แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:หลักธรรมที่ผู้สูงอายุทั้งหลายควรนำไปใช้ เข้าใจโลก เพื่อที่จะไปสอนคนในสังคม สอนลูกสอนหลานได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

หลักธรรมที่ผู้สูงอายุทั้งหลายควรนำไปใช้คือหลักที่เรียกว่า

พรหมวิหารธรรม ประกอบด้วย 1.เมตตา คือต้องมีเมตตากับทุกคน

เพราะชีวิตได้ผ่านทั้งแง่บวก ลบ เห็นเรื่องดี ไม่ดี จึงเป็นวัยที่ต้อง

ให้ความรักกับคนรอบข้างให้มากที่สุด ซึ่งลูกๆ หลานๆ เองก็คงรู้สึก

ไม่ดีที่เห็นพระอรหันต์ในบ้านมีทิตฐิ ไม่รู้จักพอ

2.กรุณา คือการสงสาร เห็นอกเห็นใจ คนวัยนี้ต้องมีความสงสาร

ให้มาก ทำบุญให้มาก

3.มุทิตา คือความยินดีคนวัยนี้ไม่ควรจะเลิกอิจฉาริษยากันได้แล้ว

4.อุเบกขา คือต้องรู้จักปลง ทุกสิ่งที่ไม่ดีต้องทิ้งไป

ต้องเป็นวัยที่รู้จักวางเฉย เข้าใจโลก เพื่อที่จะไปสอนคนในสังคม สอนลูกสอนหลานได้ เมื่อนำตรงนี้

ไปใช้ได้ชีวิตบั้นปลายก็จะผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเรื่องอะไรมาให้ขุ่นข้องหมองใจอีกต่อไป...เจริญพร

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000040673
#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความเป็นจริงแล้วธรรมะเป็นเรื่องของทุกวัย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

โยมถ้าพูดถึงเรื่องธรรมะ โยมมีความรู้สึกอย่างไรกันบ้าง

ถ้าคนที่มีอายุมากแล้ว อย่าเรียกว่า คนแก่นะโยม

เพราะบางคนยังไม่อยากแก่ ทั้งๆ ที่หน้าตาก็บ่งบอกถึงอายุ

อานามแล้วก็เหอะ ที่จริงคนแก่ถือว่าเป็นคนที่มีบุญมากและ

มีวาสนา เพราะกว่าจะแก่ได้ไม่ใช่ธรรมดา ต้องสะสมอายุ

อย่างน้อยห้าหกสิบปีเลยนะ โยมว่าไหม ไม่ใช่เกิดมาจะแก่

เลยได้ซะเมื่อไหร่ บางคนเกิดมาไม่ทันไรก็ตายไปซะแล้ว

ไม่มีโอกาสได้แก่เลยก็มี ดังนั้นใครที่อยู่มาจนแก่จงภูมิใจ

เราก็หนึ่งในตองอูนะโยม เราจงเป็นคนแก่อย่างมีคุณค่า

สูงสง่าด้วยธรรมะ 

มาเข้าเรื่องมุมมองธรรมะกันต่อแล้วกัน ถ้าเป็นคนที่มีอายุมากแล้วก็จะมองว่าธรรมะเป็นเรื่อง

สำคัญมาก ถ้าเป็นวัยรุ่นส่วนมากก็จะมองว่า ธรรมะไม่ใช่เรื่องของวัยรุ่น ธรรมะเป็นเรื่องของคนแก่

ความเป็นจริงแล้วธรรมะเป็นเรื่องของทุกวัย ธรรมะเป็นเรื่องของทุกคน ถ้าคนในสังคมมีธรรมะ

สังคมก็จะมีความสงบร่มเย็น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งที่สุดคือ การนำธรรมะไปใช้ เพราะคนรู้ธรรมะชอบ

