INDHAMMA:อมตะธรรม พระคติธรรม....อภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

อันที่จริงแล้ว ‘กฎแห่งกรรม’ ก็คือ กฎแห่งธรรมะ

ประเภทหนึ่งนั่นเอง เพราะการที่กระทำสิ่งหนึ่งลงไป 

ย่อมเป็นปัจจัยให้สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตามมาเสมอ 

บุคคลจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเหตุ ในทุก ๆ การกระทำ 

ด้วยความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม เพื่อที่จะได้รับผลดีคือ 

ความไม่ทุกข์ หากท่านรักสุขเกลียดทุกข์ 

ก็จงอย่าประพฤติทุจริต ไม่ว่าด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ 

ซึ่งล้วนเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ทุกคนย่อมมีทางเลือกของตนเอง 

ที่จะสามารถตัดผลกรรมหรือแก้ผลกรรมอันเลวร้าย

ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

 ทั้งนี้ มิใช่ด้วยการประกอบพิธีกรรม หรือด้วยการอ้อนวอนร้องขอให้ผู้ใดผู้หนึ่งมาดลบันดาล 

หากแต่ด้วยการมีสติรู้ตัว งดเว้นจากการกระทำ การพูด และการคิดชั่ว นับเสียแต่บัดนี้ แล้วมีสัมปชัญญะ

รู้คิดในอันที่จะทำสิ่งที่ดีงามให้ทวียิ่งขึ้นอยู่ทุกขณะจิต ในที่สุดก็ย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย 

นำพาให้ได้รับผลอันพึงปรารถนาในเบื้องหน้า ในขณะเดียวกัน หากท่านกำลังเผชิญกับความทุกข์ 

ก็จงอย่าท้อแท้ อย่าหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกห่อเหี่ยวตรอมตรม และอย่าตีโพยตีพายโทษผู้หนึ่งผู้ใด 

แต่จงเร่งใช้โอกาสที่ประสบความทุกข์อยู่นั้น เป็นเครื่องฉุกใจให้คิดได้ ให้ตระหนักเห็นถึงสภาวลักษณะ

ตามธรรมดาของโลก ให้เข้าใจในความจริงว่าไม่มีชีวิตใดเลยที่ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ 

แล้วปฏิญาณในใจ ณ ขณะปัจจุบันนั้นว่า จะไม่เผลอทำชั่ว ซึ่งย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ในอนาคตอีก 

พร้อมกับเร่งขวนขวายศึกษาอบรมตน ให้งอกงามด้วยคุณธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 

ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563

 https://news.thaipbs.or.th/content/287506

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความสะอาด ความสว่าง และความสงบ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความสะอาด ความสว่าง และความสงบนี้

เรียกเป็นภาษาไทยสั้นๆเพื่อจำง่าย 

ความสะอาดก็คือ สุทธิหรือสุทธิคุณ 

ความสว่างก็คือปัญญาคุณ 

ความสงบก็คือสันติคุณ 

การที่มีความสะอาด สว่าง สงบนี้ หมายความว่า

ได้ถึงที่สุดของการประพฤติ ปฏิบัติในพระพุทธศาสนา 

ได้ประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธศาสนา ถึงที่สุด 

ได้ประสบความสะอาด สว่าง สงบถึงที่สุด

นั่นแหละคือบุคคลประเภทที่เรียกว่า พระอรหันต์ ถ้ายังไม่ถึงที่สุด ก็เป็นพระอริยเจ้าที่รองๆลงมา 

เช่น พระอนาคาตกิตาภาพระโสดาบันเป็นต้น ถ้ายังมีความสะอาด สว่าง สงบน้อยไม่ควรจะเรียกว่า

พระอริยเจ้า ก็เรียกได้ว่าเป็นกัลยาณปุถุชนที่ดี 

ถ้าไม่มีความสะอาด สว่าง สงบ ก็เรียกว่าปุถุชนคนหนาไปด้วยกิเลส โดยนัยนี้เราจะเห็นได้ทันทีว่า 

ปุถุชนก็คือคนที่เต็มอยู่ด้วยความเศร้าหมอง ความมืดมัว และความเร่าร้อน คือไม่สะอาด ไม่สว่าง ไม่สงบ

นั่นเอง ส่วนพระอรหันต์นั้นตรงกันข้าม เป็นผู้ที่หมดความมืดมัว หมดความเศร้าหมอง หมดความมืดมัว 

หมดความเร่าร้อน แต่มีความสะอาด สว่างไสว สงบเย็นแจ่มแจ้งถึงที่สุดเกิดขึ้นแทน 

เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจได้ เพราะจะเทียบเคียงเอาได้ด้วยใจตนเองว่าพระอรหันต์เป็นอย่างไร 

เสียแต่ว่าเราจะเป็นปุถุชนกันเกินไปจนไม่รู้จักความเป็นปุถุชนของตัวเอง อยากจะเปรียบเทียบความข้อนี้

เหมือนกับปลาที่มันอยู่ในน้ำ มันไม่รู้แม้แต่ความเป็นปลาของมันเอง คือไม่รู้ว่ามันเป็นสัตว์น้ำ 

