แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาใจ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็ยิ่งจำเป็นต้องเอาสติมาใช้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การเจริญสติเป็นวิธีการที่ต่างจากสมาธิ 

สมาธิเป็นการให้จิตจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อรู้สึกเบื่อก็เอาจิตไปจดจ่ออยู่กับเสียงเพลง เสียงนก ต้นไม้

หรือการวาดรูป ทำให้ลืมความเบื่อไปได้ นี่เป็นงานของสมาธิ ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนอารมณ์ไปจดจ่อ

สิ่งอื่นแทน แต่สติเป็นอีกวิธีการหนึ่ง คือดูหรือเห็นเฉยๆ ไม่เข้าไปเป็น แค่เห็นอารมณ์เกิดขึ้น

และเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นกับมัน ไม่ปรุงแต่งต่อเติมมัน มันก็ดับไป เหมือนไฟที่ไม่มีเชื้อ 

ไม่มีฟืนก็ดับมอดไปเอง ทุกข์อยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะใจไปยึดมันเอาไว้ 

เป็นเพราะใจปรุงแต่งต่อเติม มันถึงอยู่ต่อเนื่องเป็นชั่วโมง เป็นวัน บางทีก็เป็นอาทิตย์ 

และที่ใจไปยึดมันก็เพราะไม่รู้ตัว เหมือนกับคนที่แบกหินทั้งๆที่เหนื่อยเป็นทุกข์ ก็ยังแบกเอาไว้ 

นั่นเป็นเพราะไม่รู้ตัว ทำนองเดียวกับคนที่เจอไฟไหม้บ้าน เห็นอะไรใกล้ตัวก็ขนออกไปก่อน 

บางทีแบกตู้เซฟ แบกโอ่งน้ำซึ่งหนักมาก แต่ยังแบกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านอย่างสบาย 

ตอนนั้นไม่รู้สึกหรอกว่าหนักเพราะความกลัวมันครอบงำใจจนกระทั่งลืมตัว แต่ยิ่งวิ่งก็ยิ่งเหนื่อย 

ครั้นหนีมายังที่ปลอดภัยหายกลัวแล้วจึงรู้สึกว่าหนัก 

พอรู้ตัวว่าแบกตู้เซฟหรือโอ่งน้ำเท่านั้นก็วางมันลงทันที

ความยึดมั่นถือมั่นเกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ยึดแล้วทุกข์ 

ทั้งๆ ที่แบกแล้วทุกข์ก็ยังยึดเอาไว้ แต่พอรู้ตัวเมื่อไรก็วางเอง

ไม่ต้องมีใครสั่ง ถึงที่สุดแล้ว นอกจากความแก่ ความเจ็บป่วย 

และความพลัดพรากแล้ว ความตายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

ที่เราทุกคนต้องเจอ เมื่อหนีความตายไม่พ้นก็ต้อง

พร้อมเผชิญหน้ากับมัน ยอมรับความตายว่า เป็นธรรมดาของชีวิต 

แม้จะมีความกลัวเกิดขึ้นก็ให้รู้ว่ากลัว มีสติเห็นความกลัว

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็ยิ่งจำเป็นต้องเอาสติ

มาใช้ เพื่อให้เราเผชิญหน้ากับความตายได้ด้วยใจสงบ

 เพื่อทำให้ใจนี้เป็นกุศล ไม่หม่นหมอง ไม่ตื่นตระหนก 

สติมีความสำคัญมากสำหรับการรับมือกับความกระสับกระส่าย รวมทั้งความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับกาย 

อะไรเกิดขึ้นก็มีสติดูมันไป สติจะช่วยรักษาใจให้เป็นปกติ สามารถปล่อยวางสิ่งต่างๆได้ 

ไม่อย่างนั้นจะไปสุคติได้ยาก วิชาสุดท้ายที่ต้องใช้เมื่อเราจะตายคือการเจริญสติ 

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ความสุขอยู่ที่ใจ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ

โดย พระไพศาล วิสาโล 

สนพ. อมรินทร์ธรรมะ

#ความสุขอยู่ที่ใจหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ #amarindhamma #อมรินทร์ธรรมะ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน

 #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น 

#เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

 

INDHAMMA:ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ รักษาใจให้เป็นบุญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าเราตระหนักชัด 

