INDHAMMA:ยิ่งรีบ..ยิ่งไม่ว่าง...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“คนสมัยนี้มีเครื่องทุ่นแรงทุ่นเวลามากมาย เพื่อทำอะไร

ให้เร็วๆ ให้เสร็จเร็วๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีเวลาว่างเลย

ไม่มีเวลาแม้แต่จะพักผ่อน หรือมีเวลาให้แก่พ่อแม่

ลูกหลาน ตรงกันข้ามกับชาวบ้าน

ชาวบ้านไม่ค่อยมีเครื่องทุ่นแรงทุ่นเวลา จะทำอะไร

แต่ละอย่าง ใช้เวลามาก ไม่ว่า การเดินทาง

การหุงหาอาหาร การตักน้ำ แต่ทำไมเขามีเวลาว่างเยอะ

ลองสังเกตก็จะเห็นว่า เขามีเวลา นอนเล่น กลับถึงบ้าน เขามีเวลา อยู่กับลูกกับหลาน

ส่วนคนเมือง กลับไม่มีเวลาว่างทั้งๆ ที่รีบทุกอย่าง

แปลกไหม ? ยิ่งรีบ กลับไม่มีเวลาว่าง ส่วนคนไม่รีบ กลับมีเวลาว่าง”  

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:สิ่งที่พัฒนาชีวิตของเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

งานนี้แหละเป็นสิ่งที่พัฒนาชีวิตของเรา 

พัฒนาให้เรามีความสามารถ ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญ 

มีความเก่งกาจในทางใดทางหนึ่ง 

แม้ในด้านการฝึกฝนทางจิตใจหรือในทางคุณธรรม 

งานก็เป็นเครื่องมือฝึกฝนคน ทำให้เรามีความขยัน มีความอดทน 

ทำให้มีระเบียบวินัย ทำให้รู้จักสัมพันธ์กับเพื่อนพ้องผู้ร่วมงาน 

สิ่งเหล่านี้ล้วนอาศัยงานเป็นเครื่องฝึก ถ้าคนรู้จักทำงานเป็น 

จะสามารถใช้งานเป็นเครื่องมือในการฝึกฝนพัฒนาตนเองได้มากมาย

เพราะฉะนั้น ในแง่หนึ่ง นักทำงานจะมองว่า งานเป็นสิ่งที่ช่วยฝึกฝนพัฒนาตัวของเขา 

อย่างที่ว่าทำให้ศักยภาพของเขาถึงความสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ก็เป็นความหมายของงานในแง่ต่าง ๆ 

ซึ่งกล่าวได้มากมายหลายนัย นอกจากนี้ ก็อาจมีผู้ที่มองความหมายของงานในแง่อื่นอีก 

แต่ในแง่หลัก ๆ แล้วก็จะเป็นอย่างนี้

ศาสตราจารย์พิเศษ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระพุทธองค์เคยตรัสคำอวยพรที่มีความหมายมากประโยคหนึ่งว่า 

ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ 

คนเราต้องการชีวิตที่ราบรื่นสม่ำเสมอ

เมื่อชีวิตไม่ราบรื่นก็มักจะท้อแท้ซึมเศร้าหมดกำลังใจ 

แต่ไม่ว่าชีวิตใครๆ ก็ไม่เคยราบรื่นถึงขนาดนั้น 

แม้แต่พระซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสงบ 

ก็ใช่ว่าชีวิตท่านจะราบรื่นเสียทีเดียว 

พระพุทธองค์จึงทรงให้พร 

ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ 

สิ่งที่เราเจอในชีวิตมีทั้งขึ้นทั้งลง

 

มีโลกธรรม มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ มีได้ มีเสีย เป็นต้น เรื่องนี้เราแก้ไม่ได้ มันเป็นเรื่องของโลก 

แต่เราสามารถรักษาจิตใจของเราให้สม่ำเสมอได้ด้วยการรู้เท่าทัน

ชยสาโรภิกขุ


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:กรรมทุกอย่างให้ผลแน่ ไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

กรรมทุกอย่างให้ผลแน่ ไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลา 

การส่งผลของกรรมดีและกรรมไม่ดีนั้น ข้ามภพข้ามชาติได้ 

กรรมในอดีตชาติส่งผลมาทันในปัจจุบันชาติก็มี 

ไปส่งถึงในอนาคตชาติก็มี 

แล้วแต่ผู้ทำกรรมจะสามารถหนีได้ไกลเท่าไร 

หรือหนีได้นานเท่าไร 

ก็คือแล้วแต่ว่าในปัจจุบันชาติผู้ทำกรรมแล้ว

ในอดีตชาติ จะสามารถทำจิตใจ 

ทำบุญทำกุศล หรือทำความดีได้มากเพียงไหน 

เป็นกรรมที่ใหญ่ยิ่งหนักหนา กว่ากรรมไม่ดีหรือไม่

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA: ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

โอกาสที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์มี 5 ประการ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี 

การสวดมนต์มีประโยชน์มากเพราะการสวดมนต์ เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี 

ขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษ อย่างไร 

พระธรรมคำสอน ของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้า มีคุณเช่นไร 

การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ ความเข้าใจ 

ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ นั่นคือ จะทำให้ท่านเจริญในธรรม จนสำเร็จ เป็นพระอรหันต์ 

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏใน พระธรรมคำสอน ที่กล่าวไว้ว่า 

โอกาสที่จะ บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ 

• เมื่อฟังธรรม 

• เมื่อแสดงธรรม 

• เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์ 

• เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น 

• เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ

การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็น

เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล 

พระพุทธเจ้าทรง ประกาศพระพุทธศาสนา

บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย 

ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้า 

เป็น 2 เวลา นั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า 

เพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม 

การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เศร้าหมองให้หมดไป 

เพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน 

การสวดมนต์นับเป็นการ ดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ 

กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ 

ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา 

ในการผิดพลาดหากมี และกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่า เป็นการสร้างกุศล 

ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว

 อาตมาภาพ ขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าหากบุคคลใด ได้สวดมนต์เช้าและเย็นไม่ขาดแล้ว 

บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่ แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน การสวดมนต์นี้ ควรสวดมนต์ให้มีเสียงดับพอสมควร 

ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่จิตตน และประโยชน์แก่จิตอื่น 

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตตน คือ เสียงในการสวดมนต์ จะกลบเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนจิต 

