แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่าน ว.วชิรเมธี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่าน ว.วชิรเมธี แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together: เคารพความจริงของคนที่เห็นต่าง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

สัจจานุรักษ์ แปลว่า การรักษาสัจจะ หมายความว่า การไม่ผูกขาดความจริง

ส่วนการผูกขาดความจริง วางอยู่บนความเชื่อที่ว่า “เรื่องนี้เท่านั้นจริง เรื่องอื่นเหลวไหลทั้งสิ้น”

(อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญํ) ทัศนะอันคับแคบเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาปัญญา

ไม่เป็นที่มาของความสามัคคี

โลกนี้เต็มไปด้วยคนที่หลากหลาย ความเชื่อหลากหลาย

สติปัญญาก็หลากหลาย เราจะกำหนดกฎเกณฑ์ให้คน

ทั้งโลกเห็นเหมือนกัน เชื่อเหมือนกันไปเสียทั้งหมดไม่ได้

เพราะการทำเช่นนั้น เป็นการฝืนความจริงของธรรมชาติ

ที่มีความหลากหลาย เป็นพื้นฐานมาแต่เดิม ทางที่ถูกนั้น

เราไม่จำเป็นต้องเกณฑ์ให้ใครมาเชื่อเหมือนเรา

เห็นเหมือนเราไปเสียทั้งหมด เราเพียงแต่ ยอมรับ

ความแตกต่างหลากหลายอย่างใจกว้าง "ฟังคนอื่น

อย่างให้เกียรติ" 

และ "ให้ความเคารพในลัทธิความเชื่อของคนอื่นพอๆกับที่เราอยากให้คนอื่นเคารพลัทธิ

ความเชื่อของเรา"และทางที่ดีด้วยนั้น จงอย่าผูกขาดความจริง 

แต่จงเปิดหัวใจใฝ่ฟังความจริงที่มีอยู่อย่างหลากหลายด้วยใจสงบ 

และเคารพความจริงของคนที่เห็นต่าง เชื่อต่าง พูดต่าง ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน 

เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกับคนที่แตกต่างหลากหลายได้อย่างสันติ......

ท่าน ว.วชิรเมธี

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด 

#ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:นอกจากคิดว่ายังพอมีเวลาแล้ว ก็ควรจะคิดเพิ่ม อีกอย่างหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 การปฏิบัติธรรมนั้นไม่สำคัญที่เวลา แต่สำคัญที่ “ปัญญา”

 สำหรับคนมีปัญญากล้าแข็ง อย่าว่าเป็นวันเลย

 บางทีนาทีเดียวก็บรรลุธรรมได้ สำหรับคนเขลา

 ต่อให้ภาวนาทั้งชีวิต บางทีก็ยังไม่เห็นผล คนที่อยู่ในวัย

 สนธยาจึงไม่ควรน้อยใจว่า เรามีเวลาไม่พอ

 แต่ควรจะบอกตัวเองว่า เรายัง “พอมีเวลา” ต่างหาก

 แต่คนที่คิดว่าเรายัง “พอมีเวลา” ก็ต้องระวังด้วยเหมือนกัน

 เพราะบางทีการคิดด้วยท่าทีที่เป็นบวกอย่างนี้ ก็ทำให้

 ประมาท และเป็นเหตุให้พลาดโอกาสที่จะเร่งรัดทำสิ่งดี ๆ

 

ดังนั้นนอกจากคิดว่ายังพอมีเวลาแล้ว ก็ควรจะคิดเพิ่ม อีกอย่างหนึ่งว่า

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต” ด้วย เพราะหากเราคิดว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต

เราจะเริ่มคิดถึง สิ่งที่ต้องทำแข่งกับเวลา และนั่นจะทำให้เวลากลายเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดของชีวิตได้

ในทุก ๆ วัน

ท่าน ว.วชิรเมธี

ที่มาจากหนังสือ หนึ่งคนตาย ล้านคนตื่น

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความสุขที่ยั่งยืน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

