แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ .สมเด็จพระญาณสังวร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ .สมเด็จพระญาณสังวร แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:ความเห็นชอบด้วยปัญญา...นำมาซึ่งความพ้นทุกข์สิ้นเชิง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ความเห็นชอบด้วยปัญญาอันนำมาซึ่งความพ้นทุกข์สิ้นเชิง

สำคัญที่สุดในมรรคมีองค์ 8 ทางแห่งความพ้นทุกข์ คือ

สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ อันเป็นปัญญายิ่ง ความเห็นชอบ

คือ ความเห็นด้วยปัญญา ว่าผลทั้งหลายเกิดแต่เหตุ ‪

‎ไม่ก่อเหตุไม่เกิดผล‬ ดับเหตุได้ก็ดับผลได้

ปรารถนาให้ผลดับแต่ไม่ดับเหตุ ย่อมไม่เป็นไปดังปรารถนา

ปรารถนาผลดีไม่ก่อเหตุดี ย่อมไม่เป็นไปดังปรารถนา

เมื่อมีสัมมาทิฐิความเห็นชอบดังนี้ อย่างหนักแน่น ย่อมมี ความดำริชอบตามมา ที่จะปฏิบัติเพื่อ

ดับเหตุไม่ดีทั้งปวง ‎เพื่อให้ผลไม่ดีทั้งปวงดับไปด้วย‬ ความดำริชอบ จะดำริให้มีวาจาชอบ

การงานชอบ เลี้ยงชีวิตชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตชอบ การปฏิบัติชอบดังกล่าวทุกประการ

จึงเป็นเหตุให้เป็นไปตามทางของความเห็นชอบ ดับเหตุไม่ดีทั้งปวงได้ นั่นก็คือทำผลไม่ดีทั้งปวง

ให้ดับได้ ที่สำคัญสุดยอดคือความสามารถดับเหตุแห่งความทุกข์ได้ ทำให้ความทุกข์ทั้งปวงดับได้

พ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิง ตามเสด็จพระพุทธองค์ไปได้

พระคติธรรม

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เราอยากให้คนอื่นทำดีกับเราอย่างไร คนอื่นก็อยากให้เราทำดีกับเขาอย่างนั้น ขอให้พยายามคิดถึงความจริงนี้ให้บ่อยที่สุด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

"... เรารักตัวเรา คนอื่นก็รักตัวเขา 

เราไม่อยากให้ใครทำเช่นไรกับเรา 

คนอื่นก็ไม่อยากให้เราทำเช่นนั้นกับเขา

เราอยากให้คนอื่นทำดีกับเราอย่างไร 

คนอื่นก็อยากให้เราทำดีกับเขาอย่างนั้น

ขอให้พยายามคิดถึงความจริงนี้ให้บ่อยที่สุด

เท่าที่จะมีสตินึกได้ จะเป็นคุณแก่ตนเองอย่างยิ่ง 

การคิดพูดทำทั้งหมดจะเป็นไปอย่างดีที่สุด 

ไม่เป็นการทำร้ายผู้อื่น ไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น.." 

คติธรรมเพื่อชีวิต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ตัดสินใจเลือกว่าจะทำอย่างไหน? จะทำความดีหรือจะทำความชั่ว

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


“ความดีก็ตาม ความชั่วก็ตาม เป็นสิ่งที่ทำได้ทุกเวลา 

แต่จะทำสองอย่างพร้อมกันไม่ได้  ต้องทำทีละอย่าง 

จึงต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทำอย่างไหน? 

จะทำความดีหรือจะทำความชั่ว .

อย่ามีใจอ่อนแอโลเล เพราะจะทำให้พ่ายแพ้

ต่ออำนาจของความชั่ว ยอมให้ความชั่วมีอำนาจ

แย่งเวลาที่ควรทำความดีไปเสีย ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง 

จะเป็นการแสวงหาทุกข์โทษภัยใส่ตัวอย่างไม่น่าทำ”. 

สมเด็จพระญาณสังวร 

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ธรรมะประดับใจ #ธรรมะเข้าใจง่าย

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:มงคลแก่บ้านเรือนสถานที่ และจิตใจ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




บ้านเรือนใดไม่มีการสวดมนต์ 

บ้านเรือนนั้นก็ไม่มีเทวดารักษา 

ด้วยเทวดาชอบฟังเสียงสวดมนต์ 

เพราะพระพุทธมนต์เป็นมงคลสูงส่ง 

เป็นมงคลแก่บ้านเรือนสถานที่ และจิตใจ 

ผู้สวดมนต์เป็นประจำ ก็ย่อมจะได้รับความคุ้มครอง 

รักษาจากพรหมเทพ 

การสวดมนต์จึงเป็นสิ่ง ที่ควรทำ ไม่ควรละเลย 

สมเด็จพระญาณสังวร 

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กรรมสักว่าทำ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



