แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎของธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎของธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ช่วยกันทำให้ธรรมะกลับมา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ธรรมะเป็นเรื่องของธรรมชาติอย่างนี้ ขอให้กำหนดจดจำให้ดีว่า ถือตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว 

ธรรมะมี 4 ความหมาย ธรรมะ คือ ตัวธรรมชาติ จะเป็นวัตถุ ร่างกาย จิตใจ 

ธรรมะ คือ ตัวธรรมชาติ และธรรมะคือ ตัวกฎของธรรมชาติ

ธรรมะคือ ตัวกฎของธรรมชาติ 

และธรรมะคือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ 

และธรรมะคือ ผลที่เกิดจากหน้าที่ ธรรมะจงกลับมา 

เรารู้เรื่องธรรมะ เราปฏิบัติธรรมะ 

เราทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ 

แล้วเรารับประโยชน์ เป็นความผาสุข เป็นสันติภาพ 

สันติสุข ทั้งบุคคลและสังคม 

ธรรมะกลับมาเป็นอย่างนี้ ขอให้ธรรมะกลับมา


เค้าจะว่าบ้าว่าบอ ก็ตามใจ อาตมาไม่ทำอย่างอื่นแล้ว จะทำอย่างเดียวว่า

ให้ธรรมะกลับมา ให้ธรรมะกลับมาสู่มวลมนุษย์ 

ให้มีธรรมะอยู่ที่ กาย วาจา ใจ ของมนุษย์ ...

ท่านพุทธทาส

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:คำสอนทั้งหมดก็เกิดจากดิน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องการนั่งกลางดิน เพื่อไม่ให้ ทุกท่านหงุดหงิดในการนั่งกลางดินและฟังไม่รู้เรื่อง 

เมื่อทุกท่านเข้าใจรู้ความหมายของการนั่งกลางดินและจึงเป็นโอกาสดีที่ได้มานั่งกลางดิน

ซึ่งจะได้รับประโยชน์ในการฟังธรรมะ ในพระพุทธศาสนา

พุทธศาสนาเกิดกลางดิน เกิดจากดิน

และพระพุทธเจ้าก็ประสูติกลางดิน

และตรัสรู้กลางดินนั่งกลางดิน ไม่ได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย 

ที่อยู่อาศัยของท่านก็พื้นดิน และในที่สุดก็นิพพานหรือตายกลางดิน 

ในพระไตรปิฏกซึ่งเป็นคำสอนทั้งหมดก็เกิดจากดิน

เกิดจากที่พระพุทธเจ้านั่งกลางดินและตรัสรู้ 

สั่งสอนกันต่อมา ที่นี้มองอีกแง่หนึ่ง ธรรมะเป็นเรื่องธรรมชาติ 

เป็นความรู้เรื่องกฎของธรรมชาติ ก็มี

เป็นความรู้เรื่องหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติก็มี เรื่องผลที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นโดยตรง

ซึ่งธรรมะเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่ออยากรู้จักเข้าใจธรรมชาติต้องอยู่กับธรรมชาติ 

ดังนั้นพระพุทธเจ้า จึงประสูติกลางดิน ตรัสรู้กลางดิน สอนกลางดิน อยู่และตายกลางดิน 

เพื่อให้ใกลัชิดกับธรรมชาติ

เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องการอย่างนั้น มีใครกี่คนอยากนั่งกลางดิน อยากจะนั่งใน สถานที่สวยงามเริงรมย์อะไรต่างๆ

 ก็ไม่ชอบธรรมชาติไม่ชอบการนั่งกลางดินเพื่อเป็นเกลอกับธรรมชาติ

เดี๋ยวนี้เมื่อได้มานั่งกลางดินอย่างนี้ ก็ควรจะรู้สึกว่าเป็นเกลอกับธรรมชาติ 

เมื่ออยู่กับธรรมชาติ จิตใจมันเหมาะสมที่จะรู้จักธรรมชาติ ที่เป็นพื้นฐานของธรรมะทั้งหลาย 

จึงควรสนใจเรื่องกลางดิน

ขณะนี้ขอให้ทำความในใจให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ ประสูติ กลางดิน ตรัสรู้ สอน อยู่ และตายกลางดิน 