ปลาไม่มีความรู้ว่าตัวเองเป็นสัตว์น้ำ เพราะเกิดในน้ำ อยู่ในน้ำ และก็ตายในน้ำ แต่แล้วก็ยังไม่เห็นน้ำ 

เพราะน้ำมันเข้าถึงตาเกินไปจนไม่เห็นน้ำ 

ไม่มีความรู้สึกที่จะเรียกว่าน้ำเหมือนที่พวกเราเรียกน้ำนั้นว่าน้ำ 

เพราะฉะนั้นปลาจึงไม่รู้จักตัวเองว่าเราเป็นสัตว์น้ำดังนี้เป็นต้น 

แล้วปลาจะรู้จักเรื่องบกหรืออยากเป็นสัตว์บกได้อย่างไรกัน เช่นเดียวกับคนที่เป็นปุถุชนเกินไป 

หลับหูหลับตามากเกินไปจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นปุถุชน 

คนพวกนี้เท่านี้ที่ไม่อาจที่จะเข้าใจเรื่องราวพระอรหันต์ซึ่งเป็นบุคคลซึ่งตรงกันข้ามกับปุถุชน 

แต่ถ้ามีสติปัญญาอยู่บ้าง พอที่จะรู้สึกนึกได้เองบ้าง ความเป็นปุถุชนของตนนั้นเป็นอย่างไรแล้ว 

ตนก็จะพอเทียบเคียงหรืออนุมานเอาได้ว่า ความเป็นพระอรหันต์นั้นจะเป็นอย่างไร 

พุทธทาสภิกขุ

(สาม ส. คือ สะอาด-สว่าง-สงบ เป็นคุณลักษณะ ของพระอริยเจ้า และมีภาวะเป็นหัวใจ ของพระรัตนตรัย 

ในพุทธศาสนา ขอฝากไว้เป็นมรดก แก่ทุกคน ในฐานะเป็นบทมนต์ประจำจิต 

มรดกข้อที่ ๑๗ พุทธทาสภิกขุ)


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม





INDHAMMA:พระ(คริสต)ธรรม...ของพระเจ้า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เอนทรีนี้ นำเสนอ พระคริสตธรรมของศาสนาคริสต์ มีเนื้อหา

(ยาวหน่อย ขอให้ตั้งใจอ่าน ไม่เข้้าใจก็อ่านซ้ำอีกจนเข้าใจ)

ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับศาสนาพุทธ คิดว่า ได้อ่านแล้ว คงจะเข้าใจ แม้ว่าจะแตกต่างในเนื้อหา

ของคำสอน แต่มันเชื่อมโยงกัน มีจุดประสงค์และเป้าหมายเดียวกัน มาศึกษาด้วยกันเลย....

"ในศาสนาคริสเตียนแท้ๆ ในคัมภีร์ไบเบิ้ลแท้ๆ 

เขายังมีสอนว่า

มีภรรยา...ก็จงให้เป็นเหมือนกับไม่มีภรรยา

มีทรัพย์สมบัติ...ก็จงเป็นให้เหมือนกับไม่มีทรัพย์สมบัติ

มีความทุกข์...ก็จงเป็นเหมือนไม่มีความทุกข์

มีความสุขก็...จงเป็นเหมือนไม่มีความสุข

ไปซื้อของที่ตลาดแล้วอย่าได้เอาอะไรมา..."

"นี่แหละพุทธบริษัททุกคนจะต้องศึกษาให้ดีจะต้องเข้าใจไว้ 

มิฉะนั้นแล้วจะเสียเกียรติของความเป็นพุทธบริษัท 

เพราะว่าพวกคริสเตียนที่ปฏิบัติได้อย่างนั้น กลับเป็นพุทธบริษัทกว่าพวกพุทธบริษัทที่ดีแต่ปาก 

คือยึดมั่นถือมั่นนี้ไว้เป็นของกูเสมอไป คำกล่าวประโยคนั้นที่ว่า

ซื้อของที่ตลาดแล้วอย่าเอาอะไรมา นั้นหมายความว่า คริสเตียนที่ดีย่อมมีความแน่ใจว่า

ทุกสิ่งเป็นของพระเจ้า

แม้เราจะใช้เงินเรานี้ซื้อของมาจากตลาด มันก็ยังเป็นของพระเจ้าอยู่นั่นเอง

เป็นของพระเจ้าอยู่ตามเดิม เราซื้อแล้ว หิ้วมาบ้าน มากิน มาใช้ มันยังเป็นของพระเจ้าอยู่นั่นเอง

ไม่กล้ามีความคิดว่านี้เป็นของเรา นั่นแหละจึงกล่าวว่า

ซื้อของที่ตลาดแล้ว ไม่ได้เอาอะไรมาเป็นของกู คงเป็นของพระเจ้าอยู่ตามเดิมนี้ ...

มีทรัพย์สมบัติ ก็เป็นทรัพย์สมบัติของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา

มีบุตรภรรยาสามีก็เป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา

มีสุขมีทุกข์ก็เป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา ...

ถ้าใครรู้สึกอย่างนี้ ย่อมไม่มีทางที่จะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่มีทางที่จะเห็นแก่ตัว

มีแต่จะทำตามคำสั่งของพระเจ้า ว่าให้ทำอย่างไรกับบุตร ภรรยา สามี ทรัพย์สมับติข้าวของ

เหล่านั้น แล้วก็ประพฤติให้ถูกต้อง ไม่มีความทุกข์เกิดขึ้นแก่ฝ่ายใดเลย

นี่แหละ คือ คำสอนของพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ เป็นคำสรุปสุดท้ายว่า

สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกู ของกู....."