ก็จะทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้น ๆ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้สวด 

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดมนต์ จะพลอย ได้เกิดความรู้เกิดปัญญา 

มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้สวดก็เกิดกุศลไปด้วยโดยการให้ทานโดยทางเสียง 

เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์ มีอยู่จำนวนมาก ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างมากมาย 

เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อมรอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น ภัยอันตรายต่าง ๆ ที่ไหน

ก็ไม่สามารถกล้ำกลายผู้สวดมนต์ได้ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้ที่สวดมนต์ 

ย่อมมีเกราะแห่งพรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครอง ภัยอันตราย ได้อย่างดีเยี่ยม 

ดูก่อน..ท่านเจ้าพระยาและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้ การสวดมนต์เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ 

พระธรรมคุณ พระสังฆคุณเมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี 

และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายใด ๆ ก็ดีจะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั้นแล..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม








INDHAMMA: ระลึกให้หยั่งเข้าไปให้มันถึงจิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เรื่องสมาธินี่สำคัญมากทีเดียว เรื่องปัญญานั้นมันเกิดจากสมาธิ 

ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถจะทำสมาธิให้บังเกิดได้ ปัญญามันก็เกิดไม่ได้ 

ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาที่เกิดจากสมาธิ ปัญญาที่เกิดจากสมาธินี้เป็นปัญญาที่รู้แจ้งในธาตุสี่ 

ขันธ์ห้า ในนาม ในรูป ไม่ปรารถนารู้อย่างอื่น ในการปฏิบัติสมาธิแรกๆ อย่าไปสงสัยคลางแคลงใจว่า เอ๊ะ !! 

ทำไมเราจึงปฏิบัติไปไม่ได้ ทำไมใจจึงไม่สงบ ? กำหนดลมหายใจก็กำหนดแล้ว มันก็ยังไม่สงบอย่างนี้ 

อย่าไปสงสัย ให้นึกว่าเราทำยังไม่พอก็แล้วกันแหละ เราทำยังไม่มากพอ 

คือว่าเรายังกำหนดลมหายใจเข้าหายใจออกนี้ ยังไม่พอ เราจะต้องทำอีก.. 

ในเบื้องต้นเราก็รู้ไม่ได้ว่าจะไปถึงไหน เบื้องหลังมันก็ล่วงมาแล้ว 

ดังนั้น เราต้องกำหนดรู้เฉพาะปัจจุบันเท่านั้นเอง 

คือการทำสมาธินี่ สำคัญอยู่ที่สตินั้นแหละ 

ขอให้ได้พากันจำเอาไว้ให้ดี สติแปลว่าความระลึกได้ 

คือระลึกเข้าไปในจิตเลยทีเดียว 

ระลึกให้หยั่งเข้าไปให้มันถึงจิต 

อย่าให้มันระลึกเฉไปทางอื่น 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA: เวลานี้ เวลาสงบ เวลาเพ่ง เวลากำหนดรู้ ไม่ใช่เวลาคิด ให้มีสติเตือนจิตอย่างนี้เสมอไป

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อจิตนี้ปราศจากสติแล้วมันก็ว้าเหว่ เร่ร่อนหาอารมณ์อย่างอื่น 

คิดส่ายไปตามความชอบใจ มันเป็นอย่างนั้น 

แต่จิตนี้น่ะ ถ้าสติเป็นเครื่องสอนอยู่แล้ว ไม่ไปไหนเลย ไม่ไปไหนแล้ว 

ที่มันอยากคิดอะไรเมื่อจิตมันสงบ มันคลายจากอารมณ์ต่างๆ 

ออกไปแล้ว มันปลอดโปร่ง ถึงแม้ว่าจะไม่สว่างไสวเต็มที่ 

แต่มันก็มีเงาแห่งความสว่างปรากฏอยู่ในจิตนั้นเองแหละ 

จิตไม่เศร้าหมอง หมายความว่าอย่างนั้นแหละเบิกบาน 

ถ้าหากมันคลายอารมณ์ต่างๆ ออกไปแล้วนะ ลักษณะอาการของจิตนี้

จะเบิกบานผ่องแผ้ว ไม่มีกังวลใดๆ อิ่มอยู่ภายใน 

ไม่ปรารถนาอยากจะคิดไปไหนมาไหนแล้ว 

ทีนี้ถ้าจิตมันคลายอารมณ์เก่าออกไปได้ ก็ต้องอาศัยสตินั่นแหละเข้าไปควบคุมจิตไม่ให้คิดไปในอารมณ์ต่างๆ 

อันเมื่อจิตนี้ไม่มีโอกาสจะได้คิดไปในอารมณ์ต่างๆ แล้วมันก็คลายทิ้งไปหมด 

อารมณ์ที่เราเก็บเอาไว้มันเป็นอย่างนั้นเพราะว่ามันไม่มีที่ต่อ มันก็คลายออกไปเท่านั้นเอง 

ดังนั้นอย่าไปเข้าใจวิธีอื่นเลย พระพุทธเจ้าสอนให้กำหนดลมหายใจเข้าออกนี่ 

เพ่งกำหนดรู้แต่ลมหายใจเข้าออกนี่แหละ ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ มันจะค่อยเบาไปๆ หมดไปโดยลำดับ 

เพราะว่าจิตเราไม่ส่งเสริมมันแล้วนี่ จิตเรามาจ้องอยู่เฉพาะแต่ลมนี้ จิตนี้ไม่ส่งเสริมความคิดเสียแล้ว 

ทีนี้จะคิดดีคิดชั่วอย่างไรไม่เอา ในขณะนี้ปล่อยทิ้งไม่ใช่เวลาคิด เวลานี้ เวลาสงบ เวลาเพ่ง เวลากำหนดรู้ 

ไม่ใช่เวลาคิด ให้มีสติเตือนจิตอย่างนี้เสมอไป จิตนี้เมื่อถูกสติเตือนเข้าบ่อยๆ มันก็รู้ตัว 

รู้ตัวแล้วมันก็คลาย มันก็ปล่อยวางอารมณ์ ไม่ส่งเสริม ไม่คิดไม่ปรุงไปอีก มันสำคัญ 

เรื่องสมาธินี่สำคัญมากทีเดียว เรื่องปัญญานั้นมันเกิดจากสมาธิ 

ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถจะทำสมาธิให้บังเกิดได้ ปัญญามันก็เกิดไม่ได้ 

ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาที่เกิดจากสมาธิ ปัญญาที่เกิดจากสมาธินี้เป็นปัญญาที่รู้แจ้งในธาตุสี่ 

ขันธ์ห้า ในนาม ในรูป ไม่ปรารถนารู้อย่างอื่น ในการปฏิบัติสมาธิแรกๆ อย่าไปสงสัยคลางแคลงใจว่า เอ๊ะ !! 