ในความไม่แน่นอนของชีวิตนี้แล้ว 

ไม่มีทางที่เราจะไปทะเลาะกับใคร 

หรือจะไปอิจฉาใคร หรือเบียดเบียนใคร 

เพราะอะไร เพราะเวลาไม่พอ 

วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา

หรือของเขา 

เราควรใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ 

รักษาใจให้เป็นบุญ ชีวิตเรามีค่าเพราะมันมีจำกัด 

ยิ่งสำนึกในความไม่เที่ยงของชีวิตก็ยิ่งสำนึกในค่าของมัน ทำให้เราระมัดระวังในสิ่งที่เราทำ

และถ้อยคำที่เราพูดมากขึ้น เพราะต้องการให้มันเหมาะสม ให้มันสมค่ากับชีวิตของตน

ที่มา : ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร

Dhamma by Ajahn Jayasaro

ขอบคุณจากเพจ Kanlayanatam


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


Dhamma together:ทำชีวิต...ให้มีเวลาเหลือเฟือ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"เชื่อหรือไม่ เมื่อใจเราสงบนิ่ง

เวลาก็จะเคลื่อนช้าลง ทำให้เรามีเวลาเพิ่มขึ้น 

ลองฝึกใจให้รู้จักความสงบเย็นบ้าง 

เมื่อใดที่สามารถรักษาใจให้สงบได้

แม้กายจะเคลื่อนไหวไปกับงาน

จะพบว่าเราเองก็สามารถ

ทำชีวิต ให้มีเวลาเหลือเฟือได้"

พระไพศาล วิสาโล

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รวมใจไว้ที่ปัจจุบัน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

รวมใจไว้ที่ปัจจุบันเท่านั้นอะไรที่ควรจัดควรทำ

ก็จัดก็ทำไปให้ดีงามเหมาะสม

ไม่ย้อนไปผูกใจถึงอดีต ไม่มุ่งไปผูกใจในอนาคต

การทำสมาธิที่ท่านอบรมกันอยู่เพื่อความสงบเย็นใจนั้น

ก็เป็นการรักษาใจให้อยู่กับปัจจุบัน 

มิให้ย้อนไปอยู่กับอดีต

หรือล่วงหน้าไปอยู่กับอนาคต

ผู้ที่ความไม่สมปรารถนาเกิดขึ้นแล้ว ก็สามารถจะรักษาใจให้คลายความทุกข์หรือไม่เป็นทุกข์ได้

ด้วยการรักษาใจให้อยู่กับปัจจุบันได้เช่นกัน

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:การบำรุงรักษาตน คือใจเป็นเยี่ยม

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 "การบำรุงรักษาตน คือใจเป็นเยี่ยม

จุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก คือ ใจ

ควรบำรุงรักษาด้วยดี ได้ใจแล้ว คือได้ธรรม

เห็นใจ แล้วคือ เห็นธรรม

รู้ใจแล้วคือ รู้ธรรม

ทั้งมวล ถึงใจตนแล้วคือ ถึงพระนิพพาน

ใจนี้คือสมบัติอันล้ำค่า จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมอง

ข้ามไป คนพลาดใจคือ คนไม่สนใจปฏิบัติต่อดวงใจ

ดวงวิเศษในร่างกายนี้ แม้จะเกิดสักร้อยชาติพันชาติ

ก็คือ ผู้เกิดพลาดอยู่นั่นเอง...."

โอวาทธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:พบสุขที่จิต พบมิตรที่ใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ผู้คนเป็นอันมากยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าหาความสุข ทั้งนี้เพราะคิดว่าความสุขนั้นอยู่

นอกตัว ถ้าได้กินของอร่อย ฟังเพลงเพราะ ได้ของถูกใจ เที่ยวต่างประเทศ ได้คนรู้ใจมาเป็น

คู่ครอง จึงจะมีความสุข แต่น้อยคนที่ตระหนักว่าความสุขนั้นพบได้ที่ใจตน หลายคนทำอะไร

ต่ออะไรมากมายเพราะอยากได้ความสุข แต่ก็ไม่พบความสุขเสียที ทั้งนี้ก็เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เขามอง

ข้ามไป นั่นคือ การดูแลรักษาใจของตน ซึ่งต้องอาศัยการหมั่นมองหมั่นสังเกตจิตใจของตน

อยู่เสมอ เป็นเพราะละเลยจิตใจของตน ผู้คนจึงนอกจากหาความสุขไม่พบแล้ว ยังรู้สึกเหินห่าง