สุขจากการทำกุศลกรรมนั้นเป็นความสุขที่ยั่งยืน

กว่ากามสุขมาก เพราะไม่ได้สุขแค่ตอนที่ทำ

แต่สุขตั้งแต่ตอนที่คิดที่จะทำ สุขณะที่กำลังจะทำ

และสุขหลังจากทำเสร็จแล้ว

และสุขทุกครั้งที่หวนกลับมานึกถึง

และก่อนตาย หากย้อนกลับมาระลึกถึงอีกครั้ง

ก็สามารถใช้เป็นเครื่องกำหนด

อนาคตของเราในภพหน้าได้ด้วย

ท่าน ว.วชิรเมธี

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ภาวะของความสะอาด สว่าง สงบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา มาฝึกกับพวกสิ



พระพุทธเจ้าคือภาวะของความ สะอาด สว่าง สงบ

สะอาด คือ ความที่จิตใจปกติ ไม่มีมลทิน

สว่าง คือ ความรู้ที่เห็นความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นใน

จิตใจของตัวเอง

สงบคือ ความที่จิตใจปราศจากความคิด โลภ โกรธ หลง

ความคิดโลภ โกรธ หลง 

นี้แหละ คือทุกข์

พุทธองค์จึงตรัสสอนไว้ว่า

 มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์เท่านั้นดับไป

การทำวิปัสสนา เห็นธรรมนั้น จะต้องเห็นความคิดของเรา ไม่ใช่ไปเห็นแสงสี เทวดา

ท่าน ว. วชิรเมธี

#ทบทวนธรรม #ทำให้มันเห็นของดี #ปฏิบัติให้มันรู้

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:เมตตาที่แท้จริง...อยู่ที่ใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 ถ้าเราเป็นคนที่มีเมตตา แม้แต่เดินผ่านสัตว์ซึ่งดุร้ายเกรี้ยวกราด

มันก็กระดิกหางให้เรา ที่วัดนี้ตรงปากซอยมีสุนัขดุมาก แขกไป

ใครมา แม้แต่เด็กวัดซึ่งเจออยู่ทุกวันมันก็เห่า ก็กระโดดงับ

พออาตมภาพเดินผ่าน ทั้งๆที่มันวิ่งมาจะงับลูกศิษย์ของอาตมาแท้ๆ

มาถึงอาตมามันก็หยุด เพราะในใจอาตมานึกแผ่เมตตาและเขาจะรับ

สัมผัสได้เสมอไปเป็นอย่างนี้ แม้แต่ต้นไม้ทั้งหลายที่เราปลูกไว้ที่

หน้ากุฏินี้ เวลาเราแผ่เมตตาให้เขา เราก็จะสัมผัสได้ถึงความชุ่มเย็น

ที่เขาแสดงออกให้เห็น ถ้าเรามีจิตที่ละเมียดละไม


การที่คนจำนวนมากแผ่เมตตาแล้วไม่ได้ผล เพราะเขามัวแต่จะแผ่เมตตา แต่ไม่มีเมตตาที่จะนำ

ไปแผ่ เห็นไหม ก่อนแผ่เมตตาต้องสร้างเมตตาจิตขึ้นในจิตในใจของตัวเอง

จนกระทั่งว่าให้ผลเป็นความชุ่มเย็นในจิตในใจของตัวเองก่อน แล้วจากนั้นจึงค่อยแผ่ออกไป

กระแสแห่งเมตตาก็จะค่อยๆเลื่อนไหลไปถึงคนที่เป็นเป้าหมายที่เราแผ่เมตตาแต่ปาก แต่ใจของ

เขานั้นยังเต็มไปด้วยความโกรธอยู่เหมือนเดิม

ฉะนั้นรากฐานของการแผ่เมตตาที่แท้จริงอยู่ที่ "ใจ" ไม่ใช่ที่ "ปาก"

ขอบคุณหนังสือ รักแท้คือกรุณา, ว.วชิรเมธี

คัดลอกจาก http://oknation.nationtv.tv/…/yingextreme/2009/11/19/entry-1

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:ช่วงเวลาที่มีค่า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

