แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงกรานต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงกรานต์ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA: ถ้าเวลาก้าวหน้า คนก็ถูกกิน ถ้าคนก้าวหน้า เวลาก็ถูกกิน ใครฟังเข้าใจ คนนั้นเป็นผู้มีปัญญา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเวลาก้าวหน้า คนก็ถูกกิน 

นี้ก็พอจะเห็นได้ไม่ยากนัก ว่าวันคืนมันล่วงไปๆ 

คนมันก็แก่ชราลงๆๆ และใกล้ความตายเข้าไปทุกที 

จนถึงความตายในที่สุด นี้เรียกว่า เวลามันก้าวหน้า คนก็ถูกกิน 

แต่ทีนี้ถ้าคนเกิดก้าวหน้าขึ้นมาบ้าง 

คือคนได้รู้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ซึ่งเป็นหัวใจของพระศาสนาโดยแท้จริง 

คือเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน

เราเขาที่จะยึดมั่นแล้ว เวลาก็ทำอะไรบุคคลนั้นไม่ได้ 

เพราะบุคคลนั้นพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย 

อย่างนี้เรียกว่า บุคคลนั้นกินเวลา เวลาเป็นฝ่ายที่ถูกกิน 

ถ้าคนไม่รู้ธรรมะ เวลาก็กินคน ถ้าคนรู้ธรรมะ คนก็กินเวลา 

การที่เวลากินคนนั้นไม่เป็นของสนุกเลย หมายความว่า

มีความทุกข์ร้อนนานาประการเกี่ยวกับการที่เวลามันล่วงไปๆ 

เดี๋ยวนี้คนเป็นอันมากก็ร้อนใจอยู่ด้วยเรื่องเกี่ยวกับเวลา คือยังทำอะไรไม่เสร็จ 

ยังทำอะไรไม่ได้ตามที่ตัวต้องการ ยังหิวยังกระหายอยู่เสมอ อย่างนี้เรียกว่าคนลำบากเดือดร้อน

เพราะถูกเวลากิน เพราะว่าเขาไม่เป็นผู้รู้ธรรม ไม่รู้จักปล่อยวางสิ่งทั้งปวง 

อย่าให้มารบกวนจิตใจ ถ้าเราพิจารณาดูอีกทางหนึ่ง ก็จะเห็นได้ว่า

คนที่ไม่รู้ธรรมะนั้นย่อมเดินถอยหลัง เพราะถูกเวลากิน ไม่มีการก้าวหน้า คนโง่ คนพาล 

คนเขลาชนิดนี้ย่อมไม่มีสงกรานต์กับใครเลย เพราะว่าเขาไม่ก้าวหน้า แต่กลับถอยหลังไปเสียอีก 

ถ้าบุคคลผู้ใดรู้ธรรม บุคคลนั้นก้าวหน้าเรื่อยไป บุคคลนี้มีสงกรานต์ คือมีการก้าวหน้า 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ควรจะระลึกนึกให้ได้ว่า เราทุกคนในโลกนี้ควรจะอยู่กันอย่างมีเมตตากรุณาในวันสงกรานต์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในวันนี้เป็นระยะสงกรานต์ เราพิจารณาเรื่องความก้าวหน้ากันให้มากถึงขนาดนี้เถิด 

จะเป็นการได้ที่ดีสำหรับวันคืน ๒-๓ วันนี้ เอาแล้วทีนี้เราลองนึกดูตามภาพ

หรือเรื่องของสงกรานต์ตามที่ชาวบ้านเขาถือๆกันอยู่ เข้าใจกันอยู่ 

ว่าวันสงกรานต์นั้นเป็นวันที่เทวดาเขาแห่ขบวนกัน 

มีนางสงกรานต์ชื่อนั้นชื่อนี้อยู่ท่ามกลางขบวนแห่ไปรอบโลก 

แต่ว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในภาพเขียนเรื่องขบวนแห่สงกรานต์นั้น 

