Dhamma together:ไม่เห็นแก่ตัว เป็นภาวะสูงสุดไม่ว่าจะมองกันแง่ไหน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ถ้าไม่มีความเห็นแก่ตัว ไม่มีใครเดือดร้อน 

บ้านเรือนไม่ต้องทำรั้ว บ้านเรือนไม่ต้องปิดประตู 

นอนไม่ต้องปิดประตูเรือน ถ้าไม่มีความเห็นแก่ตัว

ไม่มีโจร ไม่มีขโมย ไม่มีศัตรู เดี๋ยวนี้แม้แต่ทำรั้วปิดประตูกัน

แน่นหนาเท่าไร มันก็ยังไม่พ้น เพราะความเห็นแก่ตัวมันแรงกว่า

พอไม่เห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละ ใครจะเบียดเบียนใครล่ะ

ใครจะฆ่าใคร ขโมยใคร ผิดกาเมใคร โกหกหลอกลวงใคร 

มันก็ไม่มี

หรือว่าถ้าใครเผลอไปล่วงเกินผู้ใดผู้หนึ่งบ้าง ไอ้ผู้นั้นมันก็ให้อภัย ให้อภัยๆ มาด่ามันซึ่งหน้ามันยังให้อภัย

มาตีหัวมันซึ่งหน้ามันก็ยังให้อภัย ถ้ามันไม่เห็นแก่ตัว คดีก็ไม่เกิด คดีแพ่งก็ไม่เกิด เพราะมันเต็มเป็นด้วย

คนให้อภัย บางทีจะถือว่าได้บุญ คดีอาญาก็ไม่เกิด เพราะมันเลวร้ายเกินไป แล้วมันก็ไม่เกิด คดีอาญา 

ก็ไม่มี คดีแพ่งก็ไม่มี คำนวณดูเอาเองเถิดว่า บ้านเมืองจะสงบสุขเท่าไรในการที่ไม่ต้องมีคุกตะราง 

ไม่ต้องมีตำรวจ ไม่ต้องมีศาล กระทั่งว่าไม่ต้องมีโรงพยาบาลบ้า นี่เป็นสุขสงบเย็นเท่าไร ทั้งหมดนั้น

มันมีได้เพียงแต่ว่าไม่เห็นแก่ตัว

ไม่เห็นแก่ตัว เป็นภาวะสูงสุดไม่ว่าจะมองกันแง่ไหน มองกันในแง่การเมืองก็สูงสุด

 มองในแง่ศาสนาก็สูงสุด สูงสุดอยู่ที่ไม่มีความเห็นแก่ตัว

คนโบราณเขาเคยหวังกันไว้อย่างนี้ แล้วสร้างคำพูดอันนี้ขึ้นมารอรับไว้ข้างหน้า ว่าโลกพระศรีอารย์

 โลกพระศรีอาริยเมตตรัย “เมสซิอาห์” (Messiah) ของพวกยิว ความหมายเดียวกันแหละ

ท่านพุทธทาส

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Select your language