วันเวลาในชีวิตเรานั้นสั้น วันเวลาก็เหมือนวารี

เมื่อไหลผ่านไปแล้วไม่มีวันหวนกลับมาสองครั้ง

ไม่มีใครมีวันนี้สองครั้ง ไม่ว่าคุณจะมีเงินกี่หมื่นล้าน กี่แสนล้าน

ก็ซื้อวันนี้คืนไม่ได้ ฉะนั้นคนเราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด

วันเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก จงใช้มันอย่างดีที่สุด

ให้ทุกเสี้ยววินาทีเป็นเวลาที่ว่าหลับตานึกถึงแล้วอิ่ม

สำราญบานใจ ไม่รู้สึกผิด 

แม้สูญเสียคนที่รักไป เพราะอย่างน้อย เราได้ดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว”

ท่าน ว.วชิรเมธี

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:มีชีวิตอยู่เพื่อทุ่มเททำ ในสิ่งที่เป็นความใฝ่ผันอันแท้จริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



จงอย่ามีชีวิตอยู่

เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น

จงอย่าทำอะไรเพียงเพื่ออยากเอาชนะคำคน

จงอย่าปล่อยให้สายตา หรือคำพูดของคนอื่น

มามีอิทธิพลต่อคุณมากถึงเพียงนั้น

แต่จงมีชีวิตอยู่เพื่อทุ่มเททำ

ในสิ่งที่เป็นความใฝ่ผันอันแท้จริง

ของตัวเองมาแต่เดิม

- ว.วชิรเมธี -

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เราคิดอย่างไรก็กลายเป็นคนอย่างนั้น...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


คนที่คิดทางบวกเป็นคนที่โชคดีและได้กำไรเสมอ

ส่วนคนที่คิดในทางลบ แม้เรื่องดี ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิต

ก็ยังไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์กับตน

วิธีคิดบ่งบอกอนาคต กำหนดชะตากรรม

เราคิดอย่างไรก็จะกลายเป็นคนอย่างนั้น

คิดบวก ชีวิตก็เป็นบวก

คิดลบ ชีวิตก็ติดลบ 


[ว.วชิรเมธี]

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:การปล่อยวางใน "ภาษาธรรม" แท้ๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


การปล่อยวาง การปล่อยวางมี ๒ ประเภท

๑. การปล่อยวางด้วยความรู้

๒. การปล่อยวางความเขลา

การปล่อยวางด้วยความรู้เกิดขึ้น เพราะผู้ปล่อยวางนั้น ตระหนักรู้เท่าทันความจริงของโลก

และชีวิตว่า ไม่อาจยึดเอาสิ่งใดมาเป็นของตนได้อย่างถาวร เพราะสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ภายใต้

กฎไตรลักษณ์ (กฎธรรมชาติที่เป็นสากลสำหรับทุกสิ่ง)

ที่ว่า "ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา" หรือ "ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้" หรือแปลอีกนัยหนึ่งว่า

"ไม่แน่ ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์" สรรพสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีความไม่เที่ยง คือ

เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นทุกข์ คือ ไม่สามารถทนอยู่ในลักษณะเดิมตลอดไป ทนอยู่ได้

ก็ชั่วครู่ชั่วคราว และสรรพสิ่งล้วนเกิดจากองค์ประกอบที่แตกต่างหลากหลาย มารวมตัวกัน

เป็นกลุ่ม เป็นก้อน เป็นองค์รวม แต่ก็รวมกันได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ในที่สุดแล้วก็มีอันจะต้อง

แตกดับ สลายไป เหมือนกันทั้งหมด ในเมื่อความจริงของสิ่งต่างๆ เป็นอย่างนี้ เราจึงไม่อาจ

"ยึด" เอาอะไรมาเป็น "ของเรา" ได้อย่างแท้จริง เรา "ยึด" สิ่งต่างๆ ว่าเป็นของเราได้เพียง