ถ้าทำได้เป็นพุทธานุสติ ซึ่งเป็นกรรมฐานชนิดหนึ่ง ระลึกถึงพระพุทธเจ้าในทุกแง่ทุกมุม และทำความรู้สึก

ถึงจิตใจที่แตกต่างกันระหว่างการนั่งกลางดินว่าเป็นอย่างไร กับจิตใจฟุ้งอยู่การอยู่ในเมืองหลวงเป็นอย่างไร

ถ้าสามารถเปรียบเทียบกันได้จะเป็นกรรมฐานถึงพุทธานุสติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านมีจิตใจเป็นอย่างไร

จะพลอยให้รู้ถึงสิ่งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ และจะสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

การศึกษาปัจจุบันยังขาดความรู้ที่ถูกต้องและช่วยขจัดความเลวร้ายออกจากทางโลกอยู่เพียงนั้น

การศึกษาทางโลกยังขาดความรู้ที่จำเป็นในการขจัดสิ่งเลวร้ายเหลานั้น 

ถ้านึกได้อย่างนี้ก็จะสนใจในเรื่อง กลางดิน ของพระพุทธเจ้า 

ในฐานะที่มีที่นั่งกลางดินเป็นเครื่องต้อนรับท่านทั้งหลาย ไม่มีเก้าอี้ พรมใดๆ ให้นั่ง

เป็นการต้อนรับทางอามิสที่ต่ำสุด เรามีหลักที่อยู่อย่างต่ำต่ำมันจะไปสูง ถ้าอยู่สูง จะตกมาต่ำ 

ดังนั้นเป็นอยู่อย่างต่ำ ก็จะมีการกระทำอย่างสูงๆๆ ขึ้นไป 

จึงตั้งต้นกลางศึกษาด้วยการตั่งกลางดินเพื่อให้เข้าใจพื้นฐานต่ำสุดของสิ่งทั้งปวง 

และจะได้รู้สูงขึ้นไปตามลำดับ ถึงแม้จะจบปริญญาเอกในการศึกษาของโลกก็ ยังโง่ อยู่นั่นเอง 

เพราะยังไม่ได้เรียนรู้ธรรมชาติ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ผลที่เกิดจากหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ"

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:กฎของธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ไอ้ทุกสิ่งที่มันมาเป็นเรา เกี่ยวข้องกับเรา เรา "สมมุติ"

ว่าเป็นเรา เป็นของเรา เราว่าเอาเองๆ ด้วยความโง่ของเรา

ว่าสิ่งนี้ตัวเรา ว่าสิ่งนี้ของเรา นี่เราว่าเอาเองด้วยความโง่

ของเรา ที่แท้มันเป็นของธรรมชาติ ผู้ที่รู้จึงมองเห็น รู้สึกว่า

มันเหมือนกับของยืม ต้องคืนเจ้าของ ตามสมมุตินี้ของที่ยืมมา

มันต้องคืนเจ้าของในสภาวะที่ถูกต้อง จะทำให้ผิดพลาดไป

จากนั้นมันไม่ได้ อะไร ๆ ที่มันเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตก็ดี

หรือตัวชีวิตเองก็ดี มันล้วนแต่เป็นของยืม คือ

ยืมมาจากธรรมชาติซึ่งมีกฎของธรรมชาติควบคุมอยู่

เราต้องประพฤติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง เจ้าของที่แท้จริง

เขาสร้างไว้อย่างไร เราต้องทำอย่างนั้น แล้วเราก็ไม่ทะเลาะกับเจ้าของคือกฎของธรรมชาติ

มันก็ไม่มีเรื่อง เพราะไม่ทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันเราสู้ไม่ได้ เราเป็นฝ่ายแพ้ทุกที เราต้องเป็นทุกข์

ทุกที  ชีวิตนี้มันมีอย่างนี้เอง มันมีชีวิต มีจิต มีความรู้สึก มีกายเป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึก แล้วมันก็มี

เครื่องติดต่อ เกี่ยวข้องกับภายนอกคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่าเห็นอะไรให้มากไปกว่าว่า

มันเป็นเครื่องติดต่อกับสิ่งภายนอก เราจึงไม่หลงบูชาความเอร็ดอร่อยทางตา ทางหู ทางจมูก

ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ เพราะว่า ธรรมชาติให้ยืมมาสำหรับเป็นเครื่องใช้ติดต่อกับสิ่งภายนอก