คือเศียรของท้าวมหาพรหม ใส่พานชูแห่มาในขบวนด้วย ส่วนนี้แหละเป็นส่วนที่น่าสนใจว่า 

ทำไมจะต้องเอาเศียรท้าวมหาพรหม ๔ หน้าใส่พานมาแห่ไปด้วย 

เรื่องราวจะมีเป็นอย่างอื่นก็ตามใจ แต่สำหรับพุทธบริษัทแล้วอยากจะให้ถือว่า 

เอาเศียรมหาพรหม ๔ หน้าออกมาแห่นั้น มันเป็นการโฆษณาพรหมวิหาร 

โฆษณาพรหมวิหาร คือ โฆษณาเรื่องเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 

๔ อย่างนี้แต่ละอย่างๆ เป็นพรหมวิหาร เอามาใส่ถาด ใส่พานแห่ไป

ทั่วๆโลก สะดุดตาสะดุดใจคนผู้ที่ได้เห็น ให้ได้นึกถึงพรหมวิหาร 

ว่าสัตว์โลกทั้งหลายท่านจงอยู่กันด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเถิด อย่างนี้จะเป็นการดี

 

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขานี้ ก็หมายถึงความรักสากล 

คือรักกันทั้งโลก อย่างกับเป็นคนคนเดียว อย่ามีเขามีเรา

ให้ถือว่าโลกทั้งโลกเป็นคนคนเดียว ไม่มีมึงไม่มีกู 

ไม่มีเขาไม่มีเรา ตัวเราลืมเสีย ตัวเขาก็ลืมเสีย 

ถือว่าเป็นคนคนเดียวกันทั้งโลก 

อย่างนี้แหละเรียกว่าเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 

เป็นธรรมะที่ทำลายความเห็นแก่ตน 

ทำลายความเห็นแก่ตัวได้จริง 

ถ้าเอามาโฆษณาแห่กันบ่อยๆ ก็จะเป็นการดี ให้คนระลึกนึกได้ 

แต่แล้วคนที่ได้พบได้เห็นก็ควรจะระลึกนึกให้ได้ว่า เราทุกคนในโลกนี้ควรจะอยู่กันอย่างมีเมตตากรุณา

พุทธทาสภิกขุ

https://pagoda.or.th/buddhadasa/2019-05-24-10-12-13-2.html

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


Dhamma together:มงคลธรรม...ในเทศกาลสงกรานต์...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สงกรานต์ คือ เทศกาลแห่งความสุข และเทศกาลแห่งความกตัญญูรู้คุณ

ต่อบุพการีชนคนผู้เป็นบรรพบุรุษของตน

ในวันเวลาดังกล่าว เราคนไทยถือเป็นวันหยุดยาวที่จะได้ทำบุญกุศล รดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่

ที่เคารพนับถือ และท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับบุคคลอันเป็นที่รัก ในวันเวลาแห่งความสุขเช่นนี้

หากมี “ธรรมะนำหน้า” ก็จะเพิ่มคุณค่าแห่งการเฉลิมฉลองให้เปี่ยมสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

ในที่นี้ จึงขอแนะนำหลักธรรมที่ควรปฏิบัติในเทศกาลสงกรานต์ ดังต่อไปนี้

ก.หลักธรรมสำหรับคนขับรถ (กลับบ้าน-ท่องเที่ยว-เดินทางไกล)

๑. ไม่จำเป็นอย่าดื่ม (สุรา)

๒. ถ้าดื่มอย่าให้เมา (จนขาดสติ)

๓. ถ้าเมาอย่าขับ

๔. ถ้าขับอย่าหลับใน

ข.หลักธรรมสำหรับครอบครัว (สงกรานต์คือวันครอบครัว)

