แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่เทสก์ เทศรังสี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่เทสก์ เทศรังสี แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:เมื่อสิ่งใดที่ละได้แล้ว อารมณ์ใดที่วางได้แล้ว เราก็จะต้องรักษาไม่ให้สิ่งนั้น มันเกิดขึ้นมาอีก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 การภาวนา คือ การอบรมจิตให้มีความสงบ 

เป็นการชำระจิตใจให้สงบจากอารมณ์ต่างๆ

ยิ่งเป็นการละเอียดไปกว่าการรักษาศีลอีก

จิตของเราถ้ายังไม่สงบตราบใดแล้ว

มันก็จะต้องยุ่งวุ่นวายอยู่ตราบนั้น

เมื่อมาฝึกหัดภาวนา เห็นโทษ เห็นภัย

ของความยุ่งยากไม่สงบด้วยตันเองแล้ว

เราก็จะพยายามทุกวิถีทางที่จะละความไม่สงบ

เมื่อสิ่งใดที่ละได้แล้ว อารมณ์ใดที่วางได้แล้ว

เราก็จะต้องรักษาไม่ให้สิ่งนั้น มันเกิดขึ้นมาอีก

ไม่ใช่ว่าเราละได้แล้วก็แล้วไปเลยไม่ต้องคำนึงถึงมันอีก อย่างไม่ถูกต้อง เพราะมันอาจ สามารถ

ที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีก ถ้ามันเกิดมาทีหลังจะยิ่งร้ายกว่าเก่า

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:"วิธีละกรรมชำระบาป คือ ภาวนา"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ใจที่เรายังไม่ได้อบรมภาวนาคือไม่ได้นั่งสมาธิ จิตจะต้องยุ่ง

ส่งส่ายวุ่นวายไปหาอารมณ์ที่ชั่วที่ดี โดยมากมักเป็นไปใน

ทางที่ไม่ดี เมื่อเรามานั่งภาวนาทำสมาธิสำรวมอยู่ในทางที่ดี

นั้นเรียกว่าละชั่ว นี่แหละเป็นการชำระกรรม "คือว่า

"ล้างบาปด้วยวิธีนี้ ล้างความชั่วด้วยวิธีนี้" จนกระทั่ง

เราล้างชำระจนหมดจด

ความชั่วที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ละขณะนั้นเลย

ถ้าหากเราหัดอยู่อย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ความชั่วก็หมดไป ๆ เวลามันออกมาอีก เมื่อมาอยู่ธรรมดา ๆ

ก็จะไม่ยอมทำความชั่วนั้นต่อไป "วิธีละกรรมชำระบาปอย่างง่ายที่สุด คือด้วยการภาวนา

เหตุนั้นจึงควรหมั่นทำบ่อยๆ จนกว่ามันจะหมดสิ้นไป ..

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ตัวสติ ตัวมาร

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อมีสติแล้ว อะไรจะมาผูกมัดไม่ได้

ถ้ามีสติอยู่ทุกเมื่อ มันก็ไม่หลงใหล

นั่นแหละมารไม่สามารถจะมองเห็นได้ ตัวมาร คือ ไม่มีสติ,

ตัวมาร คือ ความลุ่มหลง,คือ ความประมาท เพลิดเพลิน

ในกามคุณทั้งห้า อันมี รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ

(สัมผัสกาย) เป็นดอกไม้ของมาร เมื่อไปชมดอกไม้

มันก็ดักเอาตรงนั้นน่ะซี ตาเห็นรูป มารก็ไปดักเอาตรงนั้น

ที่ชอบใจไม่ชอบใจอะไรต่างๆ ถูกบ่วงหมด

กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทั้งหมดทั้งดีและชั่ว เรียกว่าถูกบ่วงมารทั้งนั้น

เราทุกคนไม่มี “สติ” ได้ชื่อว่า ถูกบ่วงของมารแล้ว

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน


Dhamma together:สอนอัตตาก่อน จึงค่อยสอนอนัตตา..

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ศาสนาพุทธสอนถึงอัตตา สอนอัตตาเสียก่อน จึงค่อย

สอนอนัตตา อัตตาคือตัวตนท่านสอนเบื้องต้น ให้พึ่ง

ตนเอง ตนของตนเป็นที่พึ่งของตน นี่เรียกว่าสอนถึง

ตัวตน เมื่อสอนอัตตาแล้ว ให้คิดค้นถึงตัวอัตตาที่ว่าเป็น

ของตนของตัวนั้นมีอะไรเป็นของแน่นอนถาวรแล้วเป็น

ตนเป็นตัวจริงไหม คิดค้นไปถึงอัตตาแล้ว ไม่มีอะไรเป็น

สาระ เช่น ขันธ์ห้า รูปก็ไม่ใช่ถาวรแน่นอนแก่เเฒ่าชำรุด

ทรุดโทรมไปเป็นลำดับ ห้ามไม่ได้ บอกไม่ฟัง ในผล

ที่สุดก็ดับสลายหายไป เวทนา สัญญา สังขาร

วิญญาณ เป็นนามธรรมก็ทำนองเดียวกัน


เวทนาเกิดขึ้นเพราะมีเหตุปัจจัย เมื่อเหตุปัจจัยไม่มีเวทนาก็หายไป สัญญา สังขาร วิญญาณ

ก็เสื่อมสูญไปหมด ในผลที่สุดก็ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอนถาวร เห็นขันธ์ห้าเป็นของไม่แน่นอนถาวร

ถึงจะวางได้ วางนั้นแหละคือตัวอนัตตา ปล่อยวางคือตัวอนัตตาทั้งรูปทั้งนาม สอนเรื่องภาวนา

จิตก็เป็นอนัตตา สอนไม่ได้ห้ามไม่ฟัง ไม่ให้คิดนึกก็คิดนึก พอเราปล่อยวางเราไม่ยึดเอาเป็น

ของเราจิตที่คิดนึกส่งส่ายก็เลยหมดเรื่องไป ถ้าเราไปยึดก็กลายเป็นของเราขึ้นมา ถ้าไม่ยึด

ก็เลยเป็นอนัตตา เมื่อถึงอนัตตาเมื่อไรแล้วจะรู้สึกด้วยตนเองว่าอะไรเป็นอนัตตา อะไรเป็น

อัตตา เห็นชัดด้วยตนเอง แต่อัตตาหรืออนัตตานั่นแหละเป็นเครื่องวัดเทียบกันอยู่ตลอดเวลา

ถ้ามีแต่อนัตตาฝ่ายเดียวไม่มีอัตตาเสียแล้ว เราก็จะไม่มีเครื่องวัดเครื่องเทียบ เมื่อไม่มีเครื่อง

วัดเครื่องเทียบก็ไม่รู้จักว่าอะไรเป็นอะไร อัตตามีสุขขนาดไหน มีทุกข์ขนาดไหน..

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี..

Select your language