ชั่วคราวในลักษณะของที่ขอ "ยืม" เขามาเท่านั้น


ในเมื่อสรรพสิ่งที่เรามีอยู่ล้วนเป็นเหมือนของที่ยืม

เขามา เมื่อถึงเวลาก็ต้องส่งคืนด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

เช่น เรายืมอากาศมาหายใจ ในที่สุดก็ต้องคืนสู่ธาตุลม

เรายืมดินมาเป็นร่างกาย ในที่สุดก็ต้องคืนสู่ธาตุดิน

เรายืมไฟมาเป็นความอบอุ่น ในที่สุดก็ต้องคืนสู่ความ

เป็นธาตุไฟ เรายืมน้ำมาหล่อเลี้ยงร่างกาย ในที่สุดก็

ต้องคืนสู่ธาตุน้ำ


ขยายความให้กว้างออกไปจนครอบคลุมสิ่งของ เช่น เสื้อผ้า บ้านเรือน รถ เงินทอง ไร่นา

ฯลฯ ตลอดจนถึงโลกธรรมอันเป็นที่ชื่นชม เช่น ได้ลาภ (จะมีเสื่อมลาภรอเตือนให้คืนลาภอยู่

ในตัว (ได้ยศ จะมีอัปยศรอทวงอยู่) สรรเสริญ (จะมีนินทารออยู่) สุข (จะมีทุกข์รออยู่)

เห็นไหมว่า สรรพสิ่งล้วนตกอยู่ในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาหรือไม่เที่ยง ไม่ทน

ไม่แท้ แม้แต่เพียงอย่างเดียว ดังนั้น เราจึงไม่อาจยึดเอาอะไรมาเป็น "ของเรา"

ได้อย่างแท้จริง เราทำได้แค่เพียงใช้ มี ครอบครอง สิ่งต่างๆ ได้เพียงชั่วคราว

ด้วยความตระหนักรู้ว่า "ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราอย่างแท้จริง" หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ

"สรรพสิ่ง คือ ของใช้ อย่าเข้าใจว่าเป็น ของฉัน" ส่วนการปล่อยวางอย่างที่คุณยกตัวอย่าง

มานั้น เป็นเพียง "ปฏิกิริยา" ต่อบางสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจเท่านั้น ยังไม่ใช่การปล่อยวางที่แท้จริง

แต่อย่างใด วิธีปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ ที่เราเบื่อ แล้วหันหลังให้นั้น หากจะถือว่าเป็นการปล่อยวาง

ก็เป็นเพียงการปล่อยวางใน "ภาษาคน" ยังไม่ใช่การปล่อยวางใน "ภาษาธรรม" แท้ๆ ในเมื่อ

ไม่ใช่การปล่อยวางแท้ เดี๋ยวคุณก็จะมีโอกาสกลับมาทุกข์กับสิ่งที่คุณ "ทำท่าเหมือนจะ

ปล่อยวาง" นั้นอีกครั้งหนึ่งไม่เร็วก็ช้า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม หากทำแล้ว ทำให้

สุขภาพจิตดีขึ้น การถอยออกมาจากบางสิ่งที่กัดกินใจให้หมองหม่นก็เป็นสิ่งที่ควรทำบ้าง

เหมือนกัน

ธรรมะดีๆโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

Dhamma together:ชีวิตของเราจะดีหรือไม่ จะสุขหรือจะทุกข์ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ชีวิตของเราจะดีหรือไม่ จะสุขหรือจะทุกข์ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของเรา

ถ้าเราคิดเป็น ชีวิตก็ร่มเย็นเป็นสุข

ถ้าคิดไม่เป็น ชีวิตก็เข้าสู่วงโคจรของความทุกข์

สิ่งที่จะพูดต่อไป คงจะสอดคล้องกับหลายเรื่องที่ทำให้เรา

หลายคนร้อนอกร้อนใจ ขอให้เป็นคาถาสัก ๔ ข้อ เป็นธรรมะ

ดับร้อน เป็นคาถาที่จำกันง่ายๆ เมื่อนำมาปรับใช้ก็จะทำให้

คลายร้อนได้พอสมควร แต่ถ้าทำได้ครบทุกข้อ หายร้อนทันที

นั้นก็คือ

1. อย่าเป็นนักจับผิด

2. อย่ามัวคิดริษยา

3. อย่ามัวเสียเวลากับความหวัง

4. อย่าฟังเสียงบาปมิตร

ท่าน ว.วชิรเมธี

จากหนังสือ กลั่นทุกข์ให้เป็นสุข

Dhamma together:คาถา...ของดี...ที่ไม่ใช่ดีแค่ใจ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


