทุกข์ของชีวิตได้อย่างเด็ดขาด

ได้ทรงปฏิบัติจนดับทุกข์ของชีวิตได้ คือทรงดับตัณหาในจิตใจของพระองค์เองได้ 

จึงทรงสิ้นทุกข์ทั้งหมด และพระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนแสดงทางปฏิบัติ

ที่เป็นเหตุให้ถึงความดับทุกข์ดังกล่าวไว้ คือ “มรรคมีองค์ ๘” 

เพื่อให้คนที่ปรารถนาจะดับความทุกข์ของชีวิตปฏิบัติตาม 

และทุกๆคนต้องปฏิบัติเอาด้วยตนเอง คนอื่นจะบันดาลให้ไม่ได้ 

ความดับทุกข์ซึ่งเป็นผล และทางปฏิบัติซึ่งเป็นเหตุ ก็มีอยู่ในชีวิตนี้ 

ฉะนั้น เหตุผลใน“อริยสัจจ์”จึงเป็นวิทยาศาสตร์ของชีวิต 

ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ผุดขึ้นมาในยุคเทวดาศาสตร์อย่างน่าอัศจรรย์

ความรู้ของมนุษย์ยิ่งเจริญก็ยิ่งจะเห็นจริง

กับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า 

ทั้งยิ่งจะสนับสนุนว่า “สัมมาทิฏฐิ” และ “สัมมาสังกัปปะ” 

ซึ่งประมวลกันเป็น“องค์ความรู้”ของพระพุทธเจ้านั้น 

ไม่อาจที่จะปฏิวัติคือเปลี่ยนแปลงได้ ทุกกาลสมัย

เป็น“อกาลิโก” ไม่ประกอบด้วยกาล 

เพราะเป็นความจริงที่แน่แท้คงตัวตลอดไป ….

พระพุทธเจ้าได้ทรงมองเห็นทะลุ “มายาของโลก” เข้าไปพบ“สัจจะ”คือความจริง 

จึงทรงรู้ประจักษ์“ความจริงของโลก” โดยเฉพาะคือชีวิตนี้ จึงได้ตรัสสรุปลงใน “ทุกขสัจจะ” 

ซึ่งหมายความว่า มีความจริงอยู่เพียงอย่างเดียวคือ “ทุกข์”…. 

แต่คำว่า“ทุกข์”นี้ เมื่อใครได้ยินก็มักจะกลัว เพราะเข้าใจว่าคือความเดือดร้อนไม่สบายต่างๆ 

ซึ่งก็เป็นความจริงตามความหมายสามัญ คือเป็น “สามัญสัจจะ” 

ส่วนที่เป็น “อริยสัจจะ” หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไป …. 

ทุกๆอย่างมีกาลเวลา(Time) แม้ตัวโลกเองตลอดถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เป็นต้น 

ก็มีกาลเวลาของตน คือต้องเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย จนถึงจะต้องดับสูญในที่สุด …. 

พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสไว้ว่า “กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา ” 

กาลกินภูตะ (คือ ผู้เป็น หรือ สิ่งที่เป็นขึ้น Beings) ทั้งหมดกับทั้งตัวกาลเอง นี่เป็นลักษณะของทุกข์ 

ที่เป็นอริยสัจจะของพระพุทธเจ้า …. นอกจากนี้ ยังแสดงเป็น “วิภัชวาทะ”(กล่าวจำแนก) คือ 

แสดงถึงสิ่งที่รวมและสิ่งที่แยก แสดงถึง การรวมและการแยก ยกตัวอย่างในด้านวัตถุ 

ทุกอย่างเป็น“สิ่งรวม”(สังขาร) ซึ่งอาจแยกออกเป็น“สิ่งแยกต่างๆ”(ธาตุ)ได้ 

คือสิ่งแยกเหล่านั้นเองมารวมกันเข้าเป็นวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง …. 

วิทยาศาสตร์ในบัดนี้(ปัจจุบันนี้)ก็แสดงเช่นนี้ เพราะได้ค้นพบสิ่งแยกย่อยออกไปจนถึง“ปรมาณู”

(Atom) แม้อณูนั้นก็ยังเป็นสิ่งรวมซึ่งประกอบขึ้นด้วยสิ่งแยกต่างๆอีก 

ทุกๆสิ่งนั้นก็มีลักษณะไม่อยู่นิ่ง จึงรวมอยู่ในลักษณะของ“ทุกข์” ซึ่งเป็นอริยสัจจ์ของพระพุทธเจ้า 

ข้อวิเศษคือ..พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จนถึงวิธีแยกจิตออกจากทุกข์ และทรงแยกออกได้จริง ….. 

พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้วิธีหนึ่งว่า ให้พิจารณาแยกสิ่งทั้งปวงออกเป็นธาตุต่างๆ 

เมื่อแยกออกได้จริงๆก็จะเห็นว่า ไม่มีสิ่งอะไรซึ่งเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จริงๆเลย 

เหมือนอย่างต้นไม้ซึ่งเป็นสิ่งรวมอย่างหนึ่ง เมื่อดูลงไปว่าต้นไม้อยู่ที่ไหน ดูแยกออกไปๆ 

ก็จะไม่พบว่าอะไรเป็นต้นไม้ มีแต่สิ่งที่แยกทั้งนั้น ยิ่งแยกออกไปก็ยิ่งไม่พบอะไร 

กลายเป็น“ความว่าง”(สุญญตา) ได้ตรัสสอนมาณพผู้หนึ่ง (โมฆราช) ไว้ว่า …. 

