แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปาฏิหาริย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปาฏิหาริย์ แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:เธอไม่จำเป็น ต้องไปถึงปลายทางเสียก่อน แล้วค่อยพบความสุข

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...




คุณภาพการกระทำของเราขึ้นกับคุณภาพการดำรงอยู่ของเรา

สมมติว่าเธอกระตือรือร้นที่จะมอบความสุข อยากจะทำ

ให้ใครสักคนมีความสุข นั่นเป็นเรื่องดีที่จะทำ แต่ถ้าเธอ

ไม่มีความสุข เธอก็ทำสิ่งนั้นไม่ได้ การที่จะทำให้ใครสักคน

มีความสุข เธอต้องมีความสุขอยู่ในตนเอง จะเห็นได้ว่ามี

ความเชื่อมโยงกันของการกระทำกับความเป็นอยู่ของผู้กระทำ

หากว่าเธอไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นตัวเธอ เธอก็ไม่

สามารถที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่เธอทำ

หากเธอไม่รู้สึกว่าเธออยู่บนหนทางที่ถูกต้อง ความสุขย่อมเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นความจริงสำหรับทุกๆ คน

หากว่าเธอไม่รู้ว่าเธอกำลังจะไปที่ไหน เธอจะเป็นทุกข์ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เธอจะต้องมองเห็นทาง

ให้ชัดและเห็นหนทางที่ถูกต้องของตัวเธอ

ความสุขหมายถึงความรู้สึกว่าเธออยู่บนหนทางที่ถูกต้องแล้วในทุกขณะ เธอไม่จำเป็นต้องไปถึงปลายทาง

เสียก่อนแล้วค่อยพบความสุข หนทางที่ถูกต้องอาจหมายถึง หนทางที่เป็นรูปธรรมในการดำรงชีวิต

ในทุกช่วงเวลา ในพุทธศาสนาเราพูดถึงหนทางอันประเสริฐแปดประการ (อริยมรรค)

การรับรู้ที่ถูกต้อง

การคิดที่ถูกต้อง

วาจาที่ถูกต้อง

การกระทำที่ถูกต้อง

การดำรงชีวิตที่ถูกต้อง

ความเพียรที่ถูกต้อง

สติที่ถูกต้อง

สมาธิที่ถูกต้อง

มันเป็นไปได้ที่เราจะดำเนินชีวิตของเราในหนทางอันประเสริฐทั้งแปดประการนี้ในทุกขณะ

ของชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เรามีความสุขเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนรอบข้างมีความสุขด้วย

หากเราฝึกปฏิบัติบนหนทางนี้เราจะกลายเป็นผู้ที่รื่นรมย์ในชีวิต สดชื่น และเต็มเปี่ยมด้วยความกรุณา

มองดูต้นไม้ในสนามสิ ดูเหมือนว่าต้นไม้นั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ยืนต้นอยู่ตรงนั้น แข็งแรง สดชื่น สวยงาม

และทุกๆ คนต่างได้ประโยชน์จากต้นไม้นี้ นั่นคือปาฏิหาริย์ของการดำรงอยู่ หากต้นไม้เป็นน้อยกว่าต้นไม้

พวกเราทั้งหมดนี้คงจะประสบปัญหาแน่นอน แต่หากต้นไม้เป็นต้นไม้จริงๆ นั่นคือความหวัง

และความเบิกบาน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงสมควรที่จะเป็นตัวของเราเอง

นั่นก็เป็นการลงกระทำแล้ว การกระทำมีฐานมาจากการไม่กระทำ การกระทำคือการดำรงตน

พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์

Thich Nhat Hanh

Credit: Plum Magazine

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:เครื่องมือสร้างปาฏิหาริย์

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

อิทธิบาท หมายถึง รากฐาน สิ่งที่เป็นรากฐาน หรือเป็นเครื่องมือชั้นรากฐานที่จะให้เกิดฤทธิ์

"อิทธิ" หรือ "ฤทธิ" เนี่ย ภาษาบาลีก็เป็นอิทธิ ภาษาไทยที่มาจากสันสกฤตก็เป็นฤทธิ ก็แปลว่า