หมางเมินกับใจตน การอยู่คนเดียวจึงเป็นความทุกข์ทรมาน เกิดความรู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยว 

ทั้ง ๆ ที่มิตรที่ดีที่สุดนั้นพบได้ที่ใจตนเช่นกัน



เมื่อใดก็ตามที่พบว่าความสุขหาได้ที่ใจ และมิตรที่ประเสริฐ

ที่สุดก็คือใจของตน เมื่อนั้นเราก็มีความสุขได้ในทุกหนแห่ง 

เจออะไรก็ไม่ทุกข์ มีเท่าไรก็ไม่รู้สึกยากไร้ อยู่คนเดียว

ก็ไม่รู้สึกอ้างว้าง ใครจะมองเราอย่างไรใจก็ไม่หวั่นไหว 

สูญเสียเท่าใดใจก็ไม่เสียศูนย์ ภาวะเช่นนี้ย่อมประเสริฐกว่า

ชีวิตที่ร่ำรวยมั่งคั่ง มียศศักดิ์อัครฐาน ชื่อเสียงขจรไกล 

แต่ข้างในกลับไร้สุข ไม่รู้สึกพอในสิ่งที่ได้มา หวั่นไหวเพราะ

กลัวสูญเสีย และหงอยเหงาอ้างว้างเพราะไร้เพื่อนแท้

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma togetherรักษาใจให้เป็นปกติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



คนเราเกิดมาก็เป็นทุกข์ แล้วก็มีความแก่ ความเจ็บ ความป่วย

ก่อนที่จะตายก็ต้องประสบกับความพลัดพราก สิ่งเหล่านี้ก็คือ

เหตุที่ไม่พึงประสงค์ ที่มันผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ประการแรก

คือว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันก็อยู่กะเราไม่นาน มันก็ต้องผ่าน

ไปเหมือนกับความมืดที่ต้องหลีกทางให้กับความสว่าง และขณะ

ที่มันยังอยู่ ความมืดยังอยู่รายล้อมตัวเรา แต่เราก็ยังตื่นได้ ไม่ว่า

จะประสบเหตุ ความพลัดพราก ความเจ็บ ความสูญเสีย

ความป่วย นี่คือเหตุการณ์หรือสถานการณ์ แต่ใจเราก็เป็นปกติ

ป่วยก็ป่วยแต่กาย ใจไม่ทุกข์ ทำได้ เสียของแต่ว่าใจไม่เสีย ทำได้ สุขหรือทุกข์ของคนเรามันไม่ได้ขึ้น

กับเหตุการณ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว คนที่เจ็บป่วยนะแต่ว่าเค้ามีความสุข เค้าสามารถ

ยิ้มได้ เพราะว่าเค้าสามารถรักษาใจให้เป็นปกติหรือว่าเค้าวางใจถูก มีคนนึงเนี่ย เป็นมะเร็ง เป็นตั้งแต่อายุ

ยังสามสิบกว่า จะพูดให้เป็นข้อคิดไว้ดีบอกว่า มะเร็งเนี่ย ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มของคุณหายไป

ไอ้ความทุกข์ใจต่างหากที่มันทำและความทุกข์ใจเกิดขึ้นได้จากใจที่ไม่ยอมรับ ใจที่ไม่ยอมรับโรคมะเร็ง

เธอพูดว่า ความจริงบางครั้งก็โหดร้าย แต่การไม่ยอมรับความจริงโหดร้ายกว่า ความจริงที่โหดร้ายก็อาจ

จะหมายถึง ความเจ็บปวด ความพลัดพราก ก็คือมีเหตุการณ์ร้ายหรือสถานการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นกะเรา

บางครั้งก็เกิดขึ้น มันไม่ใช่ว่า มีแต่ความสุข ความสมหวัง ความสำเร็จ ความเจริญ ความเฟื่องฟู

อย่างเดียว อันนั้นก็เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวของชีวิต ความจริงอีกส่วนหนึ่งก็คือ ความไม่สมหวัง

ความล้มเหลว ความพลัดพราก ความเจ็บ ความป่วย นี้เป็นส่วนนึงของชีวิต เป็นความจริงอันนึง

