แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันอาสาฬหบูชา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันอาสาฬหบูชา แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ว่างจากตัวตน

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 มรรคมีองค์ ๘ นั้นมี "สัมมาทิฐิ" เป็นองค์ต้น 

หรือเป็นองค์นำ นำหน้า 

สัมมาทิฐิแก่กล้าหรือสูงขึ้นไปเท่าไร 

อริยมรรคทั้ง ๘ มีองค์ ๘ นั้นก็แก่กล้าสูงยิ่งขึ้นไปเท่านั้น 

ถ้าสัมมาทิฐินั้นเป็นไปสูงสุด ถึงกับมองเห็นตามที่เป็นจริงว่า

โลกนี้ว่างเปล่าจากตัวตน และจากของตน 

จิตก็ไม่ยึดมั่นสิ่งใดๆ ในโลก 

ก็มีแต่จะน้อมไปสู่นิพพานเหนือโลก 

หรือสิ้นสุดแห่งโลก

สัมมาทิฐินั้นเป็นปัญญา

เมื่ออบรมให้มากเข้าแล้วก็เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริงจนถึงที่สุดแล้วก็มองดูโลก 

โลกนี้คือทุกโลก จะเป็นโลกกามาวจร หรือโลกรูปาวจร หรือโลกอรูปาวจร ก็เรียกว่าโลก 

ในทุกๆ โลกนั้นไม่มีอะไรที่มีความหมายแห่งตัวตนหรือของๆตน 

พูดตามธรรมดาสามัญก็ว่าไม่มีอะไรที่เป็นตัวตน เป็นของตน คือ เห็นโลกว่างเปล่าจากตัวตน 

ว่างเปล่าจากของตน นี้เรียกว่าเห็นความว่างถึงที่สุด เมื่อจิตเห็นความว่างถึงที่สุดอย่างนี้แล้ว 

จิตนั้นก็ไม่จับฉวยอะไร ‪#‎จิตที่ไม่จับฉวยอะไรนั้นก็คือจิตว่าง‬ 

เมื่อไม่จับฉวยอะไรถึงที่สุดแล้ว มันก็มีความว่าง มันจึงมีการน้อมไปสู่พระนิพพาน 

อันเป็นความว่างถึงที่สุด ดังที่มีคำกล่าวว่า “นิพพานัง ปรมัง สุญญัง” 

นิพพานเป็นความว่างถึงที่สุดอย่างนี้ ขอให้เข้าใจใจความสำคัญที่ว่า 

เมื่อมันไม่เห็นว่ามีอะไรที่เป็นตัวเป็นตนที่จะยึดถือเอาได้ แล้วมันจะไปทางไหน 

มันก็น้อมไปเพื่อความว่างถึงที่สุดคือ พระนิพพาน... 

เราต้องใช้โวหารธรรมดามาพูดกัน จึงฟังดูคล้ายๆ กับว่านิพพานเป็นถิ่น หรือเป็นแดน 

หรือเป็นบ้าน หรือเป็นเมืองอะไรอันหนึ่ง ซึ่งจะต้องเดินไปให้ถึง 

ดังที่ท่านได้กล่าวเป็นโลกียโวหารว่า อมตมหานคร นิพพานนั้นเป็นมหานครแห่งความไม่ตาย 

เป็นนครสูงสุดซึ่งมีความไม่ตาย นี่พูดเป็นโลกียโวหารโดยภาษาคน 

ให้มันเป็นบ้านเป็นเมือง ชวนให้สนใจ ชวนให้อยากได้ ชวนให้ปรารถนา 

แต่ทว่าโดยที่แท้แล้ว มันกลายเป็นความว่างถึงที่สุดที่จิตไม่ได้จับฉวยในสิ่งใด 

แล้วก็ลุถึงความว่างชนิดนั้นได้ 

พุทธทาสภิกขุ ที่มา ธรรมเทศนา อาสาฬหบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๒๒


#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน 

#อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

#จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก 

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:แผนที่พ้นทุกข์...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

 วันอาสาฬหบูชาน้อมใจให้ระลึกถึงการแสดงธรรม

ครั้งแรกของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นเสมือนการ

ประกาศแก่มนุษย์ทั้งหลายว่า แม้เกิดมาแล้ว

ต้องแก่ ต้องเจ็บ และต้องตาย แต่เราทุกคนสามารถ

พ้นทุกข์ได้ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย นั้น

มิใช่ปัญหามากเท่ากับความยึดติดถือมั่นในกาย ใจ

หรือตัณหาในรูปธรรม และนามธรรม ปล่อยวางหรือ

ละตัณหาได้เมื่อใด ทุกข์ก็มิอาจบีบคั้นจิตใจได้อีก

ต่อไป แม้ต้องแก่ เจ็บ และตาย แต่ใจก็ไม่ทุกข์

อีกต่อไป


หนทางสู่ความพ้นทุกข์นั้นพระองค์ได้แสดงอย่างแจ่มชัดด้วยข้อปฏิบัติที่เรียกว่าอริยมรรคมีองค์ ๘