มารดาบิดาควรทำหน้าที่ต่อบุตรธิดา ดังนี้

๑. สอนให้หนีห่างจากความชั่ว

๒. ฝึกให้ตั้งตัวอยู่ในความดี

๓. วางรากฐานแห่งชีวีด้วยการศึกษา

๔. ช่วยพิจารณาเมื่อจะเลือกคู่ชีวิต

๕. มอบสมบัติให้เป็นกรรมสิทธิ์เมื่อถึงเวลาอันสมควร

บุตรธิดาควรทำหน้าที่ต่อมารดาบิดา ดังนี้

๑. ท่านเลี้ยงเรามาแล้วต้องเลี้ยงท่านตอบ

๒. สนองงานในระบบของท่าน

๓. สืบสานวงศ์สกุล

๔. รักษาต้นทุนแห่งความเป็นทายาท

๕. ไม่ประมาทคอยทำบุญเมื่อท่านล่วงลับ

หลักธรรมสำหรับผู้สูงอายุ (สงกรานต์คือวันผู้สูงอายุ)

ผู้สูงอายุ ควรสูงด้วยธรรมะและประโยชน์โสตถิผล ดังนี้

๑. ขอให้สูงด้วย “อายุ”

๒. ขอให้สูงด้วย “คุณธรรม”

๓. ขอให้สูงด้วย “สติปัญญา”

๔. ขอให้สูงด้วย “ประโยชน์ที่ฝากไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง”

หลักธรรมสำหรับ “คนไทย”

สงกรานต์ คือ วันปีใหม่แบบไทยๆ ปีใหม่มาถึงทั้งที

จึงควรตั้งปณิธานในการดำเนินชีวิตให้ดี

โดยปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

๑. ควรตั้งปณิธานว่า “ปีใหม่ต้องดีกว่าปีเก่า”

๒. ควรใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการเตือนตัวเองให้ไม่ประมาท

ตามแนวทางพุทธพจน์ที่ว่า “คืนวันล่วงไปๆ บัดนี้เธอทำอะไรอยู่”

 

๓. ควรฝึกตนให้เป็นคนที่มีคุณค่าด้วยการถือคติที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งของตน จากนั้นจงให้คนเขาได้พึ่ง”

๔. ควรเตือนตัวเองให้รู้จักดูแลสถาบันครอบครัวให้ดีแล้ว จึงช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม ด้

วยการปฏิบัติตามหลักการที่ว่า “ดูแลคนในครอบครัวให้ดี จากนั้นจึงแบ่งไมตรีให้คนทั้งโลก”

ท่าน ว.วชิรเมธี

www.dhammatoday.com

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที 

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก 

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สงกรานต์...เทศกาลแห่งน้ำใจ...แม้อากาศร้อน...แต่ใจก็เย็นได้...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในเทศกาลสงกรานต์ น้ำเป็นสิ่งสำคัญเพื่อบอก

เราว่า...แม้อากาศจะร้อน แต่ใจก็เย็นได้หากเรา

มีไมตรีจิตต่อกัน สงกรานต์จึงมิใช่แค่ช่วงวันหยุด

ยาวเท่านั้น หากยังเป็น เทศกาลแห่งน้ำใจ

นอกจากไมตรีจิตแล้ว น้ำใจ ในเทศกาลนี้ยังรวม

ถึงการความดีที่กระทำต่อกัน  เช่น....

ความกตัญญูที่ลูกหลานมีต่อพ่อแม่ปู่ย่าตายาย หรือ

คาราวะธรรมที่ศิษย์มีต่อครูบาอาจารย์ ควบคู่ไปกับการ

ทำความดีต่อกันก็คือความสนุกสนานรื่นเริง ไม่ถือโทษ

ต่อกัน หากประมาทพลาดพลั้งก็ขอขมากัน

ช่วยให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบร่มเย็น



พระไพศาล วิสาโล

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สงกรานต์...แปลว่าก้าวหน้า...2

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

คำว่าสงกรานต์ คำนี้ถ้าเป็นภาษาบาลีก็เป็น สังกันตะ

แปลว่าก้าวล่วงไป แปลว่าก้าวไปพร้อม คือการก้าวหน้า

คำว่าสงกรานต์แปลว่าก้าวหน้า ก็หมายความว่าก้าวไป

ข้างหน้า...ถ้าพูดว่าสงกรานต์ สงกรานต์แล้วก็เป็นกัน

ทุกคน พูดเป็นกันทุกคน ถ้ายิ่งเล่นสงกรานต์ เช่น สาดน้ำ

เป็นต้นกันด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำเป็นกันทุกคน แต่คิดๆดูเถิดว่า