ทำไมเราจึงปฏิบัติไปไม่ได้ ทำไมใจจึงไม่สงบ ? กำหนดลมหายใจก็กำหนดแล้ว มันก็ยังไม่สงบอย่างนี้ 

อย่าไปสงสัย ให้นึกว่าเราทำยังไม่พอก็แล้วกันแหละ เราทำยังไม่มากพอ 

คือว่าเรายังกำหนดลมหายใจเข้าหายใจออกนี้ ยังไม่พอ เราจะต้องทำอีก.. 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ..

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ถูกของเขา – ถูกของเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถูกของเขา – ถูกของเรา

พระพุทธองค์ท่านสอนว่า 

คนที่ยังเชื่อคนอื่นอยู่นั้น

พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญ

บุคคลยังดีใจเสียใจกับคำคนอื่นที่พูดหรือกระทำ

ตรงนั้นพระพุทธเจ้ายังไม่สรรเสริญ

เพราะเป็นของของคนอื่นเขา รู้แล้วต้องวาง

ถึงแม้จะถูกก็ถูกคนอื่นเขา

ถ้าเราไม่เอามาทำให้มันถูกที่ใจเราแล้ว

ความถูกก็ไม่มาถึงเรา ถูกอยู่โน้น อาจารย์นั้นผิดอยู่โน้น ถูกอยู่โน้น ไม่มาถูกถึงเรา 

ถูกก็จริงแต่มันถูกคนอื่น

ไม่ถูกเรา หมายว่า ถ้าไม่ปฏิบัติในจิต ให้รู้เห็นตามความเป็นจริงแล้ว พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญ

พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: การฟังธรรมะเป็นประจำ จนกระทั่งเกิดความเข้าใจว่า เราคืออะไร ทำอย่างไร ทำให้ทุกข์หายไปจากใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ฟังธรรมะ ถ้าฟังแบบที่เป็นธรรมะทั่วๆไป ที่ฟังแล้วไม่รู้เรื่อง 

หรือว่าฟังแล้วไม่เก็ต (get) ไม่สามารถนำมาลิงก์ (link) กับตัวเองได้ 

ก็ถือว่าได้บุญในแง่การสละเวลาฟังของดี เหมือนกับได้ดีเพราะเปิดรับแสงสว่าง 

คนที่เปิดหน้าต่างรับแสงจากดวงอาทิตย์ ทั้งผิวพรรณ ทั้งหน้าตา ก็จะเป็นคนปกติ 

แต่ถ้าหากว่า ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลย อยู่แต่ในคุกแคบ คุกมืด หน้าก็มืด ก็หมองตามไปด้วย 

ฉันใดก็ฉันนั้นนะ

การฟังธรรมะ แม้จะไม่รู้เรื่อง แม้จะไม่เข้าใจเลย อย่างน้อยก็ได้สละเวลาเอาแสงสว่าง 

เปิดรับแสงสว่างบ้าง แต่ที่บอกว่า ฟังธรรมะอย่างไรให้ได้อานิสงส์ 

อันนี้ เราต้องเขยิบขึ้นมาเป็นความเข้าใจ

 ก่อนอื่นเรามองว่า ชีวิตคนเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ 

 ไม่รู้ทิศรู้ทางหรอก ที่เดินๆ ไป ว่าเดินตรง เดินย้อน เดินเลี้ยวซ้าย

 หรือเดินเลี้ยวขวา เหมือนคนตาบอด ทีนี้ถ้าหากว่า 

เรามีความเข้าใจ ซึ่งความเข้าใจนี่เป็นตัวบอกเลยว่า 

เรากำลังอยู่ตรงไหน เรากำลังตรงไปสู่ทิศทางใด 

กำลังจะเลี้ยวซ้าย หรือกำลังจะเลี้ยวขวา ถ้าหากว่ามีความเข้าใจ 

ก็เหมือนคนที่ตาไม่ดี หรือว่าตาบอด ได้ตาสว่างขึ้น 

หากว่าเราได้แสงสว่างที่ถูกต้อง 

หรือว่าได้ระบบระสาทตาที่สามารถเห็นตามจริง 

ก็เท่ากับเรายกระดับชีวิตจากคนตาบอด ขึ้นมาเป็นคนตาดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รู้ว่าตัวเองที่เดินดุ่มไปนี่ จะไปที่ไหน การที่คนเรามีจุดมุ่งหมาย 

แล้วก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปในทิศทางที่ดี ย่อมเป็นสิ่งประเสริฐ ย่อมเป็นสิ่งที่ดี

ที่เหนือกว่า การที่ยังเป็นคนตาบอดแล้วก็ไม่รู้ทิศรู้ทาง ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหน เช่นกัน 

การฟังธรรมะเป็นประจำ จนกระทั่งเกิดความเข้าใจว่า เราคืออะไร 

แล้วเราสมควรจะเป็นอะไรต่อไปได้บ้าง หรือเราสมควรที่จะเป็นผู้มีสิทธิพ้นทุกข์กับเขาได้หรือเปล่า 

ตัวนี้แหละ ที่เป็นอานิสงส์ที่แท้จริง คนต้องรอให้มีความทุกข์เสียก่อนถึงจะมาแก้ 

ถึงจะมาหาวิธีว่าทำอย่างไร ทำให้ทุกข์หายไปจากใจ 

แต่ถ้าหากว่าเราเข้าใจแล้ว เข้าใจอย่างชัดเจนว่า แม้การเกิดมาก็เป็นทุกข์ 

แม้การตายไปอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เป็นทุกข์ 

นี่แหละ ตัวนี้แหละที่จะมีสิทธิกับท่าน ให้ได้ไม่ต้องกลับมาเป็นทุกข์อีก 

ส่วนจะมีขั้นตอนยังไงวิธีการยังไง ต้องว่ากันยาวนะครับ 

อยู่ๆ เราจะไปแค่บอกว่าฟังธรรมเป็นประจำ แล้วมีอานิสงส์อย่างไร บางทีก็ยากนะ 

เพราะบางคนฝืนใจฟัง หรือบางคน ฟังแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย

หรือบางคนรู้เรื่องดี แต่ไปเลือกฟังธรรมข้างที่ผิด แบบนี้ก็เป็นไปตามที่เราเลือกที่จะเป็น 

เลือกที่จะฟังนะครับ แต่ถ้าหากว่าเราเป็นผู้มีวาสนา ได้พบพุทธศาสนาด้วย 

แล้วก็เลือกที่จะฟังธรรมที่ถูกต้อง ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ด้วย แล้วมีแต่ความสุข มีแต่ความเจริญขึ้น

ด้วยการที่เราละทิ้งบาป แล้วก็สะสมบุญมากขึ้นๆ อย่างถูกต้อง 

ตรงนี้แหละที่เป็นอานิสงส์ที่แท้จริง พูดง่ายๆว่า มันเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตนะ 

การจะเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต ไม่ใช่ของง่ายนะ แล้วที่จะเปลี่ยนชีวิตแบบฉับพลันทันใด 

ก็เริ่มมาจากใจนั่นแหละ ใจ ถ้าหากว่ามันเปลี่ยน มันพลิก มันคลิกได้แบบฉับพลันทันใด 

ชีวิตก็จะสามารถเปลี่ยนแบบฉับพลันทันใดเช่นกัน

คือบางคน พูดง่ายๆ อานิสงส์ของการฟังธรรมที่ถูกต้อง สามารถพลิกชีวิตได้ในชั่วข้ามคืน 

แล้วในทางกลับกัน คนบางคนเลือกฟังธรรมที่ผิด ก็สามารถพลิกจากดี 

กลายเป็นร้ายในชั่วข้ามคืนเช่นกันครับ!

ดังตฤณ

https://www.youtube.com/watch?v=-7Y3gX2tCuk

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:การที่จะรู้ที่จะเข้าใจนั้นเราก็ต้องมองด้านในคือที่ใจของเรา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

มองด้านในจะรู้จักทุกข์ ถ้าเราจะแก้ไขปัญหาก็ต้องศึกษาเรื่องนี้ 

เพื่อให้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในใจของเรา ความทุกข์อะไรเกิดขึ้น 

ความร้อนใจอะไรเกิดขึ้นในใจของเรา ให้รู้จักตัวทุกข์ก่อน 

ทุกข์คือความร้อนใจ ความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ 

ที่มันเกิดขึ้นในใจของเรา เราต้องรู้ต้องเข้าใจก่อน 

การที่จะรู้ที่จะเข้าใจนั้น เราก็ต้องมองด้านในคือที่ใจของเรา

อย่าไปมองด้านนอก ถ้ามองด้านนอกไม่ได้อะไร

แต่ถ้าเรามองข้างในคือมองที่ความคิด การกระทำของเรา 

เราก็จะรู้ว่าจิตใจของเรามีสภาพอย่างไร

รู้ว่าร้อน รู้ว่าทุกข์ แต่ว่าต้องคิดต่อไปว่า ร้อนเรื่องอะไร ทุกข์เรื่องอะไร ทำไมจึงได้ร้อนใจ ทำไมจึงได้เป็นทุกข์

อะไรเป็นตัวเหตุเป็นตัวการ ที่ทำให้เกิดอาการเช่นนี้ขึ้นในใจของเรา 

เราจะต้องพิจารณาตรวจสอบให้เกิดปัญญา เกิดความรู้ความเข้าใจ 

หัดทำตนให้เป็นคนมีสติ มีปัญญากำกับความคิด กำกับการพูด กำกับการกระทำ 

กำกับการไปการมาไม่ให้เผลอ ไม่ให้ประมาท 

ถ้าเรามีสติปัญญากำกับอยู่อย่างนี้ก็เรียกว่าเราประพฤติธรรมในเรื่อง ๒ ข้อ คือในเรื่องสติปัญญา 

สติปัญญานี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่จะต้องมีไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน 

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

https://www.pagoda.or.th/lp-panya/2019-05-24-13-36-08-3.html


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ก้าวไปทีละก้าว...ก้าวไปทีละขั้น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

     จงนึกว่า ไม่มีใครกระโดดขึ้นตึกได้

โดยไม่มีขั้นบันได ทุกคนต้องเดินขึ้นไปทีละขั้น

จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง...

เมื่อมี "ขึ้น" แล้วก็ต้องมี"ลง" 

การขึ้นลงนั้น 

ต้องขึ้นให้มีระเบียบ 

ลงก็ต้องมีระเบียบเหมือนกัน

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA: ทำดีกับผู้อื่นด้วยการวางใจ...เหมือนกับเลี้ยงแมว...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เราช่วยเขาก็อย่าไปคิดว่า... 

เขาจะตอบแทนบุญคุณของเรา 

อย่าไปคิดว่าเขาจะมาภักดีกับเรา 

หลายคนมีความทุกข์เพราะคาดหวัง 

ว่าเขาจะต้องสำนึกในบุญคุณของเรา เขาจะต้องดีกับเรา 

 พอเขาไม่ดีกับเราหรือเพราะเขาอาจ สำนึกบุญคุณ 

แต่ไม่มากอย่างที่เราต้องการ เราก็มีความทุกข์

 

รู้สึกว่าทำไมเขาไม่ตอบแทนบุญคุณของเราเลย ให้เงินเขาไปหรือให้ยืมเงินแล้ว

เขาก็ไม่สนใจที่จะมาตอบแทนบุญคุณของเรา หรือไม่ดีกับเราก็เลย

เกิดความบาดหมาง เกิดความคับแค้นใจกลายเป็นว่าทำความดีหรือแม้ช่วยเขาแล้ว

เกิดความทุกข์ใจในภายหลัง...

อันนี้เพราะไปคาดหวังให้เขาทำดีกับเราให้เขา ภักดีกับเรา แต่ถ้าเราลองมานึกเออ! 