แต่ความจริงที่ว่าเนี่ย แม้มันจะดูโหดร้าย แต่ว่าการไม่ยอมรับความจริงต่างหากที่โหดร้ายกว่า เพราะมัน

ทำให้ทุกข์ทั้งวันทั้งคืน พอเธอยอมรับความจริงได้ว่า ฉันเป็นมะเร็งนะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ปฏิเสธไม่ได้

ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ปรากฏว่า ความทุกข์ใจที่ทำให้เหวี่ยง ทำให้วีน ทำให้อาละวาดใส่หมอ

ใส่พยาบาล ใส่พ่อแม่ลดลงทุเลาเบาบาง จากคนที่เจ้าอารมณ์ก็กลายเป็นคนที่ใจเย็นขึ้น สงบลง

โรคก็ไม่ได้หายแถมลุกลามด้วยซ้ำ แต่ว่าพอวางใจถูก ทำใจเย็นนะ ความทุกข์ใจก็หายไป ยิ้มได้ แม้จะ

เป็นมะเร็งก็ยิ้มได้ แม้ความตายจะรออยู่ข้างหน้าเราก็ยิ้มได้

พระไพศาล วิสาโล

#หอจดหมายเหตุพุทธทาส #BIA

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:รู้จักรักษาใจให้สงบท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความสงบใจมี ๒ อย่าง

ความสงบอย่างแรกคือสงบเพราะไม่รู้ หรือตัดการรับรู้ เช่น บังคับไม่ให้มีเสียงดัง หรือมา

อยู่วัดก็ไม่เปิดวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ ไม่พูดคุยกันเอง หรือแม้จะมีเสียง แต่เราตัดการรับรู้

เช่น หลับตา พยายามบังคับจิตให้อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น อยู่กับลมหายใจ หรือเอาจิตมาเพ่ง

ที่เท้าขณะเดิน แม้เสียงรอบตัวจะดังแค่ไหน แต่จิตไม่รับรู้ เพราะจดจ่ออยู่กับอารมณ์เดียว

อย่างนี้ใจก็สงบได้ ในทำนองเดียวกันบางคนก็สงบได้เมื่อเก็บตัวอยู่ในห้องพระ ห้องแอร์

อยู่ในพื้นที่ส่วนตัว มีการตัดเสียงรบกวนและไม่ให้คนเข้ามายุ่มย่าม จึงไม่มีการรับรู้ที่จะทำให้

จิตใจกระเพื่อมได้ ไม่ต้องรับรู้ข่าวสารเหตุการณ์บ้านเมือง อย่างนี้เรียกว่า สงบเพราะไม่รู้

หรือตัดการรับรู้ เกิดจากการควบคุมสิ่งแวดล้อม หรือควบคุมจิตใจให้แน่วแน่ อยู่กับสิ่งใด

สิ่งหนึ่ง

ความสงบใจอย่างที่ ๒ คือสงบเพราะรู้ หมายความว่าแม้หูได้ยินเสียง ตาเห็นรูป แต่ใจก็สงบ

ได้ บางครั้งอาจจะกระเพื่อมเพราะเห็นรูปหรือได้ยินเสียง แต่เมื่อใจกระเพื่อมแล้วมีสติรู้ รู้แล้ว

วาง ก็ทำให้สงบต่อไปได้ ความสงบชนิดนี้อาศัยสติเป็นพื้นฐาน เสียงดังแต่ใจยังสงบได้

อย่างที่เคยเล่าเรื่องหลวงปู่บุดดาว่า มีเสียงเกี๊ยะดังเข้ามาในห้องที่ท่านจำวัดอยู่ ลูกศิษย์รู้สึก

รำคาญ แต่ท่านไม่รู้สึกรำคาญ ใจยังสงบได้เพราะไม่เอาหูไปรองเสียงเกี๊ยะ ทำอย่างไรจึง

จะไม่เอาหูไปรองเสียงเกี๊ยะได้ ก็ต้องมีสติกำกับใจ หูก็จะไม่หาเรื่อง เสียงดังแต่ใจไม่

กระเพื่อมเพราะเสียงนั้น อย่างนี้เรียกว่าสงบเพราะรู้ สงบทั้ง ๆ ที่ได้ยินเสียง แต่สงบได้