“สุญญโต โลกํ อเวกฺขสฺส โมฆราช สทา สโต ” ….

 ดูก่อน! โมฆราช เธอจงมีสติ พิจารณาเห็นโลกเป็นของว่างทุกเมื่อเถิด” . 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 

ที่มา : พระนิพนธ์ เรื่อง “โลกและชีวิต ในพุทธธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อยู่ในวัด นอกวัด ที่ไหนๆ ก็ปฏิบัติภาวนาได้ 

ภาวนาไม่ใช่ว่าจะไปนั่งหลับตาภาวนา บางคนก็มาวัดทุกวัน วันพระก็มานั่งหลับตาภาวนา 

พอกลับไปบ้านทิ้งเลย ทะเลาะกับลูกกับผัว ทะเลาะกับใครต่อใคร เขาเข้าใจว่าเวลานั้น 

เขาออกจากการภาวนาแล้ว เมื่อจะภาวนาก็มานั่งหลับตาเอาบุญ 

พอออกไปแล้วบุญไม่ไปด้วย เอาแต่บาปไปเท่านั้น ไม่อดไม่กลั้น 

ไม่ประพฤติธรรมไม่ปฏิบัติธรรม อะไรต่ออะไรหลายๆอย่าง

ความเป็นจริง การประพฤติการปฏิบัติภาวนานี้

เมื่อไรก็ตามเถอะ จะอยู่ในวัดก็ตาม นอกวัดก็ตาม 

เหมือนกับเราได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆ 

เมื่อเราเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีๆแล้ว 

เราเรียนหนังสืออ่านหนังสือได้ในโรงเรียนแล้ว 

แล้วจะไปอ่านอยู่ที่บ้านก็ได้ จะอ่านอยู่ในทุ่งในป่าก็ได้ 

จะอ่านในที่ชุมชนก็ได้ อ่านคนเดียวก็ได้ อ่านที่ไหนก็ได้ 

ถ้าเราเข้าใจดีแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะอ่านหนังสือจะต้องวิ่งมาโรงเรียน

ถึงจะอ่านหนังสือได้ ไม่ใช่อย่างนั้น การภาวนานี้ก็เหมือนกัน ฉันนั้น

เมื่อเรามีปัญญาแล้ว มันจะไปในทุ่งก็ดี จะเข้าไปในป่าก็ดี อยู่ในคนจำนวนมากก็ดี 

อยู่ในคนจำนวนน้อยก็ดี จะถูกนินทาก็ดี จะถูกสรรเสริญก็ดี เป็นต้น 

ก็มีความรอบรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าคนที่ภาวนา 

ให้มันรู้เท่าอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เช่นนี้ ก็เรียกว่าเราสบายแล้ว 

นี่เรียกว่าคนภาวนาเป็น มีอารมณ์เป็นอันเดียว 

ภาวนา ก็คือ รู้ให้ทั่วถึง รู้รอบคอบนั่นเอง 

ท่านจึงให้เป็นผู้มีสติความระลึกได้ เป็นคนมีสัมปชัญญะความรู้ตัว เป็นผู้มีปัญญา 

มีความรอบคอบในการยืน การเดิน การนั่ง การนอน สามารถจะมองเห็นความบกพร่อง 

ความสมบูรณ์บริบูรณ์ด้านจิตใจอยู่ทุกเวลา นั่นเรียกว่าคนภาวนา 

ถ้าเรารู้เสมอเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรจะมากระทบกระทั่งเราได้ จิตใจก็สบาย ราบรื่นอยู่เสมอ 

นั่นเรียกว่าจิตเป็นปกติ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา : หนังสือ “อุปลมณี” หน้า ๔๙๐-๔๙๑

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: รู้ทุกขเวทนาในขันธ์ด้วยสติปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การหลงทางก็เป็นโทษอันหนึ่ง 

ที่ทำให้เสียเวล่ำ เวลาและเหนื่อยเปล่าๆ การทำผิด การพูดผิด 

คิดผิด ก็ทำให้ทั้งเสียเวลา ทั้งเป็นโทษทุกข์เกิดขึ้นแก่ตัว 

นี่คือผลที่เกิดขึ้นจากการทำผิด พูดผิด คิดผิด 

ของผู้ประพฤติตามอารมณ์ใจชอบ

การประพฤติตัวก็เหมือนเราเดินทาง

ย่อมสำคัญทางผิดว่าเป็นทางถูกแล้วเดินไป 

ถ้าไม่หลง ก็ไม่เดินทางผิด เดินทางที่ถูกเรื่อยๆ ไป 

ถ้าไม่หลง ก็ไม่ทำผิด ไม่พูดผิด ไม่คิดผิด ไม่ถือผิด 

ผลก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ตัวเอง

จิตเป็นรากเป็นฐานสําคัญภายในตัวเรา ทําไมจึงไปหลงไปงมงาย ไปจับนั้นคว้านี้เอาสิ่งนั้นๆ

มาเผาตน เอาสิ่งนี้มาเผาตน ไม่มีความเข็ดหลาบ ? 