เอาชนะคนอื่น ส่วนคนที่มีธรรมะชอบเอาชนะตนเอง คนรู้ธรรมะกับคนมีธรรมะนั้นต่างกันมาก

อาตมาขอให้โยมมีธรรมะจะได้เข้าใจชีวิตอย่างแท้จริง

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...เล่าเรื่องของดี ของศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เอาล่ะโยม วันนี้เราจะมาพูดถึง เครื่องรางของขลังกัน คนส่วนมากก็จะเชื่อ รวมถึงอาตมาด้วย

ของดี ของขลังนั้นมีอยู่จริง ความศักดิ์สิทธิ์ก็เช่นกัน แต่อาตมาเชื่อไปมากกว่านั้นคือ ของดีจะอยู่

กับคนดี ของศักดิ์สิทธิ์จะอยู่กับคนศักดิ์สิทธิ์ ของขลังอยู่ที่ใจ จะทำให้เข้มแข็ง เมื่อใจเข้มแข็ง

ความเลวก็ไม่เข้ามาใกล้ได้ คนที่เป็นคนดีจะมีค่ามากกว่าคนที่มีของดีที่ทำตัวเลว เพราะถ้าคิดว่า

ตนเองมีของดี มีของขลังแล้วไปทำในสิ่งที่เลว ก็ถือว่าเลวกว่าคนอื่นหลายเท่า ถ้าเรามีแต่ของดี

แต่ไม่ทำความดี ของดีก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น

เรื่องความศรัทธา ความเชื่อนี่มันก็แปลก มันฝังลึกลงในใจของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

บางคนสร้างบ้านเสร็จต้องรอฤกษ์รอยามที่ดีจึงขึ้นบ้าน โยมท่านหนึ่งมาขอฤกษ์ดีเพื่อขึ้นบ้านกับ

หลวงพ่อปัญญานันทะ พอโยมมาถึงกราบหลวงพ่อเสร็จ ก็พูดขึ้นว่า “หลวงพ่อคะดิฉันสร้างบ้าน

เสร็จแล้ว จะขึ้นบ้านได้เมื่อไหร่คะ” หลวงพ่อปัญญาจึงถามกลับไปว่า “แล้วโยมสร้างบันไดเสร็จ

หรือยัง ถ้าสร้างเสร็จแล้วขึ้นได้เลย ไม่ต้องรอหลวงพ่อ”!!

คือมันอย่างนี้นะโยม ถ้าทุกอย่างพร้อมก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดี

ถ้าเราทำตัวดีแล้ว ทำตัวเป็นมงคล ความดีความมงคลก็จะ

เกิดขึ้นกับโยม บางคนได้ฤกษ์สร้างบ้านดี แต่มีเงินซื้อ

แค่เสา ผ่านไปหนึ่งปีก็มีแต่เสาอย่างนั้น แล้วโยมฤกษ์ดี

จริงไหม? ดังนั้นอาตมาขอสรุปเข้าใจง่ายๆ คือ ของดี

ของศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริง แต่เราไม่ต้องไปวิ่งหาที่ไหน เพราะ

ถ้าเราวิ่งหามาได้ แต่เราไม่สั่งสมความดีให้เกิดขึ้นในตน

เครื่องรางของขลังก็ช่วยอะไรไม่ได้ มันก็กลายเป็นแค่วัตถุ

ชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง


ในพุทธศาสนาสอนให้เราเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม คือ การกระทำ เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็น

เผ่าพันธุ์ มีธรรมะเป็นที่พึ่งอาศัย ใครทำกรรมใดไว้จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น คือ ทำดี...ดี

ทำชั่ว...ชั่ว เมื่อเรามีความดี ความดีจะดึงดูดสิ่งที่ดีเข้ามาหาเราเอง โดยไม่ต้องไปแสวงหา