คำว่า "คาถา" เป็นภาษาบาลี แปลว่า คำประพันธ์ ประเภทร้อยกรอง ซึ่งกล่าวออกมา

หลังจากเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม เช่นพระคาถาธรรมบท เถรคาถา(คาถาของพระ

เถระ) ตัวอย่างเช่น

ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ใจเป็นผู้สร้างสรรค์

หากใจดี ไม่ว่าพูดหรือทำ สุขย่อมตามติดตน

ดังหนึ่งเงา ติดตามตัว

ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ใจเป็นผู้สร้างสรรค์

หากใจเสีย ไม่ว่าพูดหรือทำ ทุกข์ย่อมตามติดตน

ดังหนึ่งล้อเกวียนหมุนวน ตามรอยเท้าโค

ในการสอนของพระพุทธเจ้านั้น การสอนโดยใช้ คาถา นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการสอน

ที่ทรงใช้อยู่เสมอ เพราะการสอนโดยใช้คาถา ทำให้จดจำได้ง่าย เนื่องจากคาถามักจะมี

ความคล้องจอง ไพเราะ เพราะพริ้ง ใช้คำน้อย แต่เก็บความได้มาก ลองสังเกตดู และใน

การสอนของท่านพุทธทาส ก็นิยมใช้คาถาเหมือนกัน คำสอนของท่านหลายบทผู้คนจำได้

ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในรูปคาถา เช่น เรื่องการมองโลกในแง่ดี ท่านนิพนธ์ไว้ว่า

เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา

จงเลือกเอา ส่วนดี เขามีอยู่

เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู

ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย

จะหาคน มีดี อยู่ส่วนเดียว

อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย

เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเอย

ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง



เมื่อคนไทยรับเอาพุทธศาสนามาเป็นศาสนาประจำใจนั้น 

เราก็รับเอาวัฒนธรรมคำสอนโดยใช้คาถาเข้ามาด้วย

โดยโบราณาจารย์ท่านแต่ก่อนมักจะสรุปเอาคำสอน

สำคัญๆของพระพุทธเจ้า มาประพันธ์ในรูปคาถา

แล้วสอนลูกหลานให้ท่อง เช่น คาถาค้าขายที่ดีที่ว่า

"อุ อา ก ส" พ่อค้า แม่ขาย มักรู้จักคาถานี้กันเป็นอย่างดี 

แต่ถ้าท่องได้อย่างเดียว คาถานี้ไม่อาจทำให้รวยได้

คงเป็นได้แต่คาถาอารม คือ ท่องไว้ให้เกิดความขลัง 

ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้ หรือ คาถาหัวใจพระเจ้าที่ว่า "อิ สุวา สุ" เป็นต้น คาถาเหล่านี้

ไม่ได้มีไว้เพื่อสักแต่ว่าท่อง ว่าสวด แต่ต้องรู้จักถอดความว่ามาจากคำเต็มว่าอย่างไร

และตีความเพื่อให้เข้าถึง ความหมายที่แท้จริงว่ามีอยู่อย่างไร เมื่อถอดความได้ตีความเป็น

ก็จะเห็นความรู้อันลุ่มลึกที่ซ่อนอยู่ในคาถานั้นๆ แต่ถ้าสักแต่ว่าท่อง สักแต่ว่าสวด ก็เป็นได้

เพียง คาถาอาคม ซึ่งให้ผลในทางขลัง  (สร้างกำลังใจ) แต่อาจจะไม่ส่งผลอะไรในทาง

ปัญญา 

ท่าน ว. วชิรเมธี

คำนิยม หนังสือ คาถาชีวิต โดย วิกรม กรมดิษฐ์

Dhamma together:เมื่อไรที่ชีวิตของเรามีความทุกข์ ก็กราบความทุกข์มันเลย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ความสุขอยู่ในความทุกข์นั้นเอง และความทุกข์ก็สร้าง