ทุกข์อยู่กับทุกข์มันไม่มีความหมายอะไร เช่นเดียวกับไฟมันแสดงเปลวสูงจรดฟ้า 

ถ้าเราไม่ไปเกี่ยวข้องกับไฟ หรือถอยตัวออกให้ห่างไฟ ไฟก็เผาไม่ได้ ก็ “สักแต่ว่า” ส่งเปลวอยู่เท่านั้น 

ไม่สามารถยังความรุ่มร้อนมาสู่ตัวเราได้ แต่ถ้าเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับไฟ ไฟก็เผาไหม้ได้ 

ทุกขเวทนาก็เหมือนกัน มันเป็นความจริงอันหนึ่งของมันที่แสดงอยู่ภายในร่างกายของเรา 

เมื่อจิตเราก็รู้ทุกขเวทนาในขันธ์ด้วยสติปัญญา พิจารณาสิ่งเหล่านี้ให้เห็นตามความเป็นจริงอยู่แล้ว 

สภาพความร้อนที่เป็นธรรมชาติของเวทนานั้น ก็ไม่สามารถจะแผดเผาจิตใจเราให้ร้อนไปตามได้ 

นี่ชื่อว่า “เรียนธรรม คือ ทุกขเวทนาในขันธ์” ให้ซาบซึ้งด้วยปัญญาแล้วปล่อยวาง

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=78&t=59727

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:คำสอนทั้งหมดก็เกิดจากดิน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องการนั่งกลางดิน เพื่อไม่ให้ ทุกท่านหงุดหงิดในการนั่งกลางดินและฟังไม่รู้เรื่อง 

เมื่อทุกท่านเข้าใจรู้ความหมายของการนั่งกลางดินและจึงเป็นโอกาสดีที่ได้มานั่งกลางดิน

ซึ่งจะได้รับประโยชน์ในการฟังธรรมะ ในพระพุทธศาสนา

พุทธศาสนาเกิดกลางดิน เกิดจากดิน

และพระพุทธเจ้าก็ประสูติกลางดิน

และตรัสรู้กลางดินนั่งกลางดิน ไม่ได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย 

ที่อยู่อาศัยของท่านก็พื้นดิน และในที่สุดก็นิพพานหรือตายกลางดิน 

ในพระไตรปิฏกซึ่งเป็นคำสอนทั้งหมดก็เกิดจากดิน

เกิดจากที่พระพุทธเจ้านั่งกลางดินและตรัสรู้ 

สั่งสอนกันต่อมา ที่นี้มองอีกแง่หนึ่ง ธรรมะเป็นเรื่องธรรมชาติ 

เป็นความรู้เรื่องกฎของธรรมชาติ ก็มี

เป็นความรู้เรื่องหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติก็มี เรื่องผลที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นโดยตรง

ซึ่งธรรมะเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่ออยากรู้จักเข้าใจธรรมชาติต้องอยู่กับธรรมชาติ 

ดังนั้นพระพุทธเจ้า จึงประสูติกลางดิน ตรัสรู้กลางดิน สอนกลางดิน อยู่และตายกลางดิน 

เพื่อให้ใกลัชิดกับธรรมชาติ

เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องการอย่างนั้น มีใครกี่คนอยากนั่งกลางดิน อยากจะนั่งใน สถานที่สวยงามเริงรมย์อะไรต่างๆ

 ก็ไม่ชอบธรรมชาติไม่ชอบการนั่งกลางดินเพื่อเป็นเกลอกับธรรมชาติ

เดี๋ยวนี้เมื่อได้มานั่งกลางดินอย่างนี้ ก็ควรจะรู้สึกว่าเป็นเกลอกับธรรมชาติ 

เมื่ออยู่กับธรรมชาติ จิตใจมันเหมาะสมที่จะรู้จักธรรมชาติ ที่เป็นพื้นฐานของธรรมะทั้งหลาย 

จึงควรสนใจเรื่องกลางดิน

ขณะนี้ขอให้ทำความในใจให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ ประสูติ กลางดิน ตรัสรู้ สอน อยู่ และตายกลางดิน 

ถ้าทำได้เป็นพุทธานุสติ ซึ่งเป็นกรรมฐานชนิดหนึ่ง ระลึกถึงพระพุทธเจ้าในทุกแง่ทุกมุม และทำความรู้สึก

ถึงจิตใจที่แตกต่างกันระหว่างการนั่งกลางดินว่าเป็นอย่างไร กับจิตใจฟุ้งอยู่การอยู่ในเมืองหลวงเป็นอย่างไร

ถ้าสามารถเปรียบเทียบกันได้จะเป็นกรรมฐานถึงพุทธานุสติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านมีจิตใจเป็นอย่างไร

จะพลอยให้รู้ถึงสิ่งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ และจะสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

การศึกษาปัจจุบันยังขาดความรู้ที่ถูกต้องและช่วยขจัดความเลวร้ายออกจากทางโลกอยู่เพียงนั้น

การศึกษาทางโลกยังขาดความรู้ที่จำเป็นในการขจัดสิ่งเลวร้ายเหลานั้น 

ถ้านึกได้อย่างนี้ก็จะสนใจในเรื่อง กลางดิน ของพระพุทธเจ้า 

ในฐานะที่มีที่นั่งกลางดินเป็นเครื่องต้อนรับท่านทั้งหลาย ไม่มีเก้าอี้ พรมใดๆ ให้นั่ง

เป็นการต้อนรับทางอามิสที่ต่ำสุด เรามีหลักที่อยู่อย่างต่ำต่ำมันจะไปสูง ถ้าอยู่สูง จะตกมาต่ำ 

ดังนั้นเป็นอยู่อย่างต่ำ ก็จะมีการกระทำอย่างสูงๆๆ ขึ้นไป 

จึงตั้งต้นกลางศึกษาด้วยการตั่งกลางดินเพื่อให้เข้าใจพื้นฐานต่ำสุดของสิ่งทั้งปวง 

และจะได้รู้สูงขึ้นไปตามลำดับ ถึงแม้จะจบปริญญาเอกในการศึกษาของโลกก็ ยังโง่ อยู่นั่นเอง 