"ความสำเร็จ" หรือเครื่องให้เกิดความสำเร็จ แต่เราไม่ค่อยมองกันในแง่นี้ มองกันในแง่ที่เป็นของ

อัศจรรย์ วิเศษ ปาฏิหาริย์ ต้องมองกลับลงมายังที่ความสำเร็จ หรือเครื่องให้เกิดความสำเร็จ

เสียก่อน...ปาฏิหาริย์หรือฤทธิ์ มันอยู่ที่ความสำเร็จ น่าอัศจรรย์ก็อยู่ที่ความสำเร็จ ทีนี้คนมุ่งกัน

แต่เรื่องทางฝ่ายวัตถุ หรือความโลดโผน มันก็ไปมองฤทธิ์ในแง่ของไอ้เรื่องทางวัตถุ ทางโลดโผน

เช่น เหาะได้ ปาฏิหาริย์นั้นมันต้องมีประโยชน์ เพราะฉะนั้นที่มีประโยชน์ที่สุด ก็คือ

ละกิเลสได้  ฉะนั้นที่ ตรงไหนละกิเลสได้ ตรงนั้นเป็นปาฏิหาริย์ที่สุด

 ในทางพุทธศาสนาเราระบุปาฏิหาริย์ คือการกลับคนเลวให้

เป็นคนดี กลับความทุกข์ให้เป็นความสุข ตัวปาฏิหาริย์ คือ

ยอดสุดของปาฏิหาริย์ด้วย อาจไม่ต้องเหาะได้ ไม่ต้องอะไร

ก็ได้...แต่การที่พระพุทธเจ้าพูด ตรัสกับใครเพียงสองสามคำ

ไอ้คนนั้นมันกลับตัวจากคนเลวเป็นคนดี จากปุถุชนเป็นพระ

อรหันต์ขึ้นมา อย่างนี้คือปาฏิหาริย์จริงๆ เครื่องมือหรือฤทธิ์มัน

เป็นอย่างนี้ 


อิทธิ ปาฏิหาริย์ ก็คือว่า แสดงฤทธิ์เดชทางภาษา ชาวโลก "อนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์" ก็คือสอน

ใช้คำพูดที่น่า อัศจรรย์ที่สุด แล้วก็มีการกลับใจคน เปลี่ยงแปลงคน ที่น่า อัศจรรย์ที่สุด แล้วก็

"อาเทศนาปาฏิหาริย์" มันเป็นฤทธิ์ที่แท้ จริงคือ ใช้ประโยชน์ได้ถึงที่สุด ทำปุถุชนให้เป็น

พระอรหันต์ หมายความว่า ทำคนที่มีความทุกข์ ให้กลายเป็นคนที่ไม่มีความทุกข์ได้ 

อิทธิ ปาฏิหาริย์ ก็คือว่า แสดงฤทธิ์เดชทางภาษาชาวโลก "อนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์" ก็คือสอน

ใช้คำพูดที่น่าอัศจรรย์ที่สุด แล้วก็มีการกลับใจคน เปลี่ยงแปลงคน ที่น่าอัศจรรย์ที่สุด แล้วก็

"อาเทศนาปาฏิหาริย์" มันเป็นฤทธิ์ที่แท้จริงคือ ใช้ประโยชน์ได้ถึงที่สุด ทำปุถุชนให้เป็นพระ

อรหันต์ หมายความว่า ทำคนที่มีความทุกข์ ให้กลายเป็นคนที่ไม่มีความทุกข์ได้

คำว่า ฤทธิ์ มันเป็นอย่างนี้ มันเป็นเครื่องมือกี่มากน้อยก็ลองคิดดูเองก็แล้วกัน มันเป็นเครื่องมือที่

วิเศษอย่างไรก็คิดดูเองก็แล้วกัน

พุทธทาสภิกขุ

ที่มา ธรรมเทศนา เรื่อง ธรรมะในฐานะเป็นเครื่องมือ (อิทธิบาท ข้อที่ 5) ปี 2512

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Select your language