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เปยยะวัชชะ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ปิยวาจา...

ปิยะ แปลว่า น่ารัก วาจา แปลว่า คำพูด คือมีคำพูดที่น่ารัก

บางครั้งทรงใช้คำที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น คือคำว่า เปยยวัชชะ

(เปยยะวัชชะ)แปลว่า วาจาดูดดื่มซาบซึ้ง 

เราทุกคนปฏิสัมพันธ์กับใครก็ให้เป็นอย่างนั้น คือ 

สีหน้าท่าทางดี การให้ความสนใจที่ดี

การพูดจาก็ดี ควรจะให้เป็นเชิงบวกทั้งหมด 

เพราะครั้งเดียวที่ เขาจะไม่ประทับใจเรา เขาอาจจะเดินหายไปจากชีวิตเลยก็ได้ 

 คนบางคนเจอกันครั้งเดียวแล้วไม่ได้เจอกันอีกเลยเพราะไม่ประทับใจ

พระเมธีวชิโรดม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก 

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:พวกเราทั้งหลายอยู่ได้ ด้วยการเปลี่ยนแปลง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

โลกนี้มีความเปลี่ยน แปลงอยู่เรื่อยไป 

จะอยู่ที่ไหนก็ เปลี่ยนแปลง 

อยู่ที่นี่หรือที่ไหน ก็เปลี่ยนแปลง

เพราะพวกเรา ทั้งหลายอยู่ได้

ด้วยการเปลี่ยนแปลง 

ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราก็อยู่ไม่ได้ 

หายใจออกมา แล้วก็เปลี่ยนเป็นหายใจเข้า 

แล้วก็หายใจออก

ไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้ ออกไปหมดก็อยู่ไม่ได้ ลมเข้ามาแล้วไม่ออกก็อยู่ไม่ได้ 

เราทั้งหลายอยู่ในโลกนี้ก็เป็นของโลก มันเป็นของๆโลก ไม่ควรทำความน้อยใจ 

ไม่ควรทำความเสียใจใด ๆ เราต้องเป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง 

จะตกไปอยู่ที่ไหนก็สร้างแต่คุณงามความดี แม้หมดชีวิตก็อย่าทิ้งคุณงามความดี

หลวงปู่ชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถระ)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:เข้าถึงความสำเร็จของชีวิต

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยาก 

ทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก 

บุคคลนั้นจะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต 

ความอดทน ความขมขื่น

จะเกิดขึ้นในเบื้องต้นของการทำความดี 

แต่จะได้รับความชื่นชม 

ในขั้นปลาย”

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ดวงดาวพราวพร่างฟ้าสามารถสะกดใจเราให้สงบได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวพราวพร่างฟ้าสามารถสะกดใจเราให้สงบได้ 

ในยามนั้นแหละที่เราจะระลึกได้ถึงตำแหน่งแห่งหนที่แท้จริงของเราในจักรวาล 

ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน คุณจะรู้สึกถึงความกะจิริดของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าดวงดาวนับล้าน

และทางช้างเผือกที่พาดผ่านฟ้า ดวงดาวเหล่านี้มีขนาดมโหฬารเกินจินตนาการ บ้างก็เป็นดาราจักร

ที่กว้างหลายปีแสง แต่แล้วกลับกลายเป็นแค่จุดเล็ก ๆ ระยิบระยับเบื้องหน้าเรา 

ใช่หรือไม่ว่าแท้จริงเราไม่ต่างจากธุลีของจักรวาล การปรากฏตัวของเราบนพื้นโลกนั้น

แม้จะเป็นเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ของใครบางคน แต่ก็ไม่ต่างจากการเกิดขึ้นของฝุ่นผงเม็ดหนึ่งในจักรวาล 

พันปีนั้นนานเกินกว่าที่ทุกคนใฝ่ฝันจะอยู่ในโลกนี้ 

แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับอายุหลายพันล้านปีของดวงดาวแต่ละดวงบนท้องฟ้า 

มิไยต้องเอ่ยถึงอายุของจักรวาล เมื่อดาวดวงหนึ่งแตกดับ อาจเกิดแรงสั่นสะเทือนไปยังดวงดาวใกล้เคียง 

แต่แทบไม่มีความหมายเลยสำหรับจักรวาลที่มีดาวแสนล้านดวงเกลื่อนกล่นเต็มฟ้า

เมื่อดาราจักรที่ไกลหลายร้อยปีแสงระเบิดกัมปนาท 

เราเคยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือไม่ 

อย่างมากที่สุดก็เป็นแค่แรงกระเพื่อมเล็ก ๆ 

ที่เครื่องมืออันละเอียดอ่อนเท่านั้นสามารถดักจับได้ 

แล้วเหตุใดเราจึงคิดว่าการตายของเราเป็นปรากฏการณ์

อันยิ่งใหญ่ที่โลกจะไม่มีวันลืม 

เป็นเพราะเราคิดว่าตัวเรานั้นเป็นคนสำคัญ 

จึงเห็นความปรารถนาของตัวเองเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด

ยิ่งคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า ก็ยิ่งเป็นทุกข์อย่างยิ่งเมื่อไม่สมหวัง อดไม่ได้ที่จะกราดเกรี้ยวต่อโลกทั้งโลก 

และเมื่อถึงวันที่จะลาลับโลก เราอดสงสัยไม่ได้ว่าโลกจะขับเคลื่อนอย่างไรเมื่อไม่มีเรา 

แต่ความจริงก็คือการตายของเรานั้นไม่ได้ต่างอะไรเลยกับการหายวับของฝุ่นธุลีในอวกาศ 

โลกก็ยังหมุนอยู่ต่อไป และในที่สุดก็จะลืมเรา ตราบใดที่ยังคิดถึงแต่ตัวเอง ก็ย่อมสำคัญผิดคิดว่า

ฉันคือคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นประหนึ่งศูนย์กลางของโลก ที่ทุกคนต้องหมุนรอบ 

แต่เมื่อเปิดตาเบิ่งมองท้องฟ้ายามดึก แสงระยิบระยับของดวงดาวเต็มฟ้าสามารถสาดส่องใจเราให้สว่างไสว

และโปร่งเบา ความทุกข์จะลดลงและรู้สึกเจียมเนื้อเจียมตัวมากขึ้น 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:สุขจากการดับเหตุ ไม่ใช่สุขจากการเสพ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

คนมีโรคแล้วคัน คันแล้วก็เกา 

เกาแล้วรู้สึกอย่างไร รู้สึกดี รู้สึกดีเพราะเกา 

แต่เมื่อเกาแล้วไม่นานมันจะคันอีก 

คราวนี้จะคันมากขึ้น 

ความรุนแรงของอาการคันนี้เพิ่มมากขึ้น

เพราะอะไร เพราะการเกาใช่ไหม 

เป็นอันว่าความสุขที่เกิดขึ้นจากการเกานี้

ทำให้คันไม่หยุดเสียที 


ดังนั้นเราจะแยกการเกาและความสุขจากการเกาออกจากความทุกข์ของอาการคันไม่ได้ 

ทางพุทธศาสนาสอนว่าสุขเพราะไม่คันดีกว่าสุขเพราะเกาที่คัน

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:"อัตตัญญูตา"

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


"อัตตัญญูตา" คือ ความรู้จักตน และก็ประพฤติปฏิบัติ

ให้สมกับฐานะของตัว ว่าฐานะของเราเป็นอย่างไร? 

และวัด บ้าน โรงเรียน สถานที่ราชการ เราควรวางตัว 

ทำตัวอย่างไร มันมีคนพร้อมหมด เช่น พระเณร ก็มี 

ชาวบ้าน นักเรียนก็มี ทหารตำรวจ นายสิบนายพัน 

ปริญญาตรี โท เอก ก็มี นี่เป็นวิทยฐานะและใครก็ไม่ได้ถือตัว

ว่าเรามีวิทยฐานะอย่างไร อ้นนี้ขอฝากไว้เป็นข้อคิด 

อยู่พอเหมาะพอดีมีศีลาจารวัตรอันงดงาม 

สงบเสงี่ยมเจี่ยมตัว

การพูดจาปราศัยก็พูดเฉพาะที่จะเป็น ที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูด 

การที่จะพูดจาอะไรจะต้องนึกคิดพิจารณาเสียก่อน ใช้สติสัมปชัญญะไตรตรองให้รอบคอบเสียก่อนว่า

สมควรหรือไม่ อย่างนี้เป็นการดี จะทำอะไร อย่าให้ขาดสติสัมปชัญญะ อย่าทำอะไรเหมือนคนตาบอด 

อย่าให้เข้าทำนองที่กล่าวว่า "คนโง่เอาใจไว้ที่ปาก" คือ คิดอะไรก็ไหลออกปากทันที จะไม่ดี 

ส่วน "คนฉลาดเขาเอาปากไว้ที่ใจ" คือ เวลาเขาจะพูด เขาจะคิดไตร่ตรอง ย้อนแล้วย้อนอีกว่าจะมีผลดี 

ผลเสีย และมีผลกระทบทั้งส่วนตนเองและคนรอบข้าง อย่างไร หรือไม่ ? ซึ่งเขาจะกลั่นกรองเสียก่อน

จึงพูดออกมา อันนี้ให้จำใส่ใจเอาไว้ นี้คือ "อัตตัญญุตา" คือการรู้จักวางตนหรือทำตนอย่างไร? 