เพราะยังไม่ได้เรียนรู้ธรรมชาติ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ผลที่เกิดจากหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ"

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสุขที่เกิดจากคุณงามความดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์ตรัสว่าความสุขมีหลายอย่าง 

นอกจากความสุขสามัญแล้ว 

ทุกคนไม่ว่านักบวชหรือผู้ครองเรือนควรหา

ความสุขที่เกิดจากคุณงามความดี 

และความสุขอันประเสริฐที่เกิดจากการเป็นอิสระจากกิเลส 

จะได้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวล 

เพียงแค่ความพยายามที่จะสร้างความสุขประเภทนี้ 

ก็ทำให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างน่าภาคภูมิใจแล้ว

 ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสงบที่มี...คือกำไรของชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่ออารมณ์เราเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

เราจึงต้องฝึกเพื่อให้ความสงบเกิดขึ้นกับเรา

อะไร ๆ ก็ได้มาแล้ว แต่ใจที่สงบยังไม่ได้

เพราะเรายังไม่ทันอารมณ์ตัวเอง

การที่เราไม่รู้เท่าทันใจตัวเองนี่ ทำให้ไม่สงบ

จึงจำเป็นที่เราจะต้องฝึกให้มีสมาธิในใจบ่อย ๆ

การที่เราฝึกใจให้รู้จักความสงบนั่นแหละ...

มันเป็นกำไรชีวิต....

เราจะมีคุณพระพุทธ พระธรรม 

พระสงฆ์ อยู่ในใจเรา ก็ต้องมีความสงบ

พอเราไม่สงบแล้วจะนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 

ก็นึกไม่ออกเพราะจิตเราไปอยู่กับโลกภายนอกหมด..

หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:การเจริญวิปัสสนา ทำให้เกิดความสะอาด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จิตโดยธรรมชาตินั้นประภัสสร คือผ่องใส

แต่ไม่สะอาด มีกิเลสซ่อนอยู่ พอมีการกระทบอารมณ์ 

กิเลสก็จรขึ้นมา น้ำก็ขุ่น พอกิเลสไม่มากวน 

น้ำก็ตกตะกอน ใสอีก ไม่สะอาดจริง 

การเจริญวิปัสสนา ทำให้เกิดความสะอาด 

ความบริสุทธิ์ มีคำ 2 คำที่ไม่เหมือนกัน 

คือประภัสสร แปลว่า สว่างผ่องใส กับบริสุทธิ์ 

ไม่มีกิเลสเลย

เราจะฝึกจากจิต ซึ่งประภัสสร ค่อยๆ เจริญวิปัสสนาไปด้วยจิตที่ผ่องใส จิตธรรมชาติ

 จิตธรรมดา ไม่ใช่จิตที่กระเพื่อมไป กระเพื่อมมา เป็นจิตที่ดีๆ สบาย สงบ สว่าง ในที่สุด 

ช้อนตะกอนไปหมดด้วยวิปัสสนา รู้ทันไปเรื่อย ดูไตรลักษณ์ไปเรื่อย

 จิตก็เข้าถึงความบริสุทธิ์ เปลี่ยนจากสว่างสงบมาเป็นบริสุทธิ์ ถ้าบริสุทธิ์แล้วก็พ้นทุกข์แล้ว พ้นถาวร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช 

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม ๑๔ เมษายน ๒๕๖๑ 

MP3 แผ่น ๗๕ (ไฟล์ 610414A) (headphones) 

ฟังธรรม https://soundcloud.com/dhammadotcom/610414a

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ยึดพระธรรมเป็นสรณะ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรายึดพระธรรมเป็นสรณะ ให้ดำเนินชีวิตอยู่บนหลักของทาน ศีล ภาวนา

คนบางคนไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร 

มั่นใจในตัวเองมากและคิดว่าตัวเองฉลาด

เลยทำอะไรตามใจตัวเอง 

ไม่ยอมรับผิดชอบต่อความทุกข์ที่ตนเองก่อให้ผู้อื่น

 คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ ส่วนคนอื่นๆ 

เป็นคนอ่อนแอแพ้พ่าย

คนอีกประเภทใส่ใจในความคิดและความรู้สึก

ของคนอื่นมากเกินไป

 เอาแต่กังวลว่าคนอื่นจะตัดสินการกระทำของตัวเองอย่างไร อยากให้คนทุกคนชื่นชอบ 

บางคราวถึงกับทำในสิ่งที่รู้ว่าผิด เพราะปรารถนาคำยกย่องสรรเสริญและหวั่นเกรงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ 

คนประเภทแรกยึดตนเป็นสรณะ ส่วนประเภทหลังยึดผู้อื่นเป็นสรณะ ที่พึ่งเหล่านี้คับแคบ

เบาปัญญาและไม่ช่วยให้เราปลอดภัยเลย

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรายึดพระธรรมเป็นสรณะ ให้ดำเนินชีวิตอยู่บนหลักของทาน ศีล ภาวนา

ธรรมะมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:การให้ความสุขแก่พ่อแม่

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การให้ธรรมะพ่อแม่ 

เป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด..  