มันเป็นการกระทำของคนโง่หรือคนฉลาด การเล่น

สงกรานต์เพียงเท่านั้นมันจะเป็นสงกรานต์ คือเป็นความ

ก้าวหน้าไปไม่ได้ มันเป็นเรื่องของคนโง่ที่มัวแต่เหลวไหล

อยู่ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ไม่มีการก้าวหน้า

 

ถ้าเป็นสงกรานต์จริงๆ มันต้องเป็นการก้าวหน้า คือมีจิตใจที่ก้าวหน้า เพราะเหตุเช่นนี้แหละจึง

พูดว่า คนที่ไม่รู้ธรรมะย่อมถอยหลัง ไม่มีการก้าวหน้า ไม่มีสงกรานต์ คนที่มีความรู้ธรรมะเท่านั้น

ที่มีการก้าวไปข้างหน้าและมีสงกรานต์ คนมีธรรมะนั้นไม่ถูกเวลากิน แต่เป็นผู้กินเวลา คนไม่มี

ธรรมะนั้นถูกเวลากิน เรื่องของ เรื่องนี้จึงมีความสำคัญอยู่ตรงที่ก้าวหน้าหรือไม่ก้าวหน้า

ถ้าก้าวหน้าก็มีสงกรานต์ ถ้าไม่ก้าวหน้าก็ไม่มีสงกรานต์ แม้จะโห่ร้อง ตะโกนก้องกันอย่างไร จะทำ

พิธีรีตองกันอย่างไร มันก็ไม่มีสงกรานต์ที่ถูกต้องไปไม่ได้ ถ้าจะเรียกว่าเล่นสงกรานต์ ก็เป็นการเล่น

ของคนโง่ที่ไม่รู้จักว่าสงกรานต์คืออะไรอยู่นั่นเอง

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราเตือนเธอทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวง

มีความสิ้นไปเสื่อมไปเป็นธรรมดา

ท่านทั้งหลายจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด"

พระพุทธภาษิตนี้ก็เนื่องด้วยสงกรานต์ คือพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ

มนุษย์นี้  เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ฉะนั้นคนทั้งหลายจงรีบถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด

ไม่ประมาทก็คือจัดทำสิ่งต่างๆให้ถูกต้อง ให้เป็นไปในทางก้าวหน้า ให้ก้าวไปๆเสียจากความทุกข์

ให้ออกไปจาก ความทุกข์ให้ได้ นั้นก็เป็นความก้าวหน้า นี้ถ้าเราจะเรียกกันว่า สงกรานต์ คือ

ความก้าวล่วงไปปีหนึ่งนั้น มันก้าวล่วงไปอย่างไร....

ถ้าถือเอาตามพระพุทธภาษิตที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ มันก็ต้องก้าวล่วงไปด้วยความดับทุกข์

คือดับทุกข์ได้มากขึ้น เวลาล่วงไปปีหนึ่งๆ ก็ดับทุกข์ได้มากขึ้น ใกล้ความสิ้นสุดแห่งความทุกข์ยิ่ง

ขึ้นไปทุกที เดี๋ยวนี้ใครกำลังเป็นอย่างไรก็ขอให้พิจารณาดูตัวเอง สอบสวนตัวเองดูให้ดีด้วยกันจง

ทุกคนเถิด

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สงกรานต์...แปลว่าก้าวหน้า...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 คนได้รู้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ซึ่งเป็นหัวใจของพระศาสนาโดยแท้จริง

คือเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่น

ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา

ที่จะยึดมั่นแล้ว เวลาก็ทำอะไรบุคคลนั้นไม่ได้

บุคคลนั้นพ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย

ถ้าคนไม่รู้ธรรมะเวลาก็กินคน

ถ้าคนรู้ธรรมะคนก็กินเวลา

 

