แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อฐิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อฐิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:อธิษฐานสำเร็จและได้บุญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

อธิษฐานอะไรต้องใช้ปัญญา ถ้าอธิษฐานอะไรที่ยากเกินไป

แล้วไม่สำเร็จจะรู้สึกท้อแท้ใจ และเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง

ถ้าอธิษฐานอะไรง่ายเกินไป สำเร็จแล้วจะไม่รู้สึกภาคภูมิใจ

จะอธิษฐานอะไรควรเลือกข้อวัตรปฏิบัติที่ยากสักหน่อยหนึ่ง

คือควรจะรู้สึกในความท้าทาย ควรเลือกสิ่งที่จะสำเร็จ

ก็ด้วยการขัดเกลากิเลสพอสมควร สิ่งที่อธิษฐานควรจะ

เจาะจง และมีวิธีประเมินผลที่ชัดเจน เพราะถ้าอธิษฐานกว้างๆ

เช่นว่า จะเป็นคนน่ารักกว่าเดิมจะประเมินผลยาก

การอธิษฐานเป็นเครื่องมือที่สำคัญของนักปฏิบัติธรรม อธิษฐานอะไรได้สำเร็จ

ความยับยั้งชั่งใจเพิ่มมากขึ้น ความสำรวมเพิ่มมากขึ้น ความเชื่อมันในศักยภาพของตนเพิ่มมากขึ้น

เรียกว่าได้บุญตนเพิ่มมากขึ้น เรียกว่าได้บุญ

พระอาจารย์ชยสาโร

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:การชำระความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตทำได้...ด้วยการรับผิดชอบการกระทำ...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

นิวรณ์ สิ่งขัดขวางความสงบและปัญญามีห้าข้อ

ข้อที่สี่ ภาษาบาลีว่า อุทธัจจะกุกกุจจะ อันที่จริงข้อนี้มี

สองส่วน ส่วนแรก อุทธัจจะ คือความฟุ้งซ่าน ซึ่งมี

สาเหตุสำคัญจากการไม่สำรวมอินทรีย์ในชีวิตประจำวัน

ส่วนที่สอง กุกกุจจะ มักได้รับการอธิบายในเชิง

ความวิตกกังวล ความรำคาญใจ แต่ข้อนี้มีอีกนัยหนึ่ง

ที่น่าพิจารณา คือ กุกกุจจะ หมายถึงความหมกมุ่นกับ

ความเดือดร้อน ซึ่งเป็นผลจากการทำบาปในอดีต

ความเดือดร้อนเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ ไม่ดีก็ได้ ถ้าดีก็เป็นพลัง

ขับเคลื่อนให้ไม่ประมาทเมื่อต้องอยู่ใกล้สิ่งยั่วยุอีก

แต่ถ้าเราคิดปรุงแต่งเป็นอโยนิโสมนสิการ จะทำให้จิตเศร้า หมดกำลังใจว่าเราเป็นคนแย่ คนไม่ดี

เราไม่ดีพอที่จะเจริญในธรรม เราเป็นผู้มีมลทินซึ่งล้างออกไม่ได้ นักปฏิบัติจึงควรเข้าใจว่าความคิด

เช่นนี้ไม่ใช่อาการของ หิริโอตตัปปะ หรือการละอาย เกรงกลัวต่อบาป หากแต่เป็นกิเลส

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าการชำระความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตทำได้ด้วยการรับผิดชอบการกระทำ

การเปิดเผยกับผู้ที่ควรรับทราบโดยเฉพาะผู้เป็นกัลยาณมิตร หรือครูบาอาจารย์

และข้อที่สามที่สำคัญที่สุดคือการอธิษฐานว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีกต่อไป

พระอาจารย์ชยสาโร

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ความสงสัยในเรื่องของบุญ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ถาม อธิษฐานเสมอ ๆ ว่า เกิดชาติหน้าภพหน้าขอให้ร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทอง มีฐานะ