ลูกเอ๋ย..ยามที่พ่อแม่ของเจ้ามีอายุมากขึ้น 

ย่อมมีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน 

ความแข็งแรงของร่างกายที่เคยมีก็ลดลง ใจน้อย 

โกรธง่าย ความจำก็เสื่อม ขี้หลงขี้ลืม 

จิตใจก็หมดความสุขสดชื่น 

ถึงแม้พวกเจ้าจะคอยเอาใจใส่ดูแลใกล้ชิด

สักเพียงใดก็ตาม

ก็ไม่อาจช่วยให้พ่อแม่ของเจ้ามีความสุขได้เต็มที่ เพราะพวกเจ้าทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ 

เจ้าช่วยท่านให้ได้รับความสุขเพียงการให้กินอยู่หลับนอน 

อันเป็นความสุขทางกายเท่านั้น แต่จิตใจของท่าน หาได้ร่าเริงสดชื่นผ่องใสไม่  

 เจ้าจงจำไว้ว่า..การให้ความสุขแก่พ่อแม่อย่างแท้จริงก็คือ การให้ธรรมะ 

ด้วยการสอนหลักธรรมง่ายๆ ให้พ่อแม่ของเจ้า พาท่านไปทำบุญ ทำทาน 

สอนท่านให้รู้จักการปฏิบัติบูชา สวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา 

ธรรมะจะอยู่ในจิตใจของพ่อแม่เจ้าทุกภพทุกชาติ ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด..

เจ้าจงจำไว้นะลูกเอ๋ย..  

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ควรจะระลึกนึกให้ได้ว่า เราทุกคนในโลกนี้ควรจะอยู่กันอย่างมีเมตตากรุณาในวันสงกรานต์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในวันนี้เป็นระยะสงกรานต์ เราพิจารณาเรื่องความก้าวหน้ากันให้มากถึงขนาดนี้เถิด 

จะเป็นการได้ที่ดีสำหรับวันคืน ๒-๓ วันนี้ เอาแล้วทีนี้เราลองนึกดูตามภาพ

หรือเรื่องของสงกรานต์ตามที่ชาวบ้านเขาถือๆกันอยู่ เข้าใจกันอยู่ 

ว่าวันสงกรานต์นั้นเป็นวันที่เทวดาเขาแห่ขบวนกัน 

มีนางสงกรานต์ชื่อนั้นชื่อนี้อยู่ท่ามกลางขบวนแห่ไปรอบโลก 

แต่ว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในภาพเขียนเรื่องขบวนแห่สงกรานต์นั้น 

คือเศียรของท้าวมหาพรหม ใส่พานชูแห่มาในขบวนด้วย ส่วนนี้แหละเป็นส่วนที่น่าสนใจว่า 

ทำไมจะต้องเอาเศียรท้าวมหาพรหม ๔ หน้าใส่พานมาแห่ไปด้วย 

เรื่องราวจะมีเป็นอย่างอื่นก็ตามใจ แต่สำหรับพุทธบริษัทแล้วอยากจะให้ถือว่า 

เอาเศียรมหาพรหม ๔ หน้าออกมาแห่นั้น มันเป็นการโฆษณาพรหมวิหาร 

โฆษณาพรหมวิหาร คือ โฆษณาเรื่องเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 

๔ อย่างนี้แต่ละอย่างๆ เป็นพรหมวิหาร เอามาใส่ถาด ใส่พานแห่ไป

ทั่วๆโลก สะดุดตาสะดุดใจคนผู้ที่ได้เห็น ให้ได้นึกถึงพรหมวิหาร 

ว่าสัตว์โลกทั้งหลายท่านจงอยู่กันด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเถิด อย่างนี้จะเป็นการดี

 

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขานี้ ก็หมายถึงความรักสากล 

คือรักกันทั้งโลก อย่างกับเป็นคนคนเดียว อย่ามีเขามีเรา

ให้ถือว่าโลกทั้งโลกเป็นคนคนเดียว ไม่มีมึงไม่มีกู 

ไม่มีเขาไม่มีเรา ตัวเราลืมเสีย ตัวเขาก็ลืมเสีย 

ถือว่าเป็นคนคนเดียวกันทั้งโลก 

อย่างนี้แหละเรียกว่าเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 

เป็นธรรมะที่ทำลายความเห็นแก่ตน 

ทำลายความเห็นแก่ตัวได้จริง 

ถ้าเอามาโฆษณาแห่กันบ่อยๆ ก็จะเป็นการดี ให้คนระลึกนึกได้ 

แต่แล้วคนที่ได้พบได้เห็นก็ควรจะระลึกนึกให้ได้ว่า เราทุกคนในโลกนี้ควรจะอยู่กันอย่างมีเมตตากรุณา

พุทธทาสภิกขุ

https://pagoda.or.th/buddhadasa/2019-05-24-10-12-13-2.html

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


INDHAMMA:อดกลั้นต่ออารมณ์และสำรวมวาจา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ก่อนจะใช้วาจาทิ่มแทงใคร พึงตระหนักว่า คำต่อว่าด่าทอ

นั้นมักประจานตัวตนของผู้ด่าทอมากกว่าผู้ถูกด่า

หลายคนสะใจเมื่อได้ใช้วาจาทำร้ายผู้อื่น แต่แล้วก็ต้อง

ประสบความเดือดเนื้อร้อนใจเมื่อคำพูดเหล่านั้นย้อนกลับมา

ทำร้ายตนเองจนเสียผู้เสียคนหรือสูญเสียการยอมรับ

ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย


 

ดังนั้นถ้าไม่อยากเปิดเปลือยด้านมืดของตนหรืออยู่ร้อนนอนทุกข์ ก็ควรอดกลั้นต่ออารมณ์และสำรวมวาจา

ขันติธรรมนั้นมีรางวัลให้แก่ผู้บำเพ็ญเป็นนิจ

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: อะไรเกิดขึ้นในจิต ในความคิด ในเรือนกายของคุณ  ก็แค่สังเกตแล้วปล่อยให้มันเป็นไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การฝึกวิปัสสนาไม่เน้นความคิด ไม่เน้นความรู้ 

