INDHAMMA:ที่สุดแห่งทุกข์...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สื่อศิลปะนี้มอบให้ทุกท่านผู้มีทุกข์ และผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ โดยได้นำหลักธรรมะและการเจริญสติ

มาอธิบายด้วยรูปและสัญลักษณ์ คำอธิบายเพิ่มเติมต่อไปนี้จำเป็นต่อความคร­บถ้วนในการสื่อสาร

๑. เมื่อมีทุกข์ เราจะคิดปรุงแต่ง กังวลอดีตและอนาคต เสมือนว่าปัจจุบันกำลังเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง

เปรียบดังคนที่สร้างภาพจรเข้กระโดดเข้าหาอ­ยู่ตลอดเวลา หากสติระลึกรู้ว่าจิตที่หลงไปคิด

ความคิดนั้นจะดับลงเพราะความคิดไม่มีตัวตน­อยู่จริง

๒. ส่วนใหญ่ที่รู้ว่าคิด ก็มักคิดต่อด้วยความพยายามดิ้นรนหนีความทุ­กข์ หากเราผ่อนคลายและใช้จิต

ที่เบาสบาย เฝ้าดูความไม่พอใจในทุกข์ จะพบว่าสภาวะทั้งหลายผ่านมาและผ่านไป เหมือนเมฆฝน

ที่บดบังจิตใจ

๓. การเจริญสติคือการเฝ้ารู้สภาวะที่เกิดขึ้น­ในแต่ละขณะ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เฉยบ้าง ไม่รู้ชัดบ้าง

ไม่จำเป็นต้องแยกแยะว่าคืออะไร เปรียบเสมือนปรากฎการณ์ธรรมชาติคือแสงแดดแ­ละสายฝนที่หมุนวน

เปลี่ยนแปลง เกิดดับอยู่ตลอดเวลา

๔. ในส่วนของการใช้ชีวิตทางโลก เมื่อมีภัยก็หลีกเลี่ยงตามความจำเป็น โดยไม่เก็บเรื่องต่างๆ มาย้ำคิด

เปรียบเสมือนเสือและงูที่ผ่านเข้ามาในเส้น­ทางการเดินเรือ แต่อยู่คนละระดับกับผู้พายเรือ

๕. เมื่อสติระลึกรู้สภาวะความไม่เที่ยงซ้ำแล้­วซ้ำอีก จิตจะเป็นกลาง เห็นทุกข์สุขเสมอกัน ไม่ดิ้นรนหนี

ทุกข์อาลัยสุข คือรูปเมฆฝนและพระอาทิตย์ที่อยู่คู่กัน ปัญญานี้จะคลายความหลงยึดมั่นว่ากายนี้

จิตนี้เป็นตัวตนถาวรของเรา

๖. การปฏิบัติธรรมคือการออกเรือเดินทาง จะถึงฝั่งหรือไม่นั้น อยู่เหนือการควบคุมของเรา แต่เมื่อเรา

แจวเรืออย่างไม่ย่อท้อ เราก็อิ่มใจได้เพราะเราอยู่ในเส้นทางของกา­รพ้นทุกข์ เมื่อธรรมะคือเรือที่ช่วยให้

เราพ้นทุกข์ เรือนั้นก็สืบทอดสู่คนรุ่นหลังต่อไป

๗. จากผู้ที่จมอยู่กับทุกข์ กลายเป็นผู้รู้ทุกข์แจ่มแจ้ง พระพุทธองค์ก็เกิดมาบนกองทุกข์และกิเลส

เมื่อได้ลงมือเพียรปฏิบัติธรรม ย่อมอยู่ในเส้นทางของมรรคผล

๘. ศิลปะเองก็เป็นเพียงเส้นและสีที่รวมกัน ดังกายและจิตอันเป็นที่ชุมนุมของกระดูก และธาตุขันธ์

การปฏิบัติ เพื่อดับไปแห่ง “ตัวกู-ของกู”

ในขณะที่เผชิญกับอารมณ์ มีรูปกระทบตา เป็นต้น

พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระพาหิยทารุจิริยะว่า

“ดูก่อนพาหิยะ! เมื่อใดเธอเห็นรูปแล้ว สักแต่ว่าเห็น,

ได้ฟังเสียงแล้ว สักแต่ว่าได้ฟัง

ได้ดมกลิ่นแล้ว สักแต่ว่าได้กลิ่น

ได้ลิ้มรสแล้ว สักแต่ว่าได้ลิ้ม

ได้รับสัมผัสทางผิวกายแล้ว สักแต่ว่าได้รับสัมผัส

ได้รู้แจ้งธรรมารมณ์แล้ว ก็สักแต่ว่าได้รู้แจ้ง ดังนี้แล้ว

เมื่อนั้น “เธอ” จักไม่มี เมื่อใด “เธอ” ไม่มี เมื่อนั้น เธอก็ไม่ปรากฏอยู่ในโลกนี้ ไม่ปรากฏอยู่ ในโลกอื่น

และไม่ปรากฏในระหว่างแห่งโลกทั้งสอง” 

“นั่นแหละ คือที่สุดแห่งทุกข์ล่ะ” 

อุ. ขุ. ๒๕/๘๓/๔๙

พุทธทาสภิกขุ

ของวิเศษในพระไตรปิฎก

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Select your language