เมล็ดพันธ์แห่งความสุขเอาไว้อย่างนี้ ดังนั้น ถ้าเมื่อไรที่

ชีวิตของเรามีความทุกข์ ก็กราบความทุกข์มันเลย

ฝึกกราบความทุกข์ ฝึกขอบคุณความทุกข์ แล้วจะเห็นว่า

ชีวิตนั้นมีสเน่ห์มาก ถ้าเรามีทัศนคติที่ว่า ความทุกข์จะ

กลายเป็นความสุข ทุกข์มาเรากราบ เรายิ้มรับ หากทุกข์

หนักแสดงว่าวันนั้น ศาสตราจารย์มาเอง ให้นึกอย่างนี้

แล้ว เราจะไม่ตีโพยตีพาย ไม่น้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ทำร้าย

ตัวเอง ไม่ฆ่าตัวเองหรือผู้อื่น ไม่ท้อแท้เวลาที่ความทุกข์

คืบคลานมาสู่ชีวิตเรา

ท่าน ว.วชิรเมธี

Dhamma together:เวลาไม่มีตัวตน แต่หากเรามีปัญญา ก็สามารถสร้างคุณค่าที่เป็น รูปธรรมจากเวลาได้อเนกอนันต์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ทุกครั้งที่เวลาไหลผ่านเราไป หากเราไม่ใช้เวลาให้เกิด

ประโยชน์สูงสุด ชีวิตของเราก็พร่องไปแล้วจากปวงประโยชน์

มากมายที่เราควรได้จากห้วงเวลา เวลาไม่มีตัวตน แต่หากเรา

มีปัญญา ก็สามารถสร้างคุณค่าที่เป็นรูปธรรมจากเวลาได้

อเนกอนันต์ คนเราแม้มีตัวตนเห็นกันอยู่ชัด ๆ

แต่หากปฏิบัติไม่ถูกต่อเวลา ชีวิตก็อาจว่างเปล่ายิ่งกว่าเวลา

ทุกวันนี้เราทุกคนกำลังสาวด้ายแห่งเวลาในชีวิตออกมาใช้กัน

อยู่ทุกขณะจิต

เคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่า เส้นด้ายแห่งเวลาใน ชีวิตของเรา เหลือกันอยู่สักกี่มากน้อย

เราถนัดแต่สาวด้ายออกมาใช้ หรือว่าเราใช้ เส้นด้ายแห่งเวลาอย่างมีคุณค่าที่สุดแล้ว

ท่าน ว.วชิรเมธี “หนึ่งคนตาย ล้านคนตื่น”

 

Dhamma together:พรปีใหม่ ให้ได้ ๙ ต่อไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"พรปีใหม่ ๙ ประการ "

ทุก ๙ ย่าง เพื่อชีวิตที่ ๙ ไกล

๙ หน้า

๙ ไป

๙ ให้ถึงจุดหมาย

คือ...


๑. อย่าโกรธกันข้ามปี อย่าราวีข้ามชาติ

Don't be angry into the new year,

Don't harass into the next life.

๒. ลืมความหลัง ตั้งต้นใหม่ Stop the past, start the new.

๓. แค่ปล่อยก็ลอยตัว Let it go.

๔. อยู่กับปัจจุบัน Being in the here and now.

๕. ปัญญา สุขภาพดี มีความสุข Wisdom, health,

happiness




๖. ทำให้ดีที่สุด ณ จุดที่ทำ

Whatever you're doing,

do it to the best of your ability.

๗. โลกทั้งผอง เป็นพี่น้องกัน

We are all brothers and sisters.

๘. ไม่มีวันนี้สองครั้ง Today only comes once.

๙. โชติช่วงดั่งดวงตะวัน As bright as the sun.

ว.วชิรเมธี

 

Select your language