ไม่เน้นเหตุผล ให้ลืมไปเลยว่าเคยเรียนอะไรมา 

แม้กระทั่งความทรงจำทั้งหลายก็ไม่จำเป็น 

อนาคตก็ไม่จำเป็น วิปัสสนาต้องการแค่ปัจจุบันขณะ 

อะไรเกิดขึ้นในจิต ในความคิด หรือในเรือนกายของคุณ 

ก็แค่สังเกต แล้วปล่อยให้มันเป็นไป สังเกตไปเรื่อย ๆ 

อยู่กับสิ่งนั้นแล้วคุณจะหลุดออกมาจากโลกของความคิด

 เมื่อคุณเป็นอิสระจากความคิดมาอยู่กับปัจจุบัน นั่นคือนาทีที่คุณเป็นอิสระอย่างแท้จริง 

จิตของคุณจะคลี่คลาย จะมีแต่ความสดชื่น ความสงบ ความนุ่มนวลความผ่องใส ปัญญาจะเกิดขึ้น

โดยที่คุณไม่ต้องพยายาม

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เรียนจากข้างใน ดูจากข้างใน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จะเห็นธรรม รู้ธรรม อย่างแจ่มแจ้ง ต้องศึกษาจากข้างในจิตใจและร่างกายนี้ . …. 


“พูดมาแล้วหลายสิบครั้งแล้วว่า เรียนจากข้างใน ดูจากข้างใน 

ไม่ใช่ว่าจากสมุดจากหนังสือ จากตำรา จากพระไตรปิฎก 

มันเป็นแต่เพียงเล่าเรื่องไว้ให้ฟังสำหรับเราจะศึกษา 

แล้วเอาไปเรียนจากข้างใน พระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ ข้อนั้นน่ะ 

เป็นคำบรรยาย คือบันทึกของไอ้สิ่งเหล่านี้ 

แต่มันจะบอกให้เห็นชัดหรือรู้สึกด้วยจิตใจไม่ได้ 

เราต้องเอาเรื่องนั้นน่ะ ศึกษาเข้าใจดีแล้วก็ไปใช้เป็นเครื่องมือ

เรียนจากข้างใน ดูจากข้างใน ศึกษาจากข้างใน ในจิต ในชีวิต 

จึงจะพบไอ้ตัวจริง โอ้..มันอยู่อย่างนี้ ความทุกข์อยู่อย่างนี้ 

เหตุให้เกิดทุกข์อยู่อย่างนี้ วิธีดับก็คืออย่างนั้นๆ


ฉะนั้น อย่าลืมเสีย ที่ว่าจะต้องเรียนจากข้างใน พูดได้เหมือนกันว่า “หนังสือเล่มข้างใน” 

อย่าอ่านแต่หนังสือเล่มข้างนอก ขอให้อ่านหนังสือเล่มข้างใน ที่มีอยู่ในจิตใจ ในหัวใจหนังสือนั้น 

เป็นหนังสือภายใน บรรจุไว้ทุกเรื่อง เช่นเดียวกับพระไตรปิฎกนั่น เป็นบันทึกของเรื่องเหล่านั้นไว้ 

แต่เรื่องตัวจริงอยู่ข้างใน …. เพราะฉะนั้น เราจึงหาไม่พบในพระไตรปิฎก ไอ้ที่เป็นตัวจริง 

พบแต่บันทึกเรื่องนั้นๆ เล่าว่าอย่างนั้นๆ ทีนี้ พอเรามองเข้าไปข้างใน มันจะพบตัวจริงทั้งหมด 

เรื่องทุกข์ก็ดี เหตุให้เกิดทุกข์ก็ดี ความดับทุกข์ก็ดี ไอ้ทางให้ถึงความดับทุกข์ก็ดี มันอยู่ในข้างใน 

ในร่างกายที่ยาวเพียงวาหนึ่งนี้ มีโลกทั้งหมดอยู่ในนั้น มีเหตุให้เกิดโลกทั้งหมดอยู่ในนั้น 

มีความดับสนิทแห่งโลกอยู่ในนั้น มีทางถึงความดับแห่งโลกอยู่ในนั้น นี้ฟังถูกไหม ที่ว่ามีโลกมีจักรวาล 

มีทั้งหมดอยู่ในร่างกายที่ยาววาหนึ่ง …. 

เพราะว่า ไอ้เครื่องให้ “รู้โลก” น่ะ มันอยู่ในร่างกายนี้ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันอยู่ในร่างกายนี้ 

ไอ้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่มันจะทำให้โลกมีขึ้นมาได้ มีความหมายขึ้นมาได้ 

อย่างที่พูดแล้วว่า ถ้าเผอิญเราไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ๖ อย่างนี้ มันก็จะมีอะไร มันก็ไม่มีอะไร 

เพราะมันรู้สึกไม่ได้ แต่เพราะมี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันรู้สึกอะไรได้ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านั้นมันจึงมี

ขึ้นมา เพราะความรู้สึกของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ …. 