การที่เวลากินคนนั้นหมายความว่ามีความทุกข์ร้อนนานาประการ เกี่ยวกับการที่เวลามันล่วงไป

คนที่ไม่รู้ธรรมะนั้นย่อมเดินถอยหลังเพราะถูกเวลากิน ไม่มีความก้าวหน้า

ถ้าเป็นสงกรานต์จริงย่อมมีจิตใจที่ก้าวหน้า

-พุทธทาสภิกขุ-

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สงกรานต์ตามประเพณีไทยและพุทธศาสนาไทย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สงกรานต์ เมื่อใช้คำนี้ทางพระพุทธศาสนาโดยตรงย่อมหมายความว่า

ก้าวเข้าสู่พระพุทธศาสนา หรือก้าวเข้าสู่ธรรมปฏิบัติที่สูง ๆ ขึ้นไปโดยลำดับ

ส่วนสงกรานต์ตามประเพณีบ้านเมืองหมายถึงเวลาที่พระอาทิตย์ย่างขึ้นสู่ราศีเมษ

เป็นนักขัตฤกษ์เนื่องในการขึ้นปีใหม่อย่างเก่าของไทย กำหนดตามสุริยคติ ตกวันที่ ๑๓

(วันมหาสงกรานต์) ๑๔ (วันเนา)และ ๑๕ (วันเถลิงศก) เมษายน ตามปรกติ กำหนดคิดตาม

คัมภีร์สุริยยาตรของอินเดียโบราณ

(ตำราปัจจุบันกล่าวว่าวันสงกรานต์ดังกล่าวเคลื่อนจากวันที่พระอาทิตย์ยกจริงถึง ๒๑ วันล่วงแล้ว)

แต่พระอาทิตย์จะยกจริงเมื่อไรไม่ใช่ธุระของประเพณีและในเมืองพระพุทธศาสนานั้น

เมื่อฉลองสงกรานต์ตามประเพณี ก็นึกถึงการทำบุญกุศลร่วมกันไปกับการเล่นสนุกสนานด้วย

ดังจะพึงเห็นได้ว่า

ได้มีการทำบุญตักบาตร

 

ก่อพระเจดีย์ทราย

ปล่อยนก ปล่อยปลา

  บังสุกุลอัฐิญาติผู้ใหญ่

สรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระสงฆ์

รดน้ำผู้ใหญ่หรือที่ภาคพายัพเรียกว่าดำหัว 

และเรียกวันที่ ๑๓ว่าวันสังขารล่อง วันที่ ๑๔ ว่าวันเนา วันที่ ๑๕ ว่าวันพระยาวัน วันสังขารล่องมี

นิยายประกอบว่าผีสังขารปีเก่าล่องน้ำไป พิธีดำหัวทำในวันพระยาวัน เครื่องดำหัว เช่น 

ดอกไม้ธูปเทียนหมากพลูผ้าใหม่ น้ำส้มป่อย (อย่างสบู่) น้ำอบ ผู้ใหญ่รับเครื่องดำหัว เอาน้ำ

ส้มป่อยน้ำอบพรม ศีรษะเป็นกิริยาว่าได้นำน้ำสระหัวแล้วอำนวยอวยพร

อำนาจสรณะนี้เองดึงใจคนให้นำประเพณี

เข้าหาพระพุทธศาสนา นำให้ทำบุญทั่วถึงกันหมด

ทั้งแก่คนแก่ผี ทั้งแก่พระแก่ชาวบ้าน ทั้งแก่ญาติ

แก่มิตร เด็กผู้ใหญ่ตลอดถึงสัตว์ดิรัจฉาน

พระพุทธเจ้าได้ทรงเป็นสรณะอันล้ำเลิศที่ช่วยประคับ

ประคองนำเข้าหาความดีความสุขอยู่ทุกโอกาส เมื่อคิด

จึงจะมองเห็นพระคุณ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

สกลมหาสังฆปริณายก

หนังสือ: พระพุทธเจ้าของเรานั้นท่านเลิศล้ำ


#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language