เครื่องรางของขลังนะโยม เจริญพร

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

 
เพลง ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์
 
ศิลปิน เอ๋ สันติภาพ
คำร้อง/ทำนอง กร ท่าแค
เรียบเรียง เอ๋ สันติภาพ

ตำนาน แผ่นดิน บนถิ่น แดนดินปักษ์ใต้บ้านเรา
เมืองสิชล มีตำนานเรื่องเล่า
จากวัดร้างเก่าๆ ไม่มีใครเหลียวแล
ถูกทิ้งมากว่าพันปี

เด็กวัด อยู่ในวัย สิบขวบ
ติดตามหลวงปูทวดมาจากวัดพาโค
ตั้งใจเดินทางไกลมาปักกลด
เหมือนสวรรค์ทรงโปรด ธุดงค์มาเจอวัดเจดีย์ร้าง

ความตั้งใจของเด็กตัวน้อยคอยอยู่ข้างๆ
ให้หลวงปู่ทวดนำทาง ชี้ทางสว่างให้เรื่อยไป
เป็นเด็กน้อย ยามว่างเจ้าก็เลี้ยงไก่
เสียงขันไปไกล จนใครๆ ได้ยิน
เป็นเด็กวัดถูกเรียกไอ้ไข่จนคุ้นชิน
ถูกฝังให้รักแผ่นดิน เฝ้าทรัพย์สมบัติในวัดเจดีย์

ไม่นานวัดเจดีย์ก็เริ่มรุ่งเรือง
มีพระมาบวชใต้ร่มผ้าเหลือง เพื่อสืบทอดศาสนา
ปี พ.ศ. สองพันห้าร้อยที่ผ่านมา มีทหารพรานมา
ตั้งฐานทัพในวัดชั่วคราว

ตกกลางคืนตั้งใจนอนหลับกันยาวๆ
แต่ต้องตื่นกันถึงเช้า เพราะไม่ได้นอนมีเด็กก่อกวน
วิญญาณน้อย ไอ้ไข่ผู้เข้าขุมทรัพย์
หลอกเล่นลักหลับ จับหัวจับขาผลักปืน
พอตอนเช้ามาถามไถ่ชาวบ้านเล่าเรื่องเมื่อคืน
ทหารทุกนายแทบล้มทั้งยืน ที่เจอทั้งคืนนั้นฤทธิ์ไอ้ไข่

วันต่อไป หุงข้าวต้องนึกถึงไข่
คืนต่อไป ก่อนนอนต้องเรียกไอ้ไข่

อภินิหารขอได้ไหว้รับอย่างแน่นอน
สัจจะทุกตอน ขออะไรสมปรารถนา
พรไอ้ไข่ ส่งไปทุกคนบนมา
ทุกถ้อยวาจา มีฟ้านั้นเป็นพยาน

อิติ อิติ กุมารไข่เจดีย์
จะมะหาเถโร ลาภะ ลาภา ภะวัจตุเม
อิติ อิติ กุมารไข่เจดีย์
จะมะหาเถโร ลาภะ ลาภา ภะวัจตุเม

กุมารเทพแห่งแผ่นดินปักษ์ใต้
จุติไว้ ชื่อไอ้ไข่วัดเจดีย์
เมืองสิชล ที่ตั้งนครศรี
แผ่รัศมี เลื่องลือเรื่องปาฏิหาริย์
ถนนคดเคี้ยวจากทั่วหลักสารทิศ
มุ่งไปยังทิศ ภาคใต้ที่เขากล่าวขาน
นี่คือถิ่นเด็กวัดที่เป็นตำนาน
ศิษย์มีอาจารย์คือหลวงปู่ทวดที่เรานับถือ

จะขออะไร จะขออะไร ใครได้ทั้งเพ
ไอ้ไข่ให้เทขอบุญบนบานกับมือ
ธูปสามดอก แล้วก็บอกสิ่งที่ขอคือ
ได้แล้วอย่ายื้อ อย่าช้า รีบมาแก้บน

เสียงประทัด ดังกึกก้องไปทั่ว
รูปปั้นไก่หลายตัว เรียงรายตั้งอยู่บนพื้น
อภินิหาร ไอ้ไข่ยังยืน จะกี่วันคืน
ขอยื่นมา ช่วยเหลือทุกคน

...อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/13831

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทางสายกลาง...ทางสายเอก...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...