กรรมคืออะไร จำต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งเข้าไปอีก 

พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้แปลความได้ว่า "เรากล่าวเจตนา 

(ความจงใจ) ว่าเป็นกรรม เพราะคนจงใจ คือมีใจมุ่งแล้ว 

จึงทำทางกายบ้าง ทางวาจาบ้าง ทางใจบ้าง" 

ถ้าทำด้วยไม่มีเจตนาไม่เรียกว่า กรรม เช่นไม่มีเจตนาเหยียบมด

ตาย ไม่เป็นกรรม ต่อเมื่อเจตนาจะเหยียบให้ตายจึงเป็นกรรม 


แต่เมื่อจัดอย่างละเอียด สิ่งที่ทำด้วยไม่มีเจตนา ท่านจัดเป็นกรรมชนิดหนึ่ง เรียกว่า กรรมสักว่าทำ 

เพราะอาจให้โทษได้เหมือนกัน เหมือนอย่างที่กฎหมาย ถือว่าผิดในฐานประมาท 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กิริยานั้นทำคราวหนึ่งๆ ก็แล้วไปเสร็จไป เลิกไป แต่ว่า กรรมที่เป็นส่วนดีส่วนชั่วนั้น ยังติดอยู่ยังเหลืออยู่

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...









อันความดีที่เป็น "บารมี" นี้ก็ตรงกับความชั่วที่เป็น "อาสวะ" 

อันคำว่าอาสวะและบารมีนี้คู่กัน ดังจะพึงกล่าวเป็นคำไทยง่ายๆ 

ว่าบารมีนั้นคือเก็บดี อาสวะคือเก็บชั่ว กรรมที่ทุกคนกระทำอยู่ 

เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม ทางกาย ทางวาจา ทางใจ 

เมื่อกระทำแล้วคราวหนึ่งๆ กิริยาที่ทำนั้นก็ล่วงไป เสร็จไป แล้วไป 

แต่ว่ายังเก็บความดีความชั่วอันเนื่องมาจากกรรมที่กระทำนั้นไว้อยู่ 

ถ้าเป็นส่วนชั่วก็เป็นอาสวะ เก็บชั่วเอาไว้ ถ้าเป็นความดีก็เป็นบารมี  เก็บดีเอาไว้ หากประกอบกรรม

ที่ชั่วอยู่บ่อยๆ ก็เก็บชั่วเอาไว้มาก เพิ่มพูนขึ้น ถ้ากระทำกรรมที่ดีไว้บ่อยๆ ไว้มาก ก็เก็บดีเอาไว้มาก ก็เป็น

บารมีเพิ่มพูนขึ้น  เพราะฉะนั้น อาสวะและบารมีนี้จึงเป็นส่วนที่ยังเหลืออยู่ ไม่เสร็จไปๆ เหมือนดังกิริยาที่

กระทำที่เสร็จไปแล้วไปเลิกไป เป็นคราวๆ และคำว่าบารมีหรืออาสวะนี้ ที่เป็นเก็บดีหรือเก็บชั่วดังกล่าว 

ก็เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากรรมได้เหมือนกัน เพราะกิริยานั้นทำคราวหนึ่งๆ ก็แล้วไปเสร็จไป เลิกไป แต่ว่า

กรรมที่เป็นส่วนดีส่วนชั่วนั้น ยังติดอยู่ยังเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นจึงได้มีพระพุทธภาษิตแสดงไว้ว่า สัตว์ที่

จะต้องตายถือเอาบาปบุญที่กระทำไว้แล้วไป อันบาปบุญที่กล่าวนี้ก็หมายถึงกรรมนั้นเอง กรรมที่เป็นบาป

เป็นบุญที่ได้กระทำไว้แล้ว ..ไป เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่ากรรมได้อีกชื่อหนึ่งซึ่งเป็นคำที่เรียกกันทั่วๆ ไป 

และอาจจะแยกส่วนดีเป็นบารมี ส่วนชั่วเป็นอาสวะ 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก  
https://sites.google.com/site/smartdhamma/barmi-laea-xa-swa

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ภาษาเพลง...ภาษาธรรม...ปลูกเมตตา...ปลูกรักที่แสนหวาน....รักฉันนั้นเพื่อเธอ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



มีเป็นอันมากที่รู้ความเป็นผู้มักโกรธของตน รู้โทษนั้น

เมื่อปรารถนาจะหนีให้พ้นโทษของความโกรธก็พึงรับความจริงว่า

เมตตาเท่านั้นที่จะดับความโกรธได้ เมตตาเท่านั้นที่จะป้องกันมิให้

ความโกรธรุนแรงได้ บางทีจึงใช้วิธีที่ง่าย คือใช้คำภาวนาเมื่อ

ความโกรธเกิดขึ้น เช่น ท่อง พุทโธ พุทโธ แต่แม้จะให้เป็น

ปัญญา ป้องกันความโกรธให้ไกลออกไปเป็นลำดับ ให้เมตตามาก

ขึ้นเป็นลำดับ ก็ต้องเปลี่ยนคำภาวนาอันเป็นสมาธิ ให้มาเป็นคำ

ภาวนาอันเป็นปัญญา คือด้วยการบอกตัวเอง หรือเตือนตัวเองนั่น

แหละว่า "เมตตาไม่พอ เมตตาไม่พอ"

ความสำคัญในการภาวนาว่า "เมตตาไม่พอ" อยู่ที่ ต้องทำใจให้ยอมรับความบกพร่องของใจตน

ว่าเมตตาไม่พอจริง ๆ นั่นแหละ จึงจะเป็นการค่อยผลักดันโทสะที่มีอยู่เต็มโลก ให้ห่างไกลใจตนได้สำเร็จ

เป็นลำดับไป "เมตตาไม่พอ เมตตาไม่พอ" นี้เป็นความจริง ที่ทุกคนตำหนิตนได้ ไม่ใช่ไปตำหนิผู้อื่น

แม้ใช้ “เมตตาไม่พอ” กับผู้อื่นแทนที่จะเป็นคุณ ก็จะกลับเป็นโทษอย่างแน่นอน พึงสำนึกในความจริงนี้

ให้เสมอ วิธีปลูกเมตตา คือ คิดตั้งปรารถนาให้เขาเป็นสุข และคิดตั้งปรารถนาให้เขาปราศจากทุกข์นั้น

เป็นกรุณา ทีแรกท่านแนะนำให้คิดไปในตนเองก่อน แล้วให้คิดเจาะจงไปในคนที่รักนับถือ ซึ่งเป็นที่ใกล้

ชิดสนิทใจอันจะหัดให้เกิดเมตตากรุณาได้ง่าย ครั้นแล้วก็หัดคิดไปในคนที่ห่างใจออกไปโดยลำดับ จนใน

คนที่ไม่ชอบกัน เมื่อหัดคิดโดยเจาะจงได้สะดวก ก็หัดคิดแผ่ใจออกไปด้วยสรรพสัตว์ไม่มีประมาณทุก

ถ้วนหน้า เมื่อหัดคิดได้ดังกล่าวบ่อย ๆ เมตตากรุณาจะเกิดขึ้นในจิตใจ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ปลูกเมตตา...ปลุกรักที่แสนกวาน...รักฉันนั้นเพื่อเธอ...

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธรรมใดกระทบใจว่าตรงกับที่ตนเป็นอยู่ พึงปฏิบัติ น้อมธรรมนั้น เข้าใจสู่ตน เพื่อแก้ไขให้เรียบร้อย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ผู้ที่มุ่งมาบริหารจิต มุ่งการปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นจากกิเลส

ต้องพิจารณาใจตนในขณะอ่านหนังสื่อหรือฟัง เรียกว่าเป็นการ

เลือกเฟ้นธรรม ธรรมใดกระทบใจว่าตรงกับที่ตนเป็นอยู่ พึงปฏิบัติ

น้อมธรรมนั้น เข้าใจสู่ตน เพื่อแก้ไขให้เรียบร้อย เหมือนที่ท่านกล่าวว่า

"เห็นบัณฑิตใด ผู้มีปกติชี้ความผิดให้ ดุจผู้บอกขุมทรัพย์ให้

ซึ่งมีปกติกล่าวกำราบผู้มีปัญญา พึงคบบัณฑิตเช่นนั้น

เมื่อคบท่านเช่นนั้น ย่อมประเสริฐ ไม่เลวเลย"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:นิพพานเป็นธรรมะที่ปฏิบัติได้จริง

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


อันคำว่า “นิพพาน” นั้น ดูจะเข้าใจกันโดยมากว่า

เป็นธรรมะสุดเอื้อม คือ เป็นธรรมะที่ไม่อาจจะได้จะถึง

ได้เลย ด้วยมีความเข้าใจผิดไปเสียเช่นนี้ จึงไม่สนใจ

ที่จะขวนขวายศึกษาปฏิบัติให้เข้าใจให้เกิดผล นิพพานดู

เหมือนจะเป็นสิ่งมืดมิด ลี้ลับ เข้าใจไม่ได้ และเป็นธรรมะ

สูงสุดเอื้อมของผู้มีความเข้าใจผิดเช่นนั้นไปจริงๆ

แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะธรรมะทั้งนั้น

ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนล้วนประกอบด้วยลักษณะ

๓ ประการ คือ รู้ได้ มีเหตุที่อาจตรองตามได้

ปฏิบัติได้จริง


และนิพพานก็เป็นธรรมะข้อหนึ่งที่ตรัสสอนไว้ จึงเป็นธรรมะที่รู้ได้ มีเหตุที่อาจตรองตามได้

และปฏิบัติให้บรรลุได้ ที่ว่ารู้ได้ก็คือ รู้ได้ด้วยอาศัยเหตุผลเปรียบเทียบระหว่างทางตรงกันข้าม

๒ ทาง ทางหนึ่งมีกองไฟ คือ กิเลส อีกทางหนึ่ง ไม่มีกองไฟ คือ กิเลส จิตใจของสามัญชน

คือ เราทั้งหลายนี้แหละมีกิเลส ซึ่งเป็นกองไฟ จึงมีความร้อน ส่วนจิตใจของท่านผู้บรรลุ

นิพพานแล้วไม่มีกิเลส คือ ไม่มีกองไฟ จึงไม่มีความร้อน เมื่อไม่มีความร้อนก็ต้องมีความเย็น

ก็ต้องเป็นสุข ไม่เป็นทุกข์ แม้การเปรียบภาวะของกิเลสกับภาวะของนิพพานอาจจะไม่เหมือน

ทีเดียวนักกับการเปรียบดังกล่าว แต่ก็พอจะเป็นทางให้รู้ธรรมะ คือนิพพานได้พอสมควร

เหมือนรู้จักความแตกต่างระหว่างความเย็นกับความร้อน ที่ว่านิพพานมีเหตุที่อาจตรองตามได้

ก็คือ มีธรรมะตรงกันข้ามกับนิพพานเป็นเหตุ บรรดาผู้มีกิเลส คือ ผู้มีธรรมะตรงกันข้ามกับ

นิพพานนั้น แม้สังเกตย่อมรู้ภาวะแห่งจิตใจตนว่าร้อน ว่าไม่เป็นสุข ว่าเป็นทุกข์ และแม้จับ

ภาวะแห่งจิตใจตนเป็นเหตุตรอง ไปให้ถึงภาวะแห่งจิตใจที่ตรงกันข้ามกับภาวะจิตใจของตน

ย่อมจะประมาณได้ว่า ภาวะจิตใจที่ตรงกันข้าม ย่อมไม่ร้อน ย่อมเย็น ย่อมเป็นสุข ย่อมไม่เป็น

ทุกข์ อันเป็นลักษณะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ที่ว่านิพพานเป็นธรรมะที่ปฏิบัติได้จริง ก็เพราะ

ผู้ปฏิบัติธรรมะไปสู่นิพพานจะบรรลุนิพพานได้จริง ดังที่พระอรหันตสาวกทั้งหลาย ท่านบรรลุ

กันแล้ว พ้นทุกข์ พ้นการเวียนว่าย ตายเกิดกันแล้ว

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:การปฏิบัติไม่ผิดในที่ ทุกสถาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้ปฏิบัติเป็น อปัณณกปฏิปทา คือการปฏิบัติไม่ผิดในที่

ทุกสถาน ดังเช่นที่ตรัสไว้แก่นายบ้านผู้หนึ่งซึ่งเมื่อกราบทูลถามว่า ได้มีสมณะพราหมณ์หลาย

จำพวกผ่านมาที่หมู่บ้านนั้น และก็ได้แสดงวาทะสอนต่างๆ กัน เช่นจำพวกหนึ่งก็สอนว่า

ทานที่ทำแล้วไม่มีผล การบูชาที่บูชาแล้วไม่มีผล ผลของบาปบุญที่ทำแล้วไม่มี มารดาบิดา

ไม่มี สมณะพราหมณ์ที่ชื่อว่าผู้ปฏิบัติชอบไม่มี

อีกจำพวกหนึ่งก็มาสอนตรงกันข้ามว่าทานที่ให้แล้วมีผล การบูชาที่บูชาแล้วมีผล ผลของบาป

บุญมี มารดาบิดามี สมณะพราหมณ์ที่ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติชอบมี

อีกจำพวกหนึ่งก็มาสอนว่า บุญบาปที่ทำไม่ใช่ว่าเป็นบุญไม่เป็นบาป คือไม่มีการกระทำที่เป็น

บุญเป็นบาป ส่วนอีกจำพวกหนึ่งก็มาสอนว่าบุญบาปที่ทำมี คือทำบุญก็เป็นบุญ ทำบาปก็

เป็นบาป เมื่อเป็นดั่งนี้จะปฏิบัติอย่างไร



พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสสอนให้ปฏิบัติทำกายกรรม วจีกรรม

มโนกรรมของตนให้บริสุทธิ์ คือว่าให้เว้นจากการฆ่า ให้เว้น

จากการลัก ให้เว้นจากความประพฤติผิดในกามทั้งหลาย

ก็เป็นอันประพฤติทำกายกรรมให้บริสุทธิ์

เว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูดส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ

เว้นจากพูดเพ้อเจ้อเหลวไหล ก็เป็นอันทำวจีกรรม

ให้บริสุทธิ์ 

ไม่โลภเพ่งเล็งทรัพย์สมบัติของผู้อื่นมาเป็นของตน ไม่พยาบาทมุ่งร้ายหมายทำลายผู้อื่น

ไม่เห็นผิดแต่มีความเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม ก็เป็นอันทำมโนกรรมให้บริสุทธิ์

และเมื่อปฏิบัติดั่งนี้ ก็ปฏิบัติตั้งสติ ทำสัมปชัญญะคือความรู้ตัว มีจิตไม่ฟั้นเฟือน ตั้งมั่นอยู่ใน

ทางที่ถูกต้อง ชื่อว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ผิด ชื่อว่าเป็นการปฏิบัติถือเอากฎได้ หรือถือเป็น

กฎเกณฑ์ได้ ว่าจะประสบความสุขสวัสดีในที่ทุกสถาน โดยไม่ต้องคำนึงถึงวาทะต่างๆ ของ

สมณะพราหมณ์ทั้งหลายดังกล่าว เพราะว่าทานที่ให้แล้วจะมีผลหรือไม่มีผลก็ตาม

ผลของบุญบาปจะมีหรือไม่มีก็ตาม บุญบาปที่ทำแล้วจะเป็นบุญบาป หรือไม่เป็นบุญบาปก็ตาม

แต่ผู้ที่ปฏิบัติตนดั่งนี้จะต้องไปดีเสมอ ไปดีในโลกนี้ ถ้าโลกหน้ามีก็ไปดีในโลกหน้า แม้ว่าถ้า

โลกหน้าไม่มีก็ชื่อว่าได้เป็นผู้ปฏิบัติตนไว้โดยชอบ เป็นการปฏิบัติไม่ผิด

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/somdej/sd-201.htm

 

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ทำอย่างไรให้จิตใจตกอยู่ใต้ อำนาจ ความเจ็บความตายให้น้อยที่สุด

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




อันความแก่ความเจ็บความตายเป็นทุกข์ ก็เพราะเป็นสิ่งที่

ไม่มีผู้ปรารถนา ไม่เป็นที่ ชอบใจ ทุกวินาทีนี้มีผู้กำลังต้อง

เป็นทุกข์อย่างยิ่ง เพราะความเจ็บความตายของตนเองบ้าง

ของผู้เป็นที่รักที่เคารพใกล้ชิดสนิทสนมบ้าง กล่าวได้ว่า

ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ทุกวินาที มีผู้ต้องเป็นทุกข์

อย่างยิ่งเพราะความเจ็บความตายดังกล่าวโดยไม่เคยขาด

ระยะ ไม่เคยว่างเว้น ไม่เคยมีเวลาที่โลกว่างจากผู้มี

ความทุกข์ดังกล่าวแล้วเลย หรือแม้จะกล่าวก็ไม่ผิดว่า 

ไม่เคยมีเวลาที่โลกเบาบางจากผู้มีความทุกข์ดังกล่าวแล้วเลย ผู้มีความทุกข์ดังกล่าวมีเต็ม

โลกติดต่อกันอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่หาได้มีผู้ใดสักคนเดียวไม่ ที่ปรารถนาจะมีความทุกข์

นี่กำลังกล่าวถึงความทุกข์ ที่เกิดจากความเจ็บและความตายเท่านั้น เพียงความทุกข์จาก

สองเหตุนี้เท่านั้นโลกก็ยังหนาแน่น ไม่มีขณะว่างเว้น ความเจ็บและความตายจึงนับได้ว่า

มีอำนาจเหนือจิตใจยิ่งนัก จึงควรยิ่งนักที่จะได้ช่วยกันหาทางทำอย่างไรให้จิตใจตกอยู่ใต้

อำนาจ ความเจ็บความตายให้น้อยที่สุด กล่าวง่ายๆ ก็คือ ควรยิ่งนักที่จะช่วยตนเองรักษา

จิตใจ ให้พ้นจากความทุกข์ เพราะความเจ็บความตาย แม้ไม่สามารถทำให้สิ้นทุกข์ในเรื่องนี้

ได้สิ้นเชิง แต่ก็ควรทำให้บรรเทาเบาบางลงให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ การแก้ทุกข์นั้น

ความสำเร็จมากน้อยเพียงใดอยู่ที่การใช้ปัญญา คือ ใช้ความคิดนั่นเองให้ถูกต้องกับเรื่องราว

อย่าให้ขาดเหตุผล ให้มีเหตุผล  เหตุผลหรือปัญญาเป็นเครื่องแก้ไข สิ่งทั้งปวงได้ รวมทั้ง

แก้ไขทุกข์ทั้งปวงได้อย่าว่าแต่ทุกข์เล็กทุกข์น้อยเลย แม้แต่ทุกข์ยิ่งใหญ่ที่สุด

ปัญญาและเหตุผลก็แก้ได้

พระพุทธเจ้าทรงล่วงทุกข์ทั้งปวงได้ก็ด้วยอำนาจของปัญญาและเหตุผลนี้แหละ

การอบรมให้มีปัญญา อบรมให้มีเหตุผล จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งนัก ผู้บริหารจิต

ทั้งหลายไม่ควรละเลยเสีย

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ชีวิตนี้น้อยนัก...แต่สำคัญนัก....ในการหนีให้พ้นมือแห่งกรรม....

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



พลังสำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถหนีพ้นมือ

แห่งกรรมไม่ดีที่ติดตามตะครุบอยู่ และเป็นพลัง

ที่จะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ไม่ยาก คือการนึกถึง

พระพุทธเจ้า นึกถึงพุทโธนึกไว้ให้คุ้นเคย เป็นอันหนึ่ง

อันเดียวกับใจ สิ่งใดที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็หมายถึง

ความจะไม่อาจแยกจากกันได้เลยไม่ว่าเวลาใดก็ตาม

จะสุขจะทุกข์ จะเป็นจะตาย ใจก็จะมีพุทโธ จะมีอยู่ในใจ

กรรมดีก็ตาม กรรมไม่ดีก็ตาม เมื่อจะส่งผลก็ต้องมีสื่อเป็นเครื่องมือ มีมือเป็นเครื่อง

นำให้ถึงผู้จะต้องรับผลแห่งกรรมนั้นทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี เช่น คนเมาสุราขับรถพุ่งชน

ผู้จะต้องรับผลแห่งกรรมก็จะถูกรถนั้นชนถึงตาย หรือพิการ หรือบาดเจ็บสาหัส ต้องเสียเงิน

เสียทองรักษาพยาบาลมากมาย คนเมาสุราที่ขับรถ พุ่งเข้าชน คือเครื่องมือแห่งกรรม ซึ่งมี

สุราเป็นเครื่องให้พุ่งตรงจุดหมายได้ คือให้กรรมส่งผลได้สำเร็จ หรือที่เรียกว่า ให้กรรม

ตามทันได้ แต่แม้ผู้ที่กรรมนั้นตามอยู่เป็นผู้ที่กำลังวิ่งหนีกรรมที่ไม่ดีอยู่เต็มกำลัง

ด้วยการทำความดีต่างๆ มีการท่องพุทโธให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับใจเป็นต้น พุทโธ เป็นยอด

ของความดีก็จะเปรียบได้ด้วยพลังจิตอันแรงกล้าของนักสะกดจิต ที่จะสะกดผู้ขับรถซึ่งกำลัง

มึนเมาด้วยฤทธิ์สุราให้หยุดรถเสียทันทีก่อนจะทันเข้าพุ่งชนเป้าหมายที่กรรมตามอยู่

ความสวัสดีย่อมมีแก่ผู้ที่มีกรรมตามติดอยู่อย่างนั้น เป็นที่น่าอัศจรรย์นัก

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

สุข สงบ เย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เพียงหยุดความคิดปรุงแต่งอุปกิเลสเสียบ้าง ความประภัสสรแห่งจิตก็จะปรากฏให้เห็น

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



จิตของเราทุกคนบริสุทธิ์ประภัสสรอยู่ตลอดเวลา

แต่ไม่ได้เห็นกันทั้ง ๆ ที่ปรารถนาจะเห็นเที่ยวแสวงหา

เพราะไม่ยอมรับรู้ความจริงว่า ตัวเองไม่เคยหยุดยั้ง

การสร้างอุปสรรคขวางกั้นไว้ตลอดเวลา ความคิดปรุงแต่ง

อุปกิเลสทั้งปวงที่ไม่เคยหยุดยั้งนั่นแหละ คือ เครื่องขวาง

กั้นบังจิตที่ประภัสสรเสียหมดสิ้น

เพียงหยุดความคิดปรุงแต่งอุปกิเลสเสียบ้าง ความประภัสสรแห่งจิตก็จะปรากฏให้เห็นได้บ้าง

ยิ่งหยุดความปรุงแต่งอุปกิเลสได้มากเพียงไร ความประภัสสรแห่งจิตก็จะปรากฏให้เห็นได้

มากเพียงนั้น ถ้าหยุดความคิดปรุงแต่งอุปกิเลสได้อย่างสิ้นเชิง ความประภัสสรแห่งจิตก็จะ

ปรากฏเจิดจ้าชัดเจนเต็มที่ มีความสว่างไสว ไม่มีเปรียบ ไม่มีพลังอำนาจแม้วิเศษเพียงใด

จะสามารถบัง #ความประภัสสรแห่งจิตของผู้ไม่มีความคิดปรุงแต่งอุปกิเลสทั้งปวง ได้

ถ้าทุกคนตั้งใจทำความประภัสสรแห่งจิตของตน โลกที่กำลังร้อนกำลังยุ่งก็จักหยุดร้อน

หยุดยุ่ง ถ้าทุกคนพากันตั้งใจทำความประภัสสรแห่งจิตของตน ให้ปรากฏสว่างรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ทุกทีทุกที แม้จะยังไม่ถึงกับปรากฏเต็มที่ โลกก็จะหยุดยุ่ง เมืองก็จะหยุดร้อน

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

Dhamma together:กายคตาสติกรรมฐาน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



" กายคตาสติกรรมฐาน " เป็นกรรมฐานที่มีอานิสงส์มาก

เพราะสามารถทำให้ละ " สักกายทิฐิ " อันเป็นสังโยชน์

ข้อต้นๆได้โดยง่าย และเป็นกรรมฐานที่เกี่ยวกับการ

พิจารณาร่างกายให้เห็นสภาพตามความเป็นจริง

ซึ่งมักพิจารณาร่วมกับอสุภกรรมฐาน มรณัสสติกรรมฐาน

ซึ่งพระอริยะเจ้าทุกๆพระองค์ที่จะบรรลุพระอรหัตน์ผลได้

จะต้องผ่านการพิจารณากรรมฐานทั้งสามกองนี้เสมอ

มิฉะนั้นแล้วจะเป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนามิได้

ทั้งนี้เพราะบรรดาสรรพกิเลสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความหลง และความโกรธ

ต่างก็เกิดขึ้นที่กายนี้ เพราะว่าความยึดมั่นถือมั่นด้วยอำนาจอุปาทานว่าเป็นตัวตนและของตน

จึงได้เกิดกิเลสดังกล่าวขึ้น การพิจารณาละกิเลสก็จะต้องพิจารณาละที่กายนี้เอง มรรค ผล

และนิพพาน ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนเลย แต่มีอยู่พร้อม ให้รู้แจ้งเห็นจริงได้ที่ร่างกายอันกว้าง

ศอกยาววาและหนาคืบนี่เอง..

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

Dhamma together:ถ้าต้องการเป็นแสงสว่างทั้งของตนและของผู้อื่นก็ต้องฝึกตนให้ เป็นคนดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ผู้ที่เป็นคนดี...ย่อมสามารถนำตนไปสู่ความดีความงาม

ต่างๆ ได้นำตนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ และสามารถนำ

ผู้อื่นไปสู่ความดีงามต่างๆได้ นำผู้อื่นไปสู่ความเจริญ

รุ่งเรืองได้ด้วย     ท่านจึงกล่าวว่า...

"ตนที่ฝึกดีแล้วเป็นแสงสว่าง เป็นเครื่องส่องทาง

เป็นเครื่องนำชีวิต เป็นเครื่องยังชีวิตให้สว่าง"    

 

 
ถ้าต้องการเป็นแสงสว่างทั้งของตนและของผู้อื่น

ก็ต้องฝึกตนให้ เป็นคนดี หนีให้ไกลจาก..ความโลภ-ความโกรธ-ความหลง ให้มาก ที่สุด.

พระนิพนธ์

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

Dhamma together:ความคุ้นเคยกับสิ่งดีมีมงคล

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...





ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

มีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ หรือบ่อยๆเนืองๆ เช่น

การท่องพุทโธไว้ในใจเสมอ นั่นก็คือ ความคุ้นเคยกับพุทโธ

ความคุ้นเคยกับบุคคลใดที่เคยให้ความเมตตาอุปการะ

ช่วยเหลือ จะทำให้ใจนึกถึงบุคคลนั้นโดยอัตโนมัติ

เมื่อถึงคราวคับขัน

ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งก็เช่นกัน อบรมไว้ให้คุ้นเคยกับความรู้สึกใดๆ เช่น

คุ้นเคยกับอารมณ์พุทโธ หรือคุ้นเคยกับการท่องพุทโธ เมื่อถึงเวลาคับขัน ใจจะไม่ไปยึดเกาะ

กับอะไรอื่นที่ไม่คุ้นเคย แต่จะไปเกาะอยู่กับพระพุทโธ ที่เป็นยอดของสิริมงคลทั้งปวง ย่อมได้

รับสิริมงคลนั้นจักนำให้พ้นพาลภัยใหญ่น้อย ความคุ้นเคยกับสิ่งดีมีมงคล จึงมีความสำคัญ

อย่างยิ่ง ทุกคนผ่านชีวิตในอดีตชาติมาแล้วเป็นอันมาก นับภพชาติไม่ถ้วน มีความคุ้นเคยกับ

เรื่องราว อารมณ์ต่างๆมาแล้วมากมาย คุ้นเคยกับเรื่องราวอารมณ์ใดมาก ใจยึดมั่นผูกพันธ์ข้อง

ติดอยู่กับเรื่องใด อารมณ์ใดมากมาแต่อดีตชาติ ผลของความยึดมั่นผูกพันนั้นจะนำมาสู่ภพ

ชาติปัจจุบัน

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

Dhamma together:หัดคิดที่จะปฏิบัติในเหตุที่ดี

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ถ้าเกียจคร้าน ไม่ทำกรรมดีอะไร ถึงจะไม่ทำกรรมชั่ว

ชีวิตก็เป็นโมฆะชีวิต คือชีวิตที่เปล่าประโยชน์

หัดคิดที่จะปฏิบัติในเหตุที่ดี ไม่ใช่เอาแต่อยากได้ผลดี

โดยไม่ต้องทำอะไร หัดให้เกิดความคิดว่า ผลไม่สำคัญ

สำคัญอยู่ที่เหตุ ซึ่งควรจะทำและลงมือทำตั้งแต่วันนี้

เวลานี้ ทีเดียวแล

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

Dhamma together:ชีวิตนี้สำคัญนัก...จักต้องหนีกรรมให้พ้น...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ชีวิตนี้แม้น้อยนัก แต่ก็เป็นความสำคัญนัก สำคัญยิ่งกว่า

ชีวิตในอดีดและชีวิตในอนาคต ที่ว่าชีวิตนี้...ก็คือชีวิตใน

ชาติปัจจุบันนี้สำคัญ ก็เพราะในชีวิตนี้ เราสามารถหนีกรรม

ที่ไม่ดีที่ทำไว้ในอดีตได้ และสามารถเตรียมสร้างอนาคตให้

ดีเลิศเพียงใดก็ได้ หรือตกต่ำเพียงใดก็ได้

ชีวิตในอดีตที่ล่วงเลยไปแล้ว ทำอะไรอีกไม่ได้อีกต่อไป

ชีวิตในอนาคตก็ยังไม่ถึง ยังทำอะไรไม่ได้ เช่นนี้จึงกล่าวว่า

"ชีวิตนี้สำคัญนัก"

พึงใช้ชีวิตนี้ให้เป็นประโยชน์ ให้สมกับความสำคัญของชีวิตนี้ ชีวิตนี้น้อยนัก แต่มีความสำคัญ

นักด้วยเหมือนกัน ถ้าชีวิตนี้ไม่วิ่งหนีกรรมที่ไม่ดีในอดีต ชีวิตนี้ก็จะได้รับผลกรรมไม่ดี ถ้าวิ่งหนี

ก็จะพ้นได้ กรรมไม่ดีจะตามทันหรือไม่ขึ้นอยู่กับชีวิตนี้ ยิ่งกว่านั้น ถ้ากรรมตามทันในชีวิตนี้

ก็จะตามต่อไปได้อีกในอนาคต กรรมไม่ดีที่ทำไว้ในอดีตมากมาย อาจจะตามไม่ทันตลอดไป

ก็ได้ ถ้าทำชาตินี้ให้ดีที่สุด

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

Dhamma together:การใช้สติและความเพียรเพื่อแก้ความมักง่ายนั้น หัดใช้ตั้งแต่ในเรื่องความประพฤติทั่วไปอย่างง่ายๆ ธรรมดานี้แหละ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ฝึกสติและความเพียรในชีวิตประจำวัน ทุกๆ คนจะไม่

มักง่ายหรือจะหายจากความมักง่ายก็ด้วยหัดใช้สติ

และความเพียรประกอบกัน คือ ใช้ความระลึกนึกคิด เช่น

เมื่อแก้ห่อของออก ไม่ต้องการเครื่องห่อนั้นแล้ว ใจก็คิด

จะเหวี่ยงทิ้งทันที ตอนนี้ก็ใช้สติระลึกเสียก่อนว่าควรจะทิ้ง

ที่ตรงนี้หรือไม่ ไม่ต้องถามใครก็ตอบได้ว่าควรหรือไม่ควร

เช่น ถ้าเป็นถนนหนทางหรือที่ไม่ควรทิ้ง

ก็ย่อมรู้อยู่ด้วยกัน แล้วว่าไม่ควรทิ้ง ครั้นรู้ดังนี้แล้ว ก็ใช้ความเพียรนำไปทิ้งในที่ควรทิ้ง

ไม่เกียจคร้าน ที่ทำดังนั้น การใช้สติและความเพียรเพื่อแก้ความมักง่ายนั้น หัดใช้ตั้งแต่ใน

เรื่องความประพฤติทั่วไปอย่างง่ายๆ ธรรมดานี้แหละ เป็นการฝึกหัดตนเองให้เป็นคนทำอะไร

อย่างมีสติและมีความเพียรและจะช่วยให้เป็นคนรู้จักใช้สติและความเพียรในกิจการทุกอย่าง

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

Select your language