มีความสุขสบาย อย่างนี้แสดงว่าคนที่ทำบุญนั้นยังมีความโลภอยู่ใช่หรือไม่

ถ้ามีความโลภอยู่ในจิตใจแล้ว อะไรคือบุญกุศลที่จะได้รับหรือควรกระทำอย่างไร

อธิษฐานอย่างไร จึงจะได้บุญที่แท้จริง


ถ้าเราทำอะไรแล้ว ปรารถนาถึงผลของการกระทำ

ตามหลักพุทธศาสนาเราก็เรียกว่าโลภ แต่โลภมันก็มีหลาย

ระดับเหมือนกัน ความต้องการหรือความโลภในลักษณะนี้

ก็เป็นความโลภที่น่ารัก คือ โลภอย่างนี้ดีกว่าโลภอย่างอื่น

แต่ปัญหาหรือความสงสัยเกี่ยวกับบุญนั้น จะเกิดขึ้นเพราะว่า

เรายังไม่รู้ตัวบุญคืออะไร ซึ่งถ้าเราไม่ปฏิบัติ ไม่ภาวนา ไม่มา

มองดูในจิตใจของเราก็ไม่มีทางรู้ได้


แต่หากเราเห็น ความสดใส ความเบิกบานในการทำความดีที่ เกิดจากการ ชนะกิเลส

เรามาสัมผัสตัวนี้แล้ว ความสงสัยในเรื่องของบุญ มันจะจบไปเอง

ซึ่งทฤษฎีของศาสนามันเป็นสัจธรรมที่เราสามารถเห็นได้ว่า ถ้าเราทำอะไรด้วยความหวัง

สภาพจิตก็ต่างกันกับจิตที่เราทำอะไรโดยที่ไม่มีความหวัง ถ้าเราทำความดี โดยไม่หวังอะไร

ตอบแทน จงดูว่าจิตใจของเราเป็นอย่างไร ถ้าเราทำอะไรที่ดีด้วยจิตใจที่มีความหวัง สภาพจิต

มันเป็นอย่างไร อันไหนมันจะสดชื่นกว่ากัน ตัวบุญมันจะอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น เรื่องการอธิษฐานจิต

ในขณะที่เราทำบุญ อันนั้นไม่ใช่ว่าใครถูกใครผิด ถ้าเรามีศรัทธาพอที่จะอธิษฐานมรรคผล

นิพพาน อธิษฐานขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ขอให้ข้าพเจ้าบรรลุ

มรรคผลนิพพานอันนี้ดีที่สุดเลย แต่ถ้าศรัทธาของเรายังไม่พอ เรายังไม่มีความปรารถนา

อย่างนี้ เราก็อธิษฐานในสิ่งที่เราเห็นว่าเหมาะว่าควรเสียก่อน ซึ่งมันอยู่ที่ระดับการพัฒนาจิตใจ

ของเรา แต่ถ้าเราเริ่มปฏิบัติแล้ว เริ่มจะเข้าถึงความสงบ สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นเป้าหมายของชีวิต

มันก็จะค่อยเปลี่ยนไปเอง คือการเกิดที่สวรรค์นี้ไม่ดีวิเศษ ประเดี๋ยวก็ต้องมาเกิดอีก ก็เป็น

ทัศนะของอาตมา โยมคงเคยสังเกตว่า ถ้าเราทำอะไรๆ ที่มันสนุกๆ ก็รู้ดีกว่า เวลามันผ่านเร็ว

เหลือเกิน แต่ถ้าเราทำอะไรที่น่าเบื่อ เช่น ฟังเทศน์ เป็นต้น บางทีมันดูว่าเวลานั้นยาวมาก

คือ เรื่องเวลาจะขึ้นอยู่กับความรู้สึกมากกว่าอย่างอื่น เพราะฉะนั้นเราอ่านในคัมภีร์ว่า คนไป

เกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต ชั้นอะไรต่ออะไร อยู่เป็นกัปป์เป็นกัลป์ คิดว่ามันนานเหลือเกินแต่ใน

ความรู้สึกของเทวดา อาจจะเดี๋ยวเดียวก็ได้ แล้วก็กลับมาเกิดใหม่

 

ถาม ทุกครั้งที่ทำบุญทำกุศล อธิษฐานว่าตายไปแล้วขอไม่เกิดอีก จะเป็นความโลภหรือไม่

เพราะเท่ากับว่าเราก็ยังมีความอยาก มีตัณหา คือไม่อยากเกิด ควรทำอย่างไรในฐานะปุถุชน

คนธรรมดา

ตอบ อธิษฐานขออย่าให้มีความเห็นแก่ตัว ขออย่าให้มีความโลภ ความโกรธ ความหลง

นี้ก็เป็นการสร้างบารมี ก็เป็นการสร้างสิ่งที่ดี ความอยากอย่างนี้ไม่เป็นไรเหมือนอย่างกับที่พูด

ไปแล้วตอนต้นๆ ว่า อยากทำความดีนี้ก็ไม่ใช่อุปสรรค ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าอยากจะเป็น

คนดีก็จะเป็นทุกข์หน่อย เพราะว่าถ้าเราอยากทำความดีเราก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่มีปัญหา แต่ถ้า

เราอยากเป็นคนดี หรือถือว่าเราดี แล้วคนอื่นมาใส่ร้ายว่าเราเป็นคนไม่ดี ก็เป็นทุกข์ อันนี้เรา