ให้มาร่วมมือกับสิ่งภายใน ช่วยกันให้ชีวิตตั้งอยู่ได้ก็พอแล้ว ถ้าเราทำเกินนั้น เรียกได้ว่าเราเป็นคน

โกหก หลอกลวง คดโกง ขบถต่อเจ้าของเดิม มันก็ต้องถูกลงโทษคือเป็นทุกข์นั้น เราอย่าทำให้

ผิดจากกฎเกณฑ์กติกาของเจ้าของเดิมคือกฎของธรรมชาติ คือให้ยืมสิ่งที่เรียกว่าชีวิตนี้มาอย่างไร

ให้ยืมสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ของชีวิตนี้มาอย่างไร ให้ยืมมาสำหรับใช้กันอย่างไร จึงจะไม่เกิดเรื่อง

ต้องทำให้ถูกตามนั้น แล้วมันก็ไม่เกิดเรื่อง แล้วก็ไม่เกิดความทุกข์ เรียกว่าไม่เกิดกิเลส

พุทธทาสภิกขุ

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กฏของธรรมชาติ...ข้อเดียว...ง่ายๆ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 "กฎของธรรมชาติแค่ข้อเดียวง่ายๆ คือ

สรรพสิ่งล้วนชั่วคราว ทุกสิ่งล้วนเป็นของชั่วคราว

หรือแม้แต่สิ่งที่มองไม่เห็น พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์

ก็ล้วนเป็นสิ่งชั่วคราว สามีก็ชั่วคราว

ภรรยาก็ชั่วคราว เก้าอี้นายกก็ชั่วคราว 

โลกใบนี้น่ะชั่วคราว

ดวงอาทิตย์ก็ชั่วคราว ดวงจันทร์ก็ชัวคราว

ระบบสุริยะจักรวาลก็ชั่วคราว

 

หากเราเข้าใจกฎธรรมชาติข้อเดียวง่ายๆ

 คือ สรรพสิ่งล้วนชั่วคราว

 ความทุกข์ก็จะผ่อนคลายไปตั้งสามในแปดส่วน

 นี่สำนวนจอมยุทธเลยนะ เพียงแค่ซึ้งในข้อความเดียวว่า

ทุกอย่างล้วนชั่วคราวเท่านั้น

คนเรามาแล้วก็ไป เพราะข้ามาจากแดนไกล

 ถึงเวลาจะไปข้าก็ไป ไม่ต้องมาฆ่าข้า ข้าก็ไปอยู่แล้ว

เพราะว่าข้านี้ไม่มีค่าอะไร ถึงจะว่ามีค่าก็คือ

ข้านี้ไม่มี ...นั่นแหละมีค่ามากที่สุดแล้ว


 แต่หากวันนี้ ยังวางไม่ได้ทั้งหมด ยังยึดถืออยู่ ก็พยายามอย่าถือให้หนัก

อย่ากำให้แน่นนัก จะได้ทุกข์ แบบพอดีๆ ไม่ถึงขั้นจมจ่อม จับเจ่าไปกับความทุกข์

แต่ทุกข์แบบแค่พออยู่ร่วมกันกับความทุกข์ได้

กำแน่นมาก ถือหนักมาก ก็ทุกข์มาก

กำแน่นน้อยหน่อย ถือเบาๆ ทุกข์ก็น้อย

ไม่ถือหนัก ไม่กำอะไรเลย ก็ไม่ทุกข์เลย...."

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เหนือปัญหาทั้งปวง....

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


คุณค่าทางภูมิปัญญาของชาวพุทธน่ะมันสูงสุดเท่าไร

ก็มุ่งหมายจะกำจัดความเห็นแก่ตัว...ทุกศาสนามุ่งหมายจะสอนความไม่เห็นแก่ตัว

แต่ไม่มีใครปฏิบัติ สมาชิกแห่งศาสนาไม่ปฏิบัติ มันเห็นแก่ตัวเสียเรื่อย บางทีเห็นแก่ตัวจนเอา

ศาสนาเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ เอาศาสนาเป็นเครื่องมือข่มขี่ศาสนาอื่น อย่างนี้มัน

ก็หมด มันไม่มีภูมิปัญญาที่ถูกต้องตามหลักแห่งพระศาสนา ทีนี้ชาวพุทธ พอรู้ รู้ รู้ รู้ รู้ มันจึง