เพราะรู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีผัสสะมากระทบ



ธรรมชาติของใจอย่างหนึ่งคือ เมื่อรู้ทันอารมณ์ใด

ก็จะวางอารมณ์นั้นได้ เมื่อรู้ว่าโกรธก็วางความโกรธ

แต่คนทั่วไปพอได้ยินเสียงเกี๊ยะก็ลืมตัว เกิดความ

หงุดหงิดรำคาญขึ้นมาแล้วก็ยังไม่รู้ตัว ความรำคาญ

จึงครอบงำจิต จนกระทั่งกลายเป็นความโกรธขึ้นมา

ได้ง่าย ๆ ความสงบเพราะรู้นี้ หมายถึงใจสงบได้

ทั้งๆ ที่รู้ คือ เห็นรูป ได้ยินเสียง ทั้งนี้เพราะรู้ทัน

ผัสสะที่เกิดขึ้น ความสงบแบบนี้สำคัญมาก

เพราะไม่ว่าเราอยู่ที่ไหนก็สงบได้ทุกที่ แม้มีสิ่งที่ชวน

ให้ทุกข์ใจมากระทบ แต่ใจไม่หงุดหงิดตาม

บางคนฝึกให้ใจสงบแบบตัดการรับรู้ แต่ไม่ได้ฝึกใจให้เข้าถึงความสงบเพราะรู้ ความสงบ

ที่เกิดขึ้นจึงเป็นความสงบเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

มีผู้ชายคนหนึ่ง ไปเข้าคอร์สนั่งสมาธิ ๑ วันของสมาคมแห่งหนึ่ง ห้องปฏิบัติธรรมสงบมาก

เป็นห้องแอร์ ผู้ชายคนนี้ปฏิบัติได้ดี สงบเย็นทั้งใจและกาย กายเย็นเพราะอยู่ห้องแอร์ ส่วนใจ

ไปเพ่งรับรู้อยู่แค่อารมณ์เดียว ไม่มีเรื่องรบกวนที่ทำให้ใจกระเพื่อม พอถึงเวลาเลิก ๔ โมงเย็น

เดินไปลานจอดรถ จะขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่าพอเห็นรถอีกคันมาจอดซ้อน ทำให้เขาขับ

ออกไม่ได้ ความโกรธพุ่งขึ้นมาทันที ถึงกับโวยวายออกมา “ใครวะจอดรถแบบนี้” แล้วก็ต่อว่า

อีกมากมาย ทำไมเขาถึงโกรธขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งทำสมาธิมา นั่นเป็นเพราะทั้งวันความสงบ

ที่เกิดกับเขาเป็นความสงบเพราะตัดการรับรู้ ถ้าเขารู้จักความสงบเพราะรู้ เมื่อเห็นรถตัวเอง

ถูกจอดขวาง เกิดความไม่พอใจขึ้นมา เขาก็จะมีสติเห็นความไม่พอใจนั้น จิตจะไม่พลุ่งพล่าน

จนกลายเป็นอารมณ์โกรธถึงกับด่าทอเสียงดัง เพิ่งออกมาจากการปฏิบัติธรรมแท้ ๆ แต่พอ

เจอเรื่องแค่นี้ก็โวยวายแล้ว ทำไมจึงจิตจึงขึ้นลงรวดเร็ว นี่เป็นสิ่งที่เกิดกับนักปฏิบัติธรรม

จำนวนมาก ที่มุ่งแสวงหาความสงบ ด้วยการไม่รับรู้หรือการตัดการรับรู้ พอสงบแล้วก็เพลิน

พอเจออะไรที่ไม่ถูกใจไม่พอใจ ก็โกรธปรี๊ดทันที เราต้องรู้จักรักษาใจให้สงบได้ แม้อยู่

ท่ามกลางเสียงต่าง ๆ แม้เจอคำพูดที่ชวนให้ขัดใจ ความสงบแบบนี้ เป็นสิ่งที่เราควรรู้จักและ

เข้าถึงให้ได้อย่างชำนิชำนาญ เพราะเราไม่สามารถหลีกเร้นจากโลกที่วุ่นวายได้ตลอด ไม่ว่า

จะอยู่ในบ้าน ที่ทำงาน หรือบนท้องถนนก็จะมีเสียงดัง มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจได้

มากมาย

พระไพศาล วิสาโล

Select your language