นอกจากรู้จักตน ตั้งตนให้อยู่พอเหมาะพอดี แล้วก็จงพยายามพัฒนาตนเอง

ให้เป็นที่พึ่งของตัวเองได้ด้วย อย่าได้คอยแต่จะพึ่งพาอาศัยคนอื่น เช่นว่าเราเป็นเด็กไม่รู้เดียงสา 

ตอนนั้น เราก็จะพึ่งพาอาศัยพ่อแม่เราอยู่ พอโตขึ้นมาเราก็พึ่งครูอาจารย์ 

เมื่อมีงานการอะไรเราก็พึ่งเจ้าของกิจการ และเพื่อน มิตรสหาย 

แต่ผู้ที่เป็นที่พึ่งของเราอย่างนั้นเป็นได้บางอย่าง และชั่วครั้ง ชั่วคราว พึ่งได้ตามแต่เขาจะกรุณา 

เช่นพ่อแม่ เราพึงท่านได้ ท่านให้ความอุปการะคุณเลี้ยงดูทุกอย่างก็แต่ในช่วงที่ท่านยังแข็งแรง

หรือเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อไม่อยู่ในฐานะดังกล่าวแล้ว เราก็ไม่สามารถพึ่งได้ ครูอาจารย์ก็เหมือนกัน

เป็นที่พึ่งของเราก็ได้เพียงการแนะนำพร่ำสอน ถ้าเราเป็นนักเรียนที่ถูกดื้อถือรั้น สอนสั่งไม่ปฏิบัติตาม 

ครูอาจารย์ก็จะเอาเราคือ จะไม่เมตตา หรือถ้าท่านเมตตาก็เป็นได้ช่วงหนึ่งแห่งชีวิตของเรา

เมื่อยังเป็นนักเรียน แต่เมื่อเราจบมาแล้ว ๆ เรายังจะต้องพึ่งครูตลอดไปคงไม่ได้ ส่วนรายอื่น ๆ ก็เช่นกัน 

มีเพื่อน มิตรสหาย เจ้านายที่ทำงาน หรือผู้คนรอบข้างในสังคม ถ้าเราปฏิบัติตัวเป็นคนดี 

ใคร ๆ เขาก็อยากคบค้าสมาคม หรือเป็นที่พึ่งพาอาศัย ในยามที่เราเดือดร้อน บางคนแม้แต่คำแนะนำ

เขาก็ไม่อยากช่วยเหลือเพราะเราไม่เป็นคนดีนั่นเอง …..ดังนั้นการพึ่งที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุดในชีวิต

ก็คือ "การทำตัวเองให้ดี และก็พึ่งตัวเอง" 

พระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พรหมจักโก)

วัดพุทธบาทตากผ้า ป่าซาง ลำพูน

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ภาวนาให้ใจเป็นบุญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การภาวนานั้นไม่ต้องสอนกันมาก ให้ดูลงไปที่กายใจ เพราะกายและใจจะสอนเราเอง 

ของจริงนั้นไม่ต้องอาศัยตำรา ไม่อาจเรียนจากตำรา ไม่อาจหาเอาจากสิ่งใด 

แม้แต่คำจากหลวงปู่ก็สอนไม่ได้ แม้พูดไปเท่าใด ก็ไม่อาจเข้าถึงจิตถึงใจ หากไม่มีความเพียร 

ขอให้ทำให้มาก และใจเรานั่นแหละมันจะสอนตัวเอง

ภาวนาแล้วใจเป็นบุญ

เป็นกุศลทำความชั่วไม่ได้ 

ถ้าไม่ภาวนา ทำความชั่วได้ทั้งหมด 

ผู้ภาวนาจิตสงบแล้ว บาป อกุศลก็ไม่กล้าทำ 

แม้ในที่ลับที่แจ้งไม่มีใครเห็น ก็ทำไม่ได้ 

ละอาย ละอายเทวดา ผู้มีหูทิพย์ มีตาทิพย์ท่านรู้ท่านเห็น 

ทำความชั่วไม่ได้ ทำได้แต่ความดี 

เอาความดีนั่นแหละเป็นเกราะคุ้มครองเรา 

ไม่ต้องขอเดี๋ยวก็มีมาเอง และบุญนั้นจะนำความสุขมาให้เรา

หลวงปู่ อว้าน เขมโก เทศน์ ณ วัดป่านาคนิมิตต์ จ.สกลนคร

เรียบเรียงจาก

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=64095

https://www.108prageji.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%81/


#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที

INDHAMMA:บารมี ต้องสร้าง ต้องทำเอาเอง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

บารมี ต้องสร้างเอา 

เหมือนอยากให้มะม่วง ของตนมีผลดก 

ก็ต้องหมั่นบำรุงรักษาเอา 

 ไม่ใช่แห่ไปชื่นชมต้นมะม่วงของคนอื่น 

 ต้องไปปลูก ไปบำรุงต้นมะม่วงของตนเอง 

 การสร้างบารมี ก็เช่นกัน 

ต้องสร้าง ต้องทำเอาเอง"


หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ใส่ใจในแต่ละอย่างที่ทำอย่างจริงจัง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ใจนั้นเมื่อใส่ลงไปในอะไร

สิ่งนั้นก็กลายเป็นของพิเศษขึ้นมาได้

แม้แต่การกินข้าว ถ้าเราใส่ใจลงไป

ก็กลายเป็นการปฏิบัติธรรมไปทันที

มันจะไม่ใช่เรื่องของการเลี้ยงดูร่างกาย

อย่างเดียว แต่ยังเป็นการบำรุงจิตใจด้วย

การกินด้วยสติจะพาเราสัมผัสกับอีกมิติหนึ่ง

ที่ท่านพุทธทาสภิกขุเรียกว่า “ความว่าง” เป็นมิติที่อยู่ “เหนือโลก” หรือเรียกว่า “โลกุตตระ”

สิ่งสามัญกลับกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเพราะความใส่ใจนี้เอง ชีวิตประจำวันของเรา 