มีถูกต้องตามหลักที่สำคัญสูงสุด คือกฎของธรรมชาติ ทั้งสากลจักรวาล ก็มีกฎอันนี้ ถูกต้อง

ตามกฎของสากลจักรวาล มันทำผิดอะไรๆ ไม่ได้ มันก็อยู่เหนือปัญหาโดยประการทั้งปวง


พูดว่าเหนือปัญหาทั้งปวง นี่ มันดีกว่าที่จะพูดว่า

เหนือความทุกข์ เพราะว่าความสุขก็เป็นปัญหานะ

อย่าเป็นคนโง่ เห็นแต่ว่าความทุกข์เป็นปัญหา

แม้ความสุขมันก็เป็นปัญหา ให้เราอยู่เหนือปัญหาเสีย

ดีกว่า โลกไม่เป็นปัญหาแก่เรา ไม่ว่ามันจะมาในแง่บวก

หรือแง่ลบ โพซิทีป หรือ เนกาทีฟ ไม่เป็นปัญหาแก่เรา

ไม่หัวเราะ ไม่ร้องไห้ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เสียใจไม่ไหว

มันจะตายเอา ถึงดีใจมันก็กระหืดกระหอบเหมือนกันแหละ

ดีใจเกินไปมันก็นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ลง


ฉะนั้นอย่าดีใจ อย่าเสียใจ คือ ปกติ ปกติ ปกติ ไม่หัวเราะ ไม่ร้องไห้ เพราะว่าอยู่เหนือปัญหา

โดยประการทั้งปวง ชีวิตนี้ไม่เป็นปัญหา ชีวิตนี้ไม่กัดเจ้าของ คนไม่มีธรรมะอันถูกต้อง

คือไม่ตื่น ไม่เบิกบาน ชีวิตมันกัดเจ้าของ ไปดูเอาเองเถอะ ไม่ต้องเชื่ออาตมา คนโง่มันถูก

ชีวิตเองแหละกัดตัวเอง เดี๋ยวความรักกัด เดี๋ยวความโกรธกัด เดี๋ยวความเกลียดกัด

เดี๋ยวความกลัวมากัด เดี๋ยวความตื่นเต้น ตื่นเต้นนั่นนี่กัด เดี๋ยววิตกกังวลกัด

เดี๋ยวอาลัยอาวรณ์กัด เดี๋ยวอิจฉาริษยากัด เดี๋ยวความหวงกัด เดี๋ยวความหึงกัด

นี่ชีวิตมันกัดเจ้าของ ผู้ไม่มีภูมิปัญญาแห่งพุทธะ

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กฎของธรรมชาติ...สิ่งทั้งหลายก็ขึ้นกับกฎเหล่านั้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



แม้จะมีอะไรเกิดขึ้น เราก็มองมันด้วยปัญญา มองให้เห็น

ว่ามันเป็นธรรมดา ธรรมดามันเป็นอย่างนั้น เช่นว่า

ความเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องธรรมดาของร่างกาย มีใครบ้างที่

ไม่เจ็บป่วยในโลกนี้ มีด้วยกันทั้งนั้น แต่ว่ามากบ้าง

น้อยบ้าง เพราะเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนี้ เป็นเรื่องเลือกไม่ได้

เรื่องเกิด เรื่องเจ็บไข้ เรื่องความตาย เลือกไม่ได้ เรื่องอื่น

พอเลือกได้ เลือกเรียนหนังสือ เลือกที่เราชอบได้

เลือกทำงานที่เราพอใจได้ เลือกไปเที่ยวที่ไหนก็ได้

เลือกซื้อข้าวซื้อของก็เลือกได้ แต่เลือกเจ็บนี่ เลือกไม่ได้

เลือกตาย เลือกว่าไปตายที่นั่นที่นี่ เลือกไม่ได้

เลือกว่าไปตายอย่างนั้นอย่างนี้ เลือกไม่ได้ มันเป็นกฎของธรรมชาติ ธรรมชาติมันมีอยู่แล้ว

แล้วสิ่งทั้งหลายก็ขึ้นกับกฎเหล่านั้น  เราจะไปเลิก ไปเปลี่ยนกฎเหล่านั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้น