ดังนั้น จึงมีความถูกต้องที่จะพูดว่า โลก เหตุให้เกิดโลก ความดับสนิทแห่งโลก 

หรือ ทางถึงความดับแห่งโลก มีอยู่ในร่างกายนี้ ที่ยาวเพียงวาเดียวนี้ ที่ยังเป็นๆนะ ที่ยังไม่ตายนะ 

ทีนี้ความทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับแห่งทุกข์ ทางถึงความดับทุกข์ ก็มีอยู่ในร่างกายที่ยาววาหนึ่งนี้ 

ที่ยังเป็นๆอยู่นี้ นี่เรียกว่าให้ดูข้างใน ให้มองเข้าไปข้างในแล้วก็จะพบตัวจริง …

ในพระคัมภีร์ทั้งหลายมีแต่บันทึก บันทึกเรื่องราว คำบรรยายที่มีคนพูดบรรยายไว้ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือพระพุทธเจ้า เมื่อขึ้นไปถามพระพุทธเจ้าด้วยเรื่องอะไร ท่านก็ตอบอย่างนั้นน่ะ 

แต่ตัวจริงของเรื่องอยู่ในใจ ในชีวิตของคน เดี๋ยวท่านตอบเป็นคำพูด เป็นเรื่องราวของสิ่งเหล่านั้น นี้ 

เราก็เก็บไว้เป็นบันทึก เป็นพระคัมภีร์เป็นบันทึกของเรื่องราวเหล่านั้น บันทึกของเรื่องที่มีอยู่ในชีวิตจิตใจ

ของคนแต่ละคน …. อย่าลืม 

จะศึกษาธรรมะต้องศึกษาจากข้างใน ต้องมองเข้าไปดูจากข้างใน แล้วก็มีการตั้งต้นขึ้นมาอย่างไร

เป็นความทุกข์ ได้พูดตั้งแต่การพูดครั้งแรกแล้วว่า ก ข ก กา ของธรรมะนั้นคืออย่างไร จะต้องรู้ 

“อายตนิกธรรม” ๕ หมวด หมวดละ ๖ อย่าง รวมเป็น ๓๐ อย่าง ทั้งหมดนั้นมันอยู่ในใจ อยู่ในชีวิต 

อยู่ในร่างกายนั่น …. พอรู้เรื่องเหล่านั้น ก็เห็นสิ่งเหล่านั้น แล้วก็จัดการกับสิ่งเหล่านั้นอย่างถูกต้องตามวิธี 

แล้วความรู้สึกที่เป็นทุกข์มันก็เกิดขึ้นไม่ได้ ความดับแห่งทุกข์ก็อยู่ในร่างกายนี้ เกิดเป็นทุกข์ขึ้นมา 

มันก็ทำผิดในร่างกายนี้...ความดับทุกข์มันก็อยู่ในร่างกายนี้ และการปฏิบัติก็ปฏิบัติให้ถูกต้องในร่างกายนี้ 

ด้วยจิตใจนี้ เรื่องธรรมะนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจเสียมากกว่า แม้ร่างกายจะพิการ แต่จิตใจไม่พิการ 

ก็รู้ธรรมะได้เท่ากัน” . 

พุทธทาสภิกขุ

ที่มา : ธรรมบรรยาย หัวข้อเรื่อง “กาลเวลากับชีวิต” 

อบรมนักศึกษาวิทยาลัยครูสงขลา พ.ศ.๒๕๒๗ เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๒๗ . 

หมายเหตุ / พระพุทธองค์ตรัสถึงเรื่องนี้ ที่มีในพระไตรปิฎก ว่า... …. 

“อนึ่ง เราบัญญัติโลก ความเกิดแห่งโลก ความดับแห่งโลก และข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งโลก 

ในร่างกายที่มีประมาณวาหนึ่ง มีสัญญา มีใจ นี้เอง.” 

. ทุติยโรหิตัสสสูตร พระไตรปิฎกภาษาไทย องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๔๖/๗๕

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที



INDHAMMA:ความดีและความสะอาดแห่งจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

วันนี้อาตมาจะเทศน์ เรื่อง “บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน” 

คำว่า บุญ แปลแบบไทยๆ ว่า 

ความดี ความสะอาดแห่งจิต

เวลาให้ของแก่พระสงฆ์เรียกว่า ทำบุญ 

ส่วนการทำบุญในพุทธศาสนาเรียกว่า ทำบุญ 

ส่วนการทำบุญในพุทธศาสนามีอยู่ด้วยกันมากมายหลายวิธี

แต่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในธรรมะเรียกว่า บุญกริยาวัตถุ 3

ซึ่งประกอบด้วย ทาน ศีล ภาวนา 

เคยมีคนถามอาตมาว่าเกิดมาเป็นคนยากจนไร้ทรัพย์จะทำบุญอย่างไร อาตมาก็ตอบเขาไปว่าการทำบุญ 

ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินเงินทอง ก็สามารถที่จะร่วมทำบุญได้ แถมยังประหยัดอีกด้วย นั่นคือ 

การรักษาศีลและการเจริญภาวนา ซึ่ง 2 อย่างนี้จะได้อานิสงส์ผลบุญมากกว่า การให้ทาน เสียอีก 

เพียงแต่ญาติโยมมองข้ามกันไป  โยมมักจะคิดทำบุญแต่การให้เท่านั้นเพราะว่ามันง่ายดี 

แต่การรักษาศีลและการเจริญภาวนา ต้องเสียสละเวลาในการปฏิบัติ จึงรู้สึกว่าทำยากกว่า 

การทำบุญทุกอย่าง โยมต้องเข้าใจด้วยว่า เพียงแต่เราตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะทำบุญเท่านั้น 

โยมก็ได้กุศลแล้ว แต่บุญที่ได้รับยังเป็นส่วนน้อย ถ้าอยากได้บุญเต็มที่ต้องทำบุญให้ครบ 3 อย่าง 