เขาก็เหมือนกับแมวนะ เราให้อาหารเค้ากินอาหารแล้วเขาก็ไป ไม่รู้สึกภักดีอะไรกับเรา 

ถ้าเราช่วยคนเหมือนกับเราเลี้ยงแมว ไม่ได้หวังความภักดีจากเค้า พอได้รับการช่วยเหลือ 

หมดทุกข์หายหิวแล้วเขาก็ไปนี่การเลี้ยงแมวก็สามารถจะสอนเราได้เหมือนกัน 

สอนให้เราทำดีกับผู้อื่นด้วยการวางใจ...เหมือนกับเลี้ยงแมว...

#สาธุโอวาทธรรมพระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


เราช่วยเขาก็อย่าไปคิดว่า...
เขาจะตอบแทนบุญคุณของเรา
อย่าไปคิดว่าเขาจะมาภักดีกับเรา
หลายคนมีความทุกข์เพราะคาดหวัง
ว่าเขาจะต้องสำนึกในบุญคุณของเรา
เขาจะต้องดีกับเรา

พอเขาไม่ดีกับเราหรือเพราะเขาอาจ
สำนึกบุญคุณ แต่ไม่มากอย่างที่เราต้องการ
เราก็มีความทุกข์



INDHAMMA:ที่สุดแห่งทุกข์...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สื่อศิลปะนี้มอบให้ทุกท่านผู้มีทุกข์ และผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ โดยได้นำหลักธรรมะและการเจริญสติ

มาอธิบายด้วยรูปและสัญลักษณ์ คำอธิบายเพิ่มเติมต่อไปนี้จำเป็นต่อความคร­บถ้วนในการสื่อสาร

๑. เมื่อมีทุกข์ เราจะคิดปรุงแต่ง กังวลอดีตและอนาคต เสมือนว่าปัจจุบันกำลังเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง

เปรียบดังคนที่สร้างภาพจรเข้กระโดดเข้าหาอ­ยู่ตลอดเวลา หากสติระลึกรู้ว่าจิตที่หลงไปคิด

ความคิดนั้นจะดับลงเพราะความคิดไม่มีตัวตน­อยู่จริง

๒. ส่วนใหญ่ที่รู้ว่าคิด ก็มักคิดต่อด้วยความพยายามดิ้นรนหนีความทุ­กข์ หากเราผ่อนคลายและใช้จิต

ที่เบาสบาย เฝ้าดูความไม่พอใจในทุกข์ จะพบว่าสภาวะทั้งหลายผ่านมาและผ่านไป เหมือนเมฆฝน

ที่บดบังจิตใจ

๓. การเจริญสติคือการเฝ้ารู้สภาวะที่เกิดขึ้น­ในแต่ละขณะ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เฉยบ้าง ไม่รู้ชัดบ้าง

ไม่จำเป็นต้องแยกแยะว่าคืออะไร เปรียบเสมือนปรากฎการณ์ธรรมชาติคือแสงแดดแ­ละสายฝนที่หมุนวน

เปลี่ยนแปลง เกิดดับอยู่ตลอดเวลา

๔. ในส่วนของการใช้ชีวิตทางโลก เมื่อมีภัยก็หลีกเลี่ยงตามความจำเป็น โดยไม่เก็บเรื่องต่างๆ มาย้ำคิด

เปรียบเสมือนเสือและงูที่ผ่านเข้ามาในเส้น­ทางการเดินเรือ แต่อยู่คนละระดับกับผู้พายเรือ

๕. เมื่อสติระลึกรู้สภาวะความไม่เที่ยงซ้ำแล้­วซ้ำอีก จิตจะเป็นกลาง เห็นทุกข์สุขเสมอกัน ไม่ดิ้นรนหนี

ทุกข์อาลัยสุข คือรูปเมฆฝนและพระอาทิตย์ที่อยู่คู่กัน ปัญญานี้จะคลายความหลงยึดมั่นว่ากายนี้

จิตนี้เป็นตัวตนถาวรของเรา

๖. การปฏิบัติธรรมคือการออกเรือเดินทาง จะถึงฝั่งหรือไม่นั้น อยู่เหนือการควบคุมของเรา แต่เมื่อเรา

แจวเรืออย่างไม่ย่อท้อ เราก็อิ่มใจได้เพราะเราอยู่ในเส้นทางของกา­รพ้นทุกข์ เมื่อธรรมะคือเรือที่ช่วยให้

เราพ้นทุกข์ เรือนั้นก็สืบทอดสู่คนรุ่นหลังต่อไป

๗. จากผู้ที่จมอยู่กับทุกข์ กลายเป็นผู้รู้ทุกข์แจ่มแจ้ง พระพุทธองค์ก็เกิดมาบนกองทุกข์และกิเลส

เมื่อได้ลงมือเพียรปฏิบัติธรรม ย่อมอยู่ในเส้นทางของมรรคผล

๘. ศิลปะเองก็เป็นเพียงเส้นและสีที่รวมกัน ดังกายและจิตอันเป็นที่ชุมนุมของกระดูก และธาตุขันธ์

การปฏิบัติ เพื่อดับไปแห่ง “ตัวกู-ของกู”

ในขณะที่เผชิญกับอารมณ์ มีรูปกระทบตา เป็นต้น

พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระพาหิยทารุจิริยะว่า

“ดูก่อนพาหิยะ! เมื่อใดเธอเห็นรูปแล้ว สักแต่ว่าเห็น,

ได้ฟังเสียงแล้ว สักแต่ว่าได้ฟัง

ได้ดมกลิ่นแล้ว สักแต่ว่าได้กลิ่น

ได้ลิ้มรสแล้ว สักแต่ว่าได้ลิ้ม

ได้รับสัมผัสทางผิวกายแล้ว สักแต่ว่าได้รับสัมผัส

ได้รู้แจ้งธรรมารมณ์แล้ว ก็สักแต่ว่าได้รู้แจ้ง ดังนี้แล้ว

เมื่อนั้น “เธอ” จักไม่มี เมื่อใด “เธอ” ไม่มี เมื่อนั้น เธอก็ไม่ปรากฏอยู่ในโลกนี้ ไม่ปรากฏอยู่ ในโลกอื่น

และไม่ปรากฏในระหว่างแห่งโลกทั้งสอง” 

“นั่นแหละ คือที่สุดแห่งทุกข์ล่ะ” 

อุ. ขุ. ๒๕/๘๓/๔๙

พุทธทาสภิกขุ

ของวิเศษในพระไตรปิฎก

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังทรมานใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังทรมานใจ อยู่กับความคิดสกปรก ความทรงจำแย่ๆ หรือความลับน่าอับอาย 