จะไม่ใช่สิ่งดาษๆซ้ำซากจำเจอีกต่อไป หากเราใส่ใจลงไปในทุกอย่าง 

โดยไม่เลือกว่าเล็กว่าน้อย แทนที่จะปล่อยใจลอยหรือ ทำหลายอย่างเวลาเดียวกัน

ลองใส่ใจกับแต่ละอย่างที่ทำอย่างจริงจังดูซิว่ามิติใหม่จะเผยปรากฏแก่เราหรือไม่

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ 

#ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:พิจารณาถึงบุญกรรม บาปเวร บุญวาสนาบารมีของมนุษย์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

คนที่จะวางเฉยได้ ต้องมีปัญญา ประกอบด้วยปัญญา 

พิจารณาถึงบุญกรรม บาปเวร บุญวาสนาบารมีของมนุษย์

สัตว์ทั่วไปว่ามนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย เกิดมามีกรรมเป็นของของตน 

ตนนั่นแหละ เป็นผู้ได้รับผลของกรรม คนอื่น...จะรับแทนไม่ได้ 

คนอื่น...เป็นแต่ผู้ช่วยเมตตาแนะนำ และตักเตือน 

ให้เขาเว้นจากความชั่ว เมื่อเขาไม่ได้ทำกรรมชั่ว 

เขาก็ไม่เดือดร้อน เมื่อเขาไม่ทำกรรมชั่ว 

และไม่เดือดร้อนแล้ว ใจของเขา...ก็สบาย เป็นอุเบกขา

เป็นความดีของเขา ที่ทำตามคำสอนของเรา

 คราวนี้...เมื่อเราสอนเขาแล้ว เขาทำไม่ทำตามคำสอนของเรา จนกระทั่งเขาทำความผิด 

ได้รับโทษนานาประการ เราก็พิจารณาเช่นนั้น 

เหมือนกันว่า... น้ำขี้โคลน มองไม่เห็นตัวปลา ฉันใด คนที่ทำกรรมกิเลสมาก ไม่มี...ปัญญา 

 ใครจะตักเตือนชี้ เหตุผลให้ฟังสักเท่าใดๆ ก็ย่อมรู้ตามไม่ได้ เอาแต่ใจของตัว ถ่ายเดียว 

 เมื่อพิจารณาอย่างนี้แล้ว ใจ...ก็วางเฉยได้ 

(คติธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม



Dhamma together: ตอบปัญหาด้วยปัญญา ต้องแยกแยะคำถามให้ถูกเสียก่อน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...






ตอบปัญหาด้วยปัญญา ต้องแยกแยะคำถามให้ถูกเสียก่อน

คำถามมีสี่ประเภท

๑. คำถามที่ควรตอบตรงตามที่เขาถาม เช่น กรุงเทพเป็น

เมืองหลวงของประเทศไทยใช่ไหม ตอบว่า ใช่

๒. คำถามที่ควรแยกประเด็น เช่น กรุงเทพฯน่าอยู่ไหม

ตอบว่า แล้วแต่...อาจจะไม่น่าอยู่สำหรับผู้ไม่มีสตางค์

น่าอยู่สำหรับผู้มีสตางค์ ไม่น่าอยู่สำหรับผู้รักสงบ แต่น่าอยู่

สำหรับผู้ชอบเที่ยวกลางคืน ไม่น่าอยู่สำหรับช้าง น่าอยู่

สำหรับนกพิราบ อย่างนี้ เป็นต้น


๓. คำถามที่ตอบด้วยการย้อนถาม เพื่อความกระชับ และเพื่อ ผู้ถามจะสำนึกในเจตนาของตน เช่น

โยมมาเที่ยววัดเคยถาม อาตมาว่า ท่านจะสึกเมื่อไร? อาตมาย้อนถามเขาว่า โยมจะตายเมื่อไร?

๔ คำถามที่ไม่ควรตอบ (ยิ้มได้ในบางกรณี) เช่นเขาถามด้วยมิจฉาทิฐิ หรือ ความฟุ้งซ่าน เป็นต้น

ตอบอย่างไรก็ไม่เกิดประโยชน์ อาจจะเพิ่มความสับสนให้กับผู้ถามเสียมากกว่า

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ทำบุญให้กับธรรมชาติ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"การทำบุญให้แก่คนยากคนจน ไม่ใช่แค่

ทำกับคนเท่านั้น กับธรรมชาติเราก็ต้อง

รู้จักทำบุญให้ด้วย ด้วยการไม่เอาเปรียบ

ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รู้จักวิธีใคร่ครวญ

พิจารณาว่า ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ไม่ไป

เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้น้ำ

เรารู้หรือไม่ว่า การใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย

ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นอย่างไรบ้าง เวลาเราใช้ไฟฟุ่มเฟือยเรารู้หรือไม่ว่าทำให้

คนจำนวนมากต้องพลัดที่นาคาที่อยู่เพราะต้องสร้างเขื่อน หรือไม่ก็ต้องทำให้สัตว์มากมาย

ต้องล้มตาย เพราะว่าป่าถูกทำลายไป เพราะฉะนั้นจึงต้องรู้จักทำบุญให้แก่ผู้อื่นอย่างถูกต้องด้วย

