แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมดาของชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมดาของชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:พร้อมที่จะยอมรับทั้งด้านชื่นชมและด้านขมขื่นของชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่ออยู่ในสภาวะที่ลำบากต้องการกำลังใจ 

ให้บอกตัวเองว่าโลกก็เป็นอย่างนี้แหละ เราเกิดมาในโลก 

เราต้องพร้อมที่จะยอมรับทั้งด้านชื่นชมและด้านขมขื่นของชีวิต 

คนจำนวนมากเกิดมาในโลกหวังจะเจอแต่สิ่งดีๆ 

โดยหารู้ไม่ว่าคนที่หวังเช่นนี้จะผิดหวังตลอด 

เพราะว่าโลกมีทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดีมามอบให้เรา 

เวลาทำงานอาตมาเจอสิ่งนี้เรื่อยๆ บ่อยครั้งเราได้รับคำชม 

บ่อยครั้งเราได้รับคำด่า มีคนมาถามว่าทำยังไง

อาตมาก็บอกว่า ถ้าพระพุทธเจ้ายังถูกด่านะ เราก็ไม่ต้องกังวลเลย เรากระจอกมาก 

ถ้าคนที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังต้องรอถึงหกปีถึงจะบรรลุธรรม ล้มแล้วล้มอีก 

ถ้าล้มเหลวเราอย่าไปเสียใจ มันกระจอกมาก

ถ้าคนที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังต้องรอถึงหกปีถึงจะบรรลุธรรม ล้มแล้วล้มอีก 

ถ้าล้มเหลวเราอย่าไปเสียใจ มันกระจอกมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าถือว่าเป็นยอดคนของโลก 

ประสูติออกมาเพียงเจ็ดวัน พระราชมารดาเสด็จทิวงคต ท่านเป็นลูกกำพร้าตั้งแต่เกิดมาได้เพียงเจ็ดวัน 

คนที่มีบุญที่สุดในโลกยังเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์ อย่าไปกลัวเลยทั้งชีวิตจะต้องเจอกับความทุกข์ตรมขมไหม้ 

และมันไม่มีอะไรสมบูรณ์ไปซักอย่าง แม้กระทั่งพระพุทธเจ้า ท่านก็ไม่เคยได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง" 

ฉะนั้นถ้าเราทุกข์ปุ๊บ นึกถึงพระพุทธเจ้าไว้ นึกถึงพระเยซูเอาไว้ 

การเป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่ต้องแลกมาซึ่งความเจ็บปวด มันไม่มีอะไรง่าย 

เจ.เค.โรว์ลิง เคยแนะนำน้องๆ 

ครั้งหนึ่งเธอไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

และน้องๆ ลุกขึ้นถามว่า คุณรู้สึกอย่างไร 

ถ้าเราต้องใช้ชีวิตแล้วต้องล้มเหลวอยู่เรื่อยๆ 

 เธอบอกว่า 

“คุณต้องพยายาม 

แต่ถ้าคุณไม่อยากเจอความล้มเหลว 

 มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นอย่างหนึ่งคือ อย่าเกิดมาเลยค่ะ” 

ฉะนั้นเกิดมามันต้องเจออย่างนี้ ความลำบากเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต 

แต่ถ้าเราไม่กลัว วันหนึ่งเราก็จะอยู่เหนือมันจนได้ ไม่เร็วก็ช้า 

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็ยิ่งจำเป็นต้องเอาสติมาใช้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การเจริญสติเป็นวิธีการที่ต่างจากสมาธิ 

สมาธิเป็นการให้จิตจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อรู้สึกเบื่อก็เอาจิตไปจดจ่ออยู่กับเสียงเพลง เสียงนก ต้นไม้

หรือการวาดรูป ทำให้ลืมความเบื่อไปได้ นี่เป็นงานของสมาธิ ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนอารมณ์ไปจดจ่อ

สิ่งอื่นแทน แต่สติเป็นอีกวิธีการหนึ่ง คือดูหรือเห็นเฉยๆ ไม่เข้าไปเป็น แค่เห็นอารมณ์เกิดขึ้น

และเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นกับมัน ไม่ปรุงแต่งต่อเติมมัน มันก็ดับไป เหมือนไฟที่ไม่มีเชื้อ 

ไม่มีฟืนก็ดับมอดไปเอง ทุกข์อยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะใจไปยึดมันเอาไว้ 

เป็นเพราะใจปรุงแต่งต่อเติม มันถึงอยู่ต่อเนื่องเป็นชั่วโมง เป็นวัน บางทีก็เป็นอาทิตย์ 

และที่ใจไปยึดมันก็เพราะไม่รู้ตัว เหมือนกับคนที่แบกหินทั้งๆที่เหนื่อยเป็นทุกข์ ก็ยังแบกเอาไว้ 

นั่นเป็นเพราะไม่รู้ตัว ทำนองเดียวกับคนที่เจอไฟไหม้บ้าน เห็นอะไรใกล้ตัวก็ขนออกไปก่อน 

บางทีแบกตู้เซฟ แบกโอ่งน้ำซึ่งหนักมาก แต่ยังแบกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านอย่างสบาย 

ตอนนั้นไม่รู้สึกหรอกว่าหนักเพราะความกลัวมันครอบงำใจจนกระทั่งลืมตัว แต่ยิ่งวิ่งก็ยิ่งเหนื่อย 

ครั้นหนีมายังที่ปลอดภัยหายกลัวแล้วจึงรู้สึกว่าหนัก 

พอรู้ตัวว่าแบกตู้เซฟหรือโอ่งน้ำเท่านั้นก็วางมันลงทันที

ความยึดมั่นถือมั่นเกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ยึดแล้วทุกข์ 