เกินกว่าจะให้ใครรู้ว่าเราก็คิดอย่างนี้ได้ ขอให้ทราบเถิดว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยว ยังมีคนอีกทั้งโลกเป็นเพื่อน 

ยิ่งหากคุณรู้สึกว่าความคิดที่เสียดแทงหัวหูอยู่นั้น เป็นเรื่องน่าอับอายเกินกว่าจะปรึกษาใคร 

เรียกว่าไม่กล้าเปิดเผยกันตลอดชีวิต ก็ยิ่งย้ำติดและคิดหนัก เช่น คำหยาบที่โยงเข้ากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

หรือความคิดทางเพศกับญาติเชื้อ แม้คุณจะปฏิเสธว่าไม่ได้คิด ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้อยากอยู่ข้างเดียวกับ

ความคิดพรรค์นั้น มันก็ยังคงวนเวียนเยี่ยมหน้ามาไม่เลิก ราวกับมีศัตรูตามราวีตนอยู่ในตัวเอง

ความคิดไม่ดี ที่โผล่มาแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้มีหลายสาเหตุ 

แต่สาเหตุสำคัญ คือ เคยเมามันกับการคิดเพ่งโทษคนอื่น

ให้เป็นยักษ์เป็นมารหนึ่ง หรือเคยสะใจกับการด่าสาดเสียเทเสีย

ใส่คนอื่นให้เจ็บใจหนึ่ง ความคิดและคำพูดร้ายๆ

จะไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงเป็นระเบิดเวลาฝังตัวรออยู่

ในส่วนลึก คอยเวลาระเบิดขึ้นมารบกวนจิต ไม่ให้เป็นกุศล 

ไม่ให้สบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 

ถ้าอยู่ในช่วงเริ่มเบิกบานกับธรรมะ 

ตะกอนกรรมที่ก้นบึ้งของชีวิต 

จะฟุ้งขึ้นมาปรุงแต่งคำกระซิบที่คิดไม่ถึง

 

คนส่วนใหญ่จะสงสัยกันมาก ว่าถ้าไม่ได้คิดเจตนาจริงจัง 

เช่น เกิดความคิดลบหลู่ครูบาอาจารย์ขึ้นมาชั่วแว่บในหัว จะเป็นบาปกรรมแค่ไหน? 

หากไม่ได้จงใจ ทว่าเกิดความรู้สึกอยากทำร้าย อยากขโมย อยากผิดกาม อยากโกหก 

หรืออยากลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรูปความคิดแวบผ่านเข้ามาในหัว 

ไม่ได้มีกำลังใจของตนเองหนุนหลังจริงจัง อย่างนี้เรียกว่าเป็น ‘ความจำได้หมายรู้’ อันเป็นอกุศล 

หาใช่การก่อกรรม หาใช่บาปร้ายแรง ที่จะติดตัวเป็นเงาตามไปให้ผลไม่ 

ความคิดใดยังไม่เติบโตขึ้นเป็นความตั้งใจลงมือทำจริง ความคิดนั้นยังไม่ใช่กรรมที่มีผลรออยู่อย่างชัดเจน 

ผมขอให้คุณๆมองอย่างนี้ครับว่า ยิ่งหาทางแก้ความคิดไม่ดี ก็ยิ่งตอกย้ำให้กลุ้มว่า

เราคือเจ้าของความคิดไม่ดี อย่าไปทำอย่างนั้นเลย หาทางเป็นคนละข้างกับมันดีกว่า 

ไหนๆมันเกิดขึ้นในหัวเราจริงๆแล้ว ก็มีสติดูให้จิตเกิดความฉลาด รู้ทันความจริงว่า มันมาเอง 

เราไม่ได้เชิญ เราไม่ได้จงใจคิด มันไปเอง ถ้าเราไม่ต้อนรับ และไม่ได้เลี้ยงไว้ด้วยการครุ่นคิดต่อ 

ทำไว้ในใจว่า เมื่อใดความคิดไม่ดีผุดขึ้นในหัว เราจะ ‘ยอมรับว่ามันเกิดขึ้น’ 

ไม่ใช่พยายามหลอกตัวเองว่าไม่ได้เกิดขึ้น ไม่ใช่พยายามฝืนต้านไม่ให้เกิดขึ้น 

ไม่ใช่พยายามขู่ให้ตนเองกลัว ว่าเป็นบาปหนักถ้าขืนปล่อยให้เกิดขึ้น ยิ่งเห็นว่ามาเองไปเองบ่อยเท่าไร 

ยิ่งเห็นความไม่เที่ยงของความคิดไม่ดีบ่อยขึ้นเท่านั้น และยิ่งเห็นความไม่เที่ยงของความคิดไม่ดี

บ่อยขึ้นเท่าไร ยิ่งรู้สึกถึงความไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่บุคคลเราเขามากขึ้นเท่านั้น ถึงจุดหนึ่งเมื่อเห็นว่า 

ความคิดไม่ดีเป็นอนิจจัง เป็นอนัตตา ก็จะไม่ต้องเป็นทุกข์กับอุปาทานซ้ำซาก 

การเกิดสติเท่าทันความคิดชั่วร้ายได้นั้น จิตเป็นมหากุศลด้วยซ้ำ สิ่งที่สะท้อนชัด คือ 

จิตใจโดยรวมจะดีขึ้นเรื่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆ ขออย่างเดียว 

อย่าพะวงหรือกลัดกลุ้มกับความคิดชั่วร้ายที่เกิดขึ้น 

ระลึกให้แม่นยำว่า : ถ้าน้ำหนักเจตนาไม่แรง บาปก็ไม่มาก 

และถ้ายิ่งเกิดสติเท่าทันความคิดชั่วร้ายได้เดี๋ยวนั้น ก็จะพลิกจากอกุศลเป็น ‘มหากุศล’ ทันที

ร้อยเรียงจากหลากบทความของคุณดังตฤณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม




INDHAMMA:สิ่งที่เกิดๆ ดับๆ อยู่ในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีแต่ความทุกข์อย่างเดียว

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สิ่งทั้งหลายในโลกนี้ที่มาเกี่ยวข้องกับเรา 

ไม่มีอะไร ที่ไม่มีการเกิด-การดับ 

ในบรรดาสิ่งที่เกิดๆ ดับๆ ย่อมเป็นความทุกข์อย่างเดียว . …. 