ซึ่งเป็นเสมือนบันไดสู่ความเห็นแจ้งในสัจธรรม จนปล่อยวางสิ่งทั้งปวงได้ ดังมีประจักษ์พยานคือ

อริยสงฆ์ ซึ่งเริ่มต้นด้วยพระอัญญาโกณฑัญญะ ทำบุญในวันอาสาฬหบูชาแล้ว อย่าลืมตั้งใจมั่นที่

จะฝึกฝนตนโดยเฉพาะ ๓ เดือนหลังจากนี้อันเป็นช่วงเข้าพรรษา เพื่อให้ได้รับประโยชน์คุ้มค่าแก่

การเกิดเป็นมนุษย์ นั่นคือความสงบเย็นเป็นอิสระจากทุกข์

เสียงธรรมวันอาสาฬบูชาที่วัดป่าสุคะโต

จากพระไพศาล วิสาโล

ตามลิงค์นี้เข้าไปฟังหรือดาวน์โหลด

https://archive.org/details/ps2015_201501  

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#ทำความเข้าใจ #ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #ลงมือทำทันที

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:ธัมมจักกัปปวัตนสูตรในวันอาสาฬหบูชา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 


วันเพ็ญเดือนแปด คือวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่

พุทธศาสนิกชนระลึกถึงโอกาสที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ

เจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์

ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

ข้อสังเกตของธัมมจักกัปวัตนสูตร คือพระพุทธองค์ไม่ได้

แสดงธรรมโดยใช้ภาษาสูงหรือพูดในระดับอภิปรัชญา

พระพุทธองค์เริ่มต้นด้วยการชี้แจงความคิดผิดของผู้ฟัง คือ

ปัญจวัคคีย์ยังเชื่อว่าการปฏิบัติที่ถูกต้อง คือการทรมาณกาย

เพื่อทำลายความยึดติดในกาย และผู้ที่ไม่ปฏิบัติอย่างนี้มีทาง

เลือกเหลืออยู่ทางเดียวคือหลงอยู่ในกาม

พระพุทธองค์จึงทรงเริ่มด้วยการยืนยันว่าปัญจวัคคีย์คิดแบบสุดโต่ง ที่จริงทางเลือกที่สามมีอยู่

และเป็นทางอันประเสริฐที่พระองค์ทรงตั้งชื่อว่า ทางสายกลาง พระพุทธองค์คงทรงทำให้

ปัญจวัคคีย์สะดุ้งตั้งแต่ประโยคแรก เพราะพระพุทธองค์ทรงทราาบดีว่าก่อนที่ใครจะรับความคิด

ใหม่ต้องวางของเก่าเสียก่อน เช่นเดียวกับการที่จะต้องซักผ้าก่อนที่จะย้อมสีได้

 

 

ข้อสังเกตข้อที่สองคือเนื้อหาในธัมมจักกัปวัตนสูตรมุ่งที่แนวทางปฎิบัติ ไม่ใช่หลักความเชื่อใน

อริยสัจสี่ พระพุทธองค์จึงเน้นที่การปฏิบัติต่ออริยสัจแต่ละข้อ คือทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องกำหนดรู้ สมุทัย

เป็นสิ่งที่ต้องละ นิโรธเป็นสิ่งที่ต้องทำให้แจ้ง และมรรคเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดมี

 

ข้อที่สาม ความรู้ที่เกิดขึ้นในจิตใจของพระอัญญาโกณฑัญญะ ซึี่งทำให้ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน

เป็นการพิสูจน์ให้พระพุทธเจ้าทรงทราบแน่ได้ว่าทางไปสู่มรรค ผล นิพพาน ถ่ายทอดได้

(ถ้าใช้ภาษาชาวบ้าน คือพระพุทธองค์ทรงได้กำลังใจในการเผยแผ่คำสอน)

 

ข้อที่สี่ พระอัญญาโกณฑัญญะสรุปความรู้ที่ได้ในการบรรลุธรรมว่า สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา ซึี่งเป็นการเตือนสติว่า การพ้นทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ความคิดสลับซับซ้อน

หากอยู่ที่การกำหนดรู้ความเป็นจริงของกายและใจ ด้วยจิตที่ไม่เศร้าหมอง

พระอาจารย์ชยสาโร

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language