สร้างตัวตนขึ้นมา ก็เป็นทุกข์ทันที ส่วนการไม่กลับมาเกิดนั้น มันไม่เป็นไปตามคำอธิษฐาน

แต่ปรากฏด้วยความรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมของชีวิต ให้เข้าใจว่า การอธิษฐานเป็นการเตือน

สติตัวเองในเป้าหมายอันสูงสุดของตน และยืนยันเจตนารมณ์

ชยสาโรภิกขุ 

Dhamma together:เอาตัวเองให้พ้นทุกข์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ในการภาวนานั้นมีอยู่กรณีหนึ่งที่แม้ว่าเราจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม

แต่ก็ไม่สามารถบรรลุธรรมขั้นสูงสุดได้นั่นเพราะ " ติดอธิษฐาน "

ขอเท้าความก่อนว่าเรื่องการติดอธิษฐานนี้มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลหลายคน แต่จะขอ

ยกตัวอย่างเรื่องนางวิสาขา นางวิสาขานั้นเป็นผู้มี " บารมีทางธรรม " มา ตามประวัตินั้น

นางบรรลุเป็นอริยบุคคลระดับโสดาบันตั้งแต่อายุ 7 ปี แต่ต่อมาทั้งชีวิตของนางก็ไม่สามารถ

บรรลุธรรมขั้นสูงกว่านั้นได้ เพราะนางติดอธิษฐานมาแต่อดีตว่าจะขอเป็นผู้อุปัฏฐาก

พระพุทธเจ้าในภัทรกัปป์นี้ให้ครบ 5 พระองค์ก่อน (จบที่พระศรีอาริยเมตไตร) จากอธิษฐาน

ดังกล่าวทำให้นางไม่สามารถบรรลุอรหันตผลได้ตราบใดที่นางยังอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าไม่

ครบ 5 พระองค์ตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ท่านว่ายทวนน้ำเองก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับการ

ติดอธิษฐานจากในอดีต ท่านเล่าให้ฟังว่าวันหนึ่งท่านระลึกได้ว่าในอดีตนานมาแล้วท่านเคย

อธิษฐานที่ศาลาร้างแห่งหนึ่งว่า " จะขอช่วยให้สัตว์โลกทั้งหลายพ้นทุกข์ก่อน ตัวเองไม่พ้น

ทุกข์ไม่เป็นไร " ซึ่งเป็นการอธิษฐานแนวโพธิสัตว์ เมื่อท่านรู้สาเหตุที่การภาวนาไม่ก้าวหน้า

แล้วท่านถอนอธิษฐานนั้นเสีย หลังจากนั้นจึงรู้ธรรมขั้นสูงได้ เป็นประสบการณ์ตรงของตัว

ท่านเอง ท่านเคยเตือนไว้



" ระวังนะ การที่คุณกล่าวคำปฏิญาณว่าจะทำเพื่อชาติ

เพื่อบ้านเมืองอย่างสุดความสามารถ หรือจะขอติดตามใคร

สักคนทุกชาติไป ขอเกิดเป็นคู่ใครสักคนทุกชาติไป ขอเกิด

เป็นพ่อแม่ลูกกันทุกชาติไป ฯลฯ นั่นจะเป็นการติดอธิษฐาน

โดยไม่รู้ตัว และเป็นอันตรายมากในทางธรรม เพราะในทาง

ธรรมคุณต้องถอนอธิษฐานเดิมให้หมด เอาตัวเองให้พ้น

ทุกข์อย่างเดียวเท่านั้น อย่างอื่นอย่าเพิ่งจับไปยุ่ง 

จบกิจตัวเองเมื่อไหร่ค่อยออกมาช่วยคน ช่วยชาติ ช่วยศาสนา แต่ถ้าตัวเองยังไม่จบกิจ

อย่าเพิ่งยุ่ง อย่าพูดอธิษฐาน อย่าปฏิญาณ อย่าสัญญาอะไรทั้งนั้น ถ้าพูดไปแล้วอธิษฐานไป

แล้วให้ถอนเสีย อธิษฐานได้อย่างเดียวคือขอมุ่งตรงต่อมรรคผลนิพพานเท่านั้น เรื่องนี้ฉันจะ

บอกให้คนที่สนใจภาวนาเพื่อหาทางพ้นทุกข์ให้ถอนอธิษฐานก่อน ไม่อย่างนั้นเขาจะรู้ธรรม

ขั้นสูงไม่ได ้"

เทศนาธรรม ท่านเจ้าคุณพระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)

วัดคลองนา(วัดป่าชินรังสี) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

FB : วิมุตติธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Select your language