“ ความเป็นจริงมีอยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งถือกันเป็นหลักว่า

 บรรดาสิ่งทั้งหลายที่มีการเกิดการดับได้นั้น 

มีแต่ “ความทุกข์” อย่างเดียวเท่านั้น หามีความสุขไม่, 

แล้วสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากสิ่งที่เกิดๆ ดับๆ 

ในบรรดาสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับคนเรานั้น 

ไม่มีอะไรนอกไปกว่าสิ่งที่มีการเกิดๆ ดับๆ อยู่เสมอ 

แต่คนที่ไม่รู้หรือเป็นคนเขลา คนหลง ก็ยังมัวแสวงหาความสุขในสิ่งที่มีการเกิดๆ ดับๆ อยู่นั่นเอง. …. 

มีพระบาลี(พระไตรปิฎก)ในสังยุตตนิกายว่า… 

ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ - ทุกข์อย่างเดียวเท่านั้นที่เกิดขึ้น. 

ทุกฺขํ ติดฏฺฐติ เวติ จ - ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่และดับไปหรือเปลี่ยนไป. 

นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ – นอกจากความทุกข์แล้ว หาได้มีอะไรเกิดขึ้นไม่. 

นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ – นอกจากความทุกข์แล้ว หาได้มีอะไรดับไปไม่.

หลักข้อนี้เป็นเครื่องยืนยันตรงๆ ว่า ให้คนทั้งหลายได้พินิจพิจารณาดูให้เห็นตามที่เป็นจริงว่า 

ในบรรดาสิ่งที่เกิดๆ ดับๆ อยู่ในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีแต่ความทุกข์อย่างเดียว ไม่มีความสุข. 

เขาจะต้องพิจารณาให้เห็นชัดเจนว่า “ไม่มีอะไรที่ไม่มีการเกิดการดับ” ในบรรดาสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับเรา

และในบรรดาสิ่งที่เกิด ๆ ดับๆ อยู่นั้น มันเป็นความทุกข์อยู่ในตัวความเกิดและความดับนั้นเองแล้ว 

เพราะฉะนั้น จึงไม่มีความสุขอันใดที่จะเกิดหรือดับ มีแต่ความทุกข์ แต่ที่เราไปสมมติเอาว่าเป็นสุขนั้น 

ก็เพราะเอาโมหะหรือความหลงเข้ามาช่วย คือหลงสําคัญผิดเป็นความสุขไปเอง …. 

สมมติว่า สุขเวทนาที่เกิดมาจากกามารมณ์ นี้เป็นตัวอย่าง ที่ใครๆก็เรียกกันว่า “เป็นความสุข” 

เพราะให้เกิดสุขเวทนาในขณะนั้น ; แต่โดยหลักธรรมะที่แสดงอยู่ว่า 

สิ่งที่เรียกว่าเวทนานั้นย่อมเป็นเพียงสังขารชนิดหนึ่ง คือมีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง แล้วก็ต้องเกิดๆ ดับๆ, 

ความที่ต้องดับนั้นต้องทําให้เกิดทุกข์แก่บุคคลผู้ยึดถือว่าเป็นของตน และอยากให้อยู่คงทนถาวร, 

หรือว่าอาการที่มันเกิดๆ ดับๆ นั้น มันย่อมทรมานจิตใจคนที่ยึดถือว่าเป็นของตน, 

หรือว่าอาการที่เกิดๆ ดับๆ นั้นย่อมแสดงความว่างจากสาระ ที่จะไปจับฉวยเอาเป็นจริงเป็นจังได้ 

เพราะมีแต่การเกิดๆ ดับๆ …. 

สิ่งที่เรียกว่า “สุขเวทนา” กําลังหลงใหลมัวเมากันว่าเป็นความสุขสนุกสนาน เอร็ดอร่อย เพลิดเพลินนั้น 

ที่แท้ก็คือการเกิดการดับที่ถี่ยิบของสังขาร : หมายความว่า เวทนานั้นย่อมเกิดขึ้นมาจากผัสสะ 

ซึ่งเป็นการกระทบ มีการ เกิด-ดับ, เกิด-ดับ, เกิด-ดับ อยู่ทุกขณะที่ความคิดหรือความรู้สึกนั้นเปลี่ยนแปลงไป

 …. ความรู้สึกเป็นสุขหรือสนุกสนานนั้น มันต้องเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ว่ามันจะนิ่งวแน่ตายตัวลงไป

อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วหยุดอยู่ ความสนุกสนานที่เดินไปเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนั้นอย่างนี้นั้น 

คืออาการของการเกิด-ดับของสังขาร คือที่ปรุงเป็นความรู้สึกคิดนึกขึ้นมาได้ มองดูในลักษณะเช่นนี้

ก็จะเห็นได้ว่า “เป็นมายา” ชนิดหนึ่ง เหมือนกับพยับแดด ซึ่งหลอกให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง 

แต่เข้าไปใกล้ก็ไม่มีอะไร ความรู้สึกที่เป็นสุขเวทนารู้สึกอยู่ในใจก็เป็นอย่างนั้น ถ้าโมหะครอบงำก็จะเห็นว่า

เป็นตัวเป็นตน แต่พอสติปัญญาหรือความจริงเข้ามาเท่านั้น ก็ไม่มีตัวไม่มีตน 

กลายเป็นของที่เป็นเพียงมายา ไม่มีที่ตั้ง ไม่มีความเที่ยงแท้ถาวร 

จึงให้เกิดความทุกข์แก่บุคคล ที่เข้าไปยึดถือว่า..สุขเวทนานี้ของเรา” . 

พุทธทาสภิกขุ 

ที่มา : ธรรมบรรยายชุดมาฆบูชาเทศนา 

หัวข้อเรื่อง “อันธตมมุยหกถา ความมืดสูงสุด คือความมืดของผู้ไม่เห็นธรรม” 

บรรยายเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ จากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ 

เล่มชื่อว่า “มาฆบูชาเทศนา” หน้า ๗๗-๗๘

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:อภัยทาน....