โดยการพิจารณาว่า การใช้ชีวิตของเราแต่ละวันๆไปเบียดเบียนเอาเปรียบใครหรือเปล่า

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:รู้ว่า‘เกิดอะไรขึ้น’ในแต่ละลมเข้าลมออก

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถ้าขึ้นต้นด้วยความอยากสงบเร็วๆ ตามด้วยการเห็นแต่ลมหายใจ ไม่เห็นความรู้สึกนึกคิด 

ไม่เห็นสภาพความแปรไปของจิตที่ปรากฏ อยู่ในแต่ละลมหายใจเข้าออก 

นั่นไม่นับเป็นอานาปานสติที่พระพุทธเจ้าสอน 

นักภาวนาส่วนใหญ่ ตะบี้ตะบันยึดลมหายใจไว้ เหมือนจะแกล้งให้ตัวเองอึดอัด แล้วบอกตัวเอง 

บอกคนอื่นว่า ฝึกอานาปานสติอยู่ แต่ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่สงบเสียที 

กระทั่งได้ข้อสรุปประมาณ ‘ฉันคงไม่ถูกจริตกับอานาปานสติ!’ 

ข้อเท็จจริงคือ อานาปานสตินั้น เป็นราวเกาะสำหรับมือใหม่ 

เป็นเครื่องช่วยสังเกตความจริงในตน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน 

ในอิริยาบถใดก็ตาม ใครก็ตาม ที่สามารถรู้สึกได้ว่าตัวเอง 

กำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก ก็ ‘ถูกจริต’ 

กับอานาปานสติได้ทั้งนั้น ในการเจริญอานาปานสติ 

สิ่งสำคัญกว่ารู้ว่า กำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก คือรู้ว่า 

‘เกิดอะไรขึ้น’ในแต่ละลมเข้าลมออก

 ที่ลมนี้ เกร็งแน่นเป็นหุ่นเหล็กก็ยอมรับไป 

ที่ลมนี้ ผ่อนคลายแบบคนพักเป็นก็รับรู้ไป 

ที่ลมนี้ ฟุ้งซ่านอุตลุดเหมือนพายุก็ยอมรับไป 

ที่ลมนี้ สงบราบคาบปานทะเลเรียบก็รับรู้ไป 

บทสรุปของอานาปานสติที่สำคัญสูงสุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้จุดประสงค์หลัก คือ ฝึกเพื่อให้รู้ว่า 

อะไรๆไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของใจ หาใช่ว่า ท่านให้เอาแต่ดี 

ยึดแต่สงบเป็นเรือนตาย ถ้าเริ่มเจริญอานาปานสติด้วยความเข้าใจถูกต้องแต่ต้น 

ก็จะรู้เห็นความจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ายังแค่เข้าใจว่า 

อานาปานสติ คือการยึดลมเหนียวแน่นเอาเป็นเอาตาย เพื่อกดจิตให้แน่นิ่งท่าเดียว 

สุดท้ายก็ได้แต่เป็น ‘หุ่นยนต์อานาปานสติ’ ไม่เคยได้เป็นนักเจริญอานาปานสติกับเขาเลย!

ดังตฤณ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ตำแหน่งแห่งหนที่แท้จริงของเราในจักรวาล

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน 

ดวงดาวพราวพร่างฟ้าสามารถสะกดใจเราให้สงบได้ 

ในยามนั้นแหละที่เราจะระลึกได้ถึง

ตำแหน่งแห่งหนที่แท้จริงของเราในจักรวาล 

ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน คุณจะรู้สึกถึง

ความกะจิริดของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าดวงดาวนับล้าน

และทางช้างเผือกที่พาดผ่านฟ้า 

ดวงดาวเหล่านี้มีขนาดมโหฬารเกินจินตนาการ บ้างก็เป็นดาราจักรที่กว้างหลายปีแสง 

แต่แล้วกลับกลายเป็นแค่จุดเล็ก ๆ ระยิบระยับเบื้องหน้าเรา 

ใช่หรือไม่ว่าแท้จริงเราไม่ต่างจากธุลีของจักรวาลการปรากฏตัวของเราบนพื้นโลกนั้น

แม้จะเป็นเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ของใครบางคน แต่ก็ไม่ต่างจากการเกิดขึ้นของฝุ่นผงเม็ดหนึ่งในจักรวาล 

พันปีนั้นนานเกินกว่าที่ทุกคนใฝ่ฝันจะอยู่ในโลกนี้ แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับอายุหลายพันล้านปีของดวงดาว

แต่ละดวงบนท้องฟ้า มิไยต้องเอ่ยถึงอายุของจักรวาล เมื่อดาวดวงหนึ่งแตกดับ อาจเกิดแรงสั่นสะเทือนไป

ยังดวงดาวใกล้เคียง แต่แทบไม่มีความหมายเลยสำหรับจักรวาลที่มีดาวแสนล้านดวงเกลื่อนกล่นเต็มฟ้า 

เมื่อดาราจักรที่ไกลหลายร้อยปีแสงระเบิดกัมปนาท เราเคยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือไม่ 

อย่างมากที่สุดก็เป็นแค่แรงกระเพื่อมเล็ก ๆ ที่เครื่องมืออันละเอียดอ่อนเท่านั้นสามารถดักจับได้ 