เราจึงต้องนึกว่า ธรรมดามันเป็นอย่างนั้น

มีอะไรเกิดขึ้น ก็รีบพูดกับตัวเองว่า ธรรมดามันเป็นอย่างนี้  ช่วยให้ใจเรามองเห็น

ความเป็นจริง เมื่อมองเห็นความเป็นจริง ก็เกิดการวางลงไป ปลงลงไป อย่างนี้ ก็สบายใจ

ไม่ยุ่งใจ ถ้าปลงได้มันก็ไม่ยุ่ง

Dhamma together:เราต้องประพฤติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ตามกฎของธรรมชาติ คำกล่าวที่น่าสนใจก็มีอยู่เช่นคำกล่าวที่ว่า "มันเหมือนกับเจ้าของยืม"

พระพุทธเจ้าก็ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ไอ้ทุกสิ่งที่มันมาเป็นเรา เกี่ยวข้องกับเรา เราสมมุติ ว่า

เป็นเรา เป็นของเรา เราว่าเอาเองๆ ด้วยความโง่ของเรา ว่าสิ่งนี้ตัวเรา ว่าสิ่งนี้ของเรา นี่เราว่า

เอาเองด้วยความโง่ของเรา ที่แท้มันเป็นของธรรมชาติ ผู้ที่รู้จึงมองเห็น รู้สึกว่ามันเหมือนกับ

ของยืม ต้องคืนเจ้าของ ตามสมมุตินี้ของที่ยืมมามันต้องคืนเจ้าของในสภาวะที่ถูกต้อง

จะทำให้ผิดพลาดไปจากนั้นมันไม่ได้ อะไร ๆ ที่มันเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตก็ดี หรือตัวชีวิตเอง

ก็ดี มันล้วนแต่เป็นของยืม คือยืมมาจากธรรมชาติซึ่งมีกฎของธรรมชาติควบคุมอยู่


เราต้องประพฤติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติซึ่งเป็น

เจ้าของที่แท้จริง เจ้าของที่แท้จริงเขาสร้างไว้อย่างไร

เราต้องทำอย่างนั้น แล้วเราก็ไม่ทะเลาะกับเจ้าของคือ

กฎของธรรมชาติ มันก็ไม่มีเรื่อง เพราะไม่ทะเลาะกัน

ถ้าทะเลาะกันเราสู้ไม่ได้ เราเป็นฝ่ายแท้ทุกทีเราต้องเป็น

ทุกข์ทุกที นั้นเราต้องรู้จักธรรมชาติทำให้ถูกต้องตาม

กฎของธรรมชาติ ไม่ต้องใช้คำว่า ง้องอน อ้อนวอนอะไร

นักก็ได้ ไม่ต้องถึงอย่างนั้นก็ได้ ขอแต่ว่าให้มันถูกต้อง

ตรงตามกฎของธรรมชาติ


การพยายาม การที่พยายามให้ ถูกตรงตามกฎของธรรมชาตินั่นแหละมันเป็นการง้องอน

อ้อนวอน ขอร้อง ให้โปรดปรานอยู่ในตัวแล้ว นั้นเอาแต่เพียงว่าเรามีความรู้ดีที่สุด ทำให้

ดีที่สุดให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ แล้วธรรมชาติก็จะไม่ทำให้เราเจ็บปวด เป็นทุกข์อะไร

ชีวิตนี้มันมีอย่างนี้เอง มันมีชีวิต มีจิต มีความรู้สึก มีกายเป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึก แล้วมันก็มี

เครื่องติดต่อเกี่ยวข้องกับภายนอกคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่าเห็นอะไรให้มากไปกว่าว่า

มันเป็นเครื่องติดต่อกับสิ่งภายนอก เราจึงไม่หลงบูชาความเอร็ดอร่อยทางตา ทางหู ทางจมูก

ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ เพราะว่าธรรมชาติให้ยืมมาสำหรับเป็นเครื่องใช้ติดต่อกับสิ่ง

ภายนอก ให้มาร่วมมือกับสิ่งภายใน ช่วยกันให้ชีวิตตั้งอยู่ได้ก็พอแล้ว ถ้าเราทำเกินนั้น

เรียกได้ว่าเราเป็นคนโกหก หลอกลวง คดโกง ขบถต่อเจ้าของเดิม มันก็ต้องถูกลงโทษคือ

เป็นทุกข์

พุทธทาสภิกขุ

Select your language