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การให้อภัยทานนั้น เป็นการให้ทางจิตใจ 
เป็นการทำการรับรู้ว่า  เราว่าสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย
ทั้งปวงนี้  เป็นคนคนเดียวกันว่าชีวิตทุกชีวิต 
แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน ก็รวมอยู่ในคำว่า  
ความเป็นชีวิตเดียวกัน
มีความหมายอย่างเดียวกัน
มีการเดินทางอย่างเดียวกัน
ต้องการความดับทุกข์อย่างเดียวกัน
กำลังตกอยู่ในความทุกข์อย่างเดียวกัน
มองเห็นอย่างนี้แล้ว จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า
ทุกชีวิตนี้เป็นชีวิตเดียวกัน เป็นคนคนเดียวกัน

ถ้าท่านกระทำในใจหรือทางใจในลักษณะอย่างนี้ เรียกว่า ท่านเป็นผู้ที่มีการให้อภัยทาน 

 มีการบำเพ็ญทาน นี่จะเห็นได้ว่า ไม่ได้มุ่งหมายสวรรค์ ไม่ได้มุ่งหมาย 

ความมีหน้ามีตาไม่ได้มุ่งหมายเอาประโยชน์ ตอบแทนนี่คือคำว่า อภัยทาน ทานที่ถูกต้อง

ท่านพุทธทาส

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เรื่องนี้ต้องรู้ก่อน...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

กายก็รักษาไม่ยาก เพราะอยู่ใต้ปกครองของจิต 

วาจาก็รักษาไม่ยาก เพราะอยู่ใต้ปกครองของจิต 

ฉะนั้น การรักษาศีล คือการรักษากายวาจานี้ 

เป็นของไม่ยาก 

เรามาทำความรู้สึกทุกๆ อิริยาบถ 

ไม่ว่าการยืน เดิน นั่ง นอน ทุกๆ วาระของเรา 

ก่อนที่จะทำอะไรให้รู้ก่อนเลย 

ก่อนที่จะพูดจะจาอะไรก็ให้รู้ก่อนเลย 


อย่าให้ทำก่อน พูดก่อน ให้รู้เสียก่อน จึงพูดจึงทำ ให้มีสติคือความระลึกได้ก่อน 

 ที่จะทำจะพูดอะไรก็ช่าง ต้องให้ระลึกได้เสียก่อน 

 พระโพธิญาณเถร

(หลวงปู่ชา สุภัทโท)

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความกลัว ความตาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ตายโหงคือตายแบบยังไม่อยากตาย ถ้ามีอะไรมาทำให้ต้องตาย 

มันก็ตายโหง ไม่มีสติสัมปชัญญะในขณะที่ตาย 

งั้นเราป้องกันการตายโหงได้โดยการที่ไม่กลัว 

อย่าให้ต้องตายลงเพราะความกลัว 

อย่าให้ไม่อยากตายแล้วต้องตาย 

 พอมีอะไรเกิดขึ้นเราก็ควรมีแต่สติสัมปชัญญะอันถ้วนถี่ 

แม้ในกรณีที่เรียกว่าอุบัติเหตุ ลูกระเบิดตกลงมา หรือรถไฟชนกัน

หรืออะไรต่างๆเราก็ควบคุมสติได้ 

 ถ้าเผื่อมันต้องตายก็ตายอย่างมีสติสัมปชัญญะ ไม่ตายโหง

เหมือนกับว่าตายกันทั้งขบวนรถชนกัน คนไม่อยากตายแล้วเอะอะโวยวายตายลงไป 

แต่เราไม่ไปตายโหงกับเขา มีสติสัมปชัญญะ ให้สิ่งต่างๆนั้นหลับไป ไม่ถือสิ่งเหล่านั้นเป็นอารมณ์ 

ดับไม่เหลือ ไม่เกิดอีกต่อไปอะไรทำนองนี้ อย่างนี้เราจะได้เป็นพระอรหันต์โดยไม่ทันรู้ตัวก็ได้ 

ถ้าหากฝึกฝนมาดีแล้วไม่ใช่ของยากเลย

เรื่องความกลัวมันมีอยู่อย่างนี้ จะใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ได้ 

วัตถุสำหรับกลัวหรือกรณีของความกลัวจะใช้ให้เป็นประโยชน์ให้ได้ประโยชน์ในทางธรรมะก็ได้ 

หรือจะเลือกเป็นคนขี้ขลาดเป็นผีตายโหงไปในที่สุดก็ได้ 

เพราะฉะนั้นระวัง อย่าให้เสียอะไรมากไปในเรื่องนี้ ไปคิดดูให้ดีดี ไปเตรียมตัวให้ดีดี 

เพราะว่าเราจะต้องเผชิญกับความกลัวตลอดเวลา

พุทธทาสภิกขุ ที่มา ธรรมะใกล้มือ ฉบับเดือน เมษายน เรื่อง ความกลัว

อ่านได้ที่ www.bia.or.th/ebook ฉบับพิมพ์ ติดต่อ เพจ สโมสรธรรมทาน - co dhamma space

#๑๐ปีสวนโมกข์กรุงเทพ #เติมธรรมะลงในชีวิต

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:คนชอบคิด กับคนไม่ชอบคิด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 คนเรามีสองประเภท คือชอบคิด กับไม่ชอบคิด

คนไม่ชอบคิด เวลาฝึกสมาธิต้องบังคับให้พิจารณา

ถ้าไม่บังคับใจจะติดสมาธิอยู่นั่น

เป็นสมาธิหัวตอไม่ยอมไปไหน

ส่วนคนชอบคิด กว่าใจจะเป็นสมาธิได้

ก็ต้องบังคับให้สงบมากหน่อย

แต่พอเป็นแล้ว เรื่องการพิจารณานั้นไม่ต้องบังคับ

มีอะไรมากระทบ ใจจะพิจารณาทันที


ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

INDHAMMA:จะทำอะไรก็ให้คิดก่อนจึงค่อยทำ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

“โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า” 

“ทิฐิกับสัจจะมันคนละอย่างกันนะ 

ถ้ารักษาคำพูดด้วยใจขุ่นมัว คิดจะเอาชนะเขา นั่นคือตัวทิฐิ 

ถ้ารักษาด้วยใจปลอดโปร่ง สงบเยือกเย็น นั่นคือสัจจะ 

ถ้าเวลารักษาสัจจะเราก็กัดฟันไปด้วย นั่นไม่ใช่สัจจะหรอก” 

 “จะทำอะไรก็ให้คิดก่อนจึงค่อยทำ 

อย่าทำแบบที่ว่า 

ทำแล้วจึงค่อยมาคิดทีหลัง”

ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=59748

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language