"ทางสายกลาง...เป็นทางสายเอก...

 ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้

 ใครที่เดินมาทางสายนี้

 ก็มีความสุขได้ทุกคน

 ไม่จำเป็นต้องบวช

 ไม่จำเป็นต้องอยู่คนเดียว

 ไม่จำเป็นต้องทิ้งครอบครัว

 ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกับคนในสังคมได้

 โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสถานภาพที่เป็นอยู่..."





พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กลับมาคิดถึงตัวเอง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




ตอนเป็นเด็กเราก็คิดไม่ถึงคนโต

ตอนโตเราก็คิดไม่ถึงคนแก่

ตอนแก่เราก็คิดไม่ถึงคนตาย

ตอนมีก็ไม่ได้คิดถึงคนจน

ตอนไม่ป่วยก็ไม่ได้คิดถึงคนป่วย

ตอนไม่ป่วยก็ไม่ได้คิดถึงคนตาย

ที่กล่าวมาชีวิตมีแต่คิดถึงคนอื่น ‪

#‎กลับมาคิดถึงตัวเอง‬ #รักตัวเอง

แล้ว #ความสุขจะเข้ามาหาเอง

เจริญพร

 พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ภาษาเพลง,,,ภาษาธรรม...เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลง...กับเพลง...ฟ้ายังฟ้าอยู่...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราจะมาเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลง เพื่อยอมรับและทำใจให้รู้เท่าทัน 

เราจะมาเรียนรู้ความพลัดพรากเสียใจ เพื่อเข้าใจถึงการปล่อยวาง 

เราจะมาเรียนรู้ความคิดต่าง เพื่อความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

เราจะมาเรียนรู้ความเหินห่าง เพื่อรู้ถึงคุณค่าของเวลาและการรอคอย


โยมอย่ากลัวเลยกับการเปลี่ยนแปลง

เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่จะเลวร้ายเสมอไป

หากการเปลี่ยนแปลงเป็นดั่งเมฆ

มันก็ไม่ได้มืดครึ้มเสมอไปหรอกนะ

เมฆสวยๆ ชวนจินตนาการก็มี

บางครั้งการเปลี่ยนแปลง

อาจจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมากกว่าเดิมก็ได้

ขอเพียงเราเรียนรู้อย่างเท่าทัน เท่านั้น

เราก็จะมีความสุขกับปัจจุบันที่เป็นอยู่


พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต 

เหนื่อยล้า อาจมีวันฟ้าเป็นสีเทา เพียงเงาเมฆฝนลอยมาขวางกั้น

 ฝัน หากความฝันยังดูมืดอยู่ ทนดูต่อไปมีโอกาสได้เห็น 

หากกลัวฝน รีบท้อไม่ทน มองดูวันข้างหน้า พรุ่งนี้อาจไม่มีฟ้าเป็นสีฟ้า 

* ( ฟ้ายังฟ้า อยู่ ) ฟ้ายังดูสดใส 

( ฟ้ายังฟ้า อยู่ ) ฟ้าไม่เลือนจากไป 

( ฟ้ายังฟ้า อยู่ ) มั่นใจ พรุ่งนี้ต้องมีสิ่งที่ดีกว่า เดินฝ่าเฆฆฝนยืนดูอยู่บนยอดเขา ฟ้าคอยอยู่ 

ความหวัง อย่าจริงจังกับความแพ้พ่าย ไหว้วอนกับใครคงไร้ประโยชน์ 

โกรธ อย่าไปโทษใครอื่น อันความยั่งยืนมันขึ้นอยู่ที่เรา 

หลับตาพัก ให้ใจมีโอกาส วาดวันข้างหน้า ค้นหาจุดยืนแล้วเดินจากจุดนั้น 

( ซ้ำ * ) 