ทั้งๆ ที่แบกแล้วทุกข์ก็ยังยึดเอาไว้ แต่พอรู้ตัวเมื่อไรก็วางเอง

ไม่ต้องมีใครสั่ง ถึงที่สุดแล้ว นอกจากความแก่ ความเจ็บป่วย 

และความพลัดพรากแล้ว ความตายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

ที่เราทุกคนต้องเจอ เมื่อหนีความตายไม่พ้นก็ต้อง

พร้อมเผชิญหน้ากับมัน ยอมรับความตายว่า เป็นธรรมดาของชีวิต 

แม้จะมีความกลัวเกิดขึ้นก็ให้รู้ว่ากลัว มีสติเห็นความกลัว

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เมื่อถึงที่สุดของชีวิตก็ยิ่งจำเป็นต้องเอาสติ

มาใช้ เพื่อให้เราเผชิญหน้ากับความตายได้ด้วยใจสงบ

 เพื่อทำให้ใจนี้เป็นกุศล ไม่หม่นหมอง ไม่ตื่นตระหนก 

สติมีความสำคัญมากสำหรับการรับมือกับความกระสับกระส่าย รวมทั้งความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับกาย 

อะไรเกิดขึ้นก็มีสติดูมันไป สติจะช่วยรักษาใจให้เป็นปกติ สามารถปล่อยวางสิ่งต่างๆได้ 

ไม่อย่างนั้นจะไปสุคติได้ยาก วิชาสุดท้ายที่ต้องใช้เมื่อเราจะตายคือการเจริญสติ 

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ ความสุขอยู่ที่ใจ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ

โดย พระไพศาล วิสาโล 

สนพ. อมรินทร์ธรรมะ

#ความสุขอยู่ที่ใจหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ #amarindhamma #อมรินทร์ธรรมะ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน

 #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น 

#เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

 

INDHAMMA:สิ่งที่เป็นปัญหามากกว่าความทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น

ความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพรากสูญเสีย

จริงๆ แล้ว มันไม่เป็นปัญหาหรือ

ก่อทุกข์แก่เราได้มากเท่ากับ

ความเกลียดหรือความรังเกียจ

ที่เรามีต่อความแก่ ความเจ็บ

ความพลัดพรากสูญเสีย 

พูดง่ายๆ ก็คือ ความทุกข์ไม่เป็นปัญหาต่อเรามากเท่ากับ ความเกลียดทุกข์ หรือ 

ความรู้สึกลบต่อทุกข์ถ้าเราไม่เกลียดทุกข์ เราจะมีความสุขขึ้นเยอะเลย

ทุกข์ในที่นี้หมายถึงทุกข์ประจำสังขาร ได้แก่ ความ แก่ ความเจ็บ และความตาย 

รวมทั้งทุกข์ที่จรเข้ามาเช่น ความพลัดพรากสูญเสีย ซึ่งเป็นธรรมดาของชีวิต 

ไม่มีใครหนีพ้น อย่างที่เราสวดเวลาพิจารณา

อภิณหปัจจเวกขณ์ ใจความว่า

เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้,

เรามีความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บป่วย ไปไม่ได้

เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้

เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งหลาย

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:"ชีวิตที่สงบเย็นและเป็นประโยชน์"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

ถ้าเรามองว่าชีวิตคือผ้าขาว เราก็คงจะผิดหวังกับชีวิต

เพราะชีวิตมันไม่ใช่ผ้าขาว แต่หากมองว่าชีวิตคือสีดำ

มันก็จะทำให้เราหดหู่ เพราะในความเป็นจริงแล้ว

ชีวิตก็ไม่ใช่สีดำ ความหมายของชีวิตนั้นมันมีทั้งสีขาวและ

สีดำ ชีวิตมันมีทั้งบวกและลบ...ชีวิตมันมีทั้งสองด้าน

ไม่ว่าขาวหรือดำ เราก็ต้องยอมรับ นั่นล่ะคือความหมาย

ของความจริงที่มีทั้งสองด้าน

ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราก็จะเข้าใจจุดมุ่งหมายของชีวิตว่าตัวเราจะต้องทำลายส่วนที่มืดดำให้มัน

ค่อยๆ หายไป หรือทำให้มันเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตของเราให้น้อยลง เราต้องพยายามที่จะรู้ว่า

ความมืดดำในใจเรามีอิทธิพลมากแค่ไหน เราก็พยายามไม่ให้มันมีอิทธิพลไปในทางลบ

หรือเปลี่ยนให้เป็นไปในทางบวก หรือเปลี่ยนความมืดให้กลายมาเป็นความสว่างให้ได้

พุทธศาสนาบอกว่า ต้องอาศัยเมตตา ปัญญา และกรุณา เป็นพลังขับเคลื่อน 

ท่านพุทธทาสเรียกว่า

 

"สงบเย็นและเป็นประโยชน์"

 

สงบเย็นนั้นต้องอาศัยปัญญา เพราะถ้ามีปัญญาแล้ว เราจะทุกข์น้อยลง เมื่อเราพบกับความ

พลัดพรากสูญเสีย เราจะสงบได้ เพราะเรารู้ว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิต เมื่อมีใครมานินทาเรา ด่าว่า

เรา เราก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครที่ไม่ถูกนินทา เราก็วางได้ ที่เราทุกข์นั้นเพราะเรามีอัตตา

ไปหลงยึดในอัตตา ทั้งๆ ที่อัตตาไม่มีจริง เมื่อเราเห็นว่าอัตตาไม่มีจริง มองตนจนไม่เห็นตน มันก็

เรียกว่าสงบเย็นอย่างแท้จริง เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตใจจะเกิดกรุณาอย่างกว้างขวาง และจะเกิดความ

รักอย่างท่วมท้น จนสามารถที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 
 #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language