ทาน.. คือ การให้ ถ้ามีเงินทองมากก็ทำมาก มีเงินน้อยก็ทำน้อยตามกำลังตน 

ถ้าไม่มีเงินทองใช้แรงกายก็ให้เป็นทานได้ ศีล.. พวกท่านทั้งหลายสังเกตหรือไม่ว่า 

เวลาที่ญาติโยมจะมาทำบุญ ทำไมพระท่านถึงให้พวกญาติโยมรับศีลก่อน 

เพราะท่านต้องการที่จะทำให้ผู้ให้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ เมื่อทำบุญขณะนั้นก็จะได้รับผลเต็มกำลัง

จริงอยู่ที่บางคนไม่อาจถือศีลได้ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะหน้าที่การงาน ทำให้ต้องผิดศีล 

แต่เราก็สามารถที่จะถือศีลได้ในขณะที่เรานอนในเวลากลางคืน และถือได้ครบทั้ง 5 ข้อด้วย 

เพียงแต่เราอาราธนารับศีลทั้ง 5 ด้วยตนเองที่หน้าพระพุทธรูปที่บ้าน 

ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญที่ง่ายมากได้รับผลเต็มกำลัง ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ 

จิตใจเต็มไปด้วยความเมตตากรุณา แต่ถ้าเกิดเราต้องตายในขณะนั้นก็ส่งผลให้เราไปสู่สุคติทันที 


หัวใจของการทำบุญทุกครั้ง” ขอให้ญาติโยม จงแผ่เมตตาและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทุกครั้งตามนี้ 

“ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ไปให้ทุกรูปทุกนาม ทั้ง 20 ชั้นพรหมโลก 6 ชั้นเทวโลก มนุษย์โลก 

มารโลก ยมโลก อบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน 

และในหมื่นโลกธาตุกับอีกแสนจักรวาลพิภพ ทั้งที่เป็นมนุษย์ อมนุษย์ รูปวิญญาณ อรูปวิญญาณ 

และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู 

ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า ขอให้ทุกรูปทุกนามจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด 

อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย 

ขอให้ทุกรูปทุกนามจงโมทนาในส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้า 

จะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้ด้วยเทอญ” 

บุญที่ทำไปจะส่งผลให้ได้รับบุญในชาติปัจจุบันทันที ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้ากันหรอกนะจ๊ะ ขอเจริญพร.. 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เธอสามารถมองอย่างลึกซึ้งและตระหนักเห็นเขาในรูปแบบที่หลากหลาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราต้องทำสมาธิภาวนา เพื่อให้เห็นตัวเราไม่ใช่แค่ในร่างกายนี้

แต่นอกร่างกายนี้ด้วย ขณะนี้ ฉันสามารถเห็นตัวฉัน 

ไม่ใช่แค่ในร่างกายนี้

ฉันเห็นตัวฉันที่สืบต่อไปในเหล่าเพื่อนๆ ในเหล่าลูกศิษย์ 

ในงานของฉันและอื่นๆ อีกมากมาย และถ้าเธอต้องการจะมองเห็นฉัน

อย่ามองมาทางร่างนี้ ร่างกายนี้เป็นแค่ส่วนน้อยๆ ของฉันเท่านั้น

บุคคลที่เธอเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว เขาไม่ได้สูญหายไป

แต่เขายังคงอยู่ตรงนั้นในรูปแบบอื่นๆ จงมองหาเขาในตัวเธอ

ในลูกๆของเธอ เขายังคงอยู่ตรงนี้กับเธอ ณ ที่นี่และขณะนี้

ความตายของคนที่เธอรัก ก็เหมือนกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า 

เมื่อก้อนเมฆไม่อยู่ตรงนั้น ไม่ได้หมายความว่าเมฆได้ตายไปแล้ว เมฆยังคงสืบเนื่องต่อไปในรูปแบบอื่นๆ 

เช่น ฝน หิมะ หรือน้ำแข็ง ถ้าเธอไม่ยึดติดอยู่ กับรูปลักษณะเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งของเมฆ 

เธอก็จะสามารถตระหนักเห็นเมฆของเธอ ในรูปแบบอื่นๆ และไม่เสียใจเมื่อมันไม่ได้คงสภาพอยู่เช่นนั้น 

คนที่เธอรักอาจกลายเป็นฝน และบอกเธอว่า “ที่รัก เธอไม่เห็นฉันในรูปแบบอื่นๆ หรือ?” . 

คนที่เธอรักจะสืบเนื่องต่อไปเสมอ 

สมาธิภาวนา จะช่วยให้เธอตระหนักถึงรูปแบบใหม่ๆ ของคนที่เธอรัก 

ธรรมชาติที่แท้ของเราคือการไม่เกิดและไม่ตาย 

ก้อนเมฆก็เช่นกัน เมฆอาจเปลี่ยนเป็นหิมะ ลูกเห็บ หรือ ฝน แต่เมฆไม่อาจกลายไปเป็นความไม่มีอะไรเลย 

นี้ก็เช่นเดียวกับคนที่เธอรัก เขาไม่อาจตายได้ เขาจะสืบเนื่องต่อไปในรูปแบบใหม่ 

และเธอสามารถมองอย่างลึกซึ้ง และตระหนักเห็นเขาในรูปแบบที่หลากหลาย 

จงมองหาเขาในตัวเธอ และมองหาเขารอบๆ ตัวเธอ . 

(หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ธรรมบรรยาย ณ วัดใหม่ หมู่บ้านพลัม ฝรั่งเศส 21 พฤษภาคม 2557) 

https://youtu.be/stAy_aFBZts

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language