Dhamma together:เรามีทางเลือกว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาหรือจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหรือเราอยู่เฉยๆ หรือกลางๆ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


มีสโลแกนดังในยุคที่ท่านอาจารย์ยังเป็นนักเรียน ซึ่งท่านฟังแล้ว

รู้สึกประทับใจมากและฝังใจมาโดยตลอด “If you are not

part of the solution, then you are part of the

problem” “เรามีทางเลือกว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้

ปัญหา หรือจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหรือเราอยู่เฉยๆ หรือกลางๆ

ไม่ได้หรอก ถ้าเราไม่ช่วยแก้ เราก็ช่วยก่อ” ในสมัยนั้นมีปัญหา

สังคมมากมาย ทั้งเรื่องความยากจนและความรุนแรงซึ่งเป็นเรื่อง

ที่ท่านอาจารย์สนใจ ท่านสนใจเรื่องการปฏิรูปสังคม ทำอย่างไร

สังคมจึงจะดีขึ้น ทำให้คนยากจนและการเอารัดเอาเปรียบลด

น้อยลง ท่านอยากจะช่วยสังคม 


การออกบวชนั้นไม่ใช่จะเลิกสนใจปัญหาเหล่านี้ ท่านเข้าใจและเชื่อว่า ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงล้วนเกิด

จากจิตใจของมนุษย์ การแก้ที่ระบบการปกครองและการจัดระเบียบสังคมคงจะไม่ถึงรากเหง้าของปัญหา

ถ้าจิตใจของคนยังเต็มไปด้วยโลภ โกรธ หลง ระบบใดๆ ก็ตามจะค่อยๆ เสื่อมไป เพราะระบบต่างๆ ไม่มี

อะไรนอกจากผู้ที่อยู่ในระบบ และถ้าผู้อยู่ในระบบขาดคุณธรรม ระบบนั้นจะบังคับให้คนมีคุณธรรมไม่ได้

ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จิตใจมนุษย์ เราจึงต้องฝึกและพัฒนาจิต แต่ก่อนที่เราจะพัฒนาจิตใจของคน

อื่นได้ เราต้องพัฒนาจิตใจของเราเองก่อน ท่านอาจารย์จึงออกบวชโดยหวังความสงบ หวังปัญญา และ

หวังการพ้นทุกข์ส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันท่านถือว่าเป็นการช่วยสังคม และเป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ดี

ที่สุดด้วย อย่างน้อยที่สุด ท่านก็ได้งดเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น แต่ถ้าดีกว่านั้น ท่านก็จะได้ความรู้

ความเข้าใจในเรื่องความเป็นมนุษย์ และจะได้แบ่งปันความรู้นั้นให้คนอื่นต่อไป ท่านอาจารย์แนะนำให้เรา

ตั้งอุดมการณ์เหมือนท่านว่า ชาตินี้ขอเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา ขอเป็นผู้

ช่วยแก้ปัญหา อย่าได้เป็นผู้ก่อปัญหาเลย

ที่มา: 'เรื่องท่านเล่า' หนังสือรวมนิทานที่พระอาจารย์ชยสาโรเมตตาเล่าไว้

เรียบเรียงโดย ศรีวรา อิสสระ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Select your language