ฟ้ายังฟ้า อยู่ ฟ้ายังดูสดใส 

ฟ้ายังฟ้า อยู่ ฟ้าไม่เลือนจากไป 

ฟ้ายังฟ้า อยู่ ฟ้ายังดูสดใส 

ฟ้ายังฟ้า อยู่ ฟ้าไม่เลือนจากไป ฟ้ายังฟ้า

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รักษาสุขภาพให้ดี เราต้องป้องกันเอาไว้ก่อน เพราะป้องกันดีกว่าซ่อมแซม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพให้ดี เราต้องป้องกันเอาไว้ก่อน เพราะป้องกันดีกว่าซ่อมแซม ยิ่งเรื่อง

สุขภาพยิ่งต้องดูแลให้ดี ถ้าปล่อยให้สุขภาพแย่มาก ๆ มันก็หนักในการรักษา ถ้าเราดูแลตัวเองดี 

ผลดีทั้งปวงก็จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ไม่ต้องหยุดงาน ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สุขภาพจิตของเรา

ก็ไม่ตกด้วย สิ่งเหล่านี้เราป้องกันได้ทั้งนั้น เรื่องสุขภาพจิตยิ่งสำคัญ ถ้าเรารักษาจิตของเราให้

ดีแล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาวการณ์อย่างไร เราก็ไม่ตกอยู่ใต้สถานการณ์นั้น


ถ้าเราฝึกจิตได้ดี เราจะเป็นผู้ควบคุมอารมณ์ 

แต่ถ้าเราไม่เคยฝึกจิตเลย อารมณ์ก็จะเป็นตัวควบคุมเรา 

และลากเราไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย 

พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสไว้ว่า จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้ 

เมื่อจิตเราดี ทำให้เราคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี 

และพาตนเองไปสู่สถานที่ดีตามไปด้วย 

เมื่อจิตดี ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำก็เป็นสิ่งที่ดี 

เรียกว่าเป็นการสร้างกรรมดีให้แก่ตน 

เมื่อสร้างกรรมดีผลออกมาคือความดีและความสุข  


พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ใช้ความสงบ...สยบความเคลื่อนไหว...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


หากว่าเรามีความทุกข์ จงใช้สติให้มาก เพราะความทุกข์จริง อายุมันสั้นนิดเดียว แต่เราชอบต่ออายุ

ความทุกข์ ด้วยการกลับไปคิดซ้ำซากในทุกข์เรื่องเดิม ไปเติมไฟแห่งความทุกข์ มันก็เลยดับทุกข์ไม่ได้


ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว

ใช้ความสงบนิ่งของใจ 

เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลง

ใช้ความเงียบของจิต

เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหัวใจ

ใช้การเปลี่ยนแปลง 

เป็นบททดสอบความมั่นคง

ทางสติปัญญาของเรา





ที่จริงแล้วความทุกข์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว เพราะว่ามันเกิดขึ้นพร้อมกับชีวิตของเราอยู่แล้ว

เพียงเรารู้จักเปลี่ยนมุมความคิด ชีวิตก็สุขแล้ว...

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:คิดเป็น...รวยก่อน...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



อาตมาว่า ไม่มียุคไหนที่มันทำมาหากินง่าย 

เท่ากับยุควิกฤติเศรษฐกิจอีกแล้ว 

โยมที่ตกงาน 

วันนี้โยมจน ต้องจนเป็นแบบไม่โง่ๆ 

โยมจน แต่มีปัญญา เดี๋ยวเดียวก็จะหมดจน 

คิดให้เป็น เพราะคนคิดเป็น...จะรวยก่อนเสมอ ...





พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความดี ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ และคนดีทั้งหลายสรรเสริญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


ในพระสูตร ขุททกนิกาย อปทาน ยังได้กล่าวถึงพระคุณสมบัติของ

พระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ ว่าเป็นพระพุทธเจ้าที่ทรงไว้

ซึ่งความกตัญญูกตเวที ดังที่พระกาฬุทายีเถระพรรณนาไว้

นอกจากนี้แล้ว ในพระสูตร อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต

ยังได้รับรองไว้อีกว่า ความเป็นคนกตัญญูกตเวที

คนดีทั้งหลายสรรเสริญ ความกตัญญูกตเวที

เป็นภูมิหรือพื้นฐานของความเป็นคนดี

ส่วนคนอกตัญญูอกตเวทีนั้น คนไม่ดีด้วยกัน ย่อมสรรเสริญ

และนับว่าเป็นพื้นฐานของความเป็นคนไม่ดี ดังพุทธพจน์ว่า


“ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวทีนี้ เป็นภูมิอสัตบุรุษ (คนไม่ดี) ทั้งหมด

ภิกษุทั้งหลาย ส่วนสัตบุรุษ (คนดี) ย่อมเป็นคนกตัญญูกตเวที

ก็ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีนี้ สัตบุรุษ (คนดี)ทั้งหลาย สรรเสริญ

ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีทั้งหมดนี้เป็นภูมิสัตบุรุษ (คนดี)”

จากเนื้อหาในพระไตรปิฎก ทำให้ทราบถึงหลักธรรมที่กลายมาเป็นวัฒนธรรมไทยที่สำคัญหลายข้อ

และได้รับการประพฤติปฏิบัติมาเป็นเวลายาวนาน ธรรมข้อธรรมแรกนั้น ระบุถึงความเป็นคนอ่อนน้อม

หรือเรียกว่ามีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครู อาจารย์ ย่อมจะพบกับความสุขความเจริญ

ส่วนหลักธรรมถัดมา เป็นหลักธรรมสำคัญยิ่ง คือความกตัญญูกตเวที การรู้คุณและตอบแทนคุณผู้ที่เคย

ทำคุณแก่ตนเป็นความดี ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ และคนดีทั้งหลายสรรเสริญ

ตรงกันข้ามกับคน อกตัญญูอกตเวที พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นความไม่ดี

ตัวอย่างจาก พระไตรปิฎก แสดงไว้ชัดเจนว่าการที่พระสารีบุตร ได้รับคำชมจาก พระพุทธเจ้า

ว่าเป็นพระสงฆ์ที่กตัญญูกตเวทีเพียงเพราะการ ได้รับอาหารที่พราหมณ์ใส่บาตรให้ ๑ ทัพพีเท่านั้น 

ดังนั้น ลูกทั้งหลาย ที่พ่อแม่เลี้ยงดูมาด้วย ข้าวหลายเกวียน หลายกระสอบ หากละเลยหรือละทิ้ง

ไม่ดูแลท่าน ก็จะเป็นคน อกตัญญู ขอฝากเป็นธรรมคติว่า

“ความอ่อนน้อม ทำให้ผู้ใหญ่ รักและหวังดี ความกตัญญูกตเวที ทำให้เป็นคนดีและเจริญรุ่งเรือง”

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

ที่มา ธรรมะวันสงกรานต์

http://www.sookjai.com/index.php?topic=32866.0

Dhamma together:เจตนาในการให้ทาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



เจตนาในการให้ทานต้องบริสุทธิ์

ให้มีจิตใจร่าเริงเบิกบานในการทำทานสามขณะคือ

ก่อนให้ ต้องทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบานเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น

ให้ได้รับความสุขเพราะทานของตน

ขณะให้ ขณะที่กำลังลงมือให้ทาน ก็ทำด้วยจิตใจที่ยินดี

และเบิกบานในทานที่ตนกำลังให้ผู้อื่น

หลังให้ เมื่อเราให้ทานไปแล้ว เมื่อหวนคิดถึงทานที่ตนได้

ทำไปแล้วครั้งใด ก็ให้ทำจิตใจให้มีความโสมนัสร่าเริง

เบิกบาน ยินดีในทานนั้นๆ


พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

Select your language