แล้วเหตุใดเราจึงคิดว่าการตายของเราเป็นปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ที่โลกจะไม่มีวันลืม 

เป็นเพราะเราคิดว่าตัวเรานั้นเป็นคนสำคัญ จึงเห็นความปรารถนาของตัวเองเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด 

ยิ่งคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า ก็ยิ่งเป็นทุกข์อย่างยิ่งเมื่อไม่สมหวัง อดไม่ได้ที่จะกราดเกรี้ยวต่อโลกทั้งโลก 

และเมื่อถึงวันที่จะลาลับโลก เราอดสงสัยไม่ได้ว่าโลกจะขับเคลื่อนอย่างไรเมื่อไม่มีเรา 

แต่ความจริงก็คือการตายของเรานั้นไม่ได้ต่างอะไรเลยกับการหายวับของฝุ่นธุลีในอวกาศ 

โลกก็ยังหมุนอยู่ต่อไป และในที่สุดก็จะลืมเรา ตราบใดที่ยังคิดถึงแต่ตัวเอง 

ก็ย่อมสำคัญผิดคิดว่าฉันคือคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นประหนึ่งศูนย์กลางของโลก ที่ทุกคนต้องหมุนรอบ 

แต่เมื่อเปิดตาเบิ่งมองท้องฟ้ายามดึก แสงระยิบระยับของดวงดาวเต็มฟ้าสามารถสาดส่องใจเรา

ให้สว่างไสวและโปร่งเบา ความทุกข์จะลดลงและรู้สึกเจียมเนื้อเจียมตัวมากขึ้น 

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


INDHAMMA:ความจริงแห่งธรรมดาของสิ่งทั้งหลายที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในการดำเนินชีวิตเป็นอยู่ของมนุษย์ 

เมื่อมีปัญญารู้เข้าใจความจริงตามธรรมดาของสภาวะแล้ว

ก็รู้จักที่จะปฏิบัติในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง 

เรียกว่านำความรู้เข้าใจสัจธรรม ในภาคมัชเฌนธรรมเทศนานี้ 

ไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติจริยธรรม 

เป็นการดำเนินมรรคาชีวิตในภาคมัชฌิมาปฎิปทา 

คือรู้ทันว่า การถืออัตตา ตัวตนนั้น เป็นเรื่องของมนุษย์

ที่มีความยึดถือด้วยอวิชชาตัณหาอุปาทาน 

ซึ่งไม่ตรงตามความเป็นจริง 

ถ้าอยู่แค่กับความอยากความยึดนั้น ก็ไม่มีอะไรสำเร็จตามที่ปรารถนา 

แต่จะต้องเจอกับสภาพฝืนใจที่ย้อนกลับมาบีบคั้นตัวเอง ให้มีทุกข์อัดอั้นบอบช้ำ

ดังนั้น คนที่มีปัญญา รู้เข้าใจความจริงแห่งธรรมดาของสิ่งทั้งหลายที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยแล้ว 

เมื่อต้องการให้อะไรเป็นอย่างไร หรือเมื่ออะไรไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนา 

ก็ไม่มัวอยู่กับความปรารถนาที่ไม่สมได้แค่โอดครวญพร่ำเพ้อ

แต่รู้จักปฏิบัติจัดการให้ตรงเรื่องของเหตุปัจจัยนั้นๆ ก็รักษาจิตให้เป็นอิสระได้ 

และรู้ทันความสำเร็จหรือไม่ตามความเป็นไปได้หรือไม่ได้ของเหตุปัจจัยเหล่านั้น 

หนังสือ พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย 

โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน 

#ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง 

#ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

INDHAMMA:ความไม่ถูกต้องภายนอก เรามีหน้าที่ต้องช่วยปรับปรุงแก้ไข

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

จุดมุ่งหมายในการทำสมาธิคือการ ปล่อยวางความคิดผิด

เพื่อให้จิตมีความสุขและความ แน่วแน่ พร้อมที่จะเกิดปัญญา 

ไม่ใช่เพื่อจะได้กด เพื่อจะได้ข่มความคิดบางอย่างเอาไว้ 

ถ้าทำสมาธิ อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นโรคประสาทก็ได้ 

เพราะไม่ได้แก้ที่เหตุของความเดือดร้อน 

เพียงแต่ใช้สมาธิหาหลุม หลบชั่วคราว 

การทำสมาธิมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาชีวิต 

แต่ไม่ใช่ว่าแค่สงบสติอารมณ์เท่านั้น สมาธิจะช่วยให้พ้น 

ความขุ่นมัวได้ทุกอย่าง


ไม่ใช่ว่าชาวพุทธเราต้องทำใจกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต บางเรื่องที่ระทมขมขื่น 

เกี่ยวข้องกับความไม่ถูกต้องภายนอก เรามีหน้าที่ต้องช่วยปรับปรุงแก้ไข 

 พระพุทธองค์ไม่เคยสอนให้เรานั่งหลับตา ปล่อยวางความรับผิดชอบของตน 

 ในกรณีที่สิ่งแวดล้อมบกพร่องในลักษณะที่แก้ได้.... ..... .... 

 ชยสาโรภิกขุ

 #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน 

